เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

PTH26 พลับพลาหยกทอง

PTH26 พลับพลาหยกทอง

PTH26 พลับพลาหยกทอง


เคร้งงงงง

มีดขึ้นสนิมเล่มหนึ่งค่อยๆเซาะลงไปที่ขั้วของผลหมอกน้ำแข็ง

เย่เสี่ยวเจิ้งเป็นผู้ลงมือ ใช้มีดขึ้นสนิมเล่มหนึ่งที่พบในถ้ำค่อยๆเจาะผนังถ้ำเข้าไปทีละนิด เหตุที่ไม่ใช้กระบี่ใหญ่เพราะกลัวจะเจาะเร็วเกินไป ทำให้หยกเย็นที่ฝังอยู่ในผนังถ้ำเสียหาย

แม้จะเจาะผนังถ้ำด้วยมีดขึ้นสนิมเก่าๆ แต่เย่เสี่ยวเจิ้งที่มีแรงเยอะเป็นนทุนย่อมขุดเจาะผนังถ้ำได้อย่างง่ายดาย แต่ละครั้งที่เจาะนำหินออกมาได้ก้อนเท่ากำปั้น ทั้งการควบคุมมีดก็ทำได้อย่างเชี่ยวชาญ

เว่ยสั่วจ้องมองเย่เสี่ยวเจิ้ง เขาไม่ได้สนใจในปริมาณศิลาที่เย่เสี้ยวเจิ้งขุดออกมาได้ในแต่ละครั้ง แต่ขบคิดถึงเรื่องการสังหาร หากสังหารอสูรตนใด ผู้สังหารจะรู้จักอสูรตนนั้น หากเคยทำสิ่งก็จะเชี่ยวชาญสิ่งนั้น แต่ตอนนี้ไม่มีผู้ใดรู้ว่าหยกเย็นที่ฝังอยู่ในผนังถ้ำใหญ่แค่ไหน อยู่ลึกลงไปมากเท่าใด จึงต้องทำอย่างระมัดระวัง

“เจอแล้ว!”

เว่ยสั่ว หนานกงยู่ฉิง และคนอื่นๆจ้องมองไปยังตำแหน่งที่มีดของเย่เสี่ยวเจิ้งเจาะลง เมื่อยกมีดขึ้นมาเห็นบางสิ่งที่มีลักษณะเป็นสีขาว แผ่ความเย็นรุนแรง

“หยกเย็นระดับกลาง!”

แววตาของทุกคนเผยถึงความดีใจ ยิ่งหยกเย็นมีระดับสูงเท่าไหร่ ลักษณะของมันก็จะยิ่งคล้ายน้ำแข็งมากเท่านั้น แต่หยกเย็นที่เห็นยามนี้เป็นเพียงหยกเย็นระดับกลาง ยังมีสิ่งปนเปื้อนจึงมีสีขาวขุ่น แต่อย่างน้อยก็นำไปสร้างเป็นยันต์หรือสมบัติได้

เย่เสี่ยวเจิ้งค่อยๆขุดเอาศิลาที่อยู่รอบๆหยกเย็นออกด้วยความระมัดระวัง เพื่อให้แน่ใจว่าหยกเย็นมีขนาดความกว้างเท่าใด

หลังจากเจาะไปสักพัก ก็ยังไม่อาจทราบขนาดของหยกเย็น

แต่แล้ว เย่เสี่ยวเจิ้งและเว่ยสั่วแทบอ้าปากค้าง เพราะเมื่อเจาะกว้างถึง 3 ฉื่อ ก็ยังไม่เผยให้เห็นจุดสิ้นสุดของหยกเย็น หากมันมีขนาดกว้างสามจ้าง ราคาขายของมันสมควรอยู่ที่ 100 ศิลาวิญญาณระดับล่าง

หนานกงยู่ฉิงเองก็ตื่นเต้น “ยังไม่หมดทั้งก้อน!”

สี่ฉื่อ… ห้าฉื่อ… ยิ่งเจาะกว้างก็ยิ่งเห็นก้อนหยกเย็น กระทั่งเจาะกว้างไปเกือบถึงหกฉื่อจึงเผยให้เห็นก้อนหยกเย็นทั้งหมด

เย่เสี่ยวเจิ้งค่อยๆแซะศิลารอบๆออก นำหยกเย็นออกมาด้วยความระมัดระวัง… หยกเย็นขนาดกว้างห้าฉื่อยาวห้าฉื่อทรงลูกบาศก์ปรากฏต่อสายตาทุกคน

“ร้านจันทราขึ้นเจ็ดค่ำแรมเจ็ดค่ำ”

“ร้านคลังสมบัติ”

“หลับพลาหยกทอง”

ทางใต้ของเมืองจิตวิญญาณสูงสุดมีร้านค้าขนาดใหญ่อยู่หลายแห่ง แต่ละแห่งครอบครองพื้นที่เป็นเหมือนย่านแห่งหนึ่งของเมือง ในหมู่ร้านทั้งหมดที่กล่าวมา พลับพลาหยกทองเป็นร้านที่มีขนาดใหญ่ที่สุด โดดเด่นเรื่องการสร้างอาวุธ และร่ำรวยที่สุดในบรรดาร้านทั้งหมดในเมือง

เมื่อก้าวเข้าสู่พลับพลาหยกทอง เห็นผู้คนจำนวนมากรวมตัวกันอยู่ภายในโถงหลัก ผู้เยาว์คนหนึ่งในชุดจีนโบราณงดงามทำหน้าที่ต้อนรับผู้ฝึกตนที่มาเยือน ภายในพลับพลาหยกทองมีศาลาอยู่ด้วยกันทั้งหมด 3 หลัง สองหลังใช้ต้อนรับผู้คน อีกหลังใช้ต้อนรับบุคคลพิเศษ ภายในศาลาที่ใช้ต้อนรับบุคคลพิเศษนั้น ตกแต่งอย่างหรูหรางดงาม ประดับประดาด้วยเครื่องใช้ระดับสูง มีชิ้นส่วนสมบัติโบราณวางประดับ พื้นปูด้วยพรมที่ทำจากหนังจิ้งจอก ควันธูปหอมลอยเอื่อย ขับส่งให้ศาลาแห่งนี้ดูน่ารื่นรมย์มากขึ้น

ผู้ดูแลพลับพลาทองคือชายวัยคนในอาภรณ์ฟ้า ลักษณะคล้ายผู้ทรงภูมิ แววตาสงบนิ่งไม่หวั่นไหว

ผู้เยาว์ที่ทำหน้าที่ต้อนรับ เดินมาหาชายวัยกลางคน ทำปากขมุบขิบราวกับกำลังรายงานบางสิ่ง

“อะไรนะ! หยกเย็นระดับกลาง...อยากให้ข้าไปดู? ร้านของเรามีขนาดใหญ่ มั่งคั่งเหนือร้านอื่นๆ แค่หยกเย็นระดับกลางถึงต้องให้ข้าไปดูเลยงั้นเหรอ? เจ้าคิดอะไรของเจ้า?”

“ไม่ใช่แบบนั้น” ผู้เยาว์ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร “คือจริงๆแล้วหยกเย็นมีขนาดค่อนข้างใหญ่!”

“ค่อนข้างใหญ่? ใหญ่เท่าโต๊ะของข้าหรือเปล่า?” ผู้ดูแลร้านเริ่มสนใจ

ผู้เยาว์คนนั้นก้มมองโต๊ะของผู้ดูแลร้านพลางยิ้มเจื่อน “ดูเหมือนจะใหญ่กว่าโต๊ะของท่าน”

“ว่าไงนะ?” ดวงตาผู้ดูแลร้านเบิกกว้าง “ใหญ่ขนาดนั้นเลยเหรอ?”

ภายในศาลารับรองของพลับพลาหยกทอง ผู้ดูแลร้านเข้าพบผู้ที่มารออยู่ ซึ่งก็คือเว่ยสั่ว หนานกงยู่ฉิง และคนอื่นๆที่นำหยกเย็นมา

ยามนี้เป็นช่วงเดือนแรกของฤดูร้อน อากาศจึงร้อนอบอ้าว แต่เมื่อเว่ยสั่วและคนอื่นๆนำหยกเย็นมา อุณหภูมิภายในศาลาต้อนรับแห่งนี้จึงเย็นขึ้นผิดตา

ผู้ดูแลร้านเคยเห็นหยกเย็นระดับกลางมาแล้วมากมาย แต่ขนาดที่ใหญ่และมีตำหนิน้อยขนาดนี้ มันเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก

หลังจากเพ่งพิศและตรวจสอบอยู่ครู่หนึ่ง ผู้ดูแลร้านก็หันมองเว่ยสั่วและคนอื่นๆพลางกล่าว “พวกท่านอยากให้ข้านำไปประมูลหรือเปล่า?”

“ประมูล?”

เว่ยสั่วประหลาดใจ หันมองหนานกงยู่ฉิงและคนอื่นๆ หยกเย็นก้อนนี้ต้องแบ่งปันอย่างเท่าเทียม หากให้เย่เสี่ยวเจิ้งตัดแบ่งให้ตั้งแต่อยู่ในถ้ำ การตัดแบ่งอาจมีความคาดเคลื่อน ดังนั้นทั้งสี่จึงตัดสินใจนำหยกเย็นมายังพลับพลาหยกทองเพื่อขายเอาศิลาวิญญาณ แต่ก็คาดไม่ถึงว่าทางพลับพลาจะเสนอการประมูลให้… สมควรรู้ว่าการประมูลจะช่วยเพิ่มราคาให้สูงขึ้น แต่สิ่งที่จะขึ้นประมูลได้ต้องมีคุณสมบัติที่ครบพร้อม นั่นหมายความว่า หยกเย็นมีคุณสมบัติครบพร้อม?

เท่าที่ประเมิณ ราคาหยกเย็นที่ได้มาสมควรอยู่ที่ 600 ศิลาวิญญาณระดับล่าง ซึ่งหากเป็นศิลาวิญญาณระดับล่างจำนวนมากขนาดนั้น จะจ่ายด้วยศิลาวิญญาณระดับกลางแทน

หลังจากนิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง เว่ยสั่วก็กล่าวขึ้น “ท่านผู้ดูแล ที่พวกข้ามาก็เพราะอยากขายหยกเย็นก้อนนี้ แต่ท่านบอกจะนำไปประมูล หยกเย็นก้อนนี้มีคุณสมบัติมากพอที่จะนำไปประมูลได้เหรอ?”

ผู้ดูแลร้านขมวดคิ้ว ตนเพิ่งกล่าวว่าจะนำหยกเย็นไปประมูล ย่อมหมายความว่ามันมีคุณสมบัติมากพอ แต่อีกฝ่ายกลับไม่เชื่อในคำกล่าว จึงอธิบาย “หยกเย็นที่ใหญ่ขนาดนี้ไม่ใช่จะหากันได้ง่ายๆ ที่สำคัญ หยกเย็นก้อนนี้มีรอยแตกมี 1 แห่งและไม่ได้ลึกมากนัก ซึ่งผิดวิสัยกับหยกเย็นทั่วไปที่ยิ่งมีขนาดใหญ่ก็ยิ่งมีรอยแตกมากขึ้นเป็นเงาตามตัว หยกเย็นเหล่านั้นอย่างมากก็ทำได้เพียงตัดหั่นพวกมันเป็นชิ้นเล็กๆเพื่อนำไปทำยันต์ แต่หยกเย็นของพวกท่านแทบจะเรียกได้ว่าไร้ที่ติ หากพวกท่านร้อนเงิน พลับพลาหยกทองของเราสามารถซื้อท่านได้ในราคา 600 ศิลาวิญญาณระดับล่าง แต่หากพวกท่านรอได้ เราจะจัดงานประมูลขึ้นในอีก 10 วันข้างหน้า ราคาที่ได้ย่อมสูงขึ้น...”

“ราคาอยู่ที่ 600 ศิลาวิญญาณระดับล่าง!”

จำนวนเงินมหาศาลขนาดนี้แทบจะทำให้เว่ยสั่วขาอ่อน...

จบบทที่ PTH26 พลับพลาหยกทอง

คัดลอกลิงก์แล้ว