- หน้าแรก
- บาซิลิสซ่าไร้เวท
- บทที่ 50 - ยุทธนาวี (3)
บทที่ 50 - ยุทธนาวี (3)
บทที่ 50 - ยุทธนาวี (3)
บทที่ 50 - ยุทธนาวี (3)
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
ในขณะเดียวกัน ที่ชายฝั่ง
เรื่องราวที่เกิดขึ้นในทะเล ถูกถ่ายทอดผ่านคำบอกเล่ามาถึงหูของลิลลี่. มิสเทิลเทนน์
ในตอนนี้ ความหวาดกลัวได้แพร่กระจายไปทั่วทั้งชายฝั่ง ดวงตาของลิลลี่. มิสเทิลเทนน์ ไม่อาจมองเห็นกองเรือขนาดมหึมาของจักรวรรดิเจ็ดเนิน—พวกมันราวกับภูผาที่ไม่อาจสั่นคลอน กำลังกดทับลงมาบนศีรษะของชาวเกาะทุกคน แต่ว่า เธอกลับสัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวในจิตใจของชาวเกาะ
เธอได้ยินชาวเกาะมากมายตะโกนเรียกชื่อของฮันท์. มิสเทิลเทนน์ บิดาของเธอ ราวกับเหล่าผู้ศรัทธาที่กำลังร้องเรียกพระเจ้าที่ตนนับถือในยามสิ้นหวัง
ดังนั้น เธอจึงกล่าวว่า
"พวกเจ้าทั้งหมด กลับไปอยู่ในบ้านของตัวเองซะ"
สายตาของชาวเกาะทั้งหลายจับจ้องมาที่เธอ เธอไม่ได้พูดอะไรอีก เพียงแค่ดึงดาบที่พาดอยู่กลางหลังออกมาอย่างเงียบเชียบ
ทุกอย่างถูกสื่อสารโดยไม่จำเป็นต้องมีคำพูด—มิสเทิลเทนน์คือตระกูลแห่งดาบ ในยามคับขัน ดาบคือภาษาของพวกเขา
ชาวเกาะต่างพากันวิ่งหนีออกจากชายฝั่ง มีชาวเกาะสองสามคนที่กังวลจนหันกลับมามองเธอแวบหนึ่ง แต่ในไม่ช้าพวกเขาก็วิ่งต่อไป ทิ้งไว้เพียงลิลลี่. มิสเทิลเทนน์ ยืนอยู่ตรงนั้นตามลำพัง
ลิลลี่. มิสเทิลเทนน์ ไม่ได้บ่นอะไร—แอนทิเลียดำรงอยู่ได้เพราะการคุ้มครองของตระกูลมิสเทิลเทนน์ ในยามที่บิดาเป็นตายร้ายดีไม่แน่ชัด ภาระหน้าที่นี้เธอย่อมต้องแบกรับ
ลิลลี่. มิสเทิลเทนน์ พยายามหันใบหน้าของเธอให้ตรงกับทะเลมากที่สุด แต่ไม่ว่าเธอจะหันไปทางไหน ตรงหน้าเธอก็มีเพียงความมืดมิดชั่วนิรันดร์
ทหารของจักรวรรดิเจ็ดเนินยกพลขึ้นบกบนชายฝั่ง สตรีที่ยืนอยู่ริมฝั่งเพียงลำพังผู้นี้ ย่อมดึงดูดความสนใจของพวกเขาเป็นอย่างมาก รูปร่างอันเย้ายวนและผิวสีชมพูที่เปลือยเปล่าของลิลลี่. มิสเทิลเทนน์ ทำให้เหล่าทหารน้ำลายสอด้วยความกระหาย
มีทหารสองสามนายที่อดรั้นไม่ไหว ชิงลงมือก่อนคนอื่น ย่างสามขุมเข้ามาหาเธอ ทหารคนที่ใจร้อนที่สุดยิ้มอย่างชั่วร้าย ยื่นมือออกมาหมายจะคว้าข้อมือของเธอ
—นั่นเกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตาเดียว
ทหารคนนั้นเห็นเพียงแสงสีขาววาบขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็รู้สึกว่ามีเลือดสาดกระเซ็นมาบนใบหน้า ต่อมา เขาเห็นท่อนแขนที่ขาดสะบั้นลอยขึ้นมาต่อหน้าแล้วก็ร่วงหล่นลงไป เขาจึงก้มลงมอง ถึงได้พบว่านั่นคือแขนของเขาเอง ในตอนนี้ ความเจ็บปวดเดินทางไปไม่ถึงสมอง แต่ความหวาดกลัวทำให้ทหารคนนั้นอยากจะอ้าปากกรีดร้อง ทว่าไม่รู้ทำไม เขากลับร้องไม่ออก ทหารคนนั้นจึงใช้แขนข้างที่เหลือยกขึ้นลูบคลำลำคอของตัวเองอย่างสงสัย ไม่ลูบยังดีกว่า พอลูบเท่านั้น หัวทั้งหัวของเขาก็พลันหลุดออกจากคอทันที กลิ้งหลุนๆ ไปบนพื้นสามรอบ
ในวินาทีสุดท้ายก่อนตาย ศีรษะของทหารคนนั้นที่อยู่บนพื้นยังคงกะพริบตาอย่างไม่เข้าใจ
ทหารสองสามคนที่อยู่ข้างๆ เห็นดังนั้น ก็รีบยื่นมือไปชักดาบ แสงสีขาววาบขึ้นมาอีกครั้ง ดาบถูกชักออกมาแล้ว แต่มือที่กำดาบของพวกเขากลับหลุดออกจากแขน ปลิวไปตามแรงชักดาบ ตกลงบนพื้น พวกเขาเผลอก้มตัวลงไปเก็บตามสัญชาตญาณ แต่พอก้มเท่านั้น ศีรษะของพวกเขาก็ร่วงหล่นลงจากคอตามกันไป—ไม่มีใครมองเห็นการเคลื่อนไหวของลิลลี่. มิสเทิลเทนน์ คนที่อยู่ไกลออกไปกระทั่งแสงสีขาวนั่นก็ยังมองไม่เห็น แม้แต่บนดาบของลิลลี่. มิสเทิลเทนน์ ก็ไม่เปื้อนเลือดแม้แต่หยดเดียว!
ทักษะระดับเทพเช่นนี้ แทนที่จะเรียกว่าเป็นวิชาดาบ สู้เรียกว่าเป็นเวทมนตร์ยังจะน่าเชื่อกว่า
เหล่าทหารของจักรวรรดิเจ็ดเนินไม่กล้าผลีผลามเข้าใกล้ลิลลี่. มิสเทิลเทนน์ อีก พวกเขารอให้สหายร่วมรบขึ้นมาจากเรือเพิ่มอีก แล้วจึงจัดกระบวนทัพบนชายฝั่ง ในระหว่างนั้น ลิลลี่. มิสเทิลเทนน์ ก็หันไปมาอย่างงุนงง เธอสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของทหารเหล่านั้น แต่ไม่รู้ว่าพวกเขาทำอะไรอยู่ และไม่รู้ว่าการลงมือของเธอเมื่อครู่ ได้ข่มขวัญพวกทหารไปมากน้อยเพียงใด
หลังจากที่มีทหารขึ้นฝั่งมาได้ประมาณหกร้อยนาย ชายที่ดูเหมือนเป็นแม่ทัพก็แบ่งพวกเขาออกเป็นสามกระบวนทัพ ซ้าย กลาง ขวา แต่ละกระบวนทัพมีคนประมาณหนึ่งร้อยถึงสองร้อยคน ทั้งสามกระบวนทัพตั้งค่ายกลเป็น "รูปตัวยู" ถืออาวุธรุกคืบเข้ามาอย่างระมัดระวัง ลิลลี่. มิสเทิลเทนน์ รู้สึกได้ว่ามีศัตรูเข้าใกล้มาจากทางซ้าย ขวา และหน้า เธอจึงพุ่งเข้าใส่ทิศทางใดทิศทางหนึ่ง ทหารจากอีกสองทิศทางจึงฉวยโอกาสบุกเข้ามาในพริบตาเดียวก็ล้อมลิลลี่. มิสเทิลเทนน์ ไว้ตรงกลาง
ทว่า นั่นกลับทำอะไรเธอไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
ราวกับว่าทั่วทั้งร่างของลิลลี่. มิสเทิลเทนน์ มีดวงตา ไม่ว่าการโจมตีจะมาจากทิศไหน เธอก็มักจะหลบหลีกและสวนกลับได้ในระยะเพียงคืบ และหากเหล่าทหารโจมตีเข้ามาพร้อมกันจากทุกทิศ เธอก็มักจะชิงสังหารทหารสองสามนายเพื่อหาช่องทางทะลวงออกไปได้ก่อนเสมอ แสงสีขาววาบขึ้นกลางวงล้อมแล้วก็หายไป หายไปแล้วก็วาบขึ้นมาใหม่ ทุกครั้งที่วาบขึ้นก็จะพรากชีวิตทหารไปหลายนาย ในสายตาของทหารที่อยู่บนเรือ พวกเขเห็นราวกับมีดอกไม้สีขาวบานสะพรั่งอยู่กลางวงล้อม ความยาวของแขนรวมกับดาบของลิลลี่. มิสเทิลเทนน์ ก็คือรัศมีของดอกไม้ดอกนั้น ใครก็ตามที่ก้าวเข้าไปในรัศมีของดอกไม้สีขาวนั้นก็จะตายในพริบตา และไม่ว่าจะมีเลือดสาดกระเซ็นมากเพียงใด ก็ไม่สามารถย้อมดอกไม้สีขาวนี้ให้เป็นสีแดงได้
ออรุส. ยูนิอุส. บรูตุส มองเห็นทุกอย่างจากบนเรือธง เขาโกรธจัดจนเตะทหารที่อยู่ข้างๆ ล้มลงไปกองกับพื้น ตะโกนลั่น "ไอ้พวกนั้นมันทำอะไรกันอยู่! ผู้หญิงคนเดียว! แถมยังตาบอด! สู้กันได้แค่นี้เหรอ!"
ในขณะนั้น นายทหารคนสนิทก็พูดขึ้นข้างๆ เขา "ท่านบรูตุสอย่าเพิ่งโมโหขอรับ ผู้หญิงคนนี้ถึงจะปิดตาไว้ แต่ดูเหมือนนางจะมองทะลุการเคลื่อนไหวของทหารได้ทั้งหมด แถมยังว่องไวมาก..."
ออรุส. ยูนิอุส. บรูตุส ขัดจังหวะเขาอย่างหัวเสีย "ข้าเห็นแล้ว! แล้วยังไงเล่า มันก็ไม่ต่างอะไรกับการสู้กับผู้หญิงที่ตาดีๆ คนหนึ่งเท่านั้น! ถ้ามีคนอื่นมาเห็นภาพนี้เข้าล่ะก็ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ตระกูลสคิปิโอจะกดหัวเราได้เลย แม้แต่พวกไพร่ก็ยังมาหัวเราะเยาะตระกูลบรูตุสได้!"
"ท่านผู้ใหญ่อย่าเพิ่งร้อนใจขอรับ กระหม่อมกำลังจะบอกว่า—ไม่ทราบท่านผู้ใหญ่สังเกตเห็นหรือไม่ ผู้หญิงคนนี้ถึงจะมองทะลุการเคลื่อนไหวของทหารได้ แต่นางดูเหมือนจะมองไม่เห็นสิ่งอื่นเลย มีหลายครั้งที่นางเกือบจะสะดุดก้อนหินหรือศพบนพื้นล้ม... นั่นไงขอรับ สะดุดอีกแล้ว"
ออรุสหรี่ตามองอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ เขาทำสัญญาณมือสองสามท่า ทหารใต้บังคับบัญชาก็รีบใช้ธงส่งสัญญาณคำสั่งนั้นต่อไปยังเรือทุกลำ กระบวนการทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างเงียบเชียบ และแม่ทัพที่บัญชาการรบอยู่บนฝั่งเมื่อได้รับคำสั่ง ก็เริ่มสั่งการให้ทหารที่กำลังล้อมอยู่ล่าถอยออกไป
ลิลลี่. มิสเทิลเทนน์ เพิ่งจะสังหารทหารไปอีกสองสามนาย ก็พบว่าศัตรูคนอื่นๆ ถอยห่างออกไปจากเธอไกลแล้ว พอเธอพุ่งเข้าไป พวกเขาก็ถอยหนี แต่พวกทหารก็ไม่ได้มีท่าทีว่าจะหนี ไม่ว่าลิลลี่. มิสเทิลเทนน์ จะบุกตะลุยไปทางไหน พวกเขาก็ยังคงล้อมเธอไว้ตรงกลาง
ลิลลี่ผู้ตาบอด ย่อมไม่รู้ว่า ในตอนนี้ บนเรือมีพลธนูนับร้อยกำลังง้างคันธนูจนสุด เล็งมาที่เธอ
ก่อนที่คำสั่ง "ยิง" จะถูกเปล่งออกมา ทหารที่ล้อมเธออยู่รอบๆ ก็พากันตะโกนโห่ร้องขึ้นมาพร้อมกัน เสียงโห่ร้องกึกก้องฟ้ากลบเสียงสายธนูและเสียงลูกธนูที่แหวกอากาศ
ลิลลี่. มิสเทิลเทนน์ ยังคงยืนมองไปรอบๆ อย่างงุนงงอยู่กลางวงล้อม โดยไม่รู้ตัวเลยว่า ห่าฝนลูกธนูที่มืดฟ้ามัวดินกำลังพุ่งตรงมาที่เธอ
[จบแล้ว]