- หน้าแรก
- บาซิลิสซ่าไร้เวท
- บทที่ 48 - ยุทธนาวี (1)
บทที่ 48 - ยุทธนาวี (1)
บทที่ 48 - ยุทธนาวี (1)
บทที่ 48 - ยุทธนาวี (1)
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
"ท่านออรุส รุ่งสางแล้วขอรับ"
ชายที่ถูกเรียกว่าออรุสพยักหน้า เขาทอดสายตาไปยังเกาะเล็กๆ ที่ค่อยๆ ปรากฏชัดขึ้นภายใต้แสงอาทิตย์
เขาคือผู้บัญชาการทหารเรือแห่งจักรวรรดิเจ็ดเนิน—พลเรือเอก ออรุส. ยูนิอุส. บรูตุส ในขณะนี้ เขากำลังยืนอยู่บนเรือธงลำหนึ่ง สองข้างทาง ด้านหลัง และด้านหน้าของเรือธง เรียงรายไปด้วยเรือรบสองชั้นพลังใบและฝีพายจำนวนหนึ่งร้อยลำเต็มอย่างเป็นระเบียบ เรือรบแต่ละลำมีฝีพาย 120 นาย และลูกเรือ 60 นาย ทั้งกองเรือมีกำลังพลเกือบสองหมื่นคน
แต่ถึงเขาจะเป็นผู้บัญชาการสูงสุดของกองเรือนี้ เขาก็กำลังงุนงงกับสถานการณ์ไม่น้อย
ไม่กี่วันก่อน เขาได้รับสิ่งที่อ้างว่าเป็นคำสั่งเรียกตัวจากบาซิลิสซ่า ให้เขานำกองเรือทั้งหมดภายใต้การบังคับบัญชามาที่อ่าวเขาทอง เขาคิดว่าบาซิลิสซ่ากำลังวางแผนการรบครั้งสำคัญ แต่พอมาถึงอ่าวเขาทอง เขากลับไม่ได้เห็นแม้แต่ชายอาภรณ์ของเอลล่า. คอร์เนลิอุส. สคิปิโอ เลย
จากนั้น คำสั่งประหลาดที่สองก็ตามมา สั่งให้คนของเขาทุกคนลงไปแช่น้ำในอ่าวเขาทอง พอทุกคนแช่น้ำเสร็จกลับขึ้นเรือ คำสั่งประหลาดที่สามก็มาถึง บอกว่าได้ค้นพบที่ซ่อนของโจรสลัดที่เพิ่งปล้นจักรวรรดิเจ็ดเนินไปเมื่อไม่นานนี้แล้ว สั่งให้เขานำกองเรือไปโจมตีเกาะเล็กๆ ที่ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน
ผู้ส่งสารที่นำคำสั่งที่สามมาเพิ่งจะจากไป วงเวทที่ไม่เคยเห็นมาก่อนก็ปรากฏขึ้นทั่วทั้งอ่าวเขาทอง วินาทีต่อมา กองเรือสองหมื่นนายก็ถูกโยนมายังน่านน้ำที่ไม่คุ้นเคยแห่งนี้
นายทหารคนสนิทของเขาขยับเข้ามาพูดกระซิบข้างหู "ท่านบรูตุส เกาะที่อยู่ข้างหน้านั่นน่าจะเป็นรังของอาณาจักรโจรสลลัดตามคำสั่งนะขอรับ แต่กระหม่อมว่าเรื่องนี้มันทะแม่งๆ มาก ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่นเลย ฐานที่มั่นของอาณาจักรโจรสลัดมันอยู่ที่แถบเกาะกอทลันด์ไม่ใช่หรือ เมื่อไหร่กันที่มันย้ายมาเป็นเกาะแอนทิเลียอะไรนี่"
"เรื่องนั้น ไม่ต้องกังวล นี่เป็นคำสั่งจากตระกูลสคิปิโอ ต่อให้สุดท้ายเกิดความผิดพลาดขึ้นมา ก็ไม่มีใครโทษมาถึงตระกูลบรูตุสอย่างเราได้ ข้าสนใจแค่ว่ากำลังรบของศัตรูเราเป็นยังไงมากกว่า"
ออรุสตั้งสติให้สงบ เขาออกคำสั่ง "เดินหน้า" ให้กับกองเรืออย่างรอบคอบ หลังจากการปรับกระบวนทัพชั่วครู่ กองเรือขนาดมหึมาก็เริ่มเคลื่อนตัวเข้าหาแอนทิเลียอย่างช้าๆ
พอกองเรือนี้เคลื่อนตัวไปได้ไม่นาน จากทิศทางของเกาะแอนทิเลียก็มีเรือประมาณห้าสิบกว่าลำทยอยปรากฏตัวออกมา ทั้งหมดเป็นเรือขนาดเล็ก ลอยมาทางกองเรือของออรุสอย่างไร้ระเบียบ
นายทหารคนสนิทเห็นดังนั้นก็ตะโกนลั่น "ท่านบรูตุส นั่นมันไม่ใช่เรือยาวของอาณาจักรโจรสลัด! นั่นมันเรือประมงธรรมดา! ตระกูลสคิปิโอต้องส่งข้อมูลมาผิดแน่ๆ นี่มันแค่ชาวประมงธรรมดา! โปรดสั่งหยุดยิงด้วยขอรับ!"
"หยุดยิง ทำไมล่ะ" ออรุสหัวเราะออกมา "มีแต่ชาวประมงธรรมดา—นี่มันไม่ใช่สถานการณ์ที่ดีที่สุดหรอกหรือ เจ้ารองดูบ้านเรือนกับไร่นาบนเกาะนั่นสิ คิดดูว่ามีทองคำ วัวแกะ ผู้หญิง ซ่อนอยู่เท่าไหร่ แล้วยังมีหัวของผู้ชายพวกนั้นอีก—พวกทหารต่างหากที่แทบจะรอไม่ไหวที่จะเปลี่ยนพวกมันให้เป็นความดีความชอบ ยิ่งไปกว่านั้น ความผิดทั้งหมดตระกูลสคิปิโอจะเป็นคนรับไป มีเรื่องอะไรที่น่าชื่นใจไปกว่านี้อีกหรือ"
ความหมายในคำพูดของออรุสทำให้นายทหารคนสนิทตื่นเต้นขึ้นมาทันที "ถ้าอย่างนั้น ความหมายของท่านบรูตุสก็คือ"
"ไม่ ไม่ ไม่ นี่ไม่ใช่ความหมายของข้า ข้าแค่ปฏิบัติตามคำสั่งของบาซิลิสซ่าอย่างเคร่งครัด ที่สั่งให้ 'กวาดล้าง' แอนทิเลียให้สิ้นซากเท่านั้น"
ออรุสยิ้มพลางทำท่า "กวาดล้าง"
นายทหารคนสนิทตื่นเต้นจนเลือดลมสูบฉีด เขารีบออกคำสั่งกับกองเรือทันที "สั่งให้ฝีพายทุกคนเร่งมืออีก ยังไม่ได้กินข้าวหรือ งั้นก็ยิ่งต้องรีบพายให้เร็วขึ้น ไปกินให้อิ่มหนำบนเกาะโน่น! แล้วก็พลธนู ให้พลธนูทุกคนยิงออกไป!"
สิ้นเสียงคำสั่งของนายทหารคนสนิท ห่าธนูก็โปรยปรายลงใส่เรือประมงของเกาะแอนทิเลีย ชาวเกาะใช้ร่างซ่อนอยู่ใต้โล่หนังสัตว์เล็กๆ พยายามบังคับเรือประมงเข้าใกล้กองเรือของจักรวรรดิเจ็ดเนินอย่างยากลำบาก นายทหารคนสนิทเห็นดังนั้นก็สั่งต่อ "เตรียมเครื่องยิงหิน!"
ทหารสองนายช่วยกันยกก้อนหินขนาดมหึมาขึ้นมา วางมันลงบนเครื่องยิงหินที่ตั้งอยู่บริเวณหัวเรือ สิ้นเสียงสายธนูที่สั่นสะเทือนหัวใจ เรือลำเล็กโชคร้ายลำหนึ่งก็ถูกก้อนหินปะทะเข้าเต็มๆ ลำเรือหักออกเป็นสองท่อนทันที ชาวเกาะบนเรือต้องสละเรือ โดดหนีลงน้ำกันจ้าละหวั่น นายทหารคนสนิทไม่ยอมรามือ สั่งให้คนบนเรือธงใช้ธนูเล็งยิงชาวเกาะที่ลอยคออยู่ในน้ำ ชาวเกาะที่ว่ายน้ำอยู่ไม่สามารถใช้โล่ป้องกันตัวเองได้ ถูกยิงตายทีละคนสองคน สุดท้ายมีเพียงคนเดียวที่รอดชีวิตปีนกลับขึ้นไปบนเรือประมงอีกลำได้ แต่เรือประมงลำนั้นก็ถูกก้อนหินอีกก้อนยิงเข้าใส่ในไม่ช้า ชาวเกาะบนเรือทั้งหมดถูกห่าธนูที่ตามมายิงตายจนหมด
ลิลลี่. มิสเทิลเทนน์ ยืนฟังรายงานการรบที่ส่งเข้ามาไม่ขาดสายอยู่บนชายฝั่ง เธอร้อนใจจนเดินวนไปวนมาอยู่กับที่ เธอคิดไม่ตกว่ากองเรือขนาดมหึมาตรงหน้ามาจากที่ใด นั่นไม่ใช่กองเรือโจรสลัด และก็ไม่ใช่กองเรือของเจ้าเมืองคนไหนในสหพันธ์อาลเลอมันนีด้วย ธงที่แขวนอยู่บนเรือ ชาวเกาะไม่เคยเห็นมาก่อน และจำนวนเรือรบนั้น ก็มากพอที่จะทำลายอาณาจักรเล็กๆ ได้เลย! ทำไมกองเรือแบบนี้ถึงต้องจ้องเล่นงานแอนทิเลีย บนเกาะแอนทิเลียมีอะไรกันแน่ ที่คุ้มค่าพอที่จะให้จักรวรรดิเจ้าของกองเรือนี้ต้องเคลื่อนทัพครั้งใหญ่
"คุณหนู เรือจมไปสิบลำแล้วขอรับ! พวกเราจะทำยังไงกันดี"
ดวงตาของลิลลี่. มิสเทิลเทนน์ ไม่สามารถมองเห็นสภาพการรบได้ แต่ในสถานการณ์ที่ฮันท์. มิสเทิลเทนน์ โดนยาพิษ คนเดียวที่ออกมาบัญชาการชาวเกาะได้ก็มีเพียงเธอเท่านั้น
"มีแต่ต้องบุกต่อไป! โอกาสชนะเดียวของเราคือบุกขึ้นเรือธงของพวกมัน สังหารแม่ทัพของมันให้ได้! เข้าใกล้พวกมันต่อไป ขอแค่เชื่อมั่นในวิชาดาบของตระกูลมิสเทิลเทนน์ พวกเราก็จะชนะ!"
ทว่า เมื่อเห็นเรือประมงที่พยายามบุกเข้ามาใกล้เรื่อยๆ รอยยิ้มบนใบหน้าของออรุสก็ยิ่งกว้างขึ้น ไม่นาน นายทหารคนสนิทก็ขยับเข้ามาพูดข้างหูออรุส "ท่านบรูตุส พวกมันเข้ามาในระยะยิงแล้วขอรับ"
ออรุสเก็บรอยยิ้ม ดวงตาฉายแววเย็นชา "ถ้าอย่างนั้น ก็ใช้ 'ไฟมหาสมุทร' ซะ"
ภายใต้คำสั่งที่ต่อเนื่องเป็นชุด เรือรบที่ติดตั้งเครื่องยิงหินก็แยกย้ายกันออกไป เปิดทางให้เรือรบแถวใหม่เร่งความเร็วผ่านช่องว่างที่เปิดออก เคลื่อนมาอยู่แนวหน้า หัวเรือของพวกมันไม่มีเครื่องยิงหิน แต่กลับมีกล่องประหลาดเล็กๆ ติดตั้งอยู่แทน กล่องนั้นมีท่อกลวงหลายท่อยื่นออกมา
เมื่อมองไปยังเรือประมงที่ใกล้เข้ามา นายทหารคนสนิทก็โบกมือลงอย่างไม่ใส่ใจ "ไฟมหาสมุทร ยิงได้!"
ชาวเกาะบนเรือประมงกำลังเตรียมตัวที่จะบุกขึ้นเรือรบของจักรวรรดิเจ็ดเนิน ใครจะคิดว่าจู่ๆ เรือรบเหล่านั้นจะพ่นเปลวไฟอันดุร้ายออกมาพร้อมกัน เรือไม่กี่ลำแรกที่นำหน้าถูกเปลวไฟเผาไหม้ในทันที เรือไม้ไม่สามารถทนทานต่อเปลวไฟได้เลย พอถูกจุดติด ไฟก็ลามไปทั่วทั้งลำในพริบตา เรือประมงที่ตามมาข้างหลังเห็นท่าไม่ดีพยายามจะเลี้ยวหนี แต่พวกเขาก็เข้ามาอยู่ในระยะยิงของไฟมหาสมุทรแล้วเช่นกัน แม้ว่าอาวุธลึกลับนั่นจะมีระยะยิงไม่ไกลนัก แต่มันกลับสามารถพ่นไฟออกมาได้อย่างต่อเนื่องไม่สิ้นสุด ราวกับไม่มีวันหมด พริบตาเดียว เรือประมงทุกลำก็ถูกไฟลุกท่วม ชาวเกาะต้องกระโดดหนีลงทะเล ใครที่กระโดดช้าไปแม้เพียงก้าวเดียว ร่างกายก็จะถูกไฟลุกท่วมทันที
และฝันร้ายเพิ่งจะเริ่มต้น หลังจากจุดไฟเผาเรือทุกลำแล้ว ทหารของจักรวรรดิเจ็ดเนินกลับหันท่อพ่นไฟลงไปยังผิวน้ำ!
เปลวไฟนั้นเมื่อสัมผัสกับน้ำทะเล ไม่เพียงแต่ไม่ดับ แต่มันกลับลุกไหม้ต่อไปบนผิวน้ำ! ชั่วขณะนั้น ทั่วทั้งผิวน้ำมีแต่เปลวไฟลุกโชน ชาวเกาะที่กระโดดลงไปในทะเล ไม่ถูกไฟคลอกตาย ก็จมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของมหาสมุทร หลับใหลชั่วนิรันดร์
[จบแล้ว]