- หน้าแรก
- บาซิลิสซ่าไร้เวท
- บทที่ 46 - คำทำนายของเทปุย (5)
บทที่ 46 - คำทำนายของเทปุย (5)
บทที่ 46 - คำทำนายของเทปุย (5)
บทที่ 46 - คำทำนายของเทปุย (5)
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
"นี่! เจ้าหลอก... คุณหนูจอมทึ่มลูกเศรษฐีคนนี้ได้ แต่เจ้าหลอกข้าไม่ได้หรอกนะ! ของแบบนี้มันไม่เรียกว่าของขวัญด้วยซ้ำ!"
ทว่าจาบิรเพียงแค่เหลือบมองเอมี่ด้วยสายตาแข็งกร้าว ใบหน้าที่น่ากลัวนั้นก็ทำเอาเอมี่หดคอหนี ไม่กล้าส่งเสียงอีก
"ของก็ให้ไปแล้ว ข้าไม่มีเวลามายุ่งกับพวกเจ้าอีก ถ้าฉลาดหน่อยก็รีบไสหัวไปซะ ขอเตือนว่าอย่าคิดฉวยโอกาสตอนข้าเผลอมาขโมยของล่ะ ไม่อย่างนั้นข้าจะทำให้พวกเจ้าได้รู้ซึ้งถึงความน่ากลัวของเวทมนตร์โบราณเทปุย!"
จาบิรทิ้งท้ายไว้ประโยคหนึ่ง ก็เดินตามบันไดหินที่อยู่ด้านในคลังสมบัติขึ้นไปบนชานชาลาสูงประมาณตึกสี่ชั้น
"ข้างนอกนี่มันมีกลิ่นเวทมนตร์ของพวกเซไมต์นี่นา ขอข้าดูหน่อยว่ามันเรื่องอะไรกัน"
เขาพึมพำกับตัวเอง ตบมือ แล้วกล่าวคำนั้นอีกครั้ง "เปิด" ผนังหินตรงหน้าเขาก็ค่อยๆ เลื่อนขึ้นเหมือนก่อนหน้านี้ เผยให้เห็นหอสังเกตการณ์ที่หันหน้าออกสู่ทะเล
เอลล้ามองไปที่หอสังเกตการณ์ เห็นวัตถุทรงกระบอกยาวชิ้นหนึ่งถูกยึดไว้ด้วยขาตั้ง ปลายด้านหนึ่งหันออกสู่ทะเล ส่วนปลายอีกด้านปิดทึบ มีทรงกระบอกเล็กๆ ตั้งขึ้นมาจากปลายทรงกระบอกนั้น ทำมุมเก้าสิบองศา จาบิรเอาตาแนบกับทรงกระบอกเล็กๆ นั้น พลางขยับปรับตำแหน่งของทรงกระบอกยาวไปมา
เอลล่าที่เมื่อครู่ยังรังเกียจอารยธรรมเทปุย อดไม่ได้ที่จะตะโกนออกมาอีกครั้ง
"นี่คือ... นัยน์ตาเฮอร์มีส"
"นัยน์ตาเฮอร์มีส เออ ผู้คิดค้นมันเหมือนจะเรียกมันว่าอย่างนั้นนะ"
จาบิรหันความสนใจกลับมาที่เอลล่าอีกครั้ง
"เมื่อประมาณสี่ปีก่อน ในกองหนังสือที่เจ้าเมืองเกาะนี้เอามาสังเวยข้า มีเอกสารต้นฉบับที่น่าสนใจมากฉบับหนึ่ง มันพูดถึงหลักการของอุปกรณ์มหัศจรรย์ชิ้นนี้ ทำให้สามารถขยายวัตถุที่อยู่ไกลออกไปได้หลายสิบเท่า ดูเหมือนว่าคนในประเทศนั้นจะพากันรังเกียจเรียกมันว่า 'นัยน์ตาปีศาจ' จนทำให้ผู้เขียนต้องเอาต้นฉบับเพียงหนึ่งเดียวหนีออกนอกประเทศ ข้าจำได้ว่าผู้เขียนคนนั้นชื่อ... ชื่อ..."
"เบดฟอร์ด ใช่หรือไม่ นั่นเป็นนามแฝงของข้าเอง"
เอลล่าช่วยจาบิรพูดต่อ
"แต่ข้าเป็นแค่คนเสนอทฤษฎีที่เกี่ยวข้องเท่านั้น แต่กลับไม่สามารถเจียระไนเลนส์ให้ได้ความโค้งที่ข้าต้องการได้เลย แถมความโปร่งใสของเลนส์ก็ยังไม่พออีกด้วย เจ้าทำมันสำเร็จได้ยังไง"
พอได้ยินว่าเอลล่าคือเจ้าของต้นฉบับนั้น ท่าทีของจาบิรก็พลันเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือทันที
"โอ้ ดูเหมือนว่าเจ้าจะขาดช่างฝีมือที่มีทักษะการเล่นแร่แปรธาตุชั้นสูง—แต่ข้าก็เป็นแค่ช่างฝีมือคนหนึ่ง ผู้ที่ค้นพบหลักการนี้เป็นคนแรกต่างหากคือปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ที่แท้จริง! ด้วยสิ่งนี้ ทำให้ข้ามีความเข้าใจในดวงดาวมากขึ้น ปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ ท่านอยากจะลองใช้อุปกรณ์อันยิ่งใหญ่ที่ท่านสร้างขึ้นมาหรือไม่"
พอได้ยินจาบิรพูดอย่างนั้น เอลล่าก็รีบวิ่งขึ้นบันไดไปอย่างตื่นเต้น เดินดูอุปกรณ์บนหอสังเกตการณ์ไปทางซ้ายทีขวาที
"ทำไมถึงต้องปิดปลายด้านท้าย แล้วดึงช่องมองภาพให้ตั้งฉากขึ้นมาแบบนี้ นี่มันหลักการอะไร"
"ในต้นฉบับของท่านคือการใช้ 'การหักเห' ของแสงเพื่อสร้างนัยน์ตาเฮอร์มีส ข้าปรับเปลี่ยนเล็กน้อย โดยใช้ 'การสะท้อน' ของแสงแทน แบบนี้จะช่วยให้ได้กำลังขยายที่มากขึ้นได้ง่ายกว่า"
"ใช้การสะท้อนแทนการหักเหเหรอ ความคิดอัจฉริยะ!"
"ไม่เลย ท่านผู้เสนอหลักการหักเหและสะท้อนของแสงต่างหากคืออัจฉริยะที่แท้จริง"
ทั้งสองคนจับมือกันและกันแน่น สีหน้าเต็มไปด้วยความยินดีราวกับได้พบมิตรที่รู้ใจ ทำเอาเอมี่ยืนอึ้งไปเลย
"แต่ว่า อุปกรณ์ที่นี่ก็ดูธรรมดามาก ต่อให้การเล่นแร่แปรธาตุของเทปุยจะล้ำหน้าแค่ไหน การจะสร้างเลนส์ที่เหมาะสมได้มันก็ต้องยากมากแน่ๆ"
"ไม่ ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือใดๆ ทั้งสิ้น แค่ 'คำพูด' ก็พอ เวทมนตร์เทปุยของเราคือการใช้ 'คำพูด' เพื่อขับเคลื่อนโลกแห่งมโนทัศน์ เปลี่ยนแปลงภาพสะท้อนของมันในโลกแห่งความเป็นจริง แค่เราเข้าใจ 'มโนทัศน์' ของมันอย่างถ่องแท้—ในกรณีของอุปกรณ์ ก็คือกระบวนการสร้างมัน—แค่เข้าใจมันอย่างถ่องแท้และถูกต้อง เราก็สามารถใช้ 'คำพูด' เปลี่ยนวัตถุดิบให้กลายเป็นอุปกรณ์ที่เราต้องการได้—กลไกทั้งหมดในถ้ำนี้ก็สร้างขึ้นมาแบบนี้!"
ราวกับจะอวดอ้าง จาบิรหยิบก้อนแร่เหล็กออกมาต่อหน้าเอลล่า เขากล่าวคำว่า "ถลุงเหล็ก" ก้อนแร่เหล็กก็กลายเป็นแท่งเหล็ก เติมอีกประโยคว่า "กำเนิดดาบ" แท่งเหล็กก็กลายเป็นดาบตกลงบนพื้นดัง "เคร้ง"
ตาของเอลล่าลุกวาว "ไม่เหมือนกับเวทมนตร์เร้นลับของจักรวรรดิเจ็ดเนินเลย! เจ้าช่วยเล่ารายละเอียดให้ข้าฟังอีกหน่อยได้หรือไม่"
เอมี่ร้องไห้ตะโกนมาจากด้านล่าง "ฝ... ฝ่าบาท... ช่วยบอก... สหาย... ที่เพิ่งผูกมิตรกันใหม่ของฝ่าบาท... ให้ช่วยเอาหม่อมฉันลงจากงูตัวนี้ก่อนได้ไหมเพคะ บนนี้มันโคลงเคลงไปมา รู้สึกเหมือนจะตกลงไปตลอดเวลาเลย..."
คำพูดของเอมี่แว่วผ่านหูของจาบิรไป ทำให้เขานึกอะไรขึ้นได้ เขาตบหน้าตัวเองฉาดหนึ่ง แล้วพูดว่า "ใช่แล้ว! สำหรับอัจฉริยะเช่นนี้ มอบให้แค่ชะแลงมันเสียมารยาทเกินไป เอาอย่างนี้ ข้าจะมอบของขวัญให้ท่านอีกชิ้น!"
พูดจบ เขาก็ดีดนิ้ว อสรพิษยักษ์ตัวนั้นก็พุ่งพรวดออกไป สลัดเอมี่ตกลงบนพื้น งูตัวนั้นเลื้อยไปหาชะแลงที่เอลล่าโยนทิ้งไว้ด้านล่าง มันขดตัวพันรอบชะแลงหนึ่งรอบ แล้วก็หายวับไป
เอมี่ค่อยๆ เดินเข้าไปหยิบชะแลงขึ้นมาดู ก็เห็นว่าบนท่อนเหล็กนั้นมีรอยสลักรูปงูเพิ่มขึ้นมา งูตัวนั้นขดรอบท่อนเหล็กหนึ่งรอบ สุดท้ายก็คาบหางของตัวเอง กลายเป็นสัญลักษณ์งูกินหางอันเป็นสัญลักษณ์ของการเล่นแร่แปรธาตุ
เอลล่ามองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความประหลาดใจ ถามว่า "นี่มันเรื่องอะไรกันอีก"
"งูตัวนี้เดิมทีก็เป็นผลผลิตจากการเล่นแร่แปรธาตุ ข้าแค่เปลี่ยนมันจากของจริงกลับไปเป็น 'ภาพสะท้อน' ที่อธิบาย 'มโนทัศน์' ของมันเท่านั้น"
จาบิรเริ่มอธิบายอย่างออกรส "การเล่นแร่แปรธาตุกับเวทมนตร์ของเทปุยมีความเกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิด เพื่อที่จะดึงพลังของเวทมนตร์ระบบเทปุยออกมาให้ถึงขีดสุด นักเวทเทปุยจึงอุทิศทั้งชีวิตเพื่อศึกษาสองคำถาม—การแปรสภาพของสสาร และ การเคลื่อนที่ของสสาร!"
"สองคำถามนี้มันเกี่ยวข้องอะไรกับเวทมนตร์ด้วย"
"โอ้ มันเกี่ยวข้องอย่างใหญ่หลวงเลย อย่างที่ท่านเห็น ข้าสามารถเปลี่ยนน้ำให้เป็นน้ำแข็ง เปลี่ยนเหล็กให้เป็นดาบ แต่ข้ากลับไม่สามารถเปลี่ยนน้ำให้เป็นดาบ หรือเปลี่ยนเหล็กให้เป็นน้ำแข็งได้ ทำไมล่ะ เพราะข้ายังไม่เข้าใจเส้นทางการแปรสภาพระหว่างน้ำและเหล็ก! ยังไม่เข้าใจ 'มโนทัศน์' สูงสุดที่ทำให้ทุกสิ่งสามารถแปรสภาพซึ่งกันและกันได้!"
จาบิรยิ่งพูดก็ยิ่งตื่นเต้น
"การเล่นแร่แปรธาตุก็คือศาสตร์ที่ศึกษาการแปรสภาพระหว่างสสาร พวกเราเชื่อว่า การเล่นแร่แปรธาตุที่สมบูรณ์แบบจะสามารถเปลี่ยนสสารใดๆ ให้กลายเป็นสสารอื่นๆ ได้! ขอเพียงข้าค้นพบหลักการแปรสภาพนี้ ข้าก็จะบรรลุเวทมนตร์ขั้นสูงสุด! โอ้—ใช่แล้ว ข้าได้รวบรวมการค้นคว้าด้านการเล่นแร่แปรธาตุตลอดสองพันปีมานี้ไว้เป็นหนังสือเล่มหนึ่ง ท่านอาจจะสนใจอ่านมัน"
จาบิรค้นของไปมา แล้วหยิบหนังสือเล่มหนาเตอะยัดใส่มือเอลล่า น้ำหนักของหนังสือทำให้เอลล่ารู้สึกหนักใจเล็กน้อย "ไม่... ข้าไม่ได้มีความรู้อะไรเกี่ยวกับการเล่นแหร่แปรธาตุมากนัก ถึงจะเคยอ่านหนังสือที่เกี่ยวข้องมาเยอะ แต่ส่วนใหญ่ก็อ่านไม่เข้าใจ"
"โอ้! ใช่แล้ว ความลับของการเล่นแร่แปรธาตุไม่ใช่สิ่งที่คนนอกวงการจะถอดรหัสได้ง่ายๆ ไม่เป็นไร เรายังมีอีกแนวทางการศึกษาหนึ่ง—นั่นคือ การเคลื่อนที่ของสสาร!"
แต่พอพูดถึงเรื่องนี้ จาบิรที่เมื่อครู่ยังตื่นเต้นดีใจก็พลันหดหู่ลงทันที
"เวทมนตร์ของเทปุยไม่เคยควบคุมการเคลื่อนที่ของสสารได้สำเร็จเลย—โอ้สวรรค์ นี่มันทำไมกัน หรือว่า 'มโนทัศน์' เกี่ยวกับการเคลื่อนที่ที่พวกเราเข้าใจมาตลอด มันผิดทั้งหมดงั้นหรือ เด็กสาวอัจฉริยะเอ๋ย ไม่ทราบว่าท่านเคยครุ่นคิดถึงเรื่องนี้บ้างหรือไม่—วัตถุเคลื่อนที่ได้อย่างไร"
[จบแล้ว]