เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 33 - ค... ฆ่าฉันซะเถอะ (3)

บทที่ 33 - ค... ฆ่าฉันซะเถอะ (3)

บทที่ 33 - ค... ฆ่าฉันซะเถอะ (3)


บทที่ 33 - ค... ฆ่าฉันซะเถอะ (3)

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

ภายในกระโจมของเฮสไตน์ เฮสไตน์เดินอาดๆ ผ่านหน้าเอลล่ากับเอมี่ไปนั่งยังที่ประธาน

"พวกเจ้าโชคดี ข้ามีเรื่องด่วนให้พวกเจ้าทำ พวกเจ้าไม่ต้องถูกบูชายันเทพสมุทรแล้ว แน่นอน ถ้าพวกเจ้าทำงานนี้สำเร็จ ข้าจะตกลงตามข้อเสนอของพวกเจ้าหนึ่งข้อ ไม่ว่าจะส่งกลับบ้าน ให้ทองคำ หรือจะมอบที่ดินในอาณาจักรวีรบุรุษ ข้อเสนออะไรก็ได้"

เอลล่าจ้องเขม็งไปที่เฮสไตน์ ราวกับลูกแมวที่ถูกยั่วให้โกรธ "แล้วถ้าข้าไม่ตกลงล่ะ"

"อย่าลืมว่าสถานะของพวกเจ้าตอนนี้เป็นแค่เชลย"

เฮสไตน์ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะปักดาบในมือลง "ฉึก" ไปที่พื้น เอลล่าสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วถาม "จะให้ข้าทำอะไร"

"ตอนนี้พวกเรากำลังจะไปเกาะที่ชื่อว่าแอนทิเลีย เพื่อไปขอยืมเงินนิดหน่อย..."

"เกาะแอนทิเลีย"

"เจ้ารู้จัก"

"ไม่ ไม่เคย" เอลลารีบส่ายหน้า "พวกเจ้าจะไปปล้นที่นั่น แล้วข้าจะทำอะไรได้"

"ก็เพราะไม่ได้จะไปปล้นไง ถึงต้องการความช่วยเหลือจากเจ้า เจ้าของเกาะแอนทิเลียชื่อ ฮันท์. มิสเทิลเทนน์ ถูกขนานนามว่า 'จอมกระบี่' เขายังมีลูกสาวอีกคนชื่อ ลิลลี่. มิสเทิลเทนน์ ฉายา 'ดาบแห่งโลกิ' ข้าไม่อยากปะทะกับพวกเขาตรงๆ แค่อยากจะขอ 'ทุนสนับสนุน' เป็นทองคำสักหน่อย ไม่ใช่การปล้น แต่เป็นการสนับสนุนในฐานะสหาย"

"พวกเขาเป็นสหายเจ้าหรือ"

"ก็นับว่าใช่ ฮันท์. มิสเทิลเทนน์ เป็นอาจารย์ข้า หลังจากที่พ่อข้าแพ้ให้รากนาร์ ล็อธบร็อค ก็เป็นเขาที่รับข้าไว้ แต่ก็นับว่าไม่ใช่ เพราะเขาเกลียดโจรสลัดมาก ดังนั้นข้าเลยต้องการจดหมาย จดหมายที่จะบอกจุดประสงค์ของข้าโดยไม่ทำให้เขาโกรธ ถ้าเจ้าทำได้ ข้าจะยอมรับข้อเสนอของเจ้าทุกอย่าง"

"ทุกอย่างเลยเหรอ" เอลล่าแสยะยิ้มเย็นชา "ถ้าข้าต้องการให้เจ้าทำตัวเหมือนขุนนางที่มีเกียรติ รับผิดชอบการกระทำของเจ้า ไปสู่ขอข้าที่บ้าน แต่งตั้งข้าเป็นภรรยาเอก และหลังจากนี้ห้ามแตะต้องผู้หญิงคนอื่นอีก เจ้าจะตกลงไหม"

"ฝ... ฝ่าบาท" เอมี่ตกใจ รีบดึงชายเสื้อเอลล่าเรียกเธอเสียงเบา แต่เอลล่าไม่สนใจเอมี่เลย

เฮสไตน์ขมวดคิ้วจ้องมองเอลล่าเนิ่นนาน

"ถ้าเจ้าทำงานสำเร็จ ข้าตกลง"

"งั้นตกลง ข้าเขียนหนังสือในท่าคุกเข่าแบบนี้ไม่ได้ ขอที่นั่ง แล้วก็ขอเวลาคิดคำพูดหน่อย ระหว่างที่ข้าเขียนจดหมาย ห้ามใครหน้าไหนเข้ามารบกวนข้าในกระโจมเด็ดขาด"

"ได้"

เฮสไตน์ลุกขึ้นสละที่นั่งให้ แล้วเดินตรงออกจากกระโจมไป

"ฝ่าบาท นี่มันหมายความว่ายังไงเพคะ ฝ่าบาทก็ไม่ได้เสียท่า... หรือว่าฝ่าบาทอยากแต่งงานกับเขาจริงๆ"

"จะเป็นไปได้ยังไง นั่นมันแค่คำพูดถ่วงเวลาเขาเฉยๆ ยิ่งในเวลาแบบนี้ ข้อเสนอที่ข้ายื่นให้มันยากจะยอมรับเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งคิดว่าข้าตั้งใจจะช่วยงานเขาจริงๆ"

เอลล่านั่งลงบนที่นั่งที่เฮสไตน์เพิ่งลุกออกไป ท่วงท่าของเธอกลับไปเป็นบาซิลิสซ่าผู้ประทับในคอนสแตนตินิเยอีกครั้ง

"เขาเก็บข้าไว้ แต่พวกเด็กสาวที่ถูกส่งขึ้นเรือไป พวกนั้นแยกแยะทิศทางในทะเลไม่เป็น ไม่ช้าก็ต้องตาย ข้าจะปล่อยให้คนชั่วช้าแบบนี้มีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง"

"งั้นความหมายของฝ่าบาทก็คือ..."

"เอมี่ เจ้าเพิ่งพูดเองไม่ใช่หรือว่า เรื่องที่จัดการได้ด้วยมีดสั้นก็อย่าใช้ดาบหรือเวทมนตร์ คิดดูสิ ในกองทัพของเขาต้องไม่มีคนที่รู้หนังสืออีกแล้ว ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ให้เชลยอย่างข้ามาเขียนจดหมายสำคัญขนาดนี้ และดูเหมือนเขาจะกลัว ฮันท์. มิสเทิลเทนน์ คนนั้นมาก ในเมื่อเป็นแบบนี้ ข้าก็แค่ต้องยั่วโมโห ฮันท์. มิสเทิลเทนน์ ให้ได้ก็พอ ปล่อยให้จดหมายของข้า ส่ง 'ราชันย์อสูร' ตนนี้ไปตายซะ!"

"เป็นอย่างนี้นี่เอง! แต่ว่าฝ่าบาท เมื่อกี้ตอนเขาพูดถึงแอนทิเลีย ฝ่าบาทชะงักไปนิดหนึ่ง ที่จริงฝ่าบาทรู้ใช่ไหมเพคะว่าเกาะแอนทิเลียอยู่ที่ไหน ฟังที่เฮสไตน์พูดเหมือนเจ้าเมืองที่นั่นจะรวยมาก แต่หม่อมฉันไม่เคยได้ยินชื่อเกาะนี้มาก่อนเลย"

เอลล่าส่ายหน้าแล้วพูด

"ข้าเคยได้ยินชื่อนี้แค่ในตำนานบางเรื่องเท่านั้น ต้องย้อนไปถึงหนึ่งพันสี่ร้อยห้าสิบปีก่อนคริสตกาล บรรพบุรุษของจักรวรรดิแดนสวรรค์ หลุดพ้นจากการเป็นทาสของอารยธรรมเทปุย ภายใต้การนำของผู้นำที่แข็งแกร่ง และหลังจากนั้นอีกหลายร้อยปี พวกเขาก็รุกราน และสุดท้ายก็ทำลายล้างอารยธรรมอิปุตจนสิ้นซาก แน่นอน สุดท้ายพวกอนารยชนกลุ่มนี้ก็ถูกจักรวรรดิเจ็ดเนินที่ยิ่งใหญ่ขับไล่กลับไปยังคาบสมุทรทางตะวันออก จนกระทั่ง 'บุตรแห่งพระเจ้า' ที่น่าชังนั่นปรากฏตัวขึ้น แล้วก่อตั้งจักรวรรดิแดนสวรรค์"

"ว่ากันว่า ก่อนที่เมืองหลวงของอารยธรรมเทปุยจะล่มสลาย มีนักบวชเจ็ดคน ขนทองคำกว่าครึ่งอาณาจักรหนีออกทะเลไป สุดท้ายก็ไปตั้งรกรากอยู่บนเกาะลึกลับเกาะหนึ่ง เกาะนั้นชื่อว่า 'แอนทิเลีย' ตำนานเล่าว่านักบวชทั้งเจ็ดคนต่างสร้างนครทองคำของตัวเองบนเกาะ ทำให้เกาะแอนทิเลียถูกเรียกอีกชื่อว่า 'เกาะเจ็ดนคร' แต่ไม่เคยมีใครรู้ตำแหน่งที่แน่ชัดของเกาะแอนทิเลีย ตลอดสองพันสองร้อยปี มันเป็นแค่ข่าวลือ ส่วนเรื่องจอมกระบี่ หรือดาบแห่งโลกิที่พวกเขาพูดถึง ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย"

"ช่างเรื่องนั้นก่อน อย่างแรก ต้องเขียนจดหมายที่ทำให้จอมกระบี่นั่นเดือดดาลให้ได้!"

เอลล่าหยิบปากกาขึ้นมา จุ่มหมึก แล้วเขียนลงบนกระดาษ

"ฮันท์. มิสเทิลเทนน์ ชื่อเสียงอันชั่วร้ายของเจ้า ไม่มีใครไม่รู้ตั้งแต่ไอร์แลนด์จนถึงคีตัน..."

"ด...เดี๋ยวก่อนเพคะฝ่าบาท!" เอมี่รีบพุ่งเข้ามากดมือเอลล่าไว้ "มันสละสลวยเกินไป! คนอื่นอ่านดูก็รู้ว่าไม่ใช่พวกโจรสลัดเขียน! ฮันท์. มิสเทิลเทนน์ เป็นอาจารย์ของเฮสไตน์ ไม่น่าจะโดนยุแยงง่ายๆ แค่นี้หรอกเพคะ!"

"งั้น... เติมอีกประโยคว่า 'ขอให้ของเหลวในร่างกายเจ้าเน่าเฟะ' ดีไหม"

"ไม่ได้เพคะ! ไม่ได้! ต้องให้มันดิบเถื่อนแบบโจรสลัดมากกว่านี้!"

"ดิบเถื่อนแบบโจรสลัด..." เอลล่ามองเอมี่อย่างลำบากใจ "ข้าไม่รู้นี่ว่าโจรสลัดเขาเขียนจดหมายกันยังไง... ในหอสมุดหลวงก็ไม่มีบันทึกไว้..."

"เมื่อกี้เฮสไตน์บอกไม่ใช่เหรอเพคะว่า ฮันท์. มิสเทิลเทนน์ มีลูกสาว งั้นเขียนไปเลยว่า 'บอกให้ลูกสาวเจ้ารอข้าบนเตียง'!"

"บ... บนเตียง?" แก้มของเอลล่าแดงซีกหนึ่งทันที

"ยังไม่พอ ต้องเพิ่มท่าทางด้วย 'บอกให้ลูกสาวเจ้าอ้าขาออก'!"

"อ... อ้าขาออก?" หน้าของเอลล่าแดงก่ำไปทั้งหน้า

"ถูกต้องเพคะ เขียนแบบนี้ไปเลย! ถ้า ฮันท์. มิสเทิลเทนน์ ได้อ่านจดหมายนี้ รับรองต้องชักดาบออกมาฟันเขาทันที!"

"ร... รู้แล้วน่า ฮันท์. มิสเทิลเทนน์ บอกให้ลูกสาวเจ้าอ้า... บน... ไม่!" เอลล่าอายจนเขวี้ยงปากกาทิ้ง "ประโยคแบบนี้มันหยามเกียรติอักษรศักดิ์สิทธิ์ชัดๆ! แค่คิดในหัวก็รู้สึกเหมือนจะตกนรกแล้ว!"

"แต่นี่มันก็เป็นสไตล์ของเฮสไตน์ไม่ใช่เหรอเพคะ เฮสไตน์ก็เป็นคนแบบนี้ไม่ใช่เหรอ แม้แต่เป็นอาจารย์เขาอ่าน เขาก็ต้องคิดว่านี่คือความหมายของเจ้าตัวจริงๆ!"

"ก... ก็ได้..." เอลล่าก้มลงไปเก็บปากกาขึ้นมา หน้าแดงก่ำ น้ำตาคลอเบ้า เขียนตามที่เอมี่บอก

"เสร็จแล้ว... จดหมายแบบนี้ จอมกระบี่นั่นต้องโกรธจนฆ่าคนของเฮสไตน์ที่พาไปจนหมดแน่!"

ทว่าเอลล่าก็คำนวณพลาดอีกครั้ง

เฮสไตน์เลือกเรือออกมาสี่ลำ หนึ่งในนั้นเป็นเรือเร็วที่ถูกส่งล่วงหน้าไปเพื่อส่งจดหมายที่เอลล่าเขียนถึง ฮันท์. มิสเทิลเทนน์ ส่วนตัวเขาคุมเรืออีกสามลำที่เหลือ โดยมีลูกเรือเท่าที่จำเป็นต่อการเดินเรือเท่านั้น ตามไปด้านหลัง

ที่บอกว่าคำนวณพลาด... นั่นก็เพราะว่าเอลล่ากับเอมี่ ถูกรวมอยู่ใน "ลูกเรือเท่าที่จำเป็น" นั้นด้วย

"เรียกเรือลำนั้นกลับมา! ข้าเขียนผิด! ข้าจะเขียนใหม่!" เอลล่าตะโกนอย่างบ้าคลั่ง

"ผิดตัวเดียวไม่เป็นไรหรอกน่า แค่อ่านเข้าใจก็พอแล้ว"

บียอร์นขยี้ความพยายามที่จะเอาชีวิตรอดของเอลล่าทิ้งอย่างไม่รู้ตัว

เฮสไตน์ยืนอยู่บนเรือลำหน้าสุดด้วยตัวเอง ปล่อยให้บียอร์นอยู่บนเรือลำที่สองที่ตามมา ส่วนเอลล่า เอมี่ และลูกเรือชั้นปลายแถว ถูกจัดให้อยู่บนเรือลำที่สามแยกต่างหาก เดิมทีบียอร์นคิดจะเรียกกานมาคุมเรือลำที่สาม แต่กานก็หายตัวไปไหนไม่รู้เหมือนกับดัน

แต่การจัดทัพแบบนี้ ก็ทำให้ไม่มีใครไปยุ่งกับเอลล่าอีก กลับกัน พวกโจรสลัดปลายแถวที่เคยซุบซิบเรื่องความสัมพันธ์ของเธอกับเฮสไตน์ ต่างก็พากันยกให้เอลล่าเป็นผู้บัญชาการเรือลำที่สาม และปฏิบัติต่อเธออย่างเคารพนับถือตลอดทาง

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 33 - ค... ฆ่าฉันซะเถอะ (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว