- หน้าแรก
- บาซิลิสซ่าไร้เวท
- บทที่ 18 - ทองคำจอมปลอมกับบัญชีสีเลือด
บทที่ 18 - ทองคำจอมปลอมกับบัญชีสีเลือด
บทที่ 18 - ทองคำจอมปลอมกับบัญชีสีเลือด
บทที่ 18 - ทองคำจอมปลอมกับบัญชีสีเลือด
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
ดันจุดเทียนไข ภาพในห้องลับทำให้คนทั้งสองตกตะลึงจนพูดไม่ออก แท่งทองคำกองสุมกันอยู่ในห้องลับ มันกองสูงจากพื้นจรดเพดานจนแทบเต็มทั้งห้อง เหลือเพียงทางเดินแคบๆ ไว้เท่านั้น
ปริมาณทองคำมหาศาลขนาดนี้ ทำให้หน่วยวัดที่เคยรู้จักดูกระจ้อยร่อยไปเลย แม้ดันกับเอลล่าจะไม่ได้พูดอะไร แต่ข้อสันนิษฐานหนึ่งก็ผุดขึ้นในใจของทั้งคู่พร้อมกัน
มาร์เมอร์คุสผู้นี้ อาจจะบรรลุความลับสุดยอดในการเปลี่ยนแปรโลหะ เขาสร้างศิลาปราญช์ที่เปลี่ยนโลหะราคาถูกให้เป็นทองคำได้สำเร็จแล้ว
ข้อสันนิษฐานนี้ทำให้ดันลิงโลด แต่กลับทำให้เอลล่ากังวล หากดันได้วิธีสร้างศิลาปราญช์ไป เอลล่าก็จะหมดประโยชน์สำหรับเขาทันที
ฉันเดินตามดันเข้าไปในทางเดินด้วยใจที่สับสน หลังจากเลี้ยวไปสองสามครั้ง โต๊ะทำงานสำหรับเล่นแร่แปรธาตุก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า บนโต๊ะมีสมุดบันทึกเล่มหนาวางอยู่
ดันแทบจะถลาไปที่โต๊ะ คว้าสมุดบันทึกมาไว้ในมือ พอเอลล่าเดินเข้าไปใกล้ เขาก็เตะเธอจนล้มลงไปกองกับพื้น
"นี่มันของข้า" เขาตะคอกใส่เอลล่า "เจ้าแย่งไปไม่ได้"
จากนั้น เขาก็เปิดสมุดบันทึกด้วยมือที่สั่นเทา แล้วอ่านข้อความในนั้น
"ปูนขาว หนึ่งส่วนสิบหกออนซ์ กำมะถัน บดเป็นผง ปริมาณเท่ากัน นำทั้งสองอย่างไว้ในห้องเดียวกัน ใช้ปัสสาวะของเด็กหนุ่มเพื่อกระตุ้นกำหนัดของมันทั้งสอง แล้วใช้ไฟเร่งให้มันรวมกัน หลังจากนั้น กรองเอาเลือดพรหมจรรย์ออกมา โลหิตศักดิ์สิทธิ์นี้ สามารถเปลี่ยนเงินให้เป็นทองได้"
ดันมองไปรอบๆ เขาพบปูนขาวกับกำมะถันบนโต๊ะ เขาบดกำมะถันเป็นผง แล้วใส่รวมกับปูนขาวในภาชนะ จากนั้นก็ปัสสาวะของเด็กหนุ่ม ดันเหลือบมองเอลล่าอย่างมีนัย เอลล่าหน้าแดงก่ำ กุมกระโปรงตัวเองแล้วส่ายหัวอย่างแรง ดันคงเห็นว่ามันยุ่งยาก เลยพึมพำกับตัวเองว่า "ข้าเองก็น่าจะยังหนุ่มอยู่" แล้วก็จัดการผสมปัสสาวะของตัวเองลงไปต่อหน้าเอลล่า
เขากลับมาจุดไฟให้ความร้อนใต้ภาชนะเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่นานนัก ของเหลวในภาชนะก็เปลี่ยนเป็นสีเลือด ดันกรองเอาตะกอนออก เหลือไว้เพียงของเหลว แล้วเขาก็วางแผ่นเงินลงไปในนั้นด้วยมือที่สั่นเทา
ในสายตาที่ตื่นตะลึงของเอลล่า แผ่นเงินเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเหลืองอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ค่อยๆ ปรากฏสีและประกายของทองคำ ดันหยิบแผ่นเงินออกจากสารละลาย ปล่อยให้มันสัมผัสอากาศ เวลาผ่านไปนาน มันก็ยังคงรักษาสีทองไว้ได้อย่างมั่นคง
"เงิน... กลายเป็นทองแล้ว"
"ไม่แน่ ข้าขอใช้ดินประสิวทดสอบมันก่อน ปรัชญาเมธีได้บอกเราไว้ ดินประสิวคือมงกุฎ คือโม่หิน มันบดขยี้ทุกสิ่ง มีเพียงทองคำแท้เท่านั้นที่จะทนการทดสอบของมันได้"
ดันค้นหาของบนโต๊ะอยู่ครู่หนึ่ง ก็พบขวดของเหลวขวดหนึ่ง เขาโยนโลหะที่เปลี่ยนสีแล้วลงไปในนั้น ไม่นานนัก โลหะทั้งชิ้นก็ละลายหายไปในของเหลว
"เป็นไปตามคาด การแปรธาตุที่แท้จริงไม่ได้เกิดขึ้น มันเป็นแค่การฉาบผิวของเงินด้วยเปลือกจอมปลอม ทองคำทั้งห้องนี้ก็คงผลิตมาด้วยวิธีเดียวกัน นี่ไม่ใช่วิชาของเฮอร์มีส แต่เป็นการล่อลวงของปิศาจ"
ดันโยนสมุดบันทึกทิ้งลงพื้นอย่างรังเกียจ
"ข้าไม่ต้องการของพวกนี้ เจ้าอยากได้ก็เอาไปเถอะ"
เอลล่าตกใจจนพูดไม่ออกชั่วขณะ
เมื่อห้าร้อยปีก่อน ระบบการเงินของจักรวรรดิเจ็ดเนินเคยล่มสลายมาแล้วครั้งหนึ่ง จากการโจมตีของเงินปลอมจำนวนมหาศาล ในช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุด ปริมาณแร่เงินในเหรียญเงินที่หมุนเวียนในตลาดลดลงจากห้าสิบสองเปอร์เซ็นต์ เหลือไม่ถึงห้าเปอร์เซ็นต์
เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงิน จักรพรรดิองค์หนึ่งนามว่า ไดคลีเชียน จึงได้ออกเหรียญเงินใหม่ พร้อมกับสั่งยกเลิกศาสตร์การเล่นแร่แปรธาตุ
หากทองคำปลอมเหล่านี้ยังคงไหลเข้าสู่ตลาดต่อไป ระบบการเงินของจักรวรรดิเจ็ดเนินจะต้องเผชิญกับวิกฤตที่ร้ายแรงกว่าเมื่อห้าร้อยปีก่อน ไม่สิ พวกมันต้องไหลเข้าสู่ตลาดไปจำนวนมากแล้วแน่ๆ ไม่เช่นนั้นมาร์เมอร์คุสจะร่ำรวยขนาดนี้ได้อย่างไร
นี่คือความลับการฟื้นตัวอย่างกะทันหันของตระกูลเอมิลิอุสสินะ
หลังจากที่ตระหนักถึงความอ่อนแอของกองทัพจักรวรรดิเจ็ดเนินไม่ถึงครึ่งวัน เอลล่าก็ต้องกลับมารู้สึกหนาวเหน็บถึงกระดูกอีกครั้ง เพราะสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของจักรวรรดิ
ทันใดนั้น ดันก็หยิบกระดาษอีกปึกหนึ่งขึ้นมาจากโต๊ะ เขาเหลือบมองมัน "หึ" คำหนึ่ง แล้วก็โยนมันทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใยดี เอลล่าเก็บกระดาษที่กระจัดกระจายขึ้นมา แล้วถามว่า "นี่คืออะไร"
"บัญชีรายชื่อลูกค้า ทองคำปลอมมากมายขนาดนี้ เขาคนเดียวใช้ไม่หมดหรอก และถ้าถูกจับได้ ก็ง่ายที่จะสืบสาวมาถึงต้นตอ ดังนั้นเขาจึงมีกลุ่มลูกค้าที่รู้สถานการณ์จริงของทองคำพวกนี้"
"เขาไม่ได้ใช้ทองคำพวกนี้โดยตรง แต่ใช้วิธีขายส่งให้ลูกค้าเหล่านั้นในราคาที่ต่ำกว่า เพื่อให้พวกมันกระจายเข้าสู่ตลาดในปริมาณน้อยๆ ดูจากรายชื่อแล้ว ลูกค้าเขาก็เยอะพอสมควร"
เอลล่าใช้นิ้วไล่ดูรายชื่อนั้นด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง เอกสารที่ดันไม่แม้แต่จะชายตามอง กลับทำให้เอลลารู้สึกเหมือนตกลงไปในขุมนรกน้ำแข็ง
ในบัญชีรายชื่อนั้นเต็มไปด้วยชื่อที่เอลล่าคุ้นเคย ทั้งราชวงศ์ ขุนนาง ผู้สำเร็จราชการ แม่ทัพ เสนาบดี... เธอประเมินคร่าวๆ ขุนนางที่มีชื่อเสียงในจักรวรรดิเจ็ดเนิน มากกว่าหนึ่งในห้า ปรากฏชื่ออยู่ในบัญชีนี้
"น่ารำคาญจริง หัวหน้าเฮสไตน์ยังนึกว่าจักรวรรดิเจ็ดเนินมีเงินมากมาย... สถานที่เน่าๆ ที่เต็มไปด้วยทองปลอมแบบนี้ ข้าว่าไปปล้นชนเผ่าเล็กๆ ที่ไม่มีแม้แต่กำแพงเมืองยังจะดีซะกว่า..."
แม้แต่โจรสลัดก็ยังรังเกียจจักรวรรดิเจ็ดเนินแล้วรึ
ความโกรธอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนปะทุขึ้นในใจของเอลล่า เธอคว้าดาบขึ้นมาทันที ทิ้งดันไว้เบื้องหลังแล้ววิ่งออกไป
เหล่าเชลยถูกรวมตัวกันไว้ที่ห้องโถงชั้นหนึ่ง เอมี่ที่นุ่งแค่เศษผ้าผืนเดียว กำลังถือมีดสั้นเดินไล่ปลดเสื้อผ้าของเชลยทีละคน ท่ามกลางสายตาหวาดกลัวของเชลยและสายตาตกตะลึงของเหล่าโจรสลัด เธอยิ้ม "เอเฮะเฮะ" ไปด้วย น้ำลายไหลยืด
เอลล่าไม่มีอารมณ์มาสนใจเรื่องพวกนี้ เธอสอดส่ายสายตาตามหามาร์เมอร์คุส เมื่อพบเป้าหมายแล้ว เธอกระโดดลงจากชั้นสอง ใช้แรงดิ่งกระแทกดาบลงไปในร่างของมาร์เมอร์คุสจนสุดแรง
"เจ้าทำอะไร เชลยพวกนี้เอาไว้เรียกค่าไถ่ได้นะ" โจรสลัดที่อยู่ข้างๆ พยายามดึงเอลล่าออก แต่เอลล่าสะบัดมือเขาหลุด เธอออกแรงดึงดาบออกมา แล้วแทงมันกลับเข้าไปในร่างของมาร์เมอร์คุสอีกครั้ง
ใบหน้าของมาร์เมอร์คุสบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด "บาซิลิสซ่า เจ้า..." เขายังพูดไม่ทันจบ เอลล่าก็แย่งมีดสั้นมาจากมือเอมี่ แล้วยัดมันเข้าไปในปากของมาร์เมอร์คุส เลือดสดๆ พุ่งกระฉูดออกมาพร้อมกับลิ้นทั้งเส้นของมาร์เมอร์คุสที่ถูกเอลล่าตัดขาด
"นั่นมันโล่สตรีที่บุกประตูเมืองได้เป็นคนแรกนี่..."
โจรสลัดที่อยู่รอบๆ ซุบซิบกัน ดังนั้น จึงไม่มีใครเข้ามาขวางเอลล่าอีก
เอลล่ายังไม่ฆ่ามาร์เมอร์คุสในทันที ดาบของเธอจงใจหลีกเลี่ยงจุดตาย แทงเข้าไปในส่วนต่างๆ ที่ไม่สำคัญทั่วร่างของมาร์เมอร์คุสซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วบิดหมุน กรีดเฉือน
ตั้งแต่หลังเท้า จนถึงน่อง จากช่องท้องไปถึงหน้าอก จากฝ่ามือไปถึงดวงตา
ภาพที่นองไปด้วยเลือดนั้นทำให้โจรสลัดหลายคนทนดูไม่ไหว เสียงกรีดร้องโหยหวนที่ไม่เป็นภาษามนุษย์ของมาร์เมอร์คุสทำให้ทุกคนขนหัวลุก
ไม่นานนัก มาร์เมอร์คุสก็สิ้นเสียง
จากนั้น เอลล่าก็เริ่มใช้มีดแล่เนื้อของมาร์เมอร์คุสออกมาทีละชิ้น ทีละชิ้น และทีละชิ้น
แค่ความแค้นต่อมาร์เมอร์คุสคนเดียว ไม่เพียงพอให้เอลล่าต้องทำถึงขนาดนี้ สิ่งที่เธอระบายออกมา คือความเคียดแค้นทั้งหมดที่เธอมีต่อจักรวรรดิที่เน่าเฟะแห่งนี้
[จบแล้ว]