- หน้าแรก
- เชอร์ล็อกโฮล์มส์ปิศาจร้ายผู้ยิ่งใหญ่
- บทที่ 54: เหมียว...
บทที่ 54: เหมียว...
บทที่ 54: เหมียว...
บทที่ 54: เหมียว...
คุณนายฮัดสันยืนอยู่ที่หน้าประตู สวมใส่ชุดกระโปรงสำหรับอยู่บ้านแบบที่เห็นได้ทั่วไปที่สุดในท้องตลาด
มันเป็นสีฟ้าอ่อน และดูเหมือนว่าเนื้อผ้าจะยังดีอยู่ แต่ก็ได้ถูกซักจนดูเก่าไปบ้างแล้ว
ในยุคสมัยนี้ ความศรัทธาของประชาชนที่มีต่อศาสนจักรได้หลอมรวมเข้าไปในทุกๆ รายละเอียดของชีวิตจริงๆ และเสื้อผ้าแฟชั่นของผู้หญิงส่วนใหญ่จะได้มีกลิ่นอายของชุดแม่ชีอยู่บ้าง และบางชุดก็เป็นแบบเดียวกันเลย แต่เพียงว่าได้ทำการเพิ่มลายพิมพ์ที่มีสีสันสดใสเข้าไปที่ปกคอเสื้อและปลายแขนของเสื้อ
ก็เหมือนกับชุดนอนที่คุณนายฮัดสันได้สวมใส่ก่อนหน้านี้ ที่ได้มีลายพิมพ์เป็นรูปของหมีน้อยตัวหนึ่ง และชุดนอนเช่นนี้อันที่จริงแล้วก็ไม่ค่อยที่จะเป็นที่นิยมในท้องตลาดเท่าไหร่
“ท่านผู้ให้เช่าที่เคารพอย่างนั้นหรอ? หึๆ นี่มันคำเรียกที่แปลกๆ อะไรกัน เรียกฉันว่าคุณนายฮัดสันก็เพียงพอแล้ว!”
เชอร์ล็อกยิ้ม “ได้เลยครับ คุณนายฮัดสัน”
หากจะให้พูดตามตรงแล้ว อายุขนาดของเธอแล้ว ยังได้ยืนกรานที่จะให้เรียกตนเองด้วยคำนำหน้าว่า ‘คุณนาย’ ก็ดูแปลกอยู่บ้าง แต่เชอร์ล็อกก็ยังคงที่จะเปลี่ยนคำเรียก
“อันที่จริงก็ไม่มีเรื่องที่สำคัญอะไรหรอกค่ะ ก็แค่เพียงฉันได้ทำอาหารเย็นเยอะไปหน่อย และจะทิ้งก็เสียดาย ก็เลยได้ขึ้นมาเพื่อดูว่าคุณอยู่หรือเปล่า” เธอได้พูดอย่างสบายๆ แต่กลับได้มีกลิ่นอายของคน ‘เจนโลก’ อยู่เล็กน้อย
เรื่องนี้กลับได้ทำให้เชอร์ล็อกมองเธอในแง่ดีขึ้นมาบ้าง ก็เพราะว่าเห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นคนที่มีจิตใจดี ไม่อย่างนั้นแล้วก็คงที่จะไม่ทำการกระทำที่เสี่ยงอันตรายอย่าง ‘การช่วยเหลือคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จัก’
แต่ในขณะเดียวกันเธอก็สามารถที่จะพูดคุยกับชายหนุ่มที่เพิ่งที่จะได้รู้จักได้อย่างสบายๆ โดยที่ไม่มีอาการประหม่าเลยแม้แต่น้อย ถึงกับกล้าที่จะชวนอีกฝ่ายไปเพื่อทานข้าวที่บ้านเป็นการส่วนตัว อันที่จริงแล้วในย่านดาวน์ทาวน์ หลังจากที่ได้ให้คนเช่าบ้านไปแล้ว ก็จำเป็นที่จะต้องหาโอกาสเพื่อที่จะได้ดูนิสัยใจคอ และการพูดจาของอีกฝ่าย และได้ลองดูจากการพูดคุยสัพเพเหระว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นคนขี้เมา เป็นนักพนัน หรือไม่ เป็นต้น และนี่ก็ได้ถือเป็นการรับประกันถึงความปลอดภัยของทรัพย์สินของตนเอง
ดังนั้น ‘คุณนายฮัดสัน’ ผู้นี้กลับยังเป็นคนที่ได้เข้าใจถึงวิถีในการเอาตัวรอดของสามัญชนที่อยู่ในย่านดาวน์ทาวน์เป็นอย่างดี
โอ้... เกือบที่จะลืมไป... และคุณนายผู้ให้เช่าท่านนี้ก็เคยเป็นหนี้เงินกู้นอกระบบมาก่อน เอาเถอะ เรื่องนี้ได้ทำให้เชอร์ล็อกต้องทำการประเมินอีกฝ่ายใหม่อีกครั้ง
“จริงอย่างนั้นหรอครับ! แสงศักดิ์สิทธิ์ได้โปรดคุ้มครอง ช่างขอบคุณจริงๆ ครับ และได้โปรดกรุณารอสักสองนาทีนะครับ ผมจะต้องไปทำการเปลี่ยนเสื้อผ้าที่สุภาพไปกว่านี้หน่อย”
“เป็นการกระทำของสุภาพบุรุษที่น่ารักจริงๆ”
และก็เป็นเช่นนี้เอง... เชอร์ล็อกก็ได้กลับเข้าไปในห้องนอน และได้เปลี่ยนเป็นเสื้อเชิ้ตสีขาว ก่อนที่จะได้สวมทับด้วยเสื้อกั๊กแขนกุด ถึงกับยังได้จัดแต่งทรงผมที่ยุ่งเหยิงอยู่บ้าง
การที่จะไปพบกับผู้ให้เช่านั้น... ในบางแง่มุมแล้ว... มันสำคัญยิ่งไปกว่าการที่จะได้ไปพบกับพ่อแม่ของคู่หมั้นเสียอีก
เพียงไม่กี่นาทีต่อมา
ณ ชั้นหนึ่งของบ้านเลขที่ 221B บ้านของคุณนายผู้ให้เช่า
อันที่จริงเพียงแค่ได้เดินเข้ามา ก็จะรู้ได้เลยว่า เจ้าของของห้องนี้เป็นไปไม่ได้เลยที่จะเป็นสตรีที่ได้แต่งงานแล้ว และถึงกับเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเป็นเด็กสาวที่ได้มีคนที่แอบชอบ!
ผู้หญิงที่กำลังได้ผ่านการอบรมบ่มเพาะมาจากความรักนั้น ไม่ว่าจะพึงพอใจ ผูกพัน เสียใจ โกรธแค้น หรือว่าอยากที่จะตบหน้าของตนเองฉาดๆ ก็ตาม และไม่ว่าจะทำการตกแต่งหรือว่าปิดบังอย่างไร ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะมีความไม่แยแสและความไม่ประสาต่อความรักที่ไม่รู้จักซึ่งได้อยู่ก้นบึ้งหัวใจของเด็กสาวคนนั้นอีกแล้ว
ทั้งกระดานวาดภาพที่ได้อยู่ริมหน้าต่าง ทั้งช่อดอกวินด์ฟลาวเวอร์สองสามช่อที่ได้อยู่ที่หัวเตียง ทั้งผ้าห่มที่ได้มีกลิ่นหอมจางๆ และทั้งรองเท้าที่ได้วางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบซึ่งได้อยู่หน้าประตู รายละเอียดมากมายล้วนแต่สามารถสัมผัสได้ว่า คุณนายฮัดสันที่ได้เรียกกันนี้กำลังใช้ชีวิตอย่างตั้งใจ
และเป็นเพียงแค่การที่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับตนเองเท่านั้น และไม่ได้มีการคาดการณ์ล่วงหน้าเลยว่าจะมีคนอื่นได้บุกรุกเข้ามาในชีวิตของตนเอง
แม้กระทั่งเก้าอี้ที่ได้อยู่หน้าโต๊ะ และชุดเครื่องครัวที่ไม่ได้เข้าชุดกันเลยแม้แต่น้อย ก็เพิ่งที่จะได้ซื้อมาใหม่เมื่อไม่กี่วันนี้เอง
ในขณะนี้... คุณนายฮัดสันกำลังยกเอาหม้อซุปมาเพื่อวางลงบนโต๊ะอาหาร และเชอร์ล็อกก็ได้มีไหวพริบและได้ช่วยจัดวางเครื่องครัวของคนทั้งสองคนให้เป็นระเบียบขึ้น
“เป็นเนื้อวัวค่ะ” หลังจากที่ได้วางหม้อซุปลงแล้ว คุณนายผู้ให้เช่าก็ได้ยิ้มและพลางเอ่ยออกมาคำหนึ่ง
เชอร์ล็อกถึงกับชะงักไปเล็กน้อย... และเนื้อวัวก็ไม่ใช่ของที่จะหาทานได้ง่ายๆ และโดยไม่รู้ตัว เขาก็ได้มองเข้าไปในหม้อ และในน้ำซุปที่มีสีทอง ก็ได้มีวัตถุดิบที่ได้ถูกย้อมไปด้วยโทนสีที่อบอุ่นลอยอยู่อย่างสงบ
“ก็ไม่เยอะหรอกค่ะ พอดีเมื่อไม่กี่วันก่อนได้ไปเจอของถูกที่ตลาดในย่านข้างๆ มา”
“ของดีแบบนี้ก็หาซื้อได้ในราคาถูกด้วยหรือครับ?”
“ใช่แล้วค่ะ ได้มีสตรีชั้นสูงคนหนึ่งได้พาคนรับใช้สองสามคนเดินทางมาเพื่อซื้อเนื้อวัวที่นี่ และคงที่จะอยากจะเชิญใครสักคนที่อยู่ในศาสนจักรมาเพื่อทานอาหารเย็นด้วยกัน แล้วก็ไม่รู้เลยว่าได้ไปฟังคำพูดที่ไร้สาระของใครมา และได้บอกว่าเนื้อวัวที่อยู่ในย่านดาวน์ทาวน์นั้นสดใหม่ และท้ายที่สุดแล้วการฆ่าสัตว์ก็ได้ทำกันที่นี่” คุณนายผู้ให้เช่าได้เล่าอย่างมีความสุข “แต่ในระหว่างที่ได้ทำการซื้อนั้น สตรีท่านนั้นกลับได้บอกว่า จะไม่เอาในส่วนของสะโพกของวัว ก็เพราะว่าตรงนั้นมันเป็นที่สำหรับใช้ในการขับถ่าย และมันสกปรกมาก และการที่จะได้ทานในส่วนนั้นก็ได้ถือเป็นการไม่ให้เกียรติแก่บุคลากรของศาสนจักร
พระเจ้าช่วย! คนในชั้นสูงพวกนั้นบ้าไปแล้วจริงๆ และพวกเขาไม่รู้หรือไงกันว่า ส่วนที่อร่อยที่สุดของวัวก็คือส่วนของสะโพก”
“บางทีพวกเขาอาจที่จะไม่ได้ทานรสชาติ แต่เป็นแค่เพียงพิธีรีตองอย่างหนึ่งกระมังครับ”
“ก็อาจที่จะใช่ค่ะ และโดยสรุปก็คือ พวกเราสองสามคนที่ได้อยู่รอบๆ ได้เห็นฉากนี้เข้า แล้วก็ได้ไปคุยกับคนขายเนื้อที่แผง ก็เลยได้ทำการแบ่งในส่วนที่เหลือกัน” คุณนายฮัดสันได้ทำการโรยพริกไทยลงไปในน้ำซุปอย่างระมัดระวัง และได้สูดดมเอากลิ่นหอมที่ยั่วยวนยิ่งขึ้นอย่างมีความสุข “ในบางครั้ง... ความโง่เขลาของชนชั้นสูง ดูเหมือนก็จะนำเอาประโยชน์มาสู่คนในชั้นล่างได้บ้างเหมือนกัน”
เมื่อได้พูดจบ... นางก็ได้ใช้ทัพพีขนาดใหญ่เพื่อตักใส่ลงไปในจานอาหารที่ได้อยู่ตรงหน้าของเชอร์ล็อก และมันฝรั่งที่ได้หั่นออกเป็นชิ้นเล็กๆ ก็ได้ถูกเคี่ยวอยู่ในน้ำซุปจนนุ่ม และชวนให้น้ำลายสอ
ต่อไป... ก็เป็นช่วงเวลาในการทานอาหารที่ไม่ช้า แต่ก็กลมเกลียวอย่างยิ่งยวด และคุณนายผู้ให้เช่าถึงกับได้เตรียมเบียร์เอาไว้ด้วย
และฝีมือในการแสดงละครของเชอร์ล็อกก็ไม่เลวเลยทีเดียว ทั้งการพูดคุยสัพเพเหระที่ได้แฝงเอาไว้ด้วยอารมณ์ขัน และทั้งมารยาทที่อยู่บนโต๊ะอาหารที่พอเหมาะพอดี ก็ได้ทำให้อีกฝ่ายได้คิดว่าเขาจะเป็นผู้เช่าที่ดีที่ไม่สร้างปัญหา
แต่ในตอนที่เขาได้บอกแก่ผู้ให้เช่าว่าตนเองนั้นเป็นนักสืบ คุณนายฮัดสันก็เห็นได้ชัดว่าได้ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็โชคดีที่หลังจากที่ได้ชั่งใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็ยังคงที่จะยอมรับในอาชีพของเชอร์ล็อกได้
และสิ่งที่ได้ทำให้เธอได้รู้สึกดีกับเชอร์ล็อกมากที่สุดก็คือ... ตั้งแต่ต้นจนจบ... ผู้เช่าคนนี้ได้เพียงแค่ทำการตอบคำถามของตนเอง แต่กลับไม่ได้เอ่ยถามคำถามที่เป็นส่วนตัวมากจนเกินไปกลับมาเลย
และความไว้วางใจเช่นนี้... ค่อนข้างที่จะหาได้ยากทีเดียว
ส่วนเชอร์ล็อก... และแน่นอนว่าเขาไม่จำเป็นที่จะต้องเอ่ยถาม และอันที่จริงแล้ว สำหรับการบรรยายถึงตนเองของผู้อื่นนั้น เขาได้เชื่อในการอนุมานและการตัดสินใจของตนเองมากกว่า
คุณนายผู้ให้เช่าท่านนี้... อย่าได้เห็นว่าได้ใช้ชีวิตอย่างจริงจัง และมีจิตใจที่ดี และในบางครั้งก็ได้มีความไร้เดียงสาที่ดูโง่ๆ อยู่บ้าง แต่ในบางเรื่อง... เธอกลับฉลาดหลักแหลมมาก
มิฉะนั้นแล้วก็คงที่จะไม่ซ่อนท่อนเหล็กขนาดใหญ่เอาไว้หลังม่านซึ่งได้อยู่ข้างๆ และในที่ที่สามารถเอื้อมถึงได้ง่ายๆ หรอก
เชอร์ล็อกมีเหตุผลที่จะเชื่ออย่างเต็มที่ว่า ขอเพียงแค่ตนเองได้แสดงพฤติกรรมที่เมาแล้วก็ได้ขาดสติ หรือพฤติกรรมของโรคจิตออกมา ผู้ให้เช่าที่ใจดีท่านนี้ย่อมที่จะสาดเอาน้ำซุปร้อนๆ ใส่หน้าของตนเองในทันที แล้วก็ได้หยิบเอาท่อนเหล็กมาเพื่อทุบตนเองจนล้มลงไปกับพื้น และในทันใดนั้นในวันรุ่งขึ้น ตนเองก็จะถูกกวาดออกมาจากบ้านไป
นี่อาจที่จะเป็นความแตกต่างที่เฉพาะตัวที่คนที่มีนิสัยที่ไร้เดียงสาโดยเนื้อแท้ ได้ถูกหล่อหลอมขึ้นมาเพื่อการที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในยุคสมัยในปัจจุบันนี้ก็เป็นได้
ในขณะนั้นเอง
“ครืด~ ครืด~”
ที่หน้าประตูได้มีเสียงข่วนเบาๆ ดังขึ้น
คุณนายฮัดสันได้หันไปเพื่อมองยังที่หน้าประตู และพลางได้ยิ้มแล้วจึงได้กล่าวขึ้นมาว่า “จะต้องเป็นเจ้าตัวเล็กนั่นอย่างแน่นอน ที่ได้กลิ่นของซุปเนื้อแล้วก็ทนไม่ไหว”
เมื่อได้พูดจบ ก็ราวกับจะยืนยันในคำพูดของเธอ และเสียงข่วนที่หน้าประตูก็ยิ่งแรงขึ้น และพร้อมกันนั้นก็ได้มีเสียงร้องเหมียวๆ ที่ได้แฝงเอาไว้ด้วยความโกรธและปนน่าสงสารดังขึ้นมาด้วย
“จะให้มันเข้ามาดีไหมครับ?” เชอร์ล็อกได้ยิ้มและพลางเสนอ
คุณนายผู้ให้เช่าได้ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง และในที่สุดก็ได้ถอนหายใจออกมาอย่างจนใจ “เอาเถอะค่ะ... และถ้าหากไม่แบ่งให้แก่มันบ้าง... เจ้าตัวเล็กนี่ก็คงที่จะเกลียดฉันไปทั้งชีวิตอย่างแน่นอน”
แล้วก็ได้ลุกขึ้นยืน และได้เดินไปยังที่หน้าประตู
เมื่อได้เปิดประตูออก... ลมที่เย็นก็เหมือนกับในทุกๆ ค่ำคืน และได้พัดเอาไอที่ชื้นอันเป็นเอกลักษณ์ของลอนดอนเข้ามาในห้อง และได้ไล่เอาความอบอุ่นที่อยู่รอบๆ โต๊ะอาหารให้จางลงไปบ้าง... และหลังจากที่ประตูได้เปิดออกไปแล้วนั้น เจ้าแมวน้อยตัวนั้นก็อาจที่จะมีความระแวดระวังต่อสภาพแวดล้อมที่ไ่ม่เคยได้เหยียบย่างเข้ามาโดยธรรมชาติ และไม่ได้พุ่งเข้ามาในทันที แต่ดวงตาก็ได้จ้องเขม็งไปยังทางของซุปเนื้อแล้ว และไม่ละสายตาไปไหนเลยแม้แต่น้อย
ท่าทางที่อยากที่จะกินจนจะตาย แต่ก็ยังกลัวๆ กล้าๆ อยู่นี้ ได้ทำให้เชอร์ล็อกอดไม่ได้ที่จะรู้สึกขบขันอยู่บ้าง และพร้อมกันนั้น ในรอยยิ้มก็ได้มีแววที่กังวลอยู่เล็กน้อย
เมื่อมองดูอัตราการลดลงของอุณหภูมิเช่นนี้แล้ว เจ้าตัวเล็กนี่... มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะต้องแข็งตายในฤดูหนาวนี้เป็นแน่