เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 42: แอลกอฮอล์

บทที่ 42: แอลกอฮอล์

บทที่ 42: แอลกอฮอล์


บทที่ 42: แอลกอฮอล์

“จะเลี้ยงเหล้าผม?”

“แน่นอนอยู่แล้วสิครับ จะมีอะไรที่ช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมงานได้ดีไปกว่าการดื่มอีกเล่า?” วัตสันกล่าวพร้อมกับได้ปัดผมหน้าม้าของตน

อาจที่จะเป็นเพราะว่าเพิ่งที่จะได้หลุดออกมาจากความฝัน หรืออาจที่จะเป็นเพราะว่าชายที่อยู่ตรงหน้าคนนี้ได้มีความสามารถโดยกำเนิดในการที่จะสร้างความรู้สึกที่ดีๆ ขึ้นในใจของผู้อื่น และเอาเป็นว่าเชอร์ล็อกไม่ได้ทำการปฏิเสธไปในทันที

อันที่จริง ถ้าจะให้พูดแล้ว ตลอดสามสิบสองปีที่ผ่านมาในชีวิตของเขา แทบที่จะไม่มีความสัมพันธ์ที่ได้ถูกเรียกว่า ‘เพื่อน’ อยู่เลย

ในวัยเด็ก เขาย่อมที่จะได้ถูกมองว่าเป็นตัวประหลาด และพอได้โตขึ้นมา ในเวลาที่จะออกไป ‘ทำงาน’ ก็ได้คุ้นเคยกับการที่ได้อยู่คนเดียว ส่วนคนที่พอที่จะรู้จักกับเขา โดยพื้นฐานแล้วก็ไม่ค่อยอยากที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเจ้าคนที่มีบรรยากาศที่น่าพิศวงแผ่ออกมาทั่วทั้งร่างคนนี้สักเท่าไหร่

และแน่นอนว่า ย่อมไม่มีใครที่เคยได้ชวนเขาไปดื่มเหล้า

เชอร์ล็อกได้มองไปยังวัตสัน

แล้วก็ได้นึกถึงปริศนาที่ได้อัดแน่นอยู่ในสมองในช่วงนี้ และได้นึกถึงความฝันที่ได้ทำให้เขาต้องโหยหาที่จะออกไปทำการสำรวจ และข้อสงสัยนานัปการที่ได้เกี่ยวกับปิศาจซึ่งอยู่ในพันธสัญญาของตนเองที่กำลังรอคอยการขุดค้น

ในวินาทีนี้ เขาก็ได้พลันรู้สึกได้ถึงความรู้สึกที่สดชื่นและพึงพอใจในแบบที่นักสืบเท่านั้นที่จะสามารถเข้าใจได้

“ใช่แล้ว การดื่มเหล้าย่อมเป็นวิธีที่สะดวกที่สุดในการที่จะกระชับมิตรภาพ” เขากล่าวขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มอย่างเห็นด้วยเป็นที่สุด แล้วก็ได้หยิบเอาเสื้อโค้ทตัวเก่าที่เขาได้ใส่เป็นประจำออกมาจากราวสำหรับแขวนเสื้อ “ถ้าอย่างนั้นแล้วพวกเรารออะไรกันอยู่ล่ะ?”

เมื่อได้พูดจบ เขาก็ได้สวมเสื้อคลุมทับ แล้วจึงได้เดินออกจากห้องไป

และในวินาทีนั้นเอง ในดวงตาของวัตสันก็ได้พลันฉายแววที่ประหลาดใจวาบขึ้นมา แต่ก็ได้ถูกกลบเกลื่อนเอาไว้ด้วยรอยยิ้มที่เข้มข้นยิ่งไปกว่าในชั่วพริบตา

และแน่นอนว่า การเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าในชั่วพริบตานี้ ย่อมมิอาจที่จะรอดพ้นไปจากสายตาของเชอร์ล็อกไปได้

“มีอะไรอย่างนั้นหรอ?” เขาขี้เกียจที่จะปิดบัง และจึงได้เอ่ยถามออกไปตรงๆ

วัตสันถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง “หืม? ดูออกด้วยหรือครับ? ผมนึกว่าตนเองจะซ่อนได้เนียนแล้วเสียอีก”

“ก็ซ่อนได้ดีทีเดียว แต่สายตาของผมค่อนข้างที่จะเฉียบแหลมน่ะนะ ผมเป็นนักสืบนี่”

เชอร์ล็อกกล่าว ขณะที่ได้เดินมาถึงยังริมถนนกับวัตสันแล้ว เขาได้จุดบุหรี่ให้แก่ตนเองมวนหนึ่ง แล้วจึงได้หยิบอีกมวนยื่นให้แก่อีกฝ่าย

วัตสันได้ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ยังคงได้รับบุหรี่มา แล้วจึงได้ยื่นหน้าเข้าไปใกล้กับไฟแช็กน้ำมันที่เชอร์ล็อกได้ยื่นมาให้

“อันที่จริงก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ ก็แค่ผมได้กลิ่นเลือดที่อยู่บนเสื้อผ้าของคุณค่อนข้างที่จะแรง และส่วนใหญ่ก็เป็นเลือดของมนุษย์ด้วย”

ความเงียบได้เข้าปกคลุมอย่างกะทันหัน

ตะเกียงแก๊สที่อยู่บนถนนซึ่งได้อยู่เหนือศีรษะได้กะพริบอยู่สองสามครั้งอย่างไม่ถูกที่ถูกเวลา และได้ส่งเสียง ‘ฟู่ๆ’ เหมือนกับแก๊สที่ได้รั่วไหลออกมา วัตสันก็ได้พูดในสิ่งที่เขาได้ค้นพบออกมาอย่างเรียบง่าย และราวกับไม่ใส่ใจเลยว่าเนื้อหาที่อยู่ในประโยคนั้นมันจะชวนให้คิดลึกและขนหัวลุกได้เพียงใด

“มีด้วยอย่างนั้นหรอ? ผมก็ซักมันบ่อยนะ และก็นึกว่าไม่ได้กลิ่นอะไรแล้วเสียอีก” เชอร์ล็อกเองก็ได้พ่นควันออกมาอย่างไม่น่าเชื่อ และราวกับกำลังคุยเล่นในเรื่องของดินฟ้าอากาศ และพลางได้ก้มลงเพื่อดมที่ปกเสื้อของตน

“ผมค่อนข้างที่จะไวต่อกลิ่นของเลือดน่ะนะ ผมเป็นหมอนี่” เมื่อได้เห็นท่าทีที่ไม่ยี่หระของอีกฝ่าย ดวงตาของวัตสันก็แทบที่จะหรี่ลงจนเหลือเป็นเส้นตรงด้วยรอยยิ้ม

แล้วเขาก็ได้สูบบุหรี่เข้าไปอึกหนึ่ง!

ในบัดดล! ลูกตาทั้งสองข้างของเขาก็ได้พลันเบิกโพลง “ให้ตายสิ! แค่ก แค่ก นี่มันบุหรี่อะไรกัน ทำไมมันถึงได้บาดคอขนาดนี้!!”

“บลูส์”

“เป็นยี่ห้อที่ไม่เคยได้ยินเลย”

เขาได้ลองสูบมันเข้าไปอีกอึกหนึ่งอย่างระแวดระวัง “ฟู่” และได้ค่อยๆ ลิ้มรสชาติของความฉุนที่บาดคอซึ่งได้วิ่งพล่านอยู่ในปอด และในที่สุดก็ได้เม้มริมฝีปากของตนเองด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย “ดูเหมือนจะ ก็ไม่เลวเหมือนกันนะ”

ในเวลาเที่ยงคืน ณ ถนนสายยาวที่อยู่ในย่านการค้าในชั้นล่างของลอนดอน ซึ่งได้อยู่ห่างไกลออกมาจากแม่น้ำเทมส์

ถนนสายห้า

ถนนสายนี้ค่อนข้างที่จะเก่าแก่พอสมควร และไม่มีชื่อเรียกที่พิเศษอะไร และดูเหมือนว่านับตั้งแต่ที่เครื่องจักรไอน้ำเครื่องแรกได้ถือกำเนิดขึ้นมานั้น ที่นี่ก็ได้ถูกเรียกว่าชื่อนี้ไปแล้ว และหลังจากนั้นก็ได้ผ่านพ้นยุคที่ประตูแห่งขุมนรกได้เปิดออก และสงครามในการรุกรานในครั้งที่สอง ที่นี่ก็ได้ถูกทำลายและได้ถูกสร้างขึ้นมาใหม่แล้วไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่ก็ยังไม่มีใครที่ได้คิดที่จะเปลี่ยนชื่อของมัน และราวกับว่าถ้าหากได้เปลี่ยนไปแล้ว รสชาติของทั้งถนนก็จะเปลี่ยนไปเช่นกัน

อาคารที่อยู่สองข้างทางโดยทั่วไปจะค่อนข้างที่จะเตี้ย และวาล์วไอน้ำที่ได้ขึ้นสนิมจนเขรอะก็ได้ยื่นออกมาจากผนังทางด้านนอกของอาคาร และได้สานต่อเข้ากับท่อที่ซับซ้อนของถนนสายยาว และบนยอดของอาคารบางแห่งก็ได้มีตะเกียงแก๊สได้แขวนอยู่อย่างไม่เป็นระเบียบ และนานๆ ครั้งถึงจะได้กะพริบแสงสว่างขึ้นมา และได้ทำให้ทั้งถนนได้เผยให้เห็นถึงความรู้สึกที่เสื่อมโทรมราวกับกำลังดิ้นรนอยู่ในเฮือกสุดท้ายก่อนที่จะตาย

และที่สุดปลายของถนน ได้มีอาคารหลังหนึ่งที่ได้โดดเด่นเป็นพิเศษ ทั้งประตูเหล็กที่ได้ขึ้นสนิมจนผุพัง ทั้งผนังที่ไม่มีการทาสีใดๆ และทั้งโครงสร้างที่ได้กินพื้นที่ที่กว้างขวางแต่กลับเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส และได้ทำให้มันดูเหมือนกับเป็นโลงศพ

ทว่า ที่ภายในประตูเหล็กนั้น กลับเป็นอีกภาพหนึ่ง

ทั้งเสียงดนตรีที่ชวนให้เคลิบเคลิ้ม ทั้งแสงไฟที่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างบ้าคลั่ง ทั้งโทนสีโดยรวมที่มืดสลัว ทั้งร่างกายที่บิดเร้า ทั้งกลิ่นของเหล้าที่รุนแรงและเสียงโห่ร้อง และองค์ประกอบต่างๆ ก็ได้ถูกผสมผสานเข้าด้วยกันอย่างขัดแย้งและแข็งกร้าว

“ค่อนข้างที่จะประหลาดใจนะ... คนอย่างคุณกลับรู้จักที่เช่นนี้ด้วย” เชอร์ล็อกได้มองไปยังเหล้าที่ได้แกว่งไกวอยู่ในแก้ว

“แล้วคนอย่างผม?”

“ใช่สิ... คุณเป็นถึงนายแพทย์นะ และอาชีพก็สูงส่งขนาดนั้น แล้วไม่ควรที่จะไปอยู่ในสถานที่ที่หรูหราซึ่งได้มีคนเล่นเปียโน และมีเหล้าแก้วละหลายปอนด์หรอกหรอ... และลองดูคุณที่ได้นั่งอยู่ที่นี่สิ ไม่เข้ากับบรรยากาศที่อยู่รอบข้างเลยสักนิด อ้อ... ขอเตือนเอาไว้อย่างหนึ่งนะ... ที่ทางนั้นได้มีหญิงที่ได้แต่งงานแล้วอยู่สองสามคนได้จ้องมองคุณมาเกือบจะครึ่งชั่วโมงแล้ว”

วัตสันยิ้มอยู่เสมอ และดวงตาที่โค้งของเขาซึ่งได้อยู่ภายใต้แสงที่มาจากตะเกียงแก๊สขนาดใหญ่ซึ่งได้อยู่เหนือศีรษะนั้น ได้เปล่งประกายเสน่ห์บางอย่างที่เพียงพอที่จะสามารถดึงดูดผู้หญิงคนไหนก็ได้ แต่เขาก็ไม่ได้ตอบรับสายตาของผู้หญิงคนใด และได้เพียงแค่ฟังคำพูดของเชอร์ล็อก แล้วจึงได้จิบเหล้ายินที่อยู่ในแก้วอย่างมีความสุข

“ก่อนหน้านี้ก็ได้เดินทางไปยังสถานที่ที่คุณได้ว่ามาบ่อยๆ อยู่หรอกครับ แต่พอได้อยู่ไปนานๆ ก็เบื่อ และได้เริ่มที่จะชอบที่นี่มากขึ้นเรื่อยๆ แต่เมื่อได้นำมาเทียบกับเรื่องพวกนี้แล้ว คุณไม่ประหลาดใจในเรื่องอื่นหน่อยอย่างนั้นหรอ?”

“เรื่องอื่นอย่างนั้นหรอ?”

“ใช่แล้วครับ คุณน่าที่จะมองออกนะว่ายอดขายของยาหลอนประสาทที่นี่นั้นสูงไปกว่าที่อื่นเป็นสิบเท่า และอัตราในการแพร่ระบาดของโรคซิฟิลิสก็สูงจนน่ากลัว และแทบที่จะเรียกได้ว่าเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของอาชญากรรมหลายอย่างเลย แต่ที่ห่างออกไปแค่เพียงถนนเดียว กลับได้มีโบสถ์ใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ และนี่มันไม่น่าประหลาดใจหรอกหรอ”

“แล้วนี่มันมีอะไรที่น่าประหลาดใจกัน” เชอร์ล็อกได้จุดบุหรี่ขึ้นมามวนหนึ่ง “ก็เป็นเพราะว่าที่นี่มันได้เปิดอยู่ข้างโบสถ์นั่นแหละ มันถึงได้สามารถอยู่รอดมาได้ และผมก็กล้าที่จะรับประกันเลยว่า ในฝูงชนนี่ อย่างน้อย 70% เป็นผู้ที่ได้ศรัทธาอย่างเคร่งครัดที่สุดในยามปกติ”

“โอ้?” คำยืนยันเช่นนี้ไม่ได้ทำให้วัตสันต้องประหลาดใจแต่อย่างใด แต่ในทางกลับกัน เขายิ่งได้มองมายังอีกฝ่ายด้วยความสนใจมากขึ้นไปอีก

“มันเป็นเหตุผลที่เข้าใจได้ง่ายมาก... ความปรารถนาของผู้คนน่ะ... ถ้าหากไม่ได้ไประบายออกกับแอลกอฮอล์ ร่างกาย และภาพลวงตาที่ไม่เป็นจริง ก็จะไปเทลงที่การก่อจลาจล ความไม่พอใจต่อสังคม และความเกลียดชังต่อชีวิต

และพอได้นำมาเทียบกันดูแล้วนั้น อย่างแรกก็ย่อมที่จะดีไปกว่าอย่างหลังไม่รู้กี่เท่า!

ดังนั้น... สถานที่ที่ไร้ซึ่งกฎเกณฑ์และวุ่นวายเช่นนี้ จึงสามารถที่จะปลอบประโลมใจของผู้คนได้ดีไปกว่าโบสถ์พวกนั้นเสียอีก”

ในวันนี้เชอร์ล็อกอารมณ์ดีอยู่ไม่น้อย ดังนั้นจึงได้พูดจาดูหมิ่นแสงศักดิ์สิทธิ์ออกมาอย่างไม่เกรงกลัว แต่ก็โชคดีที่ในสถานที่เช่นนี้ ไม่ว่าคุณจะพูดอะไรก็ไม่มีใครที่จะให้ความสนใจคุณ

และหลังจากที่ได้ฟังประโยคนี้จนจบ วัตสันก็ได้ยิ้มกว้างขึ้นไปอีก “คุณนี่เป็นคนที่น่าสนใจจริงๆ อย่างน้อยก็น่าสนใจไปกว่าพวกที่อยู่ในบริษัทรักษาความปลอดภัยหนามขาวอยู่เยอะเลย คุณรู้ไหมว่า ที่บริษัทในทุกๆ เช้านั้น พวกเรายังจะต้องมาฟังบาทหลวงทอมป์สันได้ทำการสวดภาวนาเกือบชั่วโมงเลยนะ”

“ชั่วโมงหนึ่งเลย!! นั่นมันก็ทรมานน่าดู” เชอร์ล็อกพอได้จินตนาการถึงภาพนั้น ก็ได้เผลอสูบบุหรี่เข้าไปอึกใหญ่โดยไม่รู้ตัว “จริงสิ... พอได้พูดถึงเรื่องนั้นแล้ว... เจ้าปิศาจที่คอยควักลูกตานั่นจับได้หรือยัง?”

“แน่นอนว่ายังหรอกครับ... เจ้าตัวนั่นมันช่างเจ้าเล่ห์มาก และน่าที่จะเป็นปิศาจในประเภทที่ได้มีสติปัญญา... แถมล่าสุดที่เบื้องบนก็ยังได้ลงคำสั่งมา และได้บอกว่าจะมีผู้ใหญ่คนสำคัญจะเดินทางมาเพื่อเยือนลอนดอน และให้พวกเรารีบทำการจัดการความสงบเรียบร้อยของย่านการค้าในชั้นล่างให้ดี”

“ผู้ใหญ่อย่างนั้นหรอ? จะใช่คุณไนติงเกลหรือเปล่า... ก็ได้ยินมาว่าเธอจะเดินทางมาในเดือนหน้านี่”

“ไม่ใช่แน่นอนอยู่แล้วครับ ท่านไนติงเกลเป็นบุคคลสาธารณะ และการที่เธอจะเดินทางมายังลอนดอนนั้นก็ไม่ใช่ความลับที่จะพูดไม่ได้ และที่เบื้องบนก็ไม่จำเป็นที่จะต้องปิดบังอะไร” วัตสันกล่าว แล้วจึงได้หรี่ตามองไปรอบๆ และเมื่อได้เห็นว่านอกจากหญิงสาวที่ได้แต่งตัวฉูดฉาดอยู่สองสามคนกำลังจ้องมองมายังตนเองอยู่ ก็ไม่ได้มีใครที่ได้ให้ความสนใจมาทางนี้แล้ว จึงได้กระซิบเสียงเบา “ผมคาดว่า... ก็น่าที่จะเป็นเพราะว่า ‘วันแห่งรักศักดิ์สิทธิ์’ ใกล้ที่จะมาถึงแล้ว”

เมื่อได้ยินคำนี้ เชอร์ล็อกก็อดที่จะชะงักไปไม่ได้ และพลางได้นึกถึงเทศกาลที่แปลกประหลาดแต่ก็โรแมนติกถึงขีดสุดนี้ และประเพณีเก่าแก่ของมัน เขาก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้

“ถ้าอย่างนั้นแล้วลอนดอนในปีนี้ก็คงที่จะคึกคักน่าดูเลยนะ”

จบบทที่ บทที่ 42: แอลกอฮอล์

คัดลอกลิงก์แล้ว