- หน้าแรก
- สุดยอด ยูเอสบี ขั้นเทพ!
- ตอนที่ 82 กบฎ
ตอนที่ 82 กบฎ
ตอนที่ 82 กบฎ
ตอนที่ 82 กบฎ
อูโตนีค่อยๆ เอื้อมมือออกไป หยิบโลหะชิ้นนั้นขึ้นจากพื้นอย่างลังเล เขาตรวจสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีอันตรายใดๆ ก่อนจะหยิบมันขึ้นมาได้สำเร็จ
“หนักชะมัด…”
แต่เมื่อถือมันไว้ในมือ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนทันที “ทำไมมันถึงได้หนักขนาดนี้? หรือทำมาจากทองกันแน่?”
“นั่นไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องสนใจ คุณอูโตนี” เสียงจากลำโพสดังขึ้นอีกครั้ง กระตุ้นเร่งเร้าเขา “กรุณาสวมใส่มันเดี๋ยวนี้ และปฏิบัติตามคำสั่งของเรา นี่เป็นโอกาสเดียวของคุณแล้ว”
“ใส่... ใส่เข้าไปเหรอ?” อูโตนีทวนคำอย่างสับสน “แต่มันมีอะไรเหนียวๆ เคลือบอยู่เต็มไปหมดเลยนะ”
พูดจบ เขาก็ก้มหน้าลงไปดม “กลิ่นเหมือนยางมะตอยเลย… อ๊าาา!!!”
ยังไม่ทันพูดจบดี อูโตนีก็รู้สึกชาไปทั้งร่าง ราวกับเข็มนับพันกำลังแทงทั่วตัว ความเจ็บปวดและคันแสบอย่างรุนแรงทำให้เขากระตุกเกร็งจนร่างชักดิ้นชักงอ!
เวลาผ่านไปสิบนาที ความรู้สึกชาเฉียดตายนั้นจึงค่อยๆ จางหายไป
อูโตนีค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้น สีหน้าตื่นตระหนกอย่างหนัก “เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้น? ฉันเป็นอะไรไป?”
“คุณอูโตนี ความอดทนของฉันมีขีดจำกัดนะ” เสียงจากลำโพสดังเตือน “คุณมีเวลาสามสิบวินาทีในการสวมปลอกแขนนั้น ไม่อย่างนั้นคุณจะได้สัมผัสกับความรู้สึกเมื่อครู่อีกครั้ง”
“ไอ้พวกบ้าเอ๊ย!” อูโตนีตะโกนลั่น พลางยกมือไปแตะด้านหลังคอด้วยความเครียด “พวกคุณทำอะไรกับฉัน! แบบนี้มันผิดกฎมนุษยธรรม!”
“เหลือเวลาอีกยี่สิบวินาที”
“ทำไมไม่ปล่อยฉันไป? ฉันคืนเงินทั้งหมดก็ได้!” อูโตนีเริ่มขอร้องอีกครั้ง
“สิบวินาทีสุดท้ายแล้ว”
“ไม่! ผมจะใส่! ผมจะใส่เดี๋ยวนี้!” เมื่อเห็นว่าไม่มีประโยชน์จะต้านทาน อูโตนีจึงยอมจำนนในที่สุด เขายังสะอื้นอยู่ขณะหยิบปลอกแขนขึ้นมาสวมช้าๆ ด้วยมือสั่นเทา
แชะ!
เสียงกลไกล็อกตัวดังขึ้นทันที ปลอกแขนโลหะสีดำหนาหนักหดตัวเข้ารัดแขนของอูโตนีอย่างแน่นหนา พร้อมกับเสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องจักร และแสงสีฟ้าเรืองรองไหลลามไปทั่วแขนของเขา!
“อ๊ากก! พวกเวร! แสบ! มันแสบ!!”
อูโตนีกรีดร้องอย่างกับหมูโดนเชือด ความทรมานที่ถาโถมทำให้เขาคลุ้มคลั่ง
เขาลุกขึ้นมาทั้งๆ ที่ไร้สติและสะบัดแขนสุดแรง เหมือนพยายามสลัดเหล็กร้อนที่ติดอยู่กับร่างออกไป!
“ช่วยด้วย! ช่วยเอาไอ้นี่ออกไปที!”
เสียงร้องโหยหวนของเขาดังก้อง ขณะที่แสงไฟฟ้าสีน้ำเงินแผ่ขยายไปทั่วทั้งร่าง ทุกพื้นที่ที่แสงนั้นไหลผ่าน กลายเป็นชุดเกราะแนบสนิทกับผิว เหมือนเวทมนตร์ที่ประกอบขึ้นทีละชิ้น!
แต่กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาเพียงเก้าวินาทีเท่านั้น พอถึงวินาทีที่สิบ แสงสีน้ำเงินก็ไหลมาถึงศีรษะของอูโตนี แล้วหมวกเกราะทรงปูแครบก็ผุดขึ้นมาจากความว่างเปล่า ปิดคลุมใบหน้าที่กำลังตื่นตระหนกของเขา!
เสียงร้องทุกข์ก็ถูกกลืนหายไปภายในเกราะ…
ในตอนนี้ อูโตนีที่เดิมสูงไม่ถึง 1.7 เมตร และหนักแค่สี่สิบกิโลกรัม ได้กลายร่างเป็นนักรบเหล็กร่างยักษ์ สูงถึง 1.9 เมตร อย่างสมบูรณ์!
เหมือนในภาพยนตร์ไม่มีผิด เมื่อเกราะ Predator Killer ครอบคลุมร่างกายเขาโดยสมบูรณ์ การดิ้นรนทั้งหมดก็หยุดลง เขาเพียงยืนนิ่งอยู่อย่างเงียบงัน
ชวิ้ง!
เสียงใบมีดสั้นดังกังวาน เล็บโลหะยาวครึ่งเมตรพุ่งพรวดออกมาจากมือขวาของชุดเกราะ
ขณะเดียวกัน ปืนใหญ่มุมฉากสองกระบอกก็ชูขึ้นจากด้านหลังบ่า เลเซอร์หกลำพุ่งออกมาจากทั้งสองไหล่ กวาดตรวจพื้นที่รอบตัวอย่างเงียบงัน
“สำเร็จหรือเปล่านะ…”
ในห้องอีกฝั่งหนึ่ง เฉินเฉินที่จับตาดูอยู่บนจอภาพหรี่ตาลง
เขาจ้องมองเกราะ Predator Killer สีดำด้านอย่างเย็นชา ก่อนจะกดโทรศัพท์พูดอีกครั้ง “อูโตนี ยังอยู่ไหม?”
บนหน้าจอ อูโตนีในชุดเกราะยังคงยืนนิ่ง ไม่ตอบสนองใดๆ
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เฉินเฉินก็ลองใหม่ “ถ้าคุณได้ยินผม พยักหน้าที”
คราวนี้ อูโตนีในชุดเกราะ PK จึงพยักหน้าช้าๆ
“ดีมาก ขยับมือหน่อย ให้ผมดูว่าคุณควบคุมมันได้ไหม”
จากนั้น เฉินเฉินก็เห็นว่าเกราะบนจอค่อยๆ ยกมือทั้งสองขึ้นอย่างเก้ๆ กังๆ แล้วเพ่งมองพวกมันอย่างใคร่ครวญ
“ดีมาก ต่อไป ลองเดินดูสักสองสามก้าว”
อูโตนีลดมือลง แล้วลองก้าวเท้าขวาไปข้างหน้า ทว่าเพราะยังไม่ชิน เขาก็เกือบล้มคว่ำ
แต่ทันใดนั้นเอง เกราะ PK ก็ปรับสมดุลตัวเองโดยอัตโนมัติ พยุงร่างเขาไว้ไม่ให้ล้มลง
หลังจากนั้น อูโตนีก็ลองเดินอีกสองสามก้าว ซึ่งคราวนี้ราบรื่นกว่าครั้งแรกมาก
เมื่อเห็นภาพนั้น เฉินเฉินก็มั่นใจว่าเกราะ PK ไม่มีปัญหาอะไร สุดท้ายเขาจึงถามว่า “ยังแสบอยู่ไหม?”
อูโตนีส่ายหัว
“ถ้าอย่างนั้น… ยังรู้สึกไม่สบายตรงไหนอีกหรือเปล่า?”
อูโตนีส่ายหัวอีกครั้ง
“ดีมาก ตอนนี้ ให้คุณจินตนาการว่าตัวเองกำลังถอดเกราะออก” เฉินเฉินออกคำสั่งสุดท้าย
เขาออกคำสั่งนี้เพราะจำได้ว่า ในภาพยนตร์ ตอนที่เกราะ PK เข้าไปครอบตัวนักวิจัยนั้น ฝ่ายนั้นแสดงอาการหวาดกลัวอย่างชัดเจน และความกลัวนี้เองที่ทำให้เกราะคลายตัวออกหลังผ่านไปสิบวินาที
กล่าวอีกนัยหนึ่ง เกราะนี้น่าจะควบคุมได้ด้วยสัญญาณจากสมองมากกว่าฮาร์ดแวร์ล้วนๆ โอกาสเป็นไปได้อยู่ราวหกสิบเปอร์เซ็นต์
แม้จะมีผู้ชมบางคนวิเคราะห์ว่า เกราะยอมคลายตัวเพราะผู้สวมไม่ใช่เผ่าพันธุ์นักล่า แต่อย่างนั้นก็ฟังดูเกินจริงไปหน่อย
ถ้าเกราะ Predator Killer ถูกออกแบบให้ใช้ได้เฉพาะกับนักล่าต่างดาวจริงๆ มันก็คงไม่เปิดใช้งานตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ ไม่ใช่ว่าจะสวมเข้าไปได้ก่อนแล้วค่อยปฏิเสธ
ดังนั้น ทฤษฎีที่ว่ามนุษย์ไม่สามารถสวมเกราะนี้ได้จึงไม่มีน้ำหนักพอ
ยิ่งไปกว่านั้น ในตอนจบของเรื่อง ตัวเอกยังกล่าวประโยคหนึ่งว่า “นี่แหละ ชุดใหม่ของฉัน”
หากตัวละครพูดเช่นนั้น ก็เท่ากับว่าผู้กำกับกำลังสื่อสารกับผู้ชมผ่านคำพูดนั้นว่า “อยากเห็นมนุษย์ใส่ชุดนี้ล่าพวก Predator ไหม? ถ้าอยากก็สนับสนุนให้มีภาคต่อสิ!”
แม้หนังจะถูกวิจารณ์อย่างรุนแรงว่าเปลี่ยนภาพลักษณ์ของนักล่าจนเละไม่เป็นท่า แต่นั่นก็คือเนื้อหาหลัก (canon) ของจักรวาลนี้อยู่ดี ตราบใดที่ไม่มีการรีบูตใหม่ มันก็เป็นความจริงที่ว่ามนุษย์สามารถสวมเกราะนี้ได้แน่นอน
คำถามเดียวที่เหลืออยู่คือ... มันจะก่อให้เกิดอันตรายที่ไม่คาดคิดหรือไม่เมื่อใช้งานจริง
แต่จากผลการทดลองนี้ เฉินเฉินรู้สึกมั่นใจมากขึ้น
ทว่าในตอนนี้ อูโตนีกลับยังไม่ถอดเกราะ
“อูโตนี ได้ยินฉันไหม?” เฉินเฉินละจากความคิดและพูดขึ้นอีกครั้ง “ฉันสั่งให้คุณถอดเกราะเดี๋ยวนี้”
แต่แล้ว อูโตนีก็ยังไม่ทำตามคำสั่ง ไม่เพียงเท่านั้น ปืนใหญ่บนไหล่ทั้งสองข้างยังยกขึ้นอย่างช้าๆ เล็งเป้ามาที่เพดาน
เฉินเฉินขมวดคิ้ว ตามปกติแล้ว หากอูโตนีไม่ทำตามคำสั่ง ระบบ Little X จะลงโทษเขาทันทีผ่านชิปพระเจ้า แต่ตอนนี้กลับไม่มีปฏิกิริยาใดๆ
นั่นแปลว่า เกราะ PK มีความสามารถในการปิดกั้นสัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้า และอาจทนทานต่อ EMP ด้วย
อย่างไรก็ตาม แค่นั้นมันยังไม่พอ…
เฉินเฉินคลี่ยิ้มเย็นชาบนใบหน้า
บึ้ม!
ในจังหวะนั้นเอง เกราะ PK บนหน้าจอก็ระเบิดขึ้นกลางสายฟ้าสีน้ำเงิน เสี้ยววินาทีต่อมา หน้าจอก็กลายเป็นภาพคลื่นรบกวนพร่าเลือน
พร้อมกันนั้น เสียงระเบิดดังสนั่นก็ดังมาจากประตูหลังคลินิก แรงสั่นสะเทือนรุนแรงถึงขนาดที่เฉินเฉินยังรู้สึกได้จากในห้องนี้
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงของเฉิงเฉาดังลอดเข้ามาจากประตู “บอส! เขาหนีออกจากห้องทดลองแล้วครับ!”
“ไม่เป็นไร เขาตายไปแล้ว”
เฉินเฉินเปิดประตูออก และเดินตรงไปยังด้านหลังคลินิกทันที อย่างที่คาดไว้ พื้นดินบริเวณประตูหลังมีหลุมขนาดใหญ่เส้นผ่านศูนย์กลางสองเมตรปรากฏขึ้น เผยให้เห็นห้องใต้ดินที่อยู่ลึกลงไปข้างล่าง
ในห้องใต้ดินนั้นเต็มไปด้วยควันและฝุ่นตลบ พวกเขามองเห็นเงาร่างหนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางความมืด… เงียบงัน... ไม่ขยับ... ไม่ไหวติง... ดั่งก้อนหิน...