เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 77 ไฟดับครั้งใหญ่

ตอนที่ 77 ไฟดับครั้งใหญ่

ตอนที่ 77 ไฟดับครั้งใหญ่ 


ตอนที่ 77 ไฟดับครั้งใหญ่

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับเม็ดทรายไหลผ่านปลายนิ้ว   พลบค่ำได้ย่างกรายเข้ามาแล้ว

ในคฤหาสน์ส่วนตัวของดลามินี ณ เมืองเคปทาวน์ เขากำลังนั่งอยู่หน้าโต๊ะอาหารหรูหราซึ่งทำจากไม้สีงาชมพูอันแสนล้ำค่า มือข้างหนึ่งถือถ้วยซุปอุ่นๆ ดื่มอย่างระมัดระวัง

ใบหน้าของเขาในขณะนี้ซีดเซียว แววตาไร้แสงเงา แขนที่ยกถ้วยก็สั่นระริกอย่างน่ากังวล

แม้ว่าดลามินีจะมีอายุห้าสิบแปดปีแล้ว แต่ร่างกายของเขาก็ยังคงแข็งแรงเหมือนเสือพูมาที่อยู่ในช่วงพีคของชีวิต ไม่เคยมีใครคิดว่าเขาเป็นชายชราที่ใกล้ปลายทาง

แต่หลังจากเมื่อวาน   วันที่เขาออกจากคฤหาสน์พร้อมกลุ่มลูกน้อง และหายตัวไปทั้งวันทั้งคืน   เมื่อตอนกลับมา เขาก็กลายเป็นคนเช่นนี้

ทุกคนต่างรู้ดีว่าเขาถูกลอบเล่นงาน

แต่ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า เขาได้เห็นอะไรมาบ้าง หรือเกิดอะไรขึ้นกับเขาในช่วงเวลานั้น…

อย่างไรก็ตาม อย่างน้อยเขาก็กลับมาได้โดยไม่สูญเสียอวัยวะใด ในประเทศที่อาชญากรรมเฟื่องฟูเช่นเรนโบว์เนชั่น นี่ถือว่าน่ายินดีเสียด้วยซ้ำ

ขณะนั้นเอง มีลูกน้องคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมถือซองเชิญสีแดงประดับด้วยลวดลายทองหรูหรา “ท่านครับ หอการค้าเคปทาวน์ส่งจดหมายเชิญมาให้ร่วมงานแสดงสินค้านานาชาติสัปดาห์หน้า”

“ออกไป!”

ดลามินีไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้น เพียงกล่าวเสียงเรียบ

“เอ่อ…” ลูกน้องคนนั้นชะงักไปทันที ไม่แน่ใจว่าตัวเองได้ยินผิดไปหรือไม่

“ฉันบอกให้ออกไปไง!” ดลามินีพูดซ้ำด้วยเสียงเข้ม พร้อมกระแทกถ้วยลงบนโต๊ะ

“ครับ!” ลูกน้องรีบถอยออกไปจากห้องทันที ความเงียบปกคลุมอีกครั้ง

ดลามินีถอนหายใจ เขายกมือแตะแผลที่ด้านหลังคอด้วยสายตาแข็งกร้าว

“ให้ตายสิ… ฉันจะกำจัดเจ้าสิ่งนี้ออกไปได้ยังไง… อึก…”

แต่ทว่า ทันทีที่แววตาแห่งการต่อต้านแวบผ่าน ดลามินีก็รู้สึกราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกำลังบีบคอเขาไว้แน่นจนหายใจไม่ออก!

เขารีบยกมือกุมลำคอ แต่ในวินาทีถัดมา ร่างกายทั้งร่างก็ชาไปหมด!

เหมือนถูกอัมพาต ดลามีร่วงจากเก้าอี้อาหารทันที เกร็งและชักกระตุกอยู่กับพื้น

“ท่านครับ!”

“คุณดลามินี!”

บอดี้การ์ดที่เฝ้าอยู่ด้านนอกได้ยินเสียงวุ่นวายจึงพุ่งเข้ามา “แย่แล้ว! ต้องเป็นลมชักแน่ๆ ไปตามหมอเร็ว!”

“ไม่ต้อง!”

แต่ก่อนที่อีกคนจะวิ่งออกไป ดลามินีก็ยกมือห้ามไว้ “ไม่ต้องไปตามหมอ ฉันไม่เป็นไร…”

“แต่ท่าน… สภาพร่างกายของท่าน”

“ไม่ต้องห่วง ออกไปเฝ้านอกห้องซะ”

ดลามีพูดอย่างอ่อนแรง แต่เด็ดขาด คนของเขาจึงออกไปด้วยสีหน้ากังวล

ตอนนี้ ดลามีทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างหมดแรง ดวงตาเบิกโพลงจ้องมองเพดานอย่างเลื่อนลอย โดยไม่ขยับเขยื้อนอยู่นาน

ปี๊บ   แจ้งเตือนภารกิจ!”

เสียงหญิงสาวกลไกอันเย็นเยียบแทรกเข้ามาในโสตประสาทของดลามี

ร่างเขาสะท้านเฮือก ความตกใจผุดขึ้นในดวงตา ถึงกระนั้น เขาก็ไม่ได้แปลกใจกับเสียงที่ดังขึ้นกลางอากาศนี้แม้แต่น้อย

“หมายเลขเดลต้า 20220001 คุณได้รับคำสั่งจากซิกม่า05 กรุณาตรวจสอบ!”

เสียงนี้คล้ายจะกระซิบอยู่ข้างหู แต่เขากลับไม่สามารถระบุที่มาได้เลย

ดลามินีรู้ดีว่าเสียงนี้มาจากภายในสมองของเขาเอง…

“ซิกม่า05 ออกคำสั่ง: หมายเลขเดลต้า 20220001 กรุณาเริ่มต้นแผนการที่ได้ตกลงไว้!”

“ย้ำอีกครั้ง!”

“ซิกม่า05 ออกคำสั่ง…”

“ย้ำอีกครั้ง!”

“ซิกม่า05 ออกคำสั่ง…”

เสียงนั้นยังคงกล่าวซ้ำไปมาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ไม่มีอารมณ์ ไม่มีความลังเล มันช่างแม่นยำและไร้ชีวิตราวกับเป็นเสียงที่สังเคราะห์จากคอมพิวเตอร์

“…รับทราบแล้ว”

ดลามินีขยับริมฝีปากช้าๆ รับคำอย่างยากลำบาก.

เขารู้ดีว่าหากเพิกเฉยต่อเสียงนั้น มันก็จะยังคงดังสะท้อนในหัวของเขาต่อไปอย่างไม่หยุดหย่อน ไม่เพียงเท่านั้น อีกฝ่ายยังอาจลงโทษเขาทางร่างกายอีกครั้งเหมือนอย่างที่เคยทำ…

ดลามินีไม่กล้าคิดขัดขืนอีกต่อไป เขาทำได้เพียงลุกขึ้นเงียบๆ จัดเสื้อผ้าที่หลุดรุ่ยให้เรียบร้อย แล้วกดโทรออก

“เลย์ตันหรือ?”

“ครับ ครอบครัวของคุณขึ้นเครื่องไปวอชิงตัน อเมริกาเหนือแล้ว คุณสามารถเริ่มได้”

หลังจากดำเนินการตามคำสั่ง ดลามินีก็ปิดโทรศัพท์ แล้วนั่งจมอยู่บนโซฟา สายตาเลื่อนลอยเหมือนตกอยู่ในภวังค์…

เพียงไม่กี่นาทีต่อมา ที่บริเวณหอส่งไฟฟ้าทางชานเมืองของเคปทาวน์   ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อโครงข่ายแรงสูงระยะทางหลายสิบกิโลเมตร   ผืนดินก็ระเบิดขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน หอส่งไฟฟ้าล้มระเนระนาด สายไฟแรงสูงขาดกระจุยในทันที!

ในเวลาเดียวกัน ที่สถานีไฟฟ้าย่อยบริเวณชายขอบเมืองเคปทาวน์ก็เกิดเพลิงไหม้รุนแรง ควันดำหนาทึบพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า เปลวเพลิงย้อมฟ้าให้กลายเป็นสีแดงฉาน ราวกับเมฆเพลิงที่ลุกโชติช่วงกลางอากาศ

ด้วยเหตุการณ์ระเบิดต่อเนื่องนี้ เครือข่ายไฟฟ้าของเคปทาวน์ถูกทำลายลงอย่างสมบูรณ์ เมืองที่ครั้งหนึ่งเคยสว่างไสว เจิดจ้า   เมืองใหญ่อันดับสองของเรนโบว์เนชั่น   ได้จมเข้าสู่ความมืดมิดดั่งรัตติกาลนิรันดร์

ทั้งหมดนี้ คือสิ่งที่เฉินเฉินและดลามินีได้ตกลงกันไว้ล่วงหน้า

ในข้อตกลงนั้น ไม่ว่าจะใช้วิธีใด ดลามินีต้องจัดการให้เฉินเฉินสามารถใช้โรงไฟฟ้า Eiffel ได้เป็นเวลาห้าวันเต็ม โดยในช่วงห้าวันนี้ ห้ามส่งไฟฟ้าแม้แต่กิโลวัตต์เดียวเข้าสู่เคปทาวน์

ในตอนแรก เรื่องนี้ดูจะเป็นไปไม่ได้เลย แม้แต่สำหรับดลามินีผู้มีเส้นสายครอบคลุมทั่วเมือง

เขาไม่สามารถต่อต้านคำสั่งจากศาลาว่าการ หรือรับมือกับแรงกดดันจากประชาชนทั้งเมืองได้ ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเลือกประนีประนอม

ด้วยอำนาจเครือข่ายที่เขาสั่งสมไว้ในเคปทาวน์ตลอดหลายปี เขาจึงใช้วิธีแบบเดียวกับกลุ่มต่อต้านใต้ดิน   ฝังวัตถุระเบิดไว้ใต้ดิน แล้วจุดชนวนหอส่งไฟฟ้าแรงสูงให้พังลงติดต่อกัน เพื่อทำลายเส้นทางส่งไฟจากโรงไฟฟ้าเข้าสู่ตัวเมือง

แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่วางใจ จึงจัดการเผาสถานีไฟฟ้าย่อยของเมืองซ้ำอีก

เพราะหากทำลายเพียงหอส่งไฟฟ้า ศาลาว่าการก็อาจเร่งซ่อมแซมได้ภายในเวลา 24 ชั่วโมง แต่ถ้าสถานีย่อยถูกทำลายด้วย การฟื้นฟูนั้นจะไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าจะใช้เวลากี่วัน

ไม่ว่าภายหลังทางเมืองจะเข้าตรวจสอบหรือซ่อมแซมอย่างไร เคปทาวน์ก็จะต้องกลับเข้าสู่สภาพดั้งเดิมแบบดึกดำบรรพ์   เมืองไร้แสงไฟ   อย่างน้อยก็สามถึงห้าวัน

และใครจะคาดคิดว่าการกระทำคล้ายการก่อการร้ายนี้ จะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมากมายเพียงใดให้แก่เคปทาวน์?

ความเสียหายนี้ไม่เพียงแต่กระทบต่อผลประโยชน์ของรัฐบาลเมืองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงดลามินีเอง ที่ต้องสูญเสียครั้งใหญ่ และมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกสาวถึงตัวในที่สุด

แม้กระนั้น เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว

แน่นอน   สิ่งเหล่านี้ล้วนไม่เกี่ยวข้องกับเฉินเฉินแม้แต่น้อย

ขณะที่เมืองกำลังตกอยู่ในความโกลาหล โรงไฟฟ้า Eiffel ก็ยังคงเดินเครื่องตามปกติ แต่ ณ เวลานั้น ไม่มีใครสนใจอีกแล้วว่าโรงไฟฟ้ายังเปิดอยู่หรือไม่

และยิ่งไม่มีใครใส่ใจเลยว่า ไฟฟ้าที่ผลิตได้นั้น… กำลังไหลไปที่ไหน

จบบทที่ ตอนที่ 77 ไฟดับครั้งใหญ่

คัดลอกลิงก์แล้ว