- หน้าแรก
- เรื่องที่ไอดอลเขาทำกัน ระบบไม่คิดจะให้ฉันทำเลยสินะ
- บทที่ 8: หลินนั่วซี
บทที่ 8: หลินนั่วซี
บทที่ 8: หลินนั่วซี
5 นาทีต่อมา นักศึกษาที่เป่าผมเสร็จแล้ว ก็กดไลก์ให้โม่กู่อย่างไม่ต้องสงสัย
【ยอดไลก์ปัจจุบันของผู้ใช้ 1/100】
เสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทำเอาโม่กู่ที่กำลังนอนแผ่หมดสภาพเล่นมือถืออยู่บนโซฟาถึงกับสะดุ้ง
เขาลุกขึ้นไปส่งลูกค้าพร้อมกับหนุ่มผมเหลืองที่หน้าร้าน ยังไม่ทันจะได้หันหลังกลับ ก็ได้ยินเสียงหนุ่มผมเหลืองตะโกนว่า:
"พี่ชาย! วันละ 200 จ่ายรายวัน!"
"มีเรื่องดีๆ แบบนี้ด้วยเหรอ?"
โม่กู่ดีใจ แต่สีหน้ายังคงเรียบเฉย อ้าปากพูดว่า
"เอางี้ เมื่อกี้ฉันเหลือบไปเห็นป้าย 'ตัดด่วน 10 หยวน' ในร้าน นายเอาป้ายนั่นออกไปตั้งหน้าร้านก่อน"
"หา?"
"ถ้าไม่รีบฝึกฝีมือเพิ่ม เดี๋อนายเจอสถานการณ์แบบเมื่อกี้อีกจะทำยังไง? ต่อไปนี้ถ้ามีลูกค้าจะตัดทรงสกินเฮดหรือโกนหัวโล้น นายเป็นคนรับผิดชอบ ส่วนที่เหลือฉันจัดการเอง"
"อ้อ! ครับๆๆ!"
หนุ่มผมเหลืองที่ได้รับคำสั่งรีบเอาป้ายไปแขวนหน้าร้านทันที เขาย่อมเดาไม่ถึงว่า ความคิดที่แท้จริงของโม่กู่ก็คือการใช้ความได้เปรียบด้านราคาดึงดูดลูกค้าให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะได้ทำภารกิจให้สำเร็จโดยเร็ว
เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก จนถึง 6 โมงเย็น
โม่กู่ทิ้งให้หวังเจี้ยนเฉียง หนุ่มผมเหลือง ทำความสะอาดร้านอยู่คนเดียว ส่วนตัวเองก็ชิงกลับบ้านก่อน
เวลาช่วงค่ำ เขาต้องเก็บไว้ให้กับการซ้อมดนตรีและการเต้น ส่วนหวังเจี้ยนเฉียงที่ไม่มีช่างทำผมคนอื่นอยู่ด้วย ก็ได้แต่ต้องปิดร้านเลิกงานไปพร้อมกัน
เพียงแค่วันเดียว เขาก็ได้ยอดไลก์มาถึง 28 ไลก์
ต้องบอกเลยว่า ตราบใดที่ราคาถูกพอ ช่างทำผมระดับมืออาชีพ เลเวล 1 ก็สามารถมอบความสุขระดับมาสเตอร์ เลเวล 10 ให้กับลูกค้าได้
และค่าประสบการณ์คนทำงานก็เพิ่มขึ้นมา 60 แต้ม พอดีกับจำนวนที่ควรจะได้รับจากการทำงานสองอาชีพในหนึ่งวัน
พูดอีกอย่างก็คือ "แผนหมุนเวียนเงินเก็บส่วนตัว" ของโม่กู่... น่าจะสำเร็จแล้ว
เวลาผ่านไปอีกสามวัน โม่กู่ที่เพิ่งตัดผมให้ลูกค้ารายสุดท้ายเสร็จและกำลังจะกินข้าวเที่ยง ก็ได้รับเสียงแจ้งเตือนจากระบบ
【ยินดีด้วย ผู้ใช้สะสมคำชมจากลูกค้าครบ 100 ครั้งแล้ว ยืนยันจะส่งภารกิจหรือไม่?】
"ส่ง... เดี๋ยวก่อน!"
โม่กู่ที่กำลังจะกดส่งภารกิจเพื่อรับรางวัลรีบหยุดชะงักทันที
"มันแปลกๆ นะ? ภารกิจครั้งที่แล้ว พอชกมวยเสร็จมันก็ส่งภารกิจอัตโนมัติเลย แค่ถามว่าจะเปิดรับรางวัลไหม แต่ทำไมครั้งนี้ถึงมาถามว่าจะส่งภารกิจหรือไม่?"
"ไม่ชอบมาพากล ไม่ชอบมาพากล"
เมื่อคิดถึงตรงนี้ โม่กู่ก็ตัดสินใจรอไปก่อน
อย่างมากก็แค่กลับบ้านไปค่อยส่งภารกิจ เขายังต้องระวังลูกไม้ของคุณระบบจ๋าไว้หน่อย
หลังอาหารเที่ยง โม่กู่เก็บป้าย "ตัดด่วน 10 หยวน" กลับเข้าร้าน แล้วเริ่มตัดผมให้ลูกค้าต่อ เมื่อเขาเป่าผมให้ลูกค้ารายที่สองเสร็จ เสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้นอีกครั้ง
【ยอดไลก์ปัจจุบันของผู้ใช้ 101/100】
"เชี่ยละ? แบบนี้ก็ได้เหรอ?"
โม่กู่ที่ตระหนักได้ว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง เริ่มครุ่นคิดในใจ
"หรือว่า... 100 ไลก์ เป็นแค่ขั้นต่ำในการทำภารกิจให้สำเร็จ ยิ่งได้เยอะ รางวัลก็ยิ่งดี?"
"ช่างครับ ผมเอาทรงนี้"
ทว่า ยังไม่ทันจะได้คิดแผนการต่อไป โม่กู่ก็ถูกลูกค้ารายใหม่ขัดจังหวะความคิด
"งั้นก็เก็บสะสมต่อไปก่อนแล้วกัน"
เขามองไปยังมือถือที่ลูกค้ายื่นให้ พลางตัดสินใจในใจว่าจะใช้นโยบาย "นิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว" พร้อมกับพูดกับลูกค้าด้วยสีหน้าจริงจังว่า:
"คุณครับ ทรงนี้ ผมเกรงว่ามันจะไม่ค่อยเหมาะกับคุณนะครับ?"
"แต่ในรูปนี่มันหล่อมากเลยนะ?"
"คุณเห็นลูกค้าที่นั่งรออยู่ตรงประตูไหม เขาก็ใส่เสื้อยืดสีขาวเหมือนนายแบบในรูปเลย เขาหล่อไหมล่ะ?"
"...คุณพูดถูก คุณดูแล้วตัดให้เลยแล้วกัน!"
หลังจาก "ดึงลูกค้าที่ไม่ดูความเป็นจริงกลับมาจากหน้าผาได้อีกคน" โม่กู่ก็หยิบขวดสเปรย์มาฉีดน้ำใส่ผมของลูกค้า พลางเรียกให้หวังเจี้ยนเฉียงเอาป้าย "ตัดด่วน 10 หยวน" กลับไปแขวนไว้ที่เดิม
เวลาผ่านไปอีกสี่วัน
โม่กู่นอนมองตัวเลข 200/100 ที่ไม่ขยับเพิ่มอีกแล้วในหน้าต่างภารกิจ เขาคาดว่าน่าจะถึงขีดจำกัดสูงสุดของภารกิจแล้ว
อีกแค่สองวันเขาก็ต้องไปออดิชั่นแล้ว วันนี้ส่งภารกิจเลยดีกว่า
คิดได้ดังนั้น โม่กู่ก็กดส่งภารกิจในใจทันที
【ยินดีด้วย ผู้ใช้ทำภารกิจสำเร็จเกินเป้าหมาย ได้รับรางวัลดังต่อไปนี้】
【ค่าประสบการณ์ทั่วไป 1,000 แต้ม】
【อาชีพ 'ช่างทำผม' ได้รับการอัปเกรดเป็น 'สไตลิสต์'】
【อาชีพ 'สไตลิสต์' ได้รับการอัปเกรดเป็น ระดับมืออาชีพ เลเวล 10】
【ได้รับทักษะติดตัว: สุนทรียศาสตร์ร่างกาย】
【ความเข้าใจของผู้ใช้เกี่ยวกับสุนทรียศาสตร์ร่างกายเพิ่มขึ้น】
"แค่นี้เนี่ยนะ แกเรียกนี่ว่ารางวัลที่ต้องการเร่งด่วนเหรอ? ที่งานออดิชั่นเขาก็มีสไตลิสต์มืออาชีพคอยดูแลฉันอยู่แล้วไหม? ไม่เห็นต้องใช้ฉันเลย"
เมื่อฟังรางวัลที่ระบบประกาศออกมา แล้วนึกถึงต้นทุนที่ลงแรงไป โม่กู่ก็เริ่มหัวเสีย
【ค่ารูปลักษณ์ภายนอกของผู้ใช้ +5 ถาวร】
"ฉันมันใจร้อนเอง คุณระบบจ๋าเจ๋งเป้ง!" โม่กู่ที่โดนความสุขจู่โจมอย่างกะทันหันแทบจะตะโกนออกมา "ไม่นึกเลยว่าจะมีทักษะอาชีพที่ช่วยเพิ่มค่าความหล่อแบบถาวรด้วย!"
โม่กู่ไม่ใช่ตัวละครที่มีค่าความหล่อเต็มร้อยเหมือนคนดู สำหรับเขานั้น ค่าความหล่อที่เพิ่มขึ้นทุกแต้มล้วนเป็นสิ่งที่เขาปรารถนา
และตอนนี้ ค่ารูปลักษณ์ภายนอกโดยรวมของเขาก็สูงถึง 81 คะแนนแล้ว ตามคำอธิบายของระบบ ในสภาพหน้าสดที่ไม่มีการปรุงแต่งใดๆ —— ไม่พึ่งพาเครื่องสำอาง หรือพลังแห่ง PS —— รูปลักษณ์ภายนอกระดับนี้ โดยเฉลี่ยแล้ว ใน 2 ล้านคน ถึงจะมีสักคนหนึ่ง
เมื่อคิดถึงตรงนี้ โม่กู่ก็รีบลุกจากเตียงไปเปิดไฟส่องกระจกทันที
เขามองใบหน้าของตัวเองในกระจกที่ดูประณีตและคมคายขึ้นอย่างชื่นชม พลางหัวเราะ "คิกคัก" ออกมาอย่างไม่รู้ตัว
"ขนาดหน้าสดยังขนาดนี้ นี่ถ้าได้แต่งหน้าทำผมอีกหน่อย ฉันไม่ทะยานขึ้นฟ้าเลยเรอะ!"
เช้าวันรุ่งขึ้น โม่กู่ตื่นแต่เช้าตรู่ สวมเสื้อเชิ้ตสีพื้นเรียบๆ ที่พอดีตัว กับกางเกงยีนส์แฟชั่น ดูเรียบง่ายแต่ก็ไม่ตกเทรนด์
เขามาถึงร้านตัดผมที่ทำงาน เก็บป้าย "ตัดด่วน 10 หยวน" กลับเข้าร้าน แล้วเปิดโปรแกรมไลฟ์สดของตัวเองเพื่อเตรียมความพร้อม
เนื่องจากลูกค้าจำนวนมากไม่ชอบให้ถ่าย โม่กู่จึงลดเวลาไลฟ์สดลงอย่างมากตั้งแต่เริ่มมาเป็นช่างทำผม
วันนี้ นอกจากจะทำงานแล้ว เขายังตั้งใจว่าจะไลฟ์สดดัดผมและจัดแต่งทรงผมของตัวเองไปด้วย
เพราะพรุ่งนี้ก็ต้องไปออดิชั่นแล้ว ต้องให้กรรมการได้เห็นตัวเองในเวอร์ชันที่หล่อที่สุด
【ติ๊งต่อง】
ประตูร้านตัดผมถูกดึงเปิดออกช้าๆ หญิงสาวร่างบาง ผิวขาวสะอาดสะอ้าน หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มคนหนึ่งเดินเข้ามา
เธอสวมชุดกะลาสีสีขาว กระโปรงจีบสีกรมท่า ถุงเท้ายาวสีขาว และรองเท้านักเรียนหัวมน มีปอยผมสองสามเส้นตกลงมาบนหน้าผากอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้เธอดูสดใสและน่ารัก
"โอ้ ท่านช่างทำผมผู้สูงส่ง ในโลกอันแสนสับสนวุ่นวายนี้ ทรงผมของข้าเปรียบดั่งพายุที่บ้าคลั่ง ต้องการทักษะอันศักดิ์สิทธิ์ของท่านมาสยบโดยด่วน"
"..." x2
ทั้งหวังเจี้ยนเฉียงและโม่กู่ต่างก็รับมือไม่ทันกับกลิ่นอายความเป็นจูนิเบียวที่โชยมาปะทะจมูกอย่างกะทันหัน ทั้งคู่เงยหน้าขึ้นมองไปที่ประตู
"เอ๊ะ?" นี่คือคอมเมนต์ในห้องไลฟ์
"เอ๊ะ?" นี่คือเสียงชื่นชมอย่างตกตะลึงของหวังเจี้ยนเฉียง
"เอ๊ะ?" นี่คือเสียงประหลาดใจของโม่กู่ที่เจอคนรู้จัก
"ก็นึกอยู่ว่าทำไมช่วงนี้มีคนเป็นโรคจูนิเบียวเยอะจัง ที่แท้ก็ซีซีนี่เอง!" เมื่อเห็น "หลินนั่วซี" ที่หน้าประตู โม่กู่ก็รู้สึกแปลกประหลาดอย่างน่าประหลาดใจ ก่อนจะเผลอยิ้มกว้างให้เธอโดยไม่รู้ตัว
ที่เขารู้สึกแปลกๆ ก็เพราะหลินนั่วซีไม่ใช่คนที่มีตัวตนอยู่บนโลกเหมือนพ่อกับแม่ของเขา แต่เธอเป็นตัวละครสำคัญที่มีอยู่แค่บนดาวไห่หลานเท่านั้น
เป็น "คนแปลกหน้าที่คุ้นเคยที่สุด" ของโม่กู่
หลินนั่วซีกับโม่กู่ (ร่างเดิม) บนดาวไห่หลานรู้จักกันตอนมัธยมปลาย เพื่อไม่ให้เขาที่เป็นเด็กฝึกต้องเสียการเรียนมากเกินไป ครูจึงได้จัดให้ "หลินนั่วซี" ตัวท็อปด้านการเรียน มาเป็นเพื่อนร่วมโต๊ะของเขาตลอดสามปี เพื่อคอยกำกับดูแลและติวหนังสือให้โม่กู่ได้ตลอดเวลา
และในช่วงเวลานั้นเอง ที่โม่กู่ (ร่างเดิม) ได้ลิ้มรสชาติของการ "แอบรัก" เป็นครั้งแรก ราวกับมีมุมหนึ่งในหัวใจถูกจุดให้สว่างไสว อบอุ่น และเจือปนด้วยความเปรี้ยวจี๊ดเล็กๆ