- หน้าแรก
- เรื่องที่ไอดอลเขาทำกัน ระบบไม่คิดจะให้ฉันทำเลยสินะ
- บทที่ 7: เส้นทางอาชีพช่างทำผมของโม่กู่
บทที่ 7: เส้นทางอาชีพช่างทำผมของโม่กู่
บทที่ 7: เส้นทางอาชีพช่างทำผมของโม่กู่
วันที่ 1 กรกฎาคม การรับสมัครออดิชั่นรอบคัดเลือกของ 《ไอดอล ฟรอนต์ไลน์》 ได้ปิดลงอย่างเป็นทางการ และระบบก็ได้รีเฟรชรายการอาชีพใหม่ออกมาด้วย
โม่กู่เปิดหน้าต่างระบบขึ้นมา แล้วไล่ดูคร่าวๆ
【ชื่อ: โม่กู่】
【รูปลักษณ์ภายนอก: 76】
【สมรรถภาพร่างกาย: 94】
【ทรัพย์สินทั้งหมด: 50,319 หยวน】
【อาชีพคนทำงาน: นักมายากลระดับราชันย์ผู้แข็งแกร่ง, นักเต้นระดับมาสเตอร์ เลเวล 8, นักสู้ MMA ระดับมาสเตอร์ เลเวล 8, นักเปียโนระดับมืออาชีพ เลเวล 7, นักร้องระดับมืออาชีพ เลเวล 2, นักกีตาร์ระดับมืออาชีพ เลเวล 3, พนักงานส่งพัสดุระดับมืออาชีพ เลเวล 2, นักกีฬาจักรยานระดับมืออาชีพ เลเวล 3, นักกีฬาปาร์กัวร์ระดับมาสเตอร์ เลเวล 2, สตรีมเมอร์ออนไลน์ระดับมืออาชีพ เลเวล 2】
【อาชีพที่รีเฟรชปัจจุบัน: สมาชิกสภาประชาชนแห่งชาติ, นักบิน, นักต้มตุ๋น】
【ทักษะติดตัว: หัตถ์เทวะ, นักเต้นเท้าไฟ, ร่างกายปราดเปรียว, ทักษะเหินหาวไต่กำแพง】
(หลังจากนี้อาชีพและทักษะจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ผู้เขียนจะเขียนเฉพาะส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลงเท่านั้น ส่วนอื่นๆ จะใช้เครื่องหมาย ... ละไว้)
【ค่าประสบการณ์ทั่วไป: 2,800】
【เลเวลคนทำงาน: 3】
【สรุปโดยระบบ: คนทำงานมือใหม่ผู้นี้ ช่างเป็นตัวแทนของเด็กใหม่ในที่ทำงานโดยแท้ ระดับความสามารถในการทำงานทั้งหมดขึ้นอยู่กับ "การเดา" ประสิทธิภาพในการทำงานทั้งหมดขึ้นอยู่กับ "ความมึน" พยายามเข้า! อีกแค่ก้าวเดียว นายก็จะกลายเป็น "วัวม้า" ระดับกลางแล้ว!】 (สแลง หมายถึง ทาสแรงงาน)
【ช่องเก็บของ】
【บัตร M x2】
พนักงานส่งพัสดุ, นักกีฬาจักรยาน และ สตรีมเมอร์ออนไลน์ สามอาชีพที่เขาทำอยู่ทุกวัน ก็ได้อัปเกรดเป็นระดับมืออาชีพตามคาด
ส่วนนักกีฬาปาร์กัวร์ก็อัปขึ้นมาอีกหนึ่งเลเวลภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน มาถึงระดับมาสเตอร์ เลเวล 2
"ทักษะเหินหาวไต่กำแพง" เป็นทักษะติดตัวที่มาจากอาชีพนักกีฬาปาร์กัวร์ ซึ่งมีประโยชน์มาก มันช่วยเพิ่มความสามารถในการตัดสินใจเกี่ยวกับภูมิประเทศและมิติสัมพันธ์ของโม่กู่ แถมยังสามารถละเว้นผลกระทบจากน้ำหนักตัวได้ถึง 10% เมื่อปีนป่าย กระโดด หรือลงสู่พื้น
นี่มันไม่เป็นวิทยาศาสตร์เอาซะเลย!
【สวัสดีผู้ใช้ ไม่ใช่ว่าระบบนี้ไม่เป็นวิทยาศาสตร์ แต่เป็นเพราะเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าเกินไปจนคุณไม่สามารถเข้าใจได้】
“……”
โม่กู่ที่โดนระบบดูถูกอย่างไม่ไยดี ตัดสินใจว่าจะไม่ถือสาหาความกับสิ่งประดิษฐ์ทางเทคโนโลยีที่ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึก
"อาชีพที่รีเฟรชปัจจุบันคือ... สมาชิกสภาประชาชนแห่งชาติ, นักบิน แล้วก็นักต้มตุ๋น?"
เมื่อมองดูสามอาชีพใหม่ที่เพิ่งรีเฟรชมาตรงหน้า สีหน้าของโม่กู่ก็ดำมืดราวกับก้นหม้อ
อาชีพที่สุ่มได้ครั้งก่อนถึงแม้จะไม่เกี่ยวข้องกับอาชีพของเขาก็จริง แต่อย่างน้อยมันก็ยังเป็นอาชีพที่โม่กู่พอจะทำได้ แต่รอบนี้มันกลับหลุดโลกไปแบบกู่ไม่กลับแล้ว
"เดี๋ยวนะ ก่อนที่แกจะรีเฟรชอาชีพเนี่ย แกไม่คิดถึงสถานการณ์จริงหน่อยเหรอ? สามอาชีพนี้ มีอันไหนที่ฉันทำได้บ้าง?"
【นักต้มตุ๋น】
"ไอ้บ้าเอ๊ย! เออ แกพูดถูก ฉันทำได้จริงๆ นั่นแหละ แต่มันผิดกฎหมายโว้ย ผิดกฎหมาย เข้าใจไหม?"
【กฎหมายของมนุษย์ไม่มีความหมายต่อระบบ】
"กฎหมายมันลงโทษแกไม่ได้ แต่ถ้าจะลงโทษฉันนี่มันง่ายยังกับปอกกล้วยเลยนะเว้ย!"
สีหน้าของโม่กู่เปลี่ยนจากแดงเป็นเขียว เส้นเลือดบนหน้าผากปูดโปนออกมา ราวกับจะระเบิดทะลุผิวหนัง
โม่กู่หลับตาลง สูดหายใจเข้าลึกๆ "ไม่โมโห ไม่โมโห! มา! ระบบ ใช้บัตร M!"
ตอนที่เลเวลคนทำงานอัปขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสถานการณ์เลวร้ายแบบนี้ (สุ่มได้อาชีพห่วย) โม่กู่จึงเลือกที่จะไม่กดรีเฟรชในตอนที่อาชีพปัจจุบันยังพอใช้ได้ ไม่นึกเลยว่าระบบจะยังมีมโนธรรมอยู่บ้าง ทุกครั้งที่เลเวลอัป มันจะชดเชยบัตร M ให้เขาหนึ่งใบ
【ผู้ใช้ใช้งานบัตร M】
【อาชีพที่รีเฟรชปัจจุบัน: ขโมย, ผู้ประกาศข่าวโทรทัศน์, ช่างทำผม】
"ฉันเป็นไอดอลนะ ไอดอล! ให้อาชีพที่มันเกี่ยวข้องหน่อยไม่ได้เหรอ คุณระบบจ๋า?"
【ติ๊งต่อง】
【ยินดีด้วย ผู้ใช้ปลดล็อกภารกิจระหว่างการรีเฟรช: สะสมคำชมจากลูกค้าให้ครบ 100 ครั้ง】
"ถ้าแกอยากให้ฉันไปเป็นช่างทำผมก็พูดมาตรงๆ สิ ไม่เห็นต้องมาอ้อมค้อม!"
【รางวัลภารกิจเป็นสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการอย่างเร่งด่วน】
"ได้ แกพูดเองนะ!"
โม่กู่ทิ้งท้ายคำขู่ที่อ่อนปวกเปียกที่สุดไว้ให้ระบบ เขาตัดสินใจว่าจะลองเสี่ยงดูสักตั้ง เพราะยังไงรางวัลจากภารกิจที่แล้วมันก็คุ้มค่ามหาศาลจริงๆ
หลังจากไตร่ตรองอย่างรอบคอบ โม่กู่ก็ควักค่าประสบการณ์ทั่วไป 500 แต้ม อัปเกรดอาชีพช่างทำผมไปที่ระดับมืออาชีพ เลเวล 1 ทันที แบบนี้ทั้งหางานง่าย และยังเพิ่มโอกาสในการทำภารกิจให้สำเร็จด้วย
ส่วนผู้ประกาศข่าวโทรทัศน์ อาชีพนี้เขาไม่มีหวังเลย ต่อให้เขาอัปไปถึงระดับมืออาชีพ เลเวล 1 พอไปสัมภาษณ์ก็ต้องรออีกเป็นเดือน เสียแรงกับเรื่องนี้ไม่คุ้มเลย
ในทางกลับกัน อาชีพขโมยนี่... เผลอๆ อาจจะลองดูได้เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าโม่กู่อยากจะไปกิน "ข้าวหลวง" หรอกนะ แต่เขารู้สึกว่าตัวเองเจอบั๊กของระบบเข้าแล้ว
ดังนั้น ก่อนที่จะออกจากบ้านไปหางาน ตอนที่เขากำลังย่องไปเปลี่ยนรองเท้าที่หน้าประตู เขาก็ค่อยๆ เปิดช่องลับของตู้รองเท้า แล้วดึงธนบัตร 100 หยวนออกมาใบหนึ่ง
"ขอโทษนะครับพ่อ เดี๋ยวผมค่อยเอามาคืน"
โม่กู่วางแผนที่จะ "ขโมย" สัปดาห์ละ 7 ครั้ง ครั้งละ 100 หยวน เอาไปฝากเข้าบัญชีธนาคารของตัวเอง แล้วค่อยถอนเงิน 700 หยวนจากเงินเดือนในแต่ละสัปดาห์ไปคืนพ่อตรงๆ ด้วยวิธีนี้ เงินมันก็แค่หมุนเวียนอยู่ในบ้าน ไม่ได้หายไปไหน แถมยังกลับเข้ากระเป๋าพ่อครบทุกบาททุกสตางค์
แต่เงินที่หมุนเวียนนั้นกลับสร้างมูลค่าขึ้นมา —— มันช่วยเพิ่มค่าประสบการณ์ให้กับโม่กู่
"วิชาเศรษฐศาสตร์ไม่เคยหลอกลวงเราจริงๆ!" โม่กู่ที่เคยอ่านเอกสารเกี่ยวกับเรื่องนี้มาแค่สองหน้า พูดโอ้อวดอย่างไม่ละอายใจ
สิบนาทีต่อมา โม่กู่ก็มาถึง "ถนนมหาวิทยาลัย" ที่อยู่ไม่ไกลจากบ้าน
ด้วยอานิสงส์จากทรัพยากรนักศึกษาจำนวนมหาศาลจากมหาวิทยาลัยหลายแห่งในบริเวณใกล้เคียง ที่นี่จึงกลายเป็นย่านการค้าราคาประหยัดที่คึกคัก
โม่กู่สุ่มหาร้านตัดผมร้านหนึ่งที่มีป้ายประกาศติดอยู่หน้าร้าน ลอกเดินเข้าไปดู
เมื่อเดินเข้าไปใกล้ๆ ก็พบว่าร้านนี้แม้จะไม่ใหญ่ แต่ก็จัดได้สะอาดสะอ้านเป็นระเบียบ บนหน้าต่างกระจกใสมีโปสเตอร์ทรงผมแฟชั่นติดอยู่ และตรงกลางโปสเตอร์นั้นก็มีกระดาษ A4 พิมพ์ประกาศแปะไว้: "รับสมัครด่วน ช่างทำผม 1 อัตรา, พนักงานต้อนรับ 1 อัตรา..."
"เอ๊ะ นี่เพิ่งจะดูร้านแรกก็เจอเลยเหรอ?"
โม่กู่กวาดตามองป้ายรับสมัคร แล้วตัดสินใจเดินเข้าไปถาม "เถ้าแก่ครับ! ที่นี่ยัง..."
เมื่อผลักประตูเข้าไป โม่กู่ยังพูดไม่ทันจบประโยค ก็เห็นชายหนุ่มผมเหลืองวัยประมาณ 20 ปี กำลังพยายามปลอบโยนชายหนุ่มอีกคนที่แต่งตัวเหมือนนักศึกษาอย่างสุดความสามารถ
ส่วนชายหนุ่มที่แต่งตัวเหมือนนักศึกษาคนนั้น กำลังใช้มือขวาชี้ไปที่ผมตัวเองอย่างแรง ใบหน้าแดงก่ำ
"ไอ้เชี่ย! ก่อนตัด กูก็แค่ดูเชยๆ แต่ตอนนี้แม่งทั้งอัปลักษณ์ทั้งเชยเลย!"
"คือว่า มันพอจะเป็นไปได้ไหมว่า..."
"ไม่โว้ย! วันนี้ถ้ามึงไม่เคลียร์กับกูนะ กูก็! กูก็! กูก็จะนั่งแช่อยู่นี่แหละ ไม่ไปไหนทั้งนั้น!"
"..." โม่กู่ที่อดดูฉากเด็ดถึงกับพูดไม่ออก เขามองนักศึกษาคนนั้นที่มีทรงผมราวกับเลียนแบบสัตว์ใกล้สูญพันธุ์บางชนิด แล้วส่ายหัวอย่างผิดหวัง
"เถ้าแก่พวกคุณอยู่ไหมครับ? ผมมาสมัครงาน"
พอได้ยินคำถามของโม่กู่ ชายหนุ่มผมเหลืองก็ดีใจราวกับเจอผู้ช่วยชีวิต รีบพุ่งเข้ามาหาทันที
"ผมนี่แหละเถ้าแก่! คือเดิมทีช่างตัดผมของร้านนี้คือพ่อผม แต่พอดีเมื่อสองวันก่อน พ่อผมดันไป... นั่นแหละ... แล้วโดนแม่ผมจับได้ ตอนนี้เลยยังนอนอยู่โรงพยาบาล รับคนใหม่ก็ไม่ทัน ผมเลยต้องมาเฝ้าร้านแทนชั่วคราว คุณคือผู้ช่วยชีวิตชัดๆ! ขอแค่คุณแก้ผมทรงนี้ของลูกค้าได้ เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาเลย!"
ชายหนุ่มผมเหลืองพูดรัวเป็นชุดจนโม่กู่ที่พอจับใจความได้ถึงกับตกตะลึง
"ได้" โม่กู่ไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาเดินไปยืนหน้าเก้าอี้หมุนอย่างคล่องแคล่ว แล้วจับนักศึกษาคนนั้นกดลงนั่งบนเก้าอี้
เขาใช้เวลาเพียงไม่กี่อึดใจก็จัดการแก้ไขทรงผมเสร็จเรียบร้อย โม่กู่ถอดผ้ากันเปื้อนออก โยนไปบนเก้าอี้ข้างๆ อย่างใจเย็น
"ทรงผมง่ายๆ แค่นี้แกยังตัดพลาดได้อีก ไป สระผมให้ลูกค้าซะ!"
"ได้เลยครับ!"
ชายหนุ่มผมเหลืองที่รออยู่ด้านข้างนานแล้ว รีบพาลูกค้าไปยังเตียงสระผมที่อยู่ด้านข้างทันที