เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 : ศัตรูผู้ไร้เทียมทาน

บทที่ 10 : ศัตรูผู้ไร้เทียมทาน

บทที่ 10 : ศัตรูผู้ไร้เทียมทาน


บทที่ 10 : ศัตรูผู้ไร้เทียมทาน

 

“เทียแมท!!” กิลเลนเผลอร้องเสียงหลงด้วยความตระหนก เจ้าแวนเดียร์สีดำและลวดลายสีแดงที่เขากำลังมองผ่านหน้าจอแสดงผล มันมีรูปร่างหน้าตาเหมือนตัวที่เขาเห็นในความฝันไม่มีผิดเพี้ยน

 

“เทียแมทงั้นรึ” แพทริคขยับแว่นขณะที่มองกิลเลนด้วยความฉงน เขาค้นข้อมูลเกี่ยวกับแวนเดียร์มาจนละเอียด ถึงจะเคยมีการกล่าวถึงแวนเดียร์ระดับบอสที่มีชื่อนี้ในฐานข้อมูล แต่ว่าก็ไม่เคยมีการบันทึกภาพของมันได้มาก่อน แล้วเหตุใดกิลเลนถึงรู้ว่ามันคือเทียแมทกันล่ะ

 

ไม่ใช่แพทริคเท่านั้นที่สงสัย สายตาแห่งความไม่ไว้ใจถูกส่งมาจากหลาย ๆ คนรอบตัว กิลเลนต้องแก้ตัวแบบน้ำขุ่น ๆ ว่าเขาเดาว่ามันน่าจะใช่เทียแมทเมื่อเทียบจากข้อมูลที่เขารู้

 

แมดเดอลีนจ้องมองกิลเลนอย่างพินิจวิเคราะห์ เธออยากจะสอบสวนเขาให้รู้เรื่องรู้ราวมากกว่านี้ แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะทำแบบนั้นแล้ว ดิกนิตีกำลังจะถูกโจมตีในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้แล้ว

 

“เอาล่ะ ไม่มีเวลาแล้ว ไปรวมตัวกันที่ดาดฟ้าเรือ พวกเราจะโจมตีมันด้วยวอร์เบิร์ด เอ้า! ทุกคนวิ่ง!”

 

วอร์เบิร์ดที่แมดเดอลีนพูดถึงคือพาหนะสงครามขนาดเล็ก มันมีรูปร่างเหมือนวอเตอร์คราฟที่ออกแบบให้บินได้อย่างอิสระบนท้องฟ้า มีที่นั่งสองที่คือด้านหน้าและด้านหลัง นักบินที่นั่งหลังนอกจากจะทำหน้าที่ควบคุมปืนพลาสมาลำโตที่ติดอยู่ด้านข้างของยานแล้วก็ยังสามารถสลับมาเป็นคนควบคุมแทนนักบินหลักได้อีกด้วย

 

“จะไหวรึเนี่ย ก่อนหน้านี้เคยฝึกขับมันวนรอบดิกนิตีเท่านั้นเอง ภารกิจจำลองสำหรับวอร์เบิร์ดก็เพิ่งจะได้ทดลองไปไม่กี่วันที่ผ่านมา แล้วนี่จะให้ใช้มันรบกับแวนเดียร์ระดับบอสเนี่ยนะ” ผู้ถูกเลือกที่วิ่งตามกิลเลนมาบ่นขึ้น กิลเลนเห็นเขากำลังคุยกับชายหนุ่มผิวซีดที่เคยสร้างผลงานหยุดฮีทบลาสต์ของนิดฮอก

 

ปีเตอร์ ตันนั่นเอง เมื่อเห็นเขา มันก็ทำให้กิลเลนนึกบางอย่างขึ้นมาได้ เขาชะลอฝีเท้าลงจนวิ่งขนานกับปีเตอร์จากนั้นจึงพูดบางสิ่งออกไป

 

“นายรู้ได้ยังไง” ปีเตอร์จ้องหน้ากิลเลนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเคลือบแคลง

 

“เอาเป็นว่า ถ้าเกิดเรื่องขึ้นจริง ก็ฝากด้วยก็แล้วกัน” กิลเลนเลี่ยงไม่ตอบคำถาม

 

บริเวณดาดฟ้าเรือ วอร์เบิร์ดทั้งยี่สิบลำถูกจอดไว้ในสภาพที่พร้อมออกตัวได้ทุกเมื่อ พวกกิลเลนมาถึงในจังหวะที่หุ่นยนต์ซ่อมบำรุงตรวจสอบความพร้อมของมันเสร็จพอดี

 

เสียงดังจากปืนใหญ่พลาสมาที่ถูกติดตั้งอยู่โดยรอบดิกนิตีดังสนั่นไปทั่วทั้งยาน จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงดังโครมอย่างรุนแรงจนรู้สึกได้ว่ายานเอียงไปเล็กน้อย ทุกคนรับรู้ในตอนนั้นทันทีว่าเทียแมทได้มาถึงแล้ว

 

กิลเลนและบากะอินุกระโดดขึ้นยานอย่างพร้อมเพรียง เขาไม่รอช้าที่จะเปิดใช้ฟังก์ชันใหม่ที่เพิ่งจะติดตั้งมาสด ๆ ร้อน ๆ

 

“กำลังทำการติดตั้ง โปรดรอสักครู่” เสียงดังออกมาจากชุดของบากะอินุ

 

“เดี๋ยวสิเว้ย มาติดตั้งอะไรตอนนี้ฟระ แบบนี้ก็เหมือนต้องขับคนเดียวสิเนี่ย ช่างมัน… ออกตัวทั้งแบบนี้นี่แหละ”

 

“โฮ่งงง” บากะอินุเข้าใจว่ากิลเลนชมมันจึงกระดิกหางรับด้วยความดีใจ

 

“วอร์เบิร์ดเดลตาทู ออกตัวล่ะครับ”

 

“ระบบทุกอย่างพร้อม อนุญาตให้ออกตัวได้ภายใน ห้า... สี่... สาม... สอง.. ออกตัวได้ค่ะ” เมื่อสิ้นเสียงโอเปอเรเตอร์ ตัวยึดยานกับดาดฟ้าก็ปลดออก จากนั้นยานก็ค่อย ๆ เคลื่อนที่ออกไปเองอัตโนมัติ

 

ภาพท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ที่เห็นได้แทบจะรอบทิศชวนให้รู้สึกเสียวสันหลังแต่กิลเลนก็ไม่ได้สนใจมันเลยเพราะสายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่มังกรดำตาเดียวที่กำลังไล่ล่าวอร์เบิร์ดลำอื่น

 

ดวงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า แต่มันก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อทั้งสองฝ่าย แวนเดียร์มองเห็นในที่มืดได้ดีขึ้นในสภาพที่มีแค่เพียงแสงจันทร์แบบวันนี้ ส่วนฝ่ายดิกนิตีต่อให้ไม่ใช้เครื่องมือตรวจจับ ลวดลายเรืองแสงสีแดงเพลิงที่อยู่รอบตัวของมันทำให้พวกเขาเห็นเทียแมทท่ามกลางความมืดไม่ยากเย็น

 

“ติดตั้งสำเร็จ ระบบจะทำการรีบูตใหม่”

 

“อ้าว เร็วกว่าที่คิดนี่นา รีบ ๆ รีบูตให้ไวเลย”

 

วอร์เบิร์ดของกิลเลนบินโฉบเข้าใกล้เทียแมทเพื่อสังเกตการเคลื่อนไหวของมัน ทั้งวิถีการเคลื่อนไหว ความเร็วและพละกำลัง ของมัน ยิ่งย้ำให้กิลเลนมั่นใจว่าเจ้าสิ่งนี้คือแวนเดียร์ตัวเดียวกับที่เขาพบในความฝัน

 

“ต้องกันให้ออกห่างจากดิกนิตีมากที่สุด”

 

เพราะเป้าหมายครั้งนี้ไม่ใช่การปะทะเพื่อเอาชนะ แต่เป็นการเก็บข้อมูลอีกฝ่าย จึงมีแค่กลุ่มแอลฟาของโอเวนเท่านั้นที่อยู่แนวหน้า ส่วนฝูงบินของวอร์เบิร์ดที่เหลือยังคงรอดูท่าทีไม่รีบเข้าปะทะ

 

“เร็วมาก เร็วจนล็อคเป้าไม่อยู่เลยค่ะ” กาซาเนียที่ทำหน้าที่ควบคุมการยิงรายงาน โอเวนที่ก็ยุ่งไม่ต่างกันเพราะต้องคอยควบคุมยานหลบการบินฉวัดเฉวียนของเทียแมท ที่หากเผลอแม้เสี้ยววินาทีก็อาจจะทำให้ยานของพวกเขาโหม่งโลก

 

“ต้องให้หน่วยอื่นเข้ามาช่วยแล้ว พวกเราโดยสอยร่วงหมดแน่”

 

ทีมบีตาและแกมมาที่รอจังหวะอยู่เมื่อได้รับคำสั่งจากดิกนิตี ยานทั้งแปดลำก็ยิงขีปนาวุธออกไปได้ทั้งหมด จรวดนำวิถีขนาดเล็กถึงสามสิบสองหัวพุ่งเข้ารวมศูนย์ใส่เทียแมท

 

เทียแมทรู้ว่าจรวดเหล่านั้นคืออะไร มันพุ่งแหวกอากาศและหมุนควงสว่าน แต่จรวดนำวิถีก็ยังไล่ล่าอย่างไม่ลดละ เมื่อเทียแมทบินสูงขึ้นมันก็หักเลี้ยวเก้าสิบองศาและพุ่งตามขึ้นไป เมื่อมันบินฉีกออกไปทางขวา จรวดทั้งหมดก็เลี้ยวตามโดยที่ความเร็วแทบไม่เปลี่ยนไปเลย

 

ทุกคนเริ่มมีความหวังเมื่อเห็นว่ามันไม่น่าจะสลัดหลุดได้ เมื่อมันบินจนอ่อนแรง สุดท้ายก็จะถูกจรวดไล่ตามจนทันและเป็นการปิดฉากการต่อสู้นี้

 

“เจ้านั่นเร็วได้มากกว่านี้… มันกำลังล่อให้จรวดไปทางอื่น” กิลเลนตะโกนรายงานไปยังดิกนิตีแต่ไม่ทันกาลแล้ว เทียแมทบินอ้อมเพรสทีจจนลับสายตาไป และโผล่ออกมาอีกครั้งพร้อมกับวัตถุสีดำบินได้จำนวนมาก

 

“บอลลูนไทป์!!” โอเวนตะโกนเสียงลั่น

 

พริบตาต่อมาบอลลูนไทป์ก็เริ่มเผาไหม้ตัวเอง ความร้อนที่เกิดขึ้นทำให้จรวดที่ตรวจจับความร้อนเปลี่ยนเป้าหมายไปที่พวกมัน จรวดแต่ละลูกพุ่งเข้าใส่บอลลูนไทป์ที่ต่างก็สละชีพเข้ามาขวาง จนในที่สุดขีปนาวุธทั้งหมดก็ถูกหยุดไว้ได้โดยที่เทียแมทไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน

 

“ของเล่นของพวกแก ทำได้แค่นี้เองเรอะ เจ้าพวกมนุษย์” เสียงของเทียแมทวิ่งเข้าสมองทุกคนโดยตรง มันกำลังสื่อสารกับพวกเขาแบบเดียวกับที่นิดฮอกเคยทำมาก่อน คลื่นทางจิตทำให้ทุกคนถึงกับปวดจี๊ดขึ้นสมอง มีแค่กิลเลนกับบากะอินุเท่านั้นที่ไม่ได้รับผลกระทบ

 

“มาลองดูของเล่นข้าบ้าง” สิ้นคำดวงตาเล็กจิ๋วเมื่อเทียบกับขนาดตัวก็เรืองแสงขึ้น กิลเลนที่รอจังหวะนี้มาตลอดได้เชื่อมการสื่อสารกับปีเตอร์ไว้ก่อนแล้ว

 

“ตอนนี้แหละ! กางบาเรียได้เลย”

 

หลายนาทีก่อนหน้านั้น ขณะที่กำลังวิ่งอยู่บนทางเดิน กิลเลนได้เข้าไปคุยกับปีเตอร์เกี่ยวกับสิ่งที่เขาเชื่อว่ากำลังจะเกิด

 

“เจ้านั่นสามารถยิงพลังงานเป็นเส้นตรงเหมือนเลเซอร์ได้ ระยะของมันไกลมากและมีพลังทะลุทะลวงสูง เราจะให้มันโดนดิกนิตีไม่ได้”

 

ปีเตอร์ทำท่าจะถามแต่กิลเลนก็รีบชิงพูดต่อ “ม่านพลังของนายสะท้อนพลังงานได้ทุกรูปแบบใช่ไหม ฉันอยากให้นายรอจังหวะนั้น ไม่ต้องเข้าประชิดมันก็ได้ แต่ขอให้ใช้เครื่องคำนวณวิถีการยิงโดยอิงจากสายตาของมัน”

 

“ตางั้นเหรอ”

 

“ใช่ตาเล็ก ๆ ตรงกลางหน้ามันนี่แหละ ยังไงนายก็อยู่กองหลังอยู่แล้ว ฝากดิกนีตีด้วยนะ”

 

“นายรู้ได้ยังไง”

 

“เอาเป็นว่า ถ้าเกิดเรื่องขึ้นจริง ก็ฝากด้วยก็แล้วกัน”

 

ปีเตอร์ไม่ได้เชื่อคำพูดของกิลเลนทั้งหมด แต่เขาก็ยอมคำตามคำขอ เขาตั้งโปรแกรมของวอร์เบิร์ดให้ช่วยคำนวณโดยอิงจากทิศทางการมองของเทียแมท แล้วสิ่งที่เขารอก็เกิดขึ้นจริง ๆ มันกำลังทำบางอย่างโดยมีเป้าหมายที่ดิกนิตี

 

เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น ก่อนที่ลำแสงสีแดงจะพุ่งทะลุผ่านยานทั้งลำ มันถูกหยุดไว้ได้ด้วยม่านใส ๆ ที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศและสะท้อนออกไปยังทิศทางที่ว่างเปล่า

 

“เรื่องจริงรึเนี่ย” ปีเตอร์ที่หยุดการโจมตีไว้ได้ยังไม่อยากเชื่อสายตาของเขาเอง

 

ประวัติศาสตร์มักจะซ้ำรอยอยู่เสมอ กิลเลนลืมนึกไปว่าเกิดอะไรขึ้นกับปีเตอร์หลังจากที่เขาใช้ความสามารถหยุดฮีทบลาสต์ของนิดฮอก มันทำให้เขาตกเป็นเป้าการโจมตี

 

ด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อ ร่างมโหฬารกระโจนเข้าใส่วอร์เบิร์ดของปีเตอร์ด้วยความเร็วที่เหนือกว่าลิบลับ ปีเตอร์พยายามบินเบี่ยงออกด้านข้างแต่ระยะห่างกลับยิ่งลดลงอย่างรวดเร็ว

 

“แย่แล้วเจ้าค่ะ” เสียงเล็ก ๆ ดังขึ้นจากในห้องนักบินที่สอง มันคือเสียงที่กิลเลนได้ยินมาก่อน แต่ตอนนี้มันไม่ใช่เวลาที่เขาจะไปสนใจแล้ว

 

“อินุจิโยะฝากคุมเครื่องที่ ฉันจะควบคุมปืนแทน”

 

“ได้เลยเจ้าค่ะ” สาวน้อยหูหมาที่เป็นเพียงภาพโฮโลแกรมรับคำสั่ง จากนั้นเธอก็เชื่อมต่อกับยานโดยตรงและเข้าควบคุมแทนกิลเลน

 

ไม่ใช่เพียงแค่กิลเลนเท่านั้นที่รู้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น วอร์เบิร์ดทุกลำต่างช่วยกันระดมยิงใส่เทียแมทเพื่อหวังสร้างช่องว่างให้ปีเตอร์หนีไปได้ แต่กระสุนของพวกเขาแทบจะไม่ระคายผิวของเทียแมท จึงไม่น่าแปลกเลยที่ความเร็วของมันแทบไม่ตกลง

 

“หนีไป!!” กิลเลนตะโกนลั่น แต่เสียงของเขาไม่มีทางส่งไปถึงเพราะพริบตาเดียวกันนั้นวอร์เบิร์ดของปีเตอร์ก็ถูกเทียแมทฉีกเป็นชิ้นและระเบิดไปต่อหน้าต่อตา

 

“นายท่าน ดูนี่สิคะ” อินุจิโยะเปลี่ยนจอภาพที่กิลเลนมองอยู่เป็นภาพของวัตถุสองชิ้นที่กำลังร่วงลงมา มันคือเก้าอี้สำหรับดีดตัวออกจากเครื่องนั่นเอง เก้าอี้ตัวใดตัวหนึ่งในนั้นต้องเป็นปีเตอร์และอีกอันก็ควรจะเป็นไอริสคาตาลิสต์ของเขา

 

“พวกนั้นยังไม่ตาย”

 

แต่ความยินดีนั้นก็แสนสั้น หลังจากปีเตอร์และไอรีสกางร่มเพื่อลดความเร็วในการตก แวนเดียร์แบบบอลลูนไทป์ที่ทุกคนเข้าใจว่าหมดไปแล้วก็ได้โอกาสลอยเข้าใกล้กับทั้งสอง

 

ใครบางคนพยายามยิงสกัดแต่ว่ากลับทำให้มันระเบิดตาม ๆ กัน รัศมีการระเบิดแผ่ออกไปเรื่อย ๆ ทั้งคู่พยายามดื้นรนด้วยการสร้างม่านบาเรียมากั้นแต่ว่าก็ไม่สามารถป้องกันระเบิดที่มาจากทุกทิศทางได้ ปีเตอร์และไอรีสถูกย่างสดอยู่ในวงระเบิดโดยที่ทุกคนได้แต่มอง…

 

“คุณแมดเดอลีน” กิลเลนเปลี่ยนช่องสื่อสาร “ผมจะถ่วงเวลาไว้เอง ช่วยสั่งให้ทุกคนถอนกำลังด้วย”

 

“นายมีแผนเหรอ”

 

“แน่นอนครับ” เขาโกหกหน้าตาย กิลเลนไม่รู้เลยว่าเขาจะหยุดมันได้อย่างไรแต่เขาก็ฝืนยิ้มสู้

 

แมดเดอลีนเคยเห็นสายตาแบบนั้นมาก่อน เธอรู้ว่ากิลเลนคิดแค่จะสู้ตายเพื่อถ่วงเวลา แต่เธอก็เคารพการตัดสินใจนั้น

 

“นอกจากเดลตาทู ทุกเครื่องถอนกำลังกลับได้” เธอออกคำสั่ง

 

เทียแมทเมื่อรู้ว่าพวกวอร์เบิร์ดกำลังจะถอนกำลังก็ยิ่งได้ใจใหญ่ มันไล่กวดวอร์เบิร์ดลำที่อยู่ใกล้ที่สุด เดลตาทรีที่มีนักบินคือจัสตินและพีโอเนีย

 

“ฮึ่มมมม สลัดไม่หลุดเลย” จัสตินใช้เทคนิคบินควงสว่านและเปลี่ยนทิศทางที่ได้เรียนมาแต่ความเร็วของเทียแมทก็ยังมากเกินไป

 

“ไม่นะ!!” พีโอเนียรู้สึกกลัวขึ้นมาสุดหัวใจ ไม่ใช่แค่ความกลัวตายแต่เธอยังมีเรื่องที่อยากทำอีกมาก มีสิ่งที่อยากจะพูดกับกิลเลนอีกหลายเรื่อง แต่เงาดำที่ไล่กวดเข้ามาใกล้กำลังจะทำให้ทุกอย่างจบสิ้น

 

ไม่ได้มีเพียงเงามหึมาที่ไล่ตามมาเท่านั้น เงาเล็ก ๆ อีกเงาทำให้เทียแมทต้องหยุดไล่ตามพวกจัสติน มันแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าอันมืดมิดแล้วเห็นเงาปริศนาที่กำลังร่วงลงมา

 

“แก กล้ามากเจ้ามนุษย์”

 

ตาของมันเรืองแสงสีแดงจ้าโดยมีเป้าหมายคือร่างของมนุษย์ถือหอกที่กำลังร่วงลงมา

 

แซดดดดด

 

แสงที่เล็งไปที่หน้าผากของกิลเลนพุ่งเฉียดหน้าเขาไปและฝากรอยแผลลึกไว้ข้างแก้ม กิลเลนเบี่ยงหน้าหลบการโจมตีในจังหวะก่อนที่มันจะยิงออกมาเพียงเสี้ยววินาที

 

ในขณะที่เทียแมทกำลังประหลาดใจ กิลเลนเข้าใกล้ระยะที่เขามั่นใจ เขาเขวี้ยงพลาสมาสเปียร์ออกไปสุดแรงเกิด

 

ฉึก!

 

ก๊าซซซซซซซซซซซ

 

หอกพุ่งเข้าเสียบดวงตาของมันพอดีราวกับจับวาง เป็นภาพสุดมหัศจรรย์จนไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้จริง

 

ขณะที่กำลังร่วงหล่นลงไปวอร์เบิร์ดหมายเลขสองก็บินเข้ามาใกล้ เมื่อกระจกเปิดออกก็มีเสียงหนึ่งดังสวนขึ้นมา “มารับกลับแล้วเจ้าค่ะ” อินุจิโยะพูดทั้งน้ำตา

 

และแล้ว... ดิกนิตีก็บินห่างจากเทียแมทจนเห็นมันลับสายตาไป

 

ตุ๊บบบ

 

กำปั้นของโอเวนเหวี่ยงมากระแทกกับหน้าที่ยังมีแผลของกิลเลนจนเขาล้มลง พีโอเนียพยายามจะเข้าไปห้ามแต่จัสตินเป็นคนรั้งเธอไว้

 

“ผมได้ยินทุกอย่าง ตอนที่คุณคุยปีเตอร์” จัสตินเล่าเหตุการณ์ที่เขาบังเอิญได้ยินทั้งคู่คุยกันก่อนภารกิจ มันทำให้เขารู้ว่ากิลเลนรู้เรื่องเทียแมทเป็นอย่างดี รวมถึงเรื่องที่มันสามารถยิงลำแสงสีแดงออกจากตาด้วย

 

“แกต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกับแวนเดียร์แน่ ๆ” โอเวนตะคอกใส่กิลเลนที่ยังนั่งซึมอยู่กับพื้นโดยไม่คิดจะตอบโต้อะไรกลับเลย

 

“ถ้ามันไม่พูดอะไร ก็จับมันโยนออกจากยานเลยก็แล้วกัน” บาร์เรตบอกกับโอเวน

 

ก่อนที่โอเวนและพวกกำลังจะเข้ามาจับตัวกิลเลน สตรีในชุดดำก็ปรากฏตัวขึ้นมาขวาง แม้ว่าจะไม่มีใครมองเห็นเธอนอกจากกิลเลนและบากะอินุแต่ทุกคนกลับขยับตัวไม่ได้ราวกับถูกสะกด

 

“อย่ามายุ่งกับเขา” อคาลาพูดด้วยน้ำเสียงน่ากลัวในแบบที่กิลเลนไม่เคยได้ยินมาก่อน

 

 

จบบทที่ บทที่ 10 : ศัตรูผู้ไร้เทียมทาน

คัดลอกลิงก์แล้ว