- หน้าแรก
- เกิดใหม่อีกครั้ง ที่ราชวงศ์ถังอันรุ่งเรือง
- บทที่ 98 ชายรูปงามในหอไป่ฝาน?
บทที่ 98 ชายรูปงามในหอไป่ฝาน?
บทที่ 98 ชายรูปงามในหอไป่ฝาน?
ผู้ประสบภัยที่มามุงดูในตอนแรกต่างก็เห็นใจเว่ยซื่อเหนียงกับเว่ยอิงจริง ๆ แม่ม่ายลูกติดที่ต้องมาแต่งงานกับเจ้าจ้าวสี่เป็นความโชคร้ายโดยแท้
แต่พอเห็นสองแม่ลูกกลับรอดพ้นจากความลำบาก กลายมาเป็นคนรับใช้ของสกุลฟางก็เริ่มรู้สึกอิจฉาขึ้นมาทันที
มีคนตะโกนลั่นว่า“คุณชายรองฟาง ท่านรับข้าไว้ด้วยเถอะ...ข้าขยันกว่าเจ้าเด็กเว่ยอิงนั่นอีกนะ แถมเขายังต้องดูแลแม่ที่ป่วยใกล้ตายอีกด้วย...โอ๊ย! ใครตีข้า?”
ชายชราที่อยู่ใกล้ตวัดตามองเขาอย่างโกรธเคืองแล้วพูดว่า “เลวระยำ! เจ้าน่ะยังเป็นชายทั้งแท่งจะมาทำตัวต่ำตมแข่งกับแม่ม่ายลูกกำพร้าได้อย่างไร?”
ชายคนนั้นรีบหดคอ ไม่กล้าพูดอะไรต่อ
ฟางจวินเหลือบตามองผู้ประสบภัยรอบ ๆ เขาเองก็อยากช่วยคนเหล่านี้ อย่างน้อยก็ไม่อยากให้พวกเขาตายเพราะหิวและหนาว แต่เขาจะมีความสามารถอะไรได้?
นี่ไม่ใช่เรื่องเงินอีกต่อไป ปัญหาสำคัญคือ อาหาร!
ถ้าอาหารจากนอกด่านส่งเข้ามาไม่ได้ จะเลี้ยงคนพวกนี้ได้ยังไง? แต่ฟางจวินก็ไม่คิดจะนิ่งดูดาย ทุกอย่างต้องดำเนินตามแผนของเขาไปทีละขั้น
เมื่อออกจากเพิงพัก ก็มีเจ้าหน้าที่สองคนเดินเข้ามาคำนับอย่างนอบน้อม
“คุณชายรองฟาง เจ้าหมอนี่ถึงจะเลวแต่ที่ท่านลงมือไปเมื่อครู่นั้นก็...” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งพูดเสียงเบา พลางแอบชำเลืองดูสีหน้าของฟางจวิน รอแค่เขาโกรธก็จะเผ่นทันที...
ฟางจวินผู้นี้เลื่องชื่อในฐานะ คุณชายรองฟางคนดังแห่งนครฉางอัน เคยมีเรื่องกับขุนนางตรวจราชการกลางเมืองหลวง เคยต่อยฉีอ๋อง เคยทำให้เสียหน้าว่าที่รัชทายาทหลี่ไท่ ไม่ใช่แค่ครั้งเดียว...คนระดับนี้ พวกเขาไม่กล้ายุ่งแน่ แต่ด้วยหน้าที่ก็จำเป็นต้องพูด
แต่คาดไม่ถึง ฟางจวินกลับไม่โกรธเขายิ้มแย้มและพูดว่า “เจ้าจ้าวสี่นี่มันเลวยิ่งกว่าสัตว์ ตายไปก็ไม่เสียดาย! แต่พวกเจ้าวางใจเถอะข้าจะไม่ทำให้พวกเจ้าลำบากใจ เอาตัวเขากลับไปที่ว่าการอำเภอ เดี๋ยวข้าจะไปอธิบายกับท่านนายอำเภอเอง”
เจ้าหน้าที่สองคนโล่งใจทันที รีบค้อมคำนับ “ตามที่ท่านฟางจวินสั่ง พวกเราขอตัวก่อน”
ในใจร้องเฮ!ไม่คิดเลยว่าฟางจวินผู้มีชื่อเสียงฉาวโฉ่ จะใจดีกับเจ้าหน้าที่ตัวเล็ก ๆ อย่างพวกเขาแบบนี้
นี่แหละคือ “ระดับ”คนอย่างเขาไม่รังแกปลาซิวปลาสร้อย เขารังแกแต่เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน!
เจ้าหน้าที่ทั้งสองประทับใจในตัวฟางจวินว่าเป็นคนเที่ยงธรรม จึงหันไปจับตัวจ้าวสี่ที่กำลังกรีดร้องโหยหวนใส่โซ่ ลากกลับไปยังที่ว่าการอำเภอ
ฟางจวินสั่งให้คนรับใช้สองคนพาเว่ยอิงกับแม่กลับไปยังเรือนของเขา ส่วนตัวเขาเองก็ขึ้นม้าแล้วควบมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองซินเฟิง โดยไม่สนใจคำขอบคุณของผู้ประสบภัยทั้งหลาย
ในบัตรเชิญระบุว่าสถานที่จัดเลี้ยงคือ “หอไป่ฝาน”ฟางจวินไม่รู้จัก จึงหยุดถามพ่อค้าหาบเร่ พอรู้เส้นทางก็ขี่ม้าอ้อมถนนสายหลักของเมือง มุ่งหน้าสู่หอไป่ฝานซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำเวยทางใต้ของเมือง
ตัวหอตั้งตระหง่านสองชั้นริมแม่น้ำ รูปลักษณ์ภายนอกไม่ได้หรูหราแต่ดูขรึมขลังและมีกลิ่นอายโบราณ
บริเวณโดยรอบไม่มีร้านค้า มีแต่ต้นหลิวเรียงรายตามแนวตลิ่ง น่าเสียดายที่เป็นฤดูหนาวหิมะตกหนัก ไม่มีทิวทัศน์งดงามเหมือนฤดูร้อน
เมื่อมาถึงหน้าหอ ฟางจวินกระโดดลงจากหลังม้า ทันใดนั้นก็มีเด็กรับใช้เดินออกมาต้อนรับอย่างนอบน้อม
“ท่านคือคุณชายจากจวนฟางใช่หรือไม่?”
เมื่อเห็นฟางจวินพยักหน้า เด็กรับใช้ก็เรียกเพื่อนคนหนึ่งมารับม้าไปเลี้ยงที่คอก ส่วนตัวเขาก็นำฟางจวินขึ้นไปยังชั้นสอง
“คุณชายของข้ารอท่านอยู่นานแล้ว เชิญท่านเข้าไปด้านใน” เด็กรับใช้พาฟางจวินมาถึงบันไดชั้นสอง ก้มตัวทำความเคารพแล้วจึงเดินลงไป
ฟางจวินเดินผ่านฉากกั้นไม้จันทน์หกบาน เข้าไปก็เห็นโต๊ะเตี้ยเรียงรายพร้อมเบาะนั่งเป็นวงกลม ภายในมีเพียงห้องเดียวซึ่งครอบคลุมพื้นที่ทั้งชั้น
เมื่อเห็นฟางจวินก้าวเข้ามา เซินเหวินซูก็ลุกขึ้นทันทีเขายิ้มอย่างอบอุ่นพูดว่า “คุณชายรองฟางมาเอาป่านนี้ เห็นทีต้องลงโทษให้ดื่มสามจอก!”
ชายผู้นี้หน้าตาเรียบร้อย พูดจาสุภาพ แถมมีอารมณ์ขัน เรียกได้ว่าเป็นบุคคลที่วางตัวได้อย่างดีเยี่ยม
รูปร่างหน้าตาเด่น การศึกษาสูง ชาติตระกูลก็ดี แต่กลับเป็นเพียงนายอำเภอในเมืองเล็ก ๆ อย่างซินเฟิง เรียกได้ว่าไม่สมศักดิ์ศรีเอาเสียเลย
ฟางจวินยิ้มบาง ๆ แล้วพูดว่า “ดื่มเหล้าเท่านั้นเอง จะอ้างเหตุผลอะไรให้มาก?”
เซินเหวินซูหัวเราะเสียงดัง “สมแล้วที่เป็นคุณชายรองฟาง! เชิญนั่งข้าจะแนะนำคนดี ๆ ในกวนจงให้ท่านรู้จัก”
ฟางจวินพยักหน้าอย่างเป็นกันเอง เดินมาข้างเซินเหวินซู แล้วกวาดตามองแขกในห้องก่อนจะชะงักไปชั่วครู่
ด้านขวาของเซินเหวินซูมีเก้าอี้ว่างอยู่หนึ่งตัว ถัดไปคือชายหนุ่มในชุดผู้ดี หน้าตาหล่อเหลาแต่ดูผอมแห้ง ไหล่แคบ แก้มตอบให้ความรู้สึกเย็นชาและเจ้าเล่ห์
ถัดไปอีกคือนักปราชญ์วัยกลางคน คิ้วเฉียง ตาเรียวแหลม ใส่ชุดเขียวโทรม ๆ ดูไม่เรียบร้อยแถมยังแอบส่งสายตาเจ้าเล่ห์มาให้ฟางจวินอีกด้วย
ด้านซ้ายของเซินเหวินซูคือหนุ่มรูปงาม หน้าตาเปล่งปลั่งเหมือนหยก จมูกโด่ง ริมฝีปากแดงฟันขาว ผิวพรรณดี ผูกผ้าโพกศีรษะแบบสี่เหลี่ยม เสื้อคลุมผ้าไหมจากเสฉวน หุ่นเพรียวบาง
ชายหนุ่มรูปงามถึงเพียงนี้ ต่อให้เป็นผู้ชายก็ยังหวั่นไหว...
ฟางจวินถึงกับเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง
หนุ่มคนนั้น เห็นฟางจวินจ้องตนอย่างตะลึง ก็สะบัดหน้าด้วยความโกรธแล้วปรายตามองดุ ๆแต่กลับไม่ได้ดุเลย กลับน่ารักเสียด้วยซ้ำ...
ฟางจวินถึงกับพูดติดอ่าง
“องค์…องค์..องค์หญิง?”
ชายหนุ่มในคราบหญิงสาวทุบโต๊ะแล้วพูดด้วยสายตาเคือง “ทำไม จำข้าไม่ได้แล้วรึ?”
“ห้ะ?” ฟางจวินพูดไม่เป็นคำ “ก็...ก็แค่...ตกใจไปหน่อย...”
จะไม่ตกใจได้อย่างไร?ลูกสาวคนที่สิบเจ็ดของฮ่องเต้ถังไท่จง พระธิดาสุดที่รัก “องค์หญิงเกาหยาง” ถึงกับหนีออกจากวัง ปลอมตัวเป็นชายมานั่งร่วมโต๊ะกับผู้ชายแปลกหน้าอย่างเปิดเผยแบบนี้!?
แม้ว่าสมัยราชวงศ์ถังจะมีความเปิดกว้างทางสังคม ผู้หญิงร่วมโต๊ะกับผู้ชายไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่องค์หญิงเกาหยางยังไม่ได้แต่งงาน ต่อให้จะร่วมโต๊ะก็ต้องเป็นญาติใกล้ชิดไม่ใช่ชายอื่นไม่รู้จักกันแบบนี้!?
ทันใดนั้น ความคิดหนึ่งก็แล่นแวบเข้าหัวของฟางจวิน
นี่แหละ โอกาสทอง!
สิ่งที่องค์หญิงเกาหยางทำในตอนนี้มันผิดธรรมเนียมยิ่งนัก ไม่เพียงไม่รักษาชื่อเสียงของสตรีในวังหลวง แต่ยังละเมิดกฎระเบียบของพระราชวังอีกด้วย
ฮ่องเต้จะยอมให้ลูกสาวทำแบบนี้หรือ?แน่นอนว่า ไม่ยอม!
แสดงว่าองค์หญิงเกาหยางหนีออกจากวังโดยพละการ และแอบปลอมตัวมา!
คำถามคือ ทำไมต้องปลอมตัว?
แปลว่าเจ้าตัวก็รู้ว่าทำแบบนี้มันไม่เหมาะสมอยากใช้การ “เอาหูไปนาเอาตาไปไร่” เพื่อหลีกเลี่ยงความผิด
ถ้าหากเรื่องนี้ถูกเล่าลือให้คนทั้งกวนจงรู้...
ฮ่องเต้ยังจะปกป้องลูกสาวได้หรือไม่?
ถ้าตนเอง “แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง” แล้วประกาศว่าองค์หญิงเกาหยางไม่มีคุณสมบัติเป็นภรรยา เขาอาจจะสลัดเรื่องแต่งงานนี้ทิ้งได้ และฮ่องเต้ก็จะจนปัญญา
ฟางจวินลูบคาง คิดแผนการในใจ...