- หน้าแรก
- เกิดใหม่อีกครั้ง ที่ราชวงศ์ถังอันรุ่งเรือง
- บทที่ 99 พี่เขย?!
บทที่ 99 พี่เขย?!
บทที่ 99 พี่เขย?!
แต่ทันใดนั้นเอง ฟางจวินก็กลับล้มเลิกความคิดที่จะทำให้เรื่อง “องค์หญิงเกาหยางปลอมตัวเป็นชายมาดื่มสุรากับชายแปลกหน้า” แพร่สะพัดไปทั่ว
เพราะจนถึงขณะนี้ องค์หญิงเกาหยางยังคงเป็นคู่หมั้นของเขาในนาม หากเรื่องนี้แพร่ออกไป ไม่เพียงแต่จะทำให้คุณธรรมของหญิงในตัวองค์หญิงเกาหยางแปดเปื้อน ชื่อเสียงของราชวงศ์จะมัวหมอง แม้แต่ชื่อเสียงของเขา ฟางจวินเองก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงผลกระทบได้
ว่าที่เจ้าสาวของตัวเองไปนั่งดื่มเหล้ากับชายแปลกหน้า แล้วฟางจวินจะไม่กลายเป็น “เต่าหัวเขียว” หรือ?
อดทนให้ภรรยานอกใจ แถมยังต้องคอยเฝ้าประตูให้ภรรยาไปลักลอบนัดเจอกับชู้ คอยแบกรับความอับอายขายหน้าที่แปะอยู่บนหัว นั่นมันฟางอวี๋อ้ายคนก่อน!
ไม่ใช่ฟางจวินในตอนนี้!
ชายชาติทหาร มีสันหลังจะเป็นจะตายก็เพื่อศักดิ์ศรี!
แล้วทำไมฟางจวินถึงพยายามทุกวิถีทางที่จะล้มเลิกการแต่งงานกับองค์หญิงเกาหยาง?
เพราะองค์หญิงเกาหยางไม่สวยงั้นหรือ?
หรือเพราะชาติตระกูลไม่สูงส่ง?
หรือเพราะของหมั้นไม่มากพอ?
แน่นอนว่าไม่ใช่ทั้งหมดนั้น!
เขากลัวว่า หากแต่งงานกับองค์หญิงเกาหยางแล้ว หญิงสาวผู้ยิ่งใหญ่และเชิดชูความรักเสรีผู้นี้จะทำตามประวัติศาสตร์อย่างที่เคยเกิดขึ้น เจอชายหน้าหวานสักคนก็จะนอกใจ เขาเกรงว่าจะอดไม่ได้ที่จะฆ่านางเสีย!
ชายชาตรีเมื่อโกรธเลือดสาดห้าก้าว! ฟางจวินมีเลือดนักสู้ขนาดนั้นจริงแต่หากเขาทำแบบนั้นจริงๆ ผลลัพธ์จะเป็นเช่นไร?
ฮ่องเต้ถังไท่จงไม่มีทางให้อภัยเขาเพียงเพราะลูกสาวผิดก่อนแน่ ไม่มีพ่อคนไหนทำเช่นนั้นได้!
สุดท้าย ฟางจวินก็จะถูกประหารชีวิตไม่ตัดหัวก็ถูกผ่าครึ่งกลางลำตัว ทิ้งไว้ในตลาดและตระกูลฟางทั้งตระกูลก็จะพบกับหายนะ
แม้ฟางเสวียนหลิงจะมีผลงานความดีความชอบมากมาย แต่ฮ่องเต้ก็ไม่อาจไว้ชีวิตได้แน่นอน ตำแหน่งก็รักษาไว้ไม่ได้ อาจโดนถอดถอนจนหมดสิ้น…
พี่ชายฟางอวี๋จื้อ และน้องชายฟางอวี๋เจ๋อ อย่างน้อยก็คงต้องถูกเนรเทศไปอยู่ลำเนาไกล
เพื่อหลีกเลี่ยงจุดจบแบบบ้านแตกสาแหรกขาด ฟางจวินจึงเตรียมรับมือแต่เนิ่นๆไม่ว่าอย่างไรก็ต้องยกเลิกการแต่งงานกับองค์หญิงเกาหยางให้ได้
พูดให้ถึงที่สุดคือ ฟางจวินรับไม่ได้อย่างยิ่งกับความอัปยศที่ภรรยานอกใจตามแนวคิดชายเป็นใหญ่ของเขา
ถ้าหากตอนนี้ทำให้ชื่อเสียงขององค์หญิงเกาหยางมัวหมอง ผู้คนจะไม่พูดกันหรือว่านางทำเรื่องน่าอับอายลับหลังเขา?
นั่นมันก็ไม่ต่างอะไรกับการนอกใจหลังแต่งงานเลยไม่ใช่หรือ?
ความคิดฟางจวินพลิกไปมา แล้วเขาก็พบกับความอึดอัดใจอย่างรุนแรงว่า ตนไม่เพียงแต่จะไม่สามารถทำลายชื่อเสียงขององค์หญิงเกาหยาง ยังต้องคอยปกป้องอีกต่างหาก…
นี่เขาเป็นคนเสแสร้งขนาดนั้นเลยหรือ? แค่เพื่อรักษาภาพลักษณ์จอมปลอมของตนก็ยอมขัดกับหัวใจตัวเอง?
ฟางจวินรู้สึกอึดอัดอย่างยิ่ง มุมปากกระตุกยิ้มฝืนๆ มองใบหน้างดงามขององค์หญิงเกาหยาง แล้วก็อยากจะกัดนางให้ตายไปเลยให้มันจบๆ…
องค์หญิงเกาหยางจะรู้ได้อย่างไร ว่าตนเพิ่งเดินเฉียดขอบเหวของ “ชื่อเสียงพังพินาศ” มาแค่นิดเดียว?
พอเห็นใบหน้าเย็นชาของฟางจวินที่ฝืนยิ้มไม่จริงใจ ก็อดโมโหไม่ได้!
เจ้าคนบ้านนอกโง่เง่า เจ้าจ้องข้าเขม็งแบบนั้นทำไม? คิดจะกินหงส์ทั้งที่ตัวเองเป็นคางคกหรือไง?
ฝันไปเถอะ! องค์หญิงเกาหยางหรี่ตาลงเล็กน้อย แล้วฮึดเบาๆ ผ่านจมูกไม่คิดจะสนใจฟางจวิน
ฟางจวินแทบควันออกจมูก เฮ้ย เจ้าแอบหนีมาเที่ยวดื่มเหล้ากับผู้ชายยังจะมาทำตัวมีเหตุผลอีกเรอะมีความละอายใจในความเป็นสตรีบ้างได้ไหม?
เขาจึงถามด้วยหน้าดุว่า: “องค์หญิงแอบออกจากวัง ฝ่าบาททราบหรือไม่?”
ถ้าเจ้าทำตัวไม่รู้จักอาย ก็อย่ามาทำให้ฮ่องเต้ต้องเสียหน้าด้วยเลย!
“ฟางจวิน เจ้ามันไร้ยางอายเกินไปแล้ว!” องค์หญิงเกาหยางระเบิดอารมณ์ขึ้นทันที ดวงตากลมโตจ้องฟางจวินเขม็งสีหน้าโกรธจัด
แต่ก่อนยังคิดว่าเจ้านี่แม้จะผิวดำ ไร้รสนิยมบ้าง แต่ก็ยังพอมีความเป็นลูกผู้ชายอยู่บ้าง มีความรับผิดชอบ แต่ตอนนี้กลับรู้สึกว่ามันน่าอับอายสิ้นดี! ผู้ชายอะไรเปิดปากปิดปากก็ขู่จะไปฟ้องพ่อแม่ ไม่มีมารยาทเอาเสียเลย…
ฟางจวินดีใจขึ้นมาทันที แบบนี้แสดงว่าแอบหนีมาเที่ยวจริงๆ สินะ?
“เอ่อ…ข้ารู้สึกคอแห้ง องค์หญิงจะกรุณารินเหล้าให้ข้าสักจอกได้หรือไม่?” ฟางจวินนั่งลงอย่างไม่เกรงใจ ท่าทีกร่างเต็มที่
องค์หญิงเกาหยางหน้าแดงด้วยโทสะ กำหมัดแน่น: “อย่าหวังเลย!”
ฟางจวินเหลือบมองนาง “ถ้าอย่างนั้น ข้าอาจจะเผลอพูดอะไรบางอย่างต่อหน้าฝ่าบาทโดยไม่ตั้งใจ…”
ขู่ชัดๆ!
ขู่แบบโต้งๆ!
องค์หญิงเกาหยางแทบคลั่ง กัดฟันแน่น อยากจะกัดเจ้านี่ให้ตายเสียให้รู้แล้วรู้รอด!
ที่จริงวันนี้นางได้รับอนุญาตจากฮ่องเต้ให้ไปเยี่ยมองค์หญิงฉางเล่อผู้ป่วยอยู่ที่จวนชี่กั๋วกง แต่ระหว่างทางกลับถูกชวนไปร่วมงานเลี้ยงจึงแอบแวะมาที่นี่ ถ้าฮ่องเต้รู้ว่านางออกมาดื่มสุราเฮฮาในขณะที่พี่สาวป่วยอยู่ล่ะก็ จะต้องโกรธมากแน่นอน…
แค่คิดถึงสีหน้าของฮ่องเต้ที่โกรธจัดก็ขนลุกแล้ว
ฮ่องเต้ถังไท่จงรักนางมาก โดยเฉพาะหลังองค์หญิงฉางเล่อแต่งงานไป นางกับองค์หญิงจิ้นหยางก็เป็นลูกสาวที่ฮ่องเต้รักมากที่สุด
แต่ถ้านางทำผิด ฮ่องเต้ก็ไม่เคยไว้หน้า
องค์หญิงเกาหยางจ้องฟางจวินอย่างโกรธเคือง แต่ก็จนปัญญา เจ้าบ้านี่มีท่าทางจะไปฟ้องเสด็จพ่อจริงๆ…
แต่จะให้นางรินเหล้าให้เขาน่ะหรือ?
ไม่มีทาง!
เจ้าบ้านนอกอย่างเจ้า คู่ควรให้ข้ารินเหล้าให้ด้วยหรือ?!
ฟางจวินเห็นหน้าเล็กๆ ขององค์หญิงเกาหยางแดงบ้างซีดบ้างก็รู้สึกสะใจอย่างยิ่ง!
เซินเหวินซูได้แต่ถอนหายใจเงียบๆ คิดว่าคู่นี้จะมาเล่นละครอะไรอีก…
ทันใดนั้น เด็กชายคนหนึ่งข้างองค์หญิงลุกขึ้น หน้าตาตื่นๆพูดว่า: “พี่เขย…ให้ข้ารินเหล้าให้ท่านดีหรือไม่?”
พี่เขย?
ฟางจวินตกใจเล็กน้อยขณะมองเด็กคนนั้น
อายุราวสิบขวบ หน้าตาหล่อเหลา มีผิวขาวอมชมพู ดูไร้เดียงสา แต่การพูดจากลับแฝงไว้ด้วยความสุขุมเกินวัย
น้องชายขององค์หญิงเกาหยาง?
เช่นนั้นก็คงเป็นโอรสองค์หนึ่งของฮ่องเต้สิ!
ฮ่องเต้ถังไท่จงมีลูกเยอะมาก น้องชายขององค์หญิงเกาหยางก็มีหลายคนที่อายุใกล้เคียงก็หลายคน และที่โด่งดังก็คือ “หลี่จื้อ”…จะบังเอิญขนาดนั้นเชียว?
มีคนแค่นเสียง “ฮึ่ม” แล้วพูดขึ้นว่า: “องค์ชายจิ้นไม่จำเป็นต้องอ่อนน้อมถึงเพียงนี้ ข้า ‘ฉู่’ คิดว่า คนที่ไม่รู้จักกาลเทศะและขาดความเคารพเช่นนี้ ไม่มีทางคู่ควรกับองค์หญิงหรอก!”
คำพูดนี้ทำให้ทุกคนในงานตะลึงงัน
การแต่งงานระหว่างฟางจวินกับองค์หญิงเกาหยาง เป็นพระราชโองการโดยตรงใครจะกล้าพูดอะไร?
ยิ่งกว่านั้น ยังเป็นการหยามหน้าฟางจวินต่อหน้าอีกด้วย เจ้านี่อยากตายหรือไง?
ฟางจวินเป็นใครกัน?
คนประเภทที่ไม่พอใจก็กล้าซัดแม้แต่องค์ชาย!
ทุกสายตาจึงจับจ้องไปยังคนพูด แม้แต่องค์หญิงเกาหยางก็เช่นกัน
ชายหนุ่มที่พูดจานั้น หน้าตาหล่อเหลาสง่างาม สวมเสื้อผ้าเรียบร้อยพูดเสร็จก็มองฟางจวินด้วยแววตาดูแคลน
ฟางจวินไม่สนใจชายผู้นั้นเลย สายตาเขาทั้งหมดจับจ้องอยู่ที่เด็กชายคนนั้น
นี่คือ “หลี่จื้อ” จริงๆหรือ?
คือตัวอย่างพื้นฐานของ “หอยกับนกกระทาสู้กัน สุดท้ายชาวประมงได้ประโยชน์” เลยนะ…
โอ้โห หน้าตาน่ารักใช่เล่น… แต่พูดถึงก็ใช่ ลูกของฮ่องเต้ถังไท่จงแต่ละคนหน้าตาดีกันทั้งนั้น ลูกสาวก็ล้วนงดงามน่ารัก รูปร่างหน้าตาของราชวงศ์นี้ดีจริงๆ…
องค์หญิงเกาหยางก็เริ่มใจเย็นลงเล็กน้อย คิดว่าผู้ชายคนนี้ก็กล้าหาญดีนะ คนในกวนจงที่จะกล้าท้าทายฟางจวินต่อหน้าแบบนี้มีน้อยคน แต่ก็ดูจะบ้าบิ่นไปหน่อยเพราะฟางจวินนี่ซัดคนไม่ดูหน้าใครจริงๆ…
เซินเหวินซูเหงื่อแตกพราก
เขาเป็นเจ้าภาพของงานเลี้ยงวันนี้ แขกทุกคนเขาเชิญมาเอง ถ้าเกิดตีกันขึ้นมาจริงๆแล้วเขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?
เซินเหวินซูมองชายผู้นั้นด้วยความหงุดหงิด รีบพูดกลบเกลื่อนว่า: “คุณชายฉู่ โปรดระวังคำพูด!”
คำว่า “ระวังคำพูด” นี้ มีความหมายซ่อนอยู่ การแต่งงานของฟางจวินเป็นพระราชโองการ เป็นขุนนางห้ามวิจารณ์คำสั่งของฮ่องเต้ และอีกนัยหนึ่งก็คือ เตือนว่า “คนที่อยู่ตรงหน้าท่าน ไม่ใช่ลูกกระต่ายแสนดีอะไร เขาคือฟางจวินผู้ทำให้ทั้งกวนจงปวดหัว!”
แต่คุณชายฉู่กลับไม่สนใจ ยกคิ้วขึ้นแล้วพูดกับฟางจวินว่า: “ข้าศึกษาตำราขงจื๊อมาตั้งแต่เด็ก ไม่ใช้กำลัง ชีวิตนี้ไม่เคยจับอาวุธ ถ้าท่านฟางเป็นอย่างที่ลือกันจริงว่าเป็นคนหยิ่งยโสอวดดี เช่นนั้นข้าก็ไม่มีอะไรจะพูดปล่อยให้ท่านจัดการตามสบายเถอะ!”
คำพูดนี้ฟังดูสวยงามมาก ความหมายก็คือ ข้าเป็นนักปราชญ์ พูดด้วยเหตุผลไม่ใช้กำลัง ถ้าท่านฟางยอมรับว่าตนเป็นนักเลงจริงๆ ก็เอาเลยจะซัดข้าก็เชิญ…