เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30 ต่อให้ต้องตาย ก็ไม่อยากตายอย่างไร้ค่า!!

บทที่ 30 ต่อให้ต้องตาย ก็ไม่อยากตายอย่างไร้ค่า!!

บทที่ 30 ต่อให้ต้องตาย ก็ไม่อยากตายอย่างไร้ค่า!!


ผู้หญิงที่เคยได้รับความรักจากบิดาอย่างล้นเหลือ ต้องสูญเสียเขาไปตั้งแต่เนิ่น ๆ พี่ชายที่ได้รับมรดกและบรรดาศักดิ์จากบิดากลับเห็นนางเป็นหนามยอกอก อยากจะขายนางทิ้งให้พ้น ๆ ไปเสียด้วยซ้ำ ในฐานะคุณหนู นางกลับไม่มีแม้แต่อาหารกินให้อิ่ม ไม่มีเสื้อผ้าอุ่น ๆ ใส่ ไม่มีแม้แต่เครื่องประดับหรือขนมหวานที่นางชื่นชอบเลยสักชิ้น...

เดิมทีนางคิดว่า ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตแล้ว จนกระทั่งวันหนึ่งนางถูกคัดเลือกเข้าสู่ตำหนักใน นางคาดหวังว่า ด้วยรูปร่างหน้าตาของตนเอง จะได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้ ได้มีชีวิตที่สุขสบายเหมือนนกโผสู่ยอดไม้ได้เชิดหน้าชูตาเสียที

ใครจะรู้ว่าวังหลวงนั้น กลับเต็มไปด้วยความสกปรกโสมมทุกหย่อมหญ้า เหมือนกับสัตว์ร้ายที่กินคนเข้าไปทั้งเป็นโดยไม่แม้แต่จะคายกระดูกออกมา...

นางในนาม "อู่ซื่อ" รู้สึกหวาดกลัวอย่างแท้จริง หวั่นว่าจะรักษาจิตใจที่ยังโหยหาความสุขไว้ไม่ได้ กลัวว่าจะไม่มีโอกาสได้พบฮ่องเต้เลยแม้แต่ครั้งเดียวก่อนตาย กลัวว่าตนเองจะต้องจบชีวิตลงในวังหลวงที่มืดมนไร้ความเมตตานี้...

หากรู้อย่างนี้ตั้งแต่แรก ต่อให้พี่ชายจะซ้อมนางจนตาย นางก็จะไม่มีวันยอมเข้าวัง พี่น้องจะไม่รักไม่สนนางก็ตาม อย่างน้อยตายไปยังมีเสื่อฟางห่มศพ มีโลงไม้บาง ๆ ใส่ศพให้บ้าง แต่นี่เล่า?

ที่นี่นางคงต้องตายเหมือนหมาตัวหนึ่ง ถูกทุกคนรังเกียจศพ ถูกลากไปทิ้งกองขยะข้างนอกเมืองด้วยเกวียนที่ใช้ขนของเสีย โดยไม่แม้แต่จะมีหลุมฝัง ไม่มีแม้แต่เศษกระดูกหลงเหลือ...

ความสิ้นหวังที่เจ็บปวดยิ่งกว่ารอยแผลบนใบหน้า คือบาดแผลในใจ

อู่ซื่อรู้สึกว่าตนไม่อาจอยู่ต่อไปได้อีกแม้แต่วินาทีเดียว ทุกวินาทีที่อยู่ในที่แห่งนี้ มีแต่จะทำให้นางเป็นบ้าไปเสียก่อน นางคิดถึงภาพตัวเองที่ถูกไล่ออกจากวัง กลายเป็นหญิงบ้า ผมเผ้ารุงรัง เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ก็อดสะท้านไปทั้งร่าง นางยอมตายเสียดีกว่าที่จะลงเอยเช่นนั้น!

ความเศร้าปกคลุมจิตใจจนนางเริ่มคิดสั้น

แต่ถึงอย่างนั้น อู่ซื่อก็เป็นคนที่มีความมุ่งมั่นแข็งแกร่ง ต่อให้ต้องตาย นางก็ไม่อยากตายอย่างไร้ค่า แม้จะไม่สามารถเป็นดั่งที่นักปราชญ์คนนึงกล่าวไว้ว่า "หนักหนาดั่งภูเขาไท่ซาน" อย่างน้อยต้องมีใครบางคนล้มลงพร้อมกับนาง!

เมื่อคิดดังนั้น นางก็เงยหน้าขึ้น เช็ดเลือดที่มุมปาก มองดูนางข้าหลวงร่างท้วมที่ทำหน้าดุดัน แล้วจู่ ๆ ก็ยิ้มออกมา

นางข้าหลวงร่างท้วมชะงัก มือที่ยกขึ้นจะตบกลับไม่กล้าฟาดลงไป

อู่ซื่อเป็นหญิงงามอยู่แล้ว ยามนี้เมื่อคิดจะตาย ใบหน้าที่เจือรอยยิ้มเศร้านั้นกลับเปล่งประกายงดงามราวกับดอกเหมยขาวที่เบ่งบานในหิมะ ทว่าในดวงตาที่เต็มไปด้วยประกายเยือกเย็นกลับมีแววบางอย่างที่ทำให้นางข้าหลวงร่างท้วมคนนั้นขนลุกวาบ

ในวินาทีนั้น อู่ซื่อลุกขึ้น ร่างเล็กบอบบางพุ่งตรงไปยังโขดหินจำลองที่ถูกต้นเหมยบังอยู่กลางลาน

เสียง "ตุ้บ!" หนึ่งดังขึ้น หน้าผากของนางกระแทกกับก้อนหิน เลือดสาดออกมา ดั่งดอกไม้ต้องสังเวย แดงจัด งดงาม น่าเวทนา

ร่างของอู่ซื่อค่อย ๆ ล้มลงกับพื้น ใบหน้าเต็มไปด้วยเลือด แต่ยังคงประดับด้วยรอยยิ้มจาง ๆ...

ใคร ๆ ก็พูดว่า แสงตะวันจะมาเยือนหลังผ่านพายุฝน แต่กว่าจะถึงแสงตะวันนั้น มีกี่คนกันที่ทนผ่านพายุลูกแล้วลูกเล่าไปได้?

อู่ซื่อไม่รู้ว่าตัวเองจะทนผ่านไปได้หรือไม่ แต่นางไม่อยากทนแล้ว

แม้จะผ่านพ้นอุปสรรคตรงนี้ไปได้ ยังจะมีอีกด่านรออยู่อีกไม่รู้จบ กว่าจะผ่านแต่ละด่าน ผมหงอก วัยล่วงเลย แต่ก็ยังคงเป็นนกที่ถูกขังในกรง ไม่อาจโบยบินในนภากว้าง

ตายก็ดีแล้ว จะได้จบทุกข์ จบเวร ทุกข์ทรมานทั้งหมดจะได้จบสิ้นเสียที...

แต่สิ่งที่อู่ซื่อยังไม่รู้คือ ชีวิตนั้นมักเต็มไปด้วยเรื่องไม่คาดฝัน ไม่มีใครสามารถล่วงรู้โชคชะตาได้

แม้แต่นกในกรง ยังอาจมีโอกาสได้โบยบินสู่ฟากฟ้าสักครั้ง...

นางข้าหลวงร่างท้วมนิ่งอึ้งไปทั้งตัว

เบื้องหน้า ใต้โขดหินนั้น หญิงสาวบอบบางกลับเลือกวิธีที่รุนแรงที่สุดในการแสดงความไม่พอใจและการต่อต้านของนาง เลือดสีแดง กับหิมะสีขาว งดงามดั่งภาพวาด ทำให้นางข้าหลวงร่างท้วมรู้สึกหนาวเยือกในใจ รู้สึกว่าจิตวิญญาณแทบจะหลุดลอย

นางจะฆ่าอู่ซื่อทิ้งแล้วโยนศพลงบ่อได้หรือ?

แน่นอนว่าได้ หากนางลงมือฆ่าอู่ซื่อเอง ก็อาจไม่ถึงกับต้องตาย โดนโบยไม่กี่สิบที พอใช้เงินใต้โต๊ะสินบนพวกขันที ก็อาจรอดไปได้

แต่สถานการณ์ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว

ถ้านางฆ่าอู่ซื่อ มันก็เป็นเพราะอู่ซื่อผิดก่อน อย่างมากนางก็แค่ลงโทษเกินเหตุจนถึงตาย แต่ตอนนี้อู่ซื่อกลับเลือกฆ่าตัวตาย ต้องมีความแค้นหรือความทุกข์มากแค่ไหนถึงทำให้คนคนหนึ่งเอาหัวโขกหินตาย?

เรื่องนี้ต้องสืบ ต้องมีคำตอบ!

ที่นี่คือวังหลัง ถึงแม้ฮ่องเต้จะไม่ใส่ใจ แต่ในวังหลังก็ยังมีกฎระเบียบที่ทุกคนต้องปฏิบัติตาม!

นางข้าหลวงร่างท้วมเหงื่อแตกเต็มหน้า เดินไปมาอย่างร้อนรน เพราะนางรู้ว่ามีคนได้ยินเสียงแล้ว และกำลังเดินมาดู

จะทำอย่างไรดี?

ยังไม่ทันได้คิดหาวิธี ก็ได้ยินเสียงจากข้างหูว่า: “อ๊ะ? องค์หญิงเพคะ ใต้โขดหินนั่นเหมือนมีคนคลานอยู่... อ๊า! องค์หญิง อย่ามองเลยเพคะ อย่ามอง! มันคือศพคน บ่าวตกใจจะตายอยู่แล้ว...”

นางข้าหลวงร่างท้วมร้องอยู่ในใจว่า: จบแล้ว! มีคนเห็นแล้ว! ตายแน่! ทำไมไม่รีบจัดการศพให้เร็วกว่านี้นะ!

นางหันกลับไปอย่างตกใจ ก็เห็นกลุ่มนางกำนัลล้อมรอบหญิงสาวผู้เลอโฉมคนหนึ่ง เดินตรงเข้ามาเพื่อดูศพของอู่ซื่อ

หญิงสาวผู้นั้นดูอายุยังไม่มาก ราวสิบสองหรือสิบสามปี มีขนจิ้งจอกขาวคลุมคอ ใบหน้าที่งดงามราวดอกไม้หาที่เปรียบมิได้

นั่นคือ องค์หญิงเกาหยาง!

“เจ้า มานี่!” องค์หญิงเกาหยางขมวดคิ้ว มองดูนางข้าหลวงร่างท้วมที่ทำหน้าเหม่อลอยไม่อยู่กับเนื้อกับตัว แล้วถามว่า: “แม่นางคนนี้ เกิดอะไรขึ้น?”

นางข้าหลวงร่างท้วมรู้ว่าหลบไม่พ้นแล้ว จึงรวบรวมความกล้า ตอบโกหกไปว่า: “นางชื่อ อู่ซื่อ ทำผิดกฎ บ่าวจึงตักเตือนสองสามคำ คาดไม่ถึงว่านางจะเป็นคนอารมณ์รุนแรง ดื้อด้าน จึงวิ่งไปโขกหินฆ่าตัวตายเพคะ...”

แม้องค์หญิงเกาหยางจะไม่ได้สนใจสิ่งที่นางพูดต่อมาเลย แต่กลับเอ่ยขึ้นถามว่า "เมื่อครู่เจ้าว่า นางคือ 'อู่ซื่อ' งั้นหรือ?"

นางข้าหลวงคนนั้นตอบอย่างไม่เข้าใจ "กราบทูลองค์หญิงเพคะ แม่นางคนนี้ก็คืออู่ซื่อ..."

สีหน้าขององค์หญิงเกาหยางเปลี่ยนทันที ทรงดุเสียงดัง "ฝ่าบาทพึ่งมีราชโองการประทานนางให้บ้านอัครเสนาบดีฟางไปเมื่อครู่ แล้วเจ้ากลับบีบบังคับนางจนถึงตายงั้นหรือ? ช่างกล้าหาญนัก!"

องค์หญิงเกาหยางหาใช่คนโง่ไม่ ตรงกันข้ามนางชาญฉลาดเป็นที่สุด เรื่องสกปรกและเล่ห์เหลี่ยมในวังลึก นางรู้ดีหมดทุกอย่าง

ทำผิดเพียงนิดแล้วจะถึงขั้นพุ่งชนหินฆ่าตัวตายงั้นหรือ?

เจ้าคิดจะหลอกผีหรือไง!

เมื่อนางข้าหลวงคนนั้นได้ยินว่านางอู่ซื่อเป็นคนที่ฝ่าบาททรงประทานให้แก่เสนาบดีฟางถึงกับรู้สึกเหมือนตับไตจะระเบิด ร้องในใจว่า "ข้าแย่แล้ว! ตายแน่!" ก่อนจะทรุดตัวลงราวกับโคลนเน่ากลางพื้นและเป็นลมไป

ทางเดียวที่นางจะชดเชยความผิดในเรื่องนี้ได้ คืออาศัยความจริงที่ว่าไม่มีใครใส่ใจอู่ซื่อ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่านางตายเพราะอะไร หากกำจัดศพนางเงียบ ๆ อย่างลับ ๆ ไม่ให้ใครรู้เห็น ก็อาจจะไม่มีใครตามสืบ และเรื่องราวอาจจะเงียบหายไปตามกาลเวลา

แต่ตอนนี้ไม่มีทางแล้ว!

ฝ่าบาทเพิ่งมีราชโองการประทานนางไป แต่ทางนี้กลับเกิดเรื่องตายขึ้น แบบนี้จะไม่สอบสวนให้ถึงที่สุดได้อย่างไร?

ช่างน่าสงสารครอบครัวของนางจริง ๆ เพราะนี่คือโทษใหญ่ระดับต้องประหารทั้งเก้าชั่วโคตรเลยทีเดียว…

โทษตัวเองสิ! ที่ใจร้อนผลีผลามเกินไป ไปกดดันนางเสียจนไม่มีทางออก…

ระหว่างที่สติพร่ามัวด้วยความเสียใจจนแทบขาดใจนั้น เสียงของความเสียใจและความหวาดกลัวกัดกินหัวใจนางแทบแหลกสลาย

ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงคนร้องขึ้นว่า "องค์หญิงเพคะ! นางยังมีลมหายใจอยู่!"

นางข้าหลวงคนนั้นดีใจแทบบ้า แต่เพราะดีใจจนเกินไปหลังจากความเสียใจอย่างหนัก ทำให้ระบบประสาทรับไม่ไหว คราวนี้นางก็เป็นลมหมดสติไปจริง ๆ...

จบบทที่ บทที่ 30 ต่อให้ต้องตาย ก็ไม่อยากตายอย่างไร้ค่า!!

คัดลอกลิงก์แล้ว