- หน้าแรก
- ตัวร้ายหัวทองในนิยายเฟิ่งอ้าวเทียนก็อยากมีความสุขเหมือนกัน
- ตอนที่ 8: เหล่าตัวเอกขึ้นเวทีแล้ว!
ตอนที่ 8: เหล่าตัวเอกขึ้นเวทีแล้ว!
ตอนที่ 8: เหล่าตัวเอกขึ้นเวทีแล้ว!
ตอนที่ 8: เหล่าตัวเอกขึ้นเวทีแล้ว!
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เซลีเซียได้พบกับมู่เอิน อันที่จริงแล้ว ก่อนงานฉลองบรรลุนิติภาวะ เนื้อเรื่องได้ดำเนินไปที่โรงเรียนเซนต์มาริก้าเป็นเวลาหนึ่งปีการศึกษาแล้ว
ในช่วงปีการศึกษานั้น แม้จะอยู่คนละโรงเรียนและคนละชั้นปี แต่เซลีเซียก็ยังคงได้ยินเรื่องราววีรกรรมของมู่เอิน แคมป์เบลล์ อยู่เป็นระยะ
แน่นอนว่า วีรกรรมเหล่านั้นล้วนเป็นเรื่องเลวร้ายทั้งสิ้น
และเธอก็เคยได้พบปะกับตัวมู่เอิน แคมป์เบลล์ มาแล้วหลายครั้ง บทสรุปที่ได้ก็ไม่ต่างจากข่าวลือที่ได้ยินมาเลยแม้แต่น้อย...สันดานเสีย หยิ่งยโสโอหัง ไม่เอาถ่าน แม้กระทั่งตอนที่อยู่ต่อหน้าเจ้าหญิงอย่างเธอ ก็ยังคงเชิดหน้ามองฟ้า เอาจมูกมองคน เป็นคุณชายเสเพลของแท้และดั้งเดิม
แต่ว่าวันนี้...เขาดูจะต่างออกไปหน่อย?
"เป็นเพราะสุภาพขึ้นนิดหน่อยรึเปล่านะ?"
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เซลีเซียก็สลัดความคิดนั้นทิ้งไปอย่างรวดเร็ว
การที่มู่เอินได้รับความสนใจจากเธออยู่บ้าง ก็เป็นเพราะสถานะคู่หมั้นที่น่ารำคาญนั่นเท่านั้นแหละ
นอกเหนือจากนั้นแล้ว...
เขาก็ไม่มีอะไรที่คู่ควรให้เธอต้องเสียเวลาด้วยเลยแม้แต่น้อย
"เจ้าหญิงเซลีเซียดูเหมือนจะเหนื่อยล้าจากการเดินทาง มิทราบว่าจะเข้าไปพักผ่อนด้านในก่อนดีหรือไม่? งานเลี้ยงยังต้องรออีกสักพักกว่าจะเริ่มอย่างเป็นทางการ"
เซลีเซียกำลังจะหาข้ออ้างเพื่อปลีกตัวออกไป แต่มู่เอินกลับชิงเสนอขึ้นมาก่อนด้วยท่าทีสง่างาม
เมื่อได้ยินดังนั้น เซลีเซียก็อดที่จะชะงักไปเล็กน้อยไม่ได้ สายตาอันเย็นชาอดไม่ได้ที่จะกวาดมองใบหน้าที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลยของมู่เอินอีกครั้ง
ไอ้หมอนี่... มันไปรู้จักเอาใจใส่คนอื่นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
จำได้ว่าตอนอยู่ที่โรงเรียน มู่เอินเคยเข้ามาตอแยเธออยู่หลายครั้งจนน่ารำคาญ
เธอคิดว่าครั้งนี้ก็น่าจะโดนตอแยอีกนาน
"ก็ได้ รบกวนด้วย"
เซลีเซียพยักหน้าเบาๆ แล้วเดินตามเมดที่มู่เอินเรียกมา ไปยังห้องรับรองแขกพิเศษเพื่อพักผ่อนชั่วคราว
"ฟู่...ไปซะที น่ากลัวชะมัด"
เมื่อมองแผ่นหลังของเซลีเซียหายลับไปจากสายตา ในที่สุดมู่เอินก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
ไม่รู้ตัวเลยว่าแผ่นหลังของเขาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อแล้ว
"สมกับที่เป็นนางเอกอันดับหนึ่งในนิยายต้นฉบับ ออร่าแบบนี้น่ากลัวจริงๆ"
แค่ยืนอยู่ต่อหน้าเธอ ก็รู้สึกเหมือนกับกำลังยืนอยู่กลางทุ่งน้ำแข็ง มีไอเย็นยะเยือกพุ่งขึ้นมาจากปลายเท้า
ข้างนอกยังหนาวขนาดนี้ ถ้าได้ไปแลกเปลี่ยนความรู้เชิงลึกกับเธอจริงๆ ไม่รู้ว่าไอ้จู๋จะแข็งตายรึเปล่า
—มู่เอินคิดอย่างชั่วร้าย
แต่เรื่องนี้มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องมานั่งกังวลแล้ว ยังไงซะก็ได้แค่มองแต่แต่งไม่ได้อยู่ดี ได้แต่หวังว่าตอนวางยาคืนนี้จะไม่มือสั่นก็พอ
มู่เอินคิดเรื่อยเปื่อยอยู่ครู่หนึ่ง ก็รู้สึกว่าผู้คนรอบข้างเริ่มจะวุ่นวายขึ้นมาอีกครั้ง
ดูเหมือนจะมีเรื่องน่าประหลาดใจเกิดขึ้นอีกแล้ว หลายคนกำลังกระซิบกระซาบกันอยู่
"ยัยลูกนอกคอกนั่นก็มาด้วย..."
"คนที่เพิ่งจะประลองกับอดีตคู่หมั้นของตัวเองไปเมื่อไม่นานมานี้?"
"ได้ยินว่าเคานต์บูการ์ดเพิ่งจะมอบตำแหน่งทายาทให้เธอ"
"เหอะ! ทั้งเป็นลูกนอกสมรส ทั้งเป็นผู้หญิง จะมีสิทธิ์อะไรมาสืบทอดตำแหน่งเคานต์?"
"เฮ้อ ไม่รู้ว่าเคานต์บูการ์ดคิดอะไรอยู่"
"ชู่ว์ ท่านเคานต์ก็อยู่ด้วย อย่าให้เขาได้ยินเข้าล่ะ"
เมื่อได้ยินเสียงซุบซิบนินทาที่จงใจกดให้ต่ำลงเหล่านี้ สัญชาตญาณระวังภัยของมู่เอินก็พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในทันที
ฝ่ามือถึงกับเริ่มมีเหงื่อออก ตึงเครียดยิ่งกว่าตอนที่เผชิญหน้ากับเซลีเซียเมื่อครู่อีก
ไม่มีเหตุผลอื่นใด...ก็เพราะคนที่สามารถทำให้เหล่าขุนนางพูดจาแบบนี้ได้ มีเพียงคนเดียวเท่านั้น
สายตาของมู่เอินจับจ้องไปยังศูนย์กลางของพายุลูกใหม่
ทั้งๆ ที่เป็นงานที่ทุกคนต่างก็แต่งกายอย่างเต็มยศ แต่เธอกลับยังคงสวมชุดกระโปรงเรียบง่าย ผมสีดำยาวสลวยถูกปล่อยทิ้งไว้ตามสบาย หูได้ยินแต่คำนินทาของผู้อื่น แต่ระหว่างคิ้วกลับฉายแววความมั่นใจ มุมปากยกขึ้นแสดงความดูแคลน
ใบหน้าและรูปลักษณ์ของเธอไม่ได้งดงามน่าทึ่งเหมือนเซลีเซีย แต่ก็จัดว่าดูดีไม่น้อย นอกจากหน้าอกที่แบนราบจนแทบไม่ต่างจากแผ่นหลังแล้ว ก็ถือว่าเป็นสาวงามคนหนึ่ง
แต่จะให้รูปลักษณ์ภายนอกที่ดูเรียบง่ายท่ามกลางเหล่าคุณหนูขุนนางที่แต่งกายหรูหราฟู่ฟ่ามาหลอกไม่ได้
เพราะเธอคือ...
"แอเรียล บูการ์ด"
พระเอกตัวจริงของนิยายต้นฉบับ เฟิ่งอ้าวเทียนตัวแม่ที่ชอบแต่ผู้หญิง
เมื่อไม่นานมานี้เพิ่งจะเอาชนะอดีตคู่หมั้นที่มาขอถอนหมั้นกับเธอเมื่อสามปีก่อนในการประลองอันขาวสะอาด กระโดดสามขั้นจากลูกนอกสมรสสู่ทายาทอันดับหนึ่งของตระกูลเคานต์ ตบหน้าบรรดาผู้อาวุโสในตระกูลและไทยมุงจนคางหลุดกันเป็นแถว
อาจจะพูดได้ว่า ตั้งแต่ชาติกำเนิด ประสบการณ์ นิสัย ไปจนถึงรูปลักษณ์ภายนอก เธอคือต้นแบบของต้นแบบที่ถูกสร้างขึ้นมาตามคำว่า "พระเอก" ทุกกระเบียดนิ้ว
"โย่ นายน้อยมู่เอิน เราเจอกันอีกแล้วนะ ช่วงนี้สบายดีมั้ย?"
แอเรียลยกยิ้มมุมปากอันเป็นเอกลักษณ์ของเธอ แล้วเดินมาอยู่ตรงหน้ามู่เอิน แม้ว่าส่วนสูงจะทำให้เธอต้องเงยหน้ามองมู่เอิน แต่ในดวงตาของเธอกลับไม่มีความอ่อนน้อมถ่อมตนเหมือนคนอื่นๆ เลย
เธอไม่ได้ทำความเคารพ เหมือนกับกำลังทักทายเพื่อนสนิท
แต่มู่เอินรู้ดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับแอเรียล บูการ์ด ห่างไกลจากคำว่า "ดี" นัก
ที่แอเรียลพูดแบบนี้ ก็เป็นเพราะเธอไม่เคยเห็นสถานะลูกชายดยุกอยู่ในสายตาเลยต่างหาก
"เจ้าคนไร้มารยาท! เจ้ากล้าดียังไงมาพูดกับนายน้อยมู่เอิน..."
ในเวลานี้ ย่อมต้องมีลูกกระจ๊อกของคุณชายตัวร้ายกระโดดออกมาตะโกนโหวกเหวก เพื่อให้พระเอกได้โชว์เทพอย่างราบรื่น
และก็ใช่เลย...เด็กหนุ่มขุนนางคนหนึ่งข้างๆ มู่เอิน ดูเหมือนจะอยากประจบเขา ยังไม่ทันที่มู่เอินจะได้พูดอะไร ก็เตรียมจะกระโจนออกมาสั่งสอนยัยลูกนอกคอกที่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำคนนี้แล้ว
แต่ก็โดนมู่เอินกดกลับไปที่เดิม...ล้อเล่นรึไง? เวลานี้จะให้ใครมาสร้างศัตรูเพิ่มให้เขาได้ยังไงกัน!
"ช่วงนี้ข้าสบายดีแน่นอน คุณหนูแอเรียล บูการ์ด"
มู่เอินยังคงประดับรอยยิ้มเต็มสิบไว้บนใบหน้า แล้วโค้งคำนับตามแบบฉบับขุนนางอย่างไร้ที่ติให้แอเรียล
"ขอบคุณสำหรับความห่วงใยของท่าน"
"หา...แก"
แอเรียลมองท่าทีสุภาพอ่อนน้อมของมู่เอิน ก็พลันทำหน้าเหมือนเห็นผี
บ้าไปแล้ว! ไอ้คุณชายอันธพาลที่เจอหน้ากูทีไรต้องแขวะทุกทีนี่ มันไปกินยาผิดซองมารึไงถึงได้สุภาพขนาดนี้?
แถมมันยังไม่เรียกเธอว่าลูกนอกคอกชั้นต่ำอีก แต่เรียกชื่อเต็มของเธอ!
ชื่อเต็ม!
ไอ้สมองขนาดเท่าเมล็ดถั่วของมันเนี่ยนะ จะจำชื่อเต็มของเธอได้!
"ตรัสรู้แล้ว...หรือว่ามีแผนชั่วอะไรอยู่?"
แอเรียลลูบคางขาวเนียนของตัวเอง สายตามองสำรวจรอบๆ ตัวมู่เอินอย่างระแวดระวัง กลัวว่ามู่เอินจะโยนจอกเหล้าเป็นสัญญาณ แล้วก็จะมีมือสังหารสองร้อยคนกระโจนออกมาสับเธอเป็นชิ้นๆ
แต่มู่เอินกลับไม่ได้สนใจสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยของแอเรียล แต่กลับย้ายสายตาไปยังเด็กสาวที่ดูไม่ค่อยโดดเด่นซึ่งมาพร้อมกับเธอที่อยู่ด้านหลังอย่างรวดเร็ว
ใหญ่...ใหญ่มาก
ใหญ่เหมือนภูเขาสองลูกซ้อนกัน
นี่คือความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวของมู่เอินเมื่อมองไปยังเด็กสาวคนนั้น
เด็กสาวคนนั้นช่างเป็นขั้วตรงข้ามกับแอเรียลโดยสิ้นเชิง ชุดราตรีที่ตึงเปรี๊ยะตรงหน้าอกทำให้คนอดเป็นห่วงไม่ได้ว่าของข้างในจะถูกบีบจนทะลักออกมาหรือไม่ จนทำให้ในตอนแรกถึงกับมองข้ามใบหน้าที่น่ารักบริสุทธิ์และน่าทะนุถนอมของเธอไป
"สวัสดีครับ คุณหนูลีอา" มู่เอินทักทายด้วยรอยยิ้ม
"เอ๊ะ? นายน้อยมู่เอินรู้จักชื่อของข้าได้อย่างไรคะ?"
เด็กสาวที่ชื่อลีอากระพริบตาปริบๆ อย่างน่ารัก แล้วถามด้วยความประหลาดใจ
"เหะๆ ข้าจะไปไม่รู้จักชื่อของแขกคนสำคัญในคืนนี้ได้อย่างไรกันล่ะครับ?"
มารยาทของมู่เอินยังคงไร้ที่ติ ทำให้เด็กสาวทำตัวไม่ถูกเล็กน้อย
แต่ที่มู่เอินทำแบบนี้ แน่นอนว่าไม่ใช่แค่เพราะความสุภาพเท่านั้น แต่ที่สำคัญกว่าคือสถานะของเด็กสาวคนนี้
ลีอา แองเจิล เพื่อนสมัยเด็กของพระเอก
แม้ภายนอกจะเป็นเพียงธิดาบารอนธรรมดา สถานะไม่ได้สูงส่งอะไรนัก
แต่ในความเป็นจริงแล้ว ตอนนี้ลีอาคือหนึ่งในผู้ถูกเลือกให้เป็นนักบุญหญิงของโบสถ์แห่งชีวิต และกำลังอยู่ระหว่างการทดสอบในโลกมนุษย์ จึงได้ปิดบังสถานะและคอยติดตามอยู่ข้างกายแอเรียล
และในเมื่อยืนอยู่ข้างกายพระเอก ในช่วงหลังของเรื่องเธอก็ย่อมจะได้เป็นนักบุญหญิงแห่งโบสถ์แห่งชีวิตตัวจริงอย่างไม่ต้องสงสัย สถานะของนักบุญหญิงนั้นสูงส่งกว่าลูกชายดยุกธรรมดาๆ อย่างมู่เอินมากโข
"มู่เอิน แคมป์เบลล์ แกคิดจะทำอะไร?"
แอเรียลขวางอยู่ตรงหน้าลีอา ดวงตาหงส์ที่เปี่ยมด้วยแรงกดดันคู่นั้นจ้องเขม็งมาที่มู่เอิน "ฉันขอเตือนแกนะ อย่าคิดจะทำอะไรไม่ดีกับลีอาเด็ดขาด!"
"จะเป็นไปได้อย่างไร ข้าก็แค่ทักทายเท่านั้นเอง"
"แกพูดแบบนี้ออกไปใครจะเชื่อ!"
"เอาเถอะ ในเมื่อไม่เชื่อก็ช่วยไม่ได้แล้ว"
มู่เอินยักไหล่อย่างจนปัญญา แล้วก็ทำหน้าที่ชี้ทางให้ทั้งสองคนอีกครั้งอย่างเอาใจใส่
"ถ้าอย่างนั้น เชิญทั้งสองท่านเข้าไปข้างในก่อนเถอะครับ ข้างนอกอากาศหนาว เดี๋ยวสองสาวงามจะเป็นหวัดเอาได้"
"แก—"
แอเรียลเบิกตากว้าง จ้องมู่เอินอยู่ครู่หนึ่ง
สุดท้ายก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่นขึ้นมา คว้ามือลีอาแล้วเดินเข้าไปข้างใน ไม่วายถ่มน้ำลายทิ้งท้าย "ดัดจริต น่าขยะแขยง"