- หน้าแรก
- ตัวร้ายหัวทองในนิยายเฟิ่งอ้าวเทียนก็อยากมีความสุขเหมือนกัน
- ตอนที่ 3: ในเมื่อขัดขืนไม่ได้ ก็จงสนุกไปกับมันซะ
ตอนที่ 3: ในเมื่อขัดขืนไม่ได้ ก็จงสนุกไปกับมันซะ
ตอนที่ 3: ในเมื่อขัดขืนไม่ได้ ก็จงสนุกไปกับมันซะ
ตอนที่ 3: ในเมื่อขัดขืนไม่ได้ ก็จงสนุกไปกับมันซะ
"หรือว่าจะเป็น...ฝันบอกเหตุ?"
มู่เอินเคาะๆ ปกหนังสือสีดำ พลางขบคิดอย่างจริงจัง
คิดไปคิดมา ความฝันที่ไร้ที่มาที่ไปแต่สมจริงสุดๆ แบบนี้ คำว่า "ฝันบอกเหตุ" ดูจะเป็นคำอธิบายที่ดีที่สุดแล้ว
แน่นอนว่า นี่เป็นแค่การคาดเดาอย่างหนึ่ง
"ถ้ามันเป็นฝันบอกเหตุจริง... ไอ้จุดจบแบบนั้น... เป็นเพราะฉันทำอะไรผิดไปเหรอ?"
มู่เอินพึมพำด้วยใบหน้าซีดเผือด
ความรู้สึกเจ็บปวดแสนสาหัสเมื่อครู่นี้ยังคงวิ่งพล่านอยู่บนผิวหนังของเขา
ไม่ว่าใครก็ตามที่ได้รู้ว่าอนาคตของตัวเองอาจจะถูกคนมาแล่เนื้อเถือหนังเป็นพันๆ ชิ้น ก็คงไม่มีทางสงบนิ่งอยู่ได้หรอก
"แต่ใครกันวะที่เกลียดฉันขนาดนี้ ถึงได้ลงมือโหดเหี้ยมขนาดนั้น?"
แม้ว่าเงาคนในฝันบอกเหตุจะอ้างว่านั่นคือ "ความรัก" แต่มู่เอินไม่คิดว่านั่นคือความรักแม้แต่น้อยนิด
ความรักบ้าบออะไรที่จะจับคนที่ตัวเองรักมาแล่เป็นพันชิ้น! ฆาตกรโรคจิตยังไม่บ้าขนาดนี้เลย!
ต่อให้คุณอยากจะเล่นอะไรวิตถารแค่ไหน อย่างน้อยก็ช่วยเก็บศพไว้ให้ครบ 32 หน่อยจะได้ไหม!
"วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือต้องหาตัวเงาดำนั่นให้เจอ..."
มู่เอินกำหนดแนวทางได้อย่างรวดเร็ว แค่หาตัวฆาตกรให้เจอก่อนที่มันจะลงมือ ด้วยสถานะลูกชายดยุกของเขา การหลีกเลี่ยงจุดจบแบบนี้น่าจะเป็นเรื่องง่ายมาก
แต่...
"ดูเหมือน...จะเป็นไปไม่ได้"
เหงื่อเย็นๆ หยดลงมาจากหน้าผากของมู่เอิน
การจะหาตัวเงาดำนั่นได้ ต้องมีเบาะแสที่มากพอ
แต่ในฝันบอกเหตุไม่ได้เปิดเผยข้อมูลที่เป็นประโยชน์อะไรเลย ทั้งเสียงและรูปลักษณ์ของเงาดำนั่นแยกไม่ออกโดยสิ้นเชิง ทำได้แค่พอจะเดาได้ว่าเป็นผู้หญิง
และแค่เบาะแสเท่านี้มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหาคำตอบได้ มู่เอิน แคมป์เบลล์ คนเดิมน่ะไปสร้างศัตรูไว้เยอะเกินไป แม้แต่เมดในคฤหาสน์ดยุกก็มีความเป็นไปได้ที่จะทนพฤติกรรมเลวร้ายของเขาไม่ไหวแล้วลุกขึ้นมาแก้แค้นอย่างสาสม
"สรุปก็คือ... เป็นเพราะแกทำเรื่องชั่วไว้เยอะเกินไปสินะ"
มู่เอินถอนหายใจยาว อยากจะลงไปซัดเจ้าของร่างเดิมสักเปรี้ยงจริงๆ
แต่มันเป็นไปไม่ได้แล้ว เพราะตอนนี้เขาคือเจ้าของร่างเดิม
กรรมที่มู่เอิน แคมป์เบลล์ก่อไว้ เขา...มู่เอินคนนี้...ต้องเป็นคนรับผิดชอบ
"ไม่ได้การ ฉันต้องหาทางแก้ให้ได้ ถึงมันจะเป็นแค่การคาดเดา แต่ฉันไม่อยากโดนแล่เป็นพันชิ้นโว้ย!"
"อ๊ะ! ใช่แล้ว! หนังสือปกดำเล่มนั้น!"
ในที่สุดมู่เอินก็นึกถึงต้นตอที่ทำให้เขาได้สัมผัสประสบการณ์ถูกแล่เนื้อเถือหนังขึ้นมาได้
"เอ๊ะ?"
มู่เอินกำลังจะมองหาหนังสือปกดำที่หายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ แต่แค่เพียงความคิดผุดขึ้นในหัว หนังสือเล่มนั้นก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาอีกครั้ง
"นี่มัน...เข้ามาอยู่ในตัวฉันเหรอ?"
มู่เอินลองคิดอีกครั้ง และก็เป็นไปตามคาด หนังสือปกดำกลายเป็นลำแสงสีดำมืด พุ่งวาบเข้าไปในร่างของมู่เอิน
เขารับรู้ได้อย่างชัดเจนว่ามันกำลังนอนสงบนิ่งอยู่ในส่วนใดส่วนหนึ่งของจิตสำนึก
"จะเทพเกินไปแล้ว!"
มู่เอินดีใจจนเนื้อเต้น "ฉันรอดแล้ว?"
ด้วยหัวใจที่เปี่ยมด้วยความตื่นเต้น มู่เอินอัญเชิญหนังสือปกดำออกมา แล้วพนมมือขึ้น สวดอ้อนวอนอย่างจริงใจ: "หนังสือดำจ๋าหนังสือดำ ครั้งนี้ข้าจะพลิกเกมได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับท่านปู่แล้วนะขอรับ"
"เปิด!"
มู่เอินตะโกนลั่น แล้วเปิดหนังสือปกดำออก
【มู่เอินตะโกนลั่น แล้วเปิดหนังสือปกดำออก】
มู่เอิน: "?"
หลังจากเปิดออก ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แค่บนหน้าแรกที่ว่างเปล่าของหนังสือ ปรากฏตัวอักษรดังที่เห็นข้างบนขึ้นมา
มันเหมือนกับไดอารี่ ที่บันทึกทุกการกระทำของมู่เอินในขณะนั้น
"อะไรวะเนี่ย? แค่นี้เนี่ยนะ?"
【มู่เอินพลิกหนังสือปกดำไปมา แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น】
"อย่าบอกนะว่า..."
มุมปากของมู่เอินกระตุก เขามองตัวอักษรบนหนังสือ แล้วลองยกมือขึ้นหยิบกระจกที่อยู่ข้างๆ อย่างลองเชิง
【มู่เอินหยิบกระจกขึ้นมา】
วางลง
【มู่เอินวางกระจกลง】
ส่องกระจก
【มู่เอินมองตัวเองในกระจก และรู้สึกว่าตัวเองหล่อเหลาเป็นพิเศษเหมือนเช่นเคย】
"หลอกให้ดีใจเรอะไอ้เวรนี่!"
มู่เอินเขวี้ยงหนังสือปกดำทิ้งอย่างแรง
ไม่มีประโยชน์อะไรเลยสักนิด ทำให้ดีใจเก้อชะมัด
【มู่เอินเริ่มเกรี้ยวกราดอย่างสิ้นหวัง】
"..." มู่เอินกุมหน้าผาก น้ำตาแทบไหล พูดอะไรไม่ออก
"กูไปคาดหวังอะไรกับมันวะเนี่ย"
ตัวร้ายหัวทองก็คือตัวร้ายหัวทอง
ตัวประกอบรอวันตายก็คือตัวประกอบรอวันตาย
ยังจะคิดพึ่งหนังสือเน่าๆ ที่ไม่รู้ที่มาที่ไปเพื่อพลิกบทเป็นพระเอกอีกเหรอ?
ฝันไปเถอะ!
"ดูเหมือนว่าโลกใบนี้...จะไม่เป็นมิตรกับไอ้หัวทองอย่างเราเลยสินะ"
หนังสือปกดำที่พอจะมีประโยชน์อยู่บ้างจิ๊ดนึง ทำให้เขาได้เห็นเศษเสี้ยวของอนาคตอันน่าสังเวช อาจจะเป็นความเมตตาเพียงหนึ่งเดียวที่สวรรค์มอบให้เขาแล้วก็ได้
"แต่แกช่วยมีประโยชน์มากกว่านี้อีกหน่อยไม่ได้เหรอ? อีกนิดเดียวก็ได้ อย่างน้อยก็ช่วยบอกให้รู้ทีว่าไอ้ฝันนั่นน่ะ มันเป็นฝันบอกเหตุจริงๆ หรือเป็นอย่างอื่นกันแน่!"
มู่เอินเขย่าหนังสือปกดำที่ไม่รู้ที่มาแต่กลับทำให้เขารู้สึกผูกพันอย่างประหลาด พลางกัดฟันกรอด
"จะตายทั้งทีก็ขอตายตาหลับหน่อยเถอะโว้ย!"
หนังสือปกดำยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ
【เฮ้อ...】
แต่ในขณะที่มู่เอินกำลังจะยอมแพ้
เขาก็ได้ยินเสียงถอนหายใจแผ่วเบาลอยมา
แล้วบนหน้ากระดาษที่ขาวสะอาด ก็ปรากฏตัวอักษรขึ้นมาทันที
ตัวอักษรสีแดงสด
【อย่าเปลี่ยนแปลง】
"..." ม่านตาของมู่เอินหดเล็กลง "อย่าเปลี่ยนแปลง...หมายความว่ายังไง"
"แกกำลังเตือนฉันเหรอ ว่าห้ามเปลี่ยนแปลงเนื้อเรื่อง ไม่งั้นจะเจอจุดจบแบบนั้น?"
"แต่...ทำไมล่ะ ทำแบบนั้นจุดจบของฉันมันก็ต้องน่าสังเวชไม่ใช่เหรอ?"
【เพื่อ】
【โชคชะตา】
ตัวอักษรดังกล่าวปรากฏขึ้น เหมือนกับมือที่มองไม่เห็นขนาดมหึมากำลังบีบหัวใจของมู่เอินเอาไว้
แต่หลังจากนั้น ไม่ว่าเขาจะถามอะไรอีก หนังสือปกดำก็ไม่ตอบสนองใดๆ อีกเลย
มันกลับไปเป็นเครื่องถ่ายทอดข้อความที่แสนจะธรรมดาสามัญเงียบๆ เหมือนเดิม
"สรุปว่า...ท้ายที่สุดแล้ว ความคิดของฉันทั้งหมดมันก็เป็นแค่ความฝันลมๆ แล้งๆ งั้นเหรอ?"
หลังจากยืนนิ่งไปเนิ่นนาน ในที่สุดมู่เอินก็เผยรอยยิ้มขมขื่นออกมา
"เพื่อที่จะมีชีวิตรอด...เลยต้องเลือกที่จะเดินไปสู่ความพินาศด้วยตัวเองงั้นเหรอ?"
ก่อนที่จะทะลุมิติมา เขาก็เป็นแค่พนักงานออฟฟิศธรรมดาคนหนึ่ง ไม่เคยมีความทะเยอทะยานที่จะต่อกรกับโชคชะตาอะไรทั้งนั้น
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสถานการณ์ที่มองไม่เห็นหนทางชนะแบบนี้เลย
เขากลัวแล้ว... และทำได้แค่กลัวเท่านั้น
"เอาจริงๆ ถ้าลองคิดดูดีๆ จุดจบในนิยายต้นฉบับมันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นนี่นา"
อย่างน้อยในนิยายต้นฉบับ มู่เอิน แคมป์เบลล์ ก็ไม่ถึงกับตาย แค่ถูกริบสถานะขุนนางแล้วกลายเป็นสามัญชนเท่านั้น
"เอ๊ะ? เดี๋ยวก่อนนะ"
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ประกายความคิดก็แล่นวาบเข้ามาในหัวของมู่เอิน เขาค้นพบจุดเปลี่ยนสำคัญ
"ว่าแต่...ในนิยายต้นฉบับ ทำไมฉันถึงกลายเป็นขอทานได้ล่ะ?"
ไม่ได้มีการกล่าวถึง
แต่ก็เดาได้ไม่ยาก
มู่เอิน แคมป์เบลล์ ลูกชายดยุกผู้สูงศักดิ์ จู่ๆ ก็ถูกริบสถานะขุนนาง กลายเป็นสามัญชน ถูกขับออกจากตระกูล แถมยังเป็นคำสั่งโดยตรงจากจักรพรรดิ มีคนคอยจับตาดูอยู่ ท่านดยุกและภริยาก็ไม่สามารถแอบให้ความช่วยเหลือได้
คุณชายที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจตั้งแต่เด็ก โตมาก็ไม่เห็นหัวใคร หยิ่งยโสโอหัง แม้ว่าด้วยคำขอร้องของพ่อแม่ดยุก จักรพรรดิจะออกคำสั่งให้ลบล้างความผิดในอดีตของเขาทั้งหมด ห้ามใครมาตามล้างแค้นได้อีก แต่การที่จู่ๆ ต้องกลายเป็นสามัญชน เขามีทักษะอะไรในการเอาชีวิตรอดบ้างล่ะ?
ไม่มีเลยไง!
เขาจะเลี้ยงตัวเองได้เหรอ?
ยากสัสๆ! ไม่มีปัญญาหรอกโว้ย รู้ไว้ซะ!
ไม่แน่ว่าแค่วันที่สองเขาก็อาจจะทนชีวิตอดๆ อยากๆ ไม่ไหว แล้วไปกู้เงินนอกระบบ
จากนั้นก็เพราะไม่มีเงินคืนเลยโดนซ้อมจนแขนขาหัก สุดท้ายก็ทำได้แค่กลายเป็นขอทานที่น่าสงสาร
"แต่ฉันไม่เหมือนกันนี่หว่า!"
มู่เอินตบเข่าฉาด พูดเสียงดังฟังชัด
เขา...มู่เอิน...เป็นใคร?
ไม่ใช่ไอ้ขุนนางขยะ มู่เอิน แคมป์เบลล์ ที่รู้แต่จะใช้เส้นสายของตระกูลทำอะไรตามอำเภอใจ
แต่เป็นนักรบแห่งชนชั้นแรงงานที่ผ่านการเคี่ยวกรำจากระบบ 996 และ 007 ของสังคมยุคใหม่มาอย่างโชกโชน!
อย่าว่าแต่กลายเป็นสามัญชนเลย ต่อให้ต้องกลายเป็นหนูท่อ เขาก็เอาชีวิตรอดได้สบายๆ! แถมยังจะรอดได้ดีด้วย!
"และที่สำคัญที่สุดคือ ฉันสามารถใช้โอกาสนี้ในการหลุดพ้นจากอิทธิพลของพระเอก และใช้ชีวิตอย่างอิสระได้อย่างแท้จริง!"
ประกายแห่งความหวังลุกโชนขึ้นในดวงตาของมู่เอินอีกครั้ง
ชาติที่แล้วก็ตายไปอย่างงงๆ ชาตินี้เขาอยากจะทะนุถนอมชีวิตของตัวเองให้ดี
เอาจริงๆ ถ้าคิดดูดีๆ สถานะขุนนางที่ว่านั่น มันก็ไม่ได้มีอะไรให้น่าเสียดายเลยสักนิด
"ก็เป็นแค่ชนชั้นอภิสิทธิ์ที่ได้มาจากการขูดรีดประชาชนผู้ใช้แรงงานอย่างหนักเท่านั้นแหละน่า นักรบชนชั้นกรรมาชีพสายเลือดสังคมนิยมที่แท้ทรูอย่างฉันมีแต่จะแสดงความเหยียดหยามเท่านั้นแหละ!"