เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 35 ไม่มีวันเสียใจ

บทที่ 35 ไม่มีวันเสียใจ

บทที่ 35 ไม่มีวันเสียใจ


“นี่มีนเกิดอะไรขึ้นกันแน่?! ทำไมถึงมีศพ 4 ศพ ถูกแขวนไว้บนป้ายตำหนักบรรทมขององค์ชายสาม!”

“องค์ชายสามไปก่อเรื่องกับใครเข้าแล้วหรือ?”

“คนที่สามารถลอบเข้าพระราชวังได้อย่างง่ายดายขนาดนี้ ต้องเป็นผู้มีพลังสูงส่งแน่ ๆ ดูท่าองค์ชายสามคงถูกเตือนอย่างหนัก!”

ขณะที่ผู้คนพากันซุบซิบถึงเหตุการณ์ประหลาดนี้ ฉู่หยุนเหิงก็กลับมาถึงตำหนักพอดี เขาได้ยินเสียงพูดคุยกระซิบกระซาบอยู่แต่ไกล จึงรีบเร่งฝีเท้าเข้ามาด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ

ทันทีที่เขาเห็นศพนักฆ่าชุดดำ 4 ร่าง ถูกแขวนอยู่บนป้ายตำหนักจวินเหิง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึง แต่เพียงชั่วครู่ ความตกใจนั้นก็ถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาน่ากลัว

นักฆ่าพวกนี้...

ก็เป็นคนที่เขาส่งไปฆ่า ‘หยุนเจิง’ นังตัวไร้ค่า!

แต่กลับล้มเหลวเช่นนี้ หรือว่าหยุนจิ่งเทียน เจ้าแก่นั่นเป็นคนจับได้?!

เมื่อคืนเขามีธุระจึงพักอยู่ที่คฤหาสน์เหิงนอกวัง ไม่ทันได้กลับมาตรวจสอบศพเหล่านี้ ปล่อยให้พวกคนนอกได้เห็นภาพน่าอับอายนี้เข้า

สายตาคมกริบของเขากวาดมองผู้คนที่ยืนอออยู่หน้าตำหนักบรรทม แววตาเย็นเฉียบแฝงไปด้วยเจตนาฆ่า

แต่สุดท้ายเขาก็ต้องระงับความคิดที่จะสังหารทิ้ง เพราะที่นี่ไม่ได้มีแค่สนมของฝูหวงเท่านั้น ยังมีเหล่าองค์ชายองค์หญิงวัยเยาว์ รวมถึงปรมาจารย์หลอมโอสถวรรณะสอง กงเหยี่ยฉ่าง ที่เป็นบุคคลสำคัญในวังหลวง

ใบหน้าของเขาบึ้งตึง เอ่ยสั่งเสียงเย็น “ยังจะปล่อยให้ศพพวกนี้แขวนอยู่อีกหรือ รีบเอาออกไปเดี๋ยวนี้!”

ทันใดนั้น องครักษ์ที่ยืนอยู่ด้านหลังก็รีบเข้ามาจัดการนำศพนักฆ่าทั้ง 4 ลงจากป้ายตำหนัก

แต่คราบเลือดที่เปรอะเปื้อนอยู่บนป้ายยังคงหลงเหลืออยู่ สร้างบรรยากาศเย็นยะเยือกน่าขนลุก

“ทุกท่าน คิดว่าถึงเวลาที่ควรกลับไปแล้วหรือยัง?” ฉู่หยุนเหิงกวาดตามองผู้คนที่ยังลอบซุบซิบอยู่ พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“ขอรับ ขอรับ เดี๋ยวจะไปเดี๋ยวนี้เลย!”

เมื่อถูกไล่ทางอ้อมเช่นนี้ ทุกคนต่างรีบพากันออกไปอย่างไม่อาจขัดขืน

ในใจของพวกเขาต่างคิดว่า หากไม่ใช่เพราะกงเหยี่ยฉ่างอยู่ด้วย พวกตนคงไม่มีโอกาสได้เข้ามาเห็นเหตุการณ์อันน่าตกตะลึงและเป็นการดูหมิ่นศักดิ์ศรีขององค์ชายสามเช่นนี้

ผู้ที่ไม่ลงรอยกับฉู่หยุนเหิงต่างก็หวังลึก ๆ ว่าเมื่อคืนเขาจะถูกมือสังหารลึกลับกำจัดไปเสียให้สิ้นซาก เช่นนั้น ราชสำนักจะได้ขาดอัจฉริยะอีกคน และพวกเขาที่ถูกฉู่หยุนเหิงกดหัวมานานก็อาจมีโอกาสได้ผงาดขึ้นมาบ้าง

แต่เสียดาย...

ฉู่หยุนเหิงยังไม่ตาย!

ปรมาจารย์หลอมโอสถวรรณะสอง กงเหยี่ยฉ่าง เป็นชายวัย 30 กว่า หน้าตาธรรมดา ดวงตาเรียวยาวดูแล้วไม่ใช่คนอัธยาศัยดีนัก

กงเหยี่ยฉ่างเดินตรงเข้ามาหาฉู่หยุนเหิง ขมวดคิ้วกล่าวว่า “ดูท่าองค์ชายสามจะมีปัญหาไม่น้อยในช่วงนี้สินะ”

ต่อหน้ากงเหยี่ยฉ่าง ฉู่หยุนเหิงยังคงแสดงความเคารพและนอบน้อมอยู่ไม่น้อย แถมยังพยายามเอาใจอีกด้วย เพราะในแคว้นต้าฉู่ กงเหยี่ยฉ่างถือเป็นบุคคลสำคัญ มีอำนาจรองจากฝ่าบาทเพียงผู้เดียว

ฉู่หยุนเหิงยิ้มบาง ๆ “เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ทราบว่าท่านกงเหยี่ยฉ่างได้หลอมโพเจียตันสำเร็จแล้วหรือไม่?”

“อืม โพเจียตันหลอมเสร็จเรียบร้อย ข้ามาที่นี่วันนี้ก็เพื่อจะมามอบยาเม็ดนี้ให้เจ้า ไม่คิดว่าจะมาเจอเรื่องวุ่นวายพอดี...”

ฉู่หยุนเหิงได้ยินดังนั้นก็หัวเราะแห้ง ๆ อย่างรู้สึกกระอักกระอ่วน

“รับไป ครั้งนี้ข้ายอมทำผิดกฎหลอมยาให้เจ้า หวังว่าเจ้าจะรู้กาลเทศะ อย่าให้คนอื่นรู้เรื่องนี้เด็ดขาด” น้ำเสียงของกงเหยี่ยฉ่างแฝงไว้ด้วยคำเตือนชัดเจน เขายื่นขวดยาเม็ดให้ฉู่หยุนเหิง

“หยุนเหิงขอขอบคุณท่านกงเหยี่ยฉ่างเป็นอย่างสูง” ฉู่หยุนเหิงกล่าวขอบคุณด้วยท่าทีประจบ

หลังรับยาเม็ดมา เขาก็หยิบแหวนมิติออกจากอกเสื้อแล้วยื่นให้กงเหยี่ยฉ่าง

กงเหยี่ยฉ่างก้มลงตรวจสอบ ใช้พลังจิตสำรวจเข้าไปภายใน เห็นหินวิญญาณกับหญ้าวิญญาณนับสิบต้นก็ถึงกับยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ

เมื่อกงเหยี่ยฉ่างจากไป ประตูตำหนักก็ถูกปิดลงทันที!

ใบหน้าของฉู่หยุนเหิงพลันมืดมนลง เขากวาดสายตาเย็นเยียบไปยังเหล่าองครักษ์ ขันที และนางกำนัลในตำหนัก

“พวกเจ้าทำงานไร้ประสิทธิภาพ ปล่อยให้คนนอกเข้ามาวุ่นวายกันได้ขนาดนี้ ทุกคนรับโทษเฆี่ยนเสีย!”

สิ้นเสียง ทุกคนต่างคุกเข่าลงกับพื้นแทบจะพร้อมกัน

“ขอชีวิตด้วยเถิดเพคะ/พ่ะย่ะค่ะ!”

“องค์ชายโปรดเมตตา ข้าน้อยผิดไปแล้ว...”

เสียงร้องขอชีวิตดังระงม ฉู่หยุนเหิงเพียงปรายตามองด้วยความรังเกียจ

ทันใดนั้น เสียงขันทีแหลม ๆ ดังขึ้นนอกประตูตำหนัก “ฝ่าบาทมีพระราชโองการ เรียกองค์ชายสามเข้าเฝ้า!”

ฉู่หยุนเหิงขมวดคิ้วทันที เสียงนี้เป็นของเฉินกงกง!

หรือว่าเรื่องที่นี่ไปถึงหูเสด็จพ่อแล้ว?

ในแคว้นต้าฉู่ มีเพียงไม่กี่เรื่องที่เขาหวาดกลัว และคนเดียวที่เขายำเกรงอย่างแท้จริงก็คือเสด็จพ่อฉู่เฉิงอวี่

ก่อนหน้านี้ที่เขาขอถอนหมั้นกับหยุนเจิง ก็ทำให้เสด็จพ่อไม่พอใจอย่างยิ่ง นับแต่วันนั้นเสด็จพ่อก็ไม่เคยเรียกเขาเข้าเฝ้าอีกเลย...

ตำหนักหย่างซิน

“ว่ามา เรื่องศพนักฆ่า 4 ศพนั่นมันยังไงกันแน่?” ฉู่เฉิงอวี่จ้องมองฉู่หยุนเหิงที่คุกเข่าอยู่เบื้องล่าง สายตาเฉียบขาด

ฉู่หยุนเหิงก้มศีรษะต่ำ “เสด็จพ่อ...หม่อมฉันก็ไม่ทราบว่าทำไมพวกเขาถึงปรากฏตัวที่ตำหนักของหม่อมฉัน”

เพี๊ยะ!

จู่ ๆ สมุดรายงานราชการที่ทำจากไม้ไผ่ก็ถูกขว้างใส่หน้าผากของฉู่หยุนเหิงอย่างแรง!

“เจ้ายังจะกล้าหลอกข้าอีกหรือ!”

ฉู่เฉิงอวี่ตวาดลั่น น้ำเสียงแฝงความผิดหวังอย่างหนัก

เหงื่อผุดเต็มหน้าผากฉู่หยุนเหิง เขาเงยหน้าขึ้น สีหน้าซีดเผือด “เสด็จพ่อ เป็นความผิดของหม่อมฉันเอง หม่อมฉันคิดจะจ้างนักฆ่าไปกำจัดศัตรู แต่กลับถูกฆ่าเสียเอง...”

“ศัตรู? เจ้าชักนำศัตรูมาจากไหน?” ฉู่เฉิงอวี่ฟังแล้ว สีหน้าก็เคร่งเครียดขึ้นทันที คนที่สามารถเข้าออกพระราชวังได้อย่างอิสระ อย่างน้อยต้องเป็นยอดฝีมือระดับจักรพรรดิจิตวิญญาณขึ้นไป! หรือนี่ฉู่หยุนเหิงไปก่อเรื่องกับผู้ที่น่ากลัวเช่นนั้นเข้าแล้ว?

ฉู่หยุนเหิงไม่กล้าบอกความจริง

เขาจะกล้าเอ่ยได้อย่างไร ว่าตนเองจ้างนักฆ่าเพื่อกำจัด ‘คนไร้ค่า’ คนนั้น!

สายตาเขาวูบไหว ก่อนแต่งเรื่องขึ้นมา “เป็นพ่อค้าผู้มั่งคั่งคนหนึ่งในต้าฉู่ เขาคงรู้ว่าหม่อมฉันคิดจะกำจัดเขา จึงชิงจ้างมือสังหารมาป้องกันตัวก่อน”

ได้ยินคำว่า ‘พ่อค้า’ ฉู่เฉิงอวี่ก็คลายความกังวลลงเล็กน้อย

ขอแค่ไม่ใช่ยอดฝีมือจากต่างแคว้นก็ยังดี!

ฉู่เฉิงอวี่ซักถามรายละเอียดเกี่ยวกับพ่อค้าคนนั้นอีกสองสามข้อ ซึ่งฉู่หยุนเหิงก็ยังตอบได้อย่างไม่ติดขัด

แต่สิ่งที่ฉู่เฉิงอวี่ไม่รู้ก็คือ หลังเสื้อของลูกชายเขาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็น

ก่อนที่ฉู่หยุนเหิงจะออกจากตำหนัก ฉู่เฉิงอวี่ก็ถามขึ้นว่า

“เจ้าจะไม่มีวันเสียใจเรื่องถอนหมั้นกับหยุนเจิงใช่หรือไม่?”

“ต่อให้ต้องตาย หม่อมฉันก็ไม่มีวันเสียใจ!” ฉู่หยุนเหิงตอบอย่างเด็ดเดี่ยว

ฉู่เฉิงอวี่ถอนหายใจเบา ๆ ในใจ สุดท้ายก็ไม่อาจจับคู่ลูกชายตนกับบุตรสาวของจวินหลานและจวินเยว่ได้

ตอนนี้ คงไม่มีทางที่เจิ้งเอ๋อร์จะเหลียวแลหยุนเหิงอีกแล้ว...

สามวันต่อมา

——จวนอ๋องหยุน

อ๋องเฒ่าหยุนและหยุนเจิงกำลังนั่งรับประทานอาหารกลางวันในโถงใหญ่

หยุนเจิงนั่งกอดอก มองดูท่านปู่ที่ทำทีเป็นอารมณ์ดีอย่างไม่วางตา

อ๋องเฒ่าหยุนหัวเราะพลางเชิญชวน “มาเถอะ เจิ้งเอ๋อร์ เจ้าดูสิ ซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานจานนี้น่ากินออก รีบตักชิมดูหน่อยสิ”

“ข้าไม่ค่อยสบายใจนัก กินไม่ลงหรอก”

หยุนเจิงปรายตามองท่านปู่กับชิ้นเนื้อในตะเกียบอย่างเฉยเมย

อ๋องเฒ่าหยุนเห็นดังนั้นก็วางตะเกียบลง สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นรู้สึกผิด “เจิ้งเอ๋อร์ ปู่ไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังเจ้าหรอกนะ...”

จบบทที่ บทที่ 35 ไม่มีวันเสียใจ

คัดลอกลิงก์แล้ว