- หน้าแรก
- จอมเวทย์ดวงตาแห่งโชคชะตา
- บทที่ 4 เทพอสูรกำลังจะปรากฏ
บทที่ 4 เทพอสูรกำลังจะปรากฏ
บทที่ 4 เทพอสูรกำลังจะปรากฏ
หยุนเจิงหยิบกิ่งไม้แห้งขึ้นมา แล้ววาดลวดลายลงบนผืนดินชื้นอย่างคล่องแคล่ว เส้นสายไหลลื่นราวกับสายธาร พร้อมแต้มจุดสำคัญลงไปอีกสองสามตำแหน่ง
เธอหลับตาลงชั่วครู่ ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้ง แสงสีแดงฉานแปลกประหลาดวาบผ่านดวงตา ก่อนจะกลับเป็นสีดำสนิทดังเดิม
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง...เทพอสูรจะปรากฏ สัตว์ทั้งหลายจะออกมาคุ้มกัน และอีกไม่นาน คลื่นอสูรจะบังเกิดในครึ่งชั่วยาม”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักบ้างเบาบ้างดังใกล้เข้ามา หยุนเจิงรีบลุกขึ้นยืนอย่างว่องไว ก่อนจะดีดปลายเท้าขึ้นปีนต้นไม้ใหญ่ที่ใบไม้หนาทึบ
เธอนั่งยอง ๆ อยู่บนกิ่งไม้ สายตาเฝ้ามองเบื้องล่างอย่างระแวดระวัง
และก็เป็นไปตามคาด กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเดินแห่กันมาอย่างเอิกเกริก
ผู้นำขบวนล้วนเป็นคนคุ้นเคย โดยเฉพาะหนึ่งในนั้น ทำให้หัวใจของหยุนเจิงเจ็บแปลบขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
เธอรู้ดีว่านี่คืออารมณ์ตกค้างของเจ้าของร่างเดิม
ชายผู้นั้นใบหน้างามสง่า เปรียบได้กับหยกขาวล้ำค่า เป็นบุรุษรูปงามหายากในแผ่นดิน ทว่าเมื่อเทียบกับหรงชั่วแล้ว ก็ยังห่างไกลราวฟ้ากับดิน
จะเอาอะไรไปเปรียบได้?
เขาคือองค์ชายสามแห่งแคว้นต้าฉู่ ฉู่หยุนเหิง ชายที่เคยถอนหมั้นกับเธอ!
“เสด็จพี่ เราเดินวนเวียนอยู่ที่นี่หลายรอบแล้ว ทำไมยังหาตำแหน่งที่เทพอสูรจะปรากฏไม่เจอสักที” หญิงสาวหน้าตาสะสวย ท่าทางเอาแต่ใจที่ยืนข้างฉู่หยุนเหิงบ่นพลางเม้มปากอย่างไม่สบอารมณ์
ฉู่หยุนเหิงยกมือขยี้ศีรษะของนางเบา ๆ เอ่ยเสียงนุ่ม “หยุนโหยว อดใจรออีกหน่อยนะ”
“ข้าได้ยินพี่ซูหรงพูดว่า หยุนเจิงนั่นก็เข้ามาป่าเปลวเพลิงด้วยเหมือนกัน แต่ตอนนี้นางหลงป่าไปแล้วล่ะ” ดวงตาของหยุนโหยววาววับด้วยความเคียดแค้น ก่อนจะรีบปิดบังสายตานั้นอย่างรวดเร็ว
ทันทีที่ได้ยินชื่อ ‘หยุนเจิง’ ฉู่หยุนเหิงก็ขมวดคิ้วแน่น
“เจ้าจะพูดถึงขยะแบบหยุนเจิงไปทำไมกัน? ต่อให้นางตายก็ไม่เกี่ยวอะไรกับข้าสักนิด”
บุรุษหน้าตาหล่อเหลาอีกคนที่ยืนข้าง ๆ ฉู่หยุนเหิง โบกพัดในมืออย่างเจ้าสำราญ พลางหัวเราะ “พูดอย่างนั้นก็ไม่ถูกหรอก องค์ชายสาม หญิงผู้นั้นหลงรักท่านมาหลายปี แม้จะไร้ค่า แต่ก็มีใบหน้างดงามยิ่งนัก ท่านไม่คิดจะรับนางเป็นอนุภรรยาสักคนหรือ?”
เมื่อพูดจบ เขายังหันไปเย้าแหย่คนอื่น ๆ “จริงไหมพวกท่าน?”
“จริงด้วย ๆ ฮ่า ๆ ๆ...”
“เพคะ/พ่ะย่ะค่ะ ถึงนางจะไร้ค่าแต่ก็สวยมากนะเพคะ ท่านรับนางไว้เถอะ!”
เหล่าคุณชายคุณหนูต่างหัวเราะเยาะ ราวกับกำลังดูละครสนุก
ฉู่หยุนเหิงสีหน้ามืดครึ้ม “เจียงอี้เฉิน บุญนี้ข้ายกให้เจ้าดีกว่า”
เจียงอี้เฉิน บุรุษรูปงามเจ้าของพัดหัวเราะเบา ๆ “น่าเสียดายที่แม่นางผู้นั้นไม่เคยชายตาแลข้าเลย นางหมายมั่นในตัวองค์ชายสาม ข้าคงไม่กล้าแย่งคนรักผู้อื่นหรอกนะ”
“เจียงอี้เฉิน เงียบปากเสีย!” ฉู่หยุนเหิงตวัดเสียงดุ
เจียงอี้เฉินหัวเราะพลางลูบจมูก ไม่พูดอะไรอีก
คณะของพวกเขาจึงออกเดินทางต่อ
หยุนเจิงที่ซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ แววตาเย็นเยียบขึ้นมา หากไม่ได้แกล้งพวกฉู่หยุนเหิงสักหน่อย คงไม่สบายใจแน่
เธอแหงนหน้ามองใบไม้หนาแน่นเหนือศีรษะ ก่อนจะเด็ดใบไม้หลายสิบใบอย่างรวดเร็ว
จากนั้น เธอก็พลิ้วตัวลงจากต้นไม้ มองไปยังทิศทางของพวกเขา ก่อนจะรีบอ้อมไปทางเส้นทางที่อีกฝ่ายต้องผ่าน
ไม่นานนัก หยุนเจิงมาถึงบริเวณเงียบสงบแห่งหนึ่ง เธอคำนวณเวลาโดยประมาณแล้วพบว่าขบวนของฉู่หยุนเหิงจะต้องเดินผ่านที่นี่ จึงเริ่มลงมือวางกับดักอย่างคล่องแคล่ว
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย เธอก็จากไปโดยไม่ลังเล
เพราะคลื่นอสูรกำลังจะมา เธอไม่คิดจะเสียเวลารอให้พวกนั้นติดกับดักอยู่ตรงนี้ อีกทั้งหากเธออยู่ต่อก็มีโอกาสถูกจับได้
หากความแค้นกับฉู่หยุนเหิงเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย สำหรับซูหรงแล้ว นางคือศัตรูที่ต้องกำจัด
สารพัดความโหดร้าย ทรมาน ผลักตกหน้าผา...
แววตาของหยุนเจิงเย็นยะเยือก ซูหรงเอ๋ยซูหรง เจ้าของร่างเดิมเคยดีกับเจ้าขนาดไหน ทรัพยากรดี ๆ จากวังหลวงก็ยกให้หมด แต่เจ้ากลับตอบแทนด้วยการฆ่า แถมยังฆ่าอย่างโหดเหี้ยม!
ซูหรง เจ้าช่างไร้หัวใจนัก!
ผู้คนมากมายหลั่งไหลเข้าสู่ป่าเปลวเพลิง เพียงหยุนเจิงคนเดียวก็เจอคนจากต้าฉู่หลายกลุ่ม ยังมีผู้คนจากต่างแคว้นอีกด้วย
ทวีปหยุนขว่างแบ่งออกเป็นสองส่วนใหญ่ ๆ คือ ทวีปตะวันออก และทวีปวิญญาณกลาง
แคว้นต้าฉู่ตั้งอยู่ในทวีปตะวันออก ที่แห่งนี้มีประเทศน้อยใหญ่จำนวนนับไม่ถ้วน ต้าฉู่เองก็เป็นเพียงประเทศเล็ก ๆ ระดับกลางค่อนไปทางล่างเท่านั้น
แต่แท้จริงแล้ว อำนาจที่แข็งแกร่งที่สุดในแผ่นดินกลับไม่ใช่ประเทศ หากแต่เป็นพวกสำนักศักดิ์สิทธิ์ สมาคมปรุงโอสถ สมาคมหลอมศาสตรา และสมาคมควบคุมอสูรต่างหาก
อย่างไรก็ตาม มหาอำนาจระดับสุดยอดบางประเทศก็สามารถทัดเทียมกับสำนักศักดิ์สิทธิ์ได้
สำนักศักดิ์สิทธิ์นับเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่เหล่าอัจฉริยะในทวีปตะวันออกต่างใฝ่ฝันจะเข้าไป สำนักแห่งนี้เป็นสถาบันที่สร้างยอดฝีมือมานับไม่ถ้วน
ส่วนทวีปวิญญาณกลางนั้นกลับลึกลับยิ่งนัก
ระหว่างทวีปตะวันออกกับทวีปวิญญาณกลาง มีมหาสมุทรกว้างใหญ่ขวางกั้น กลางทะเลเต็มไปด้วยอสูรทะเลระดับศักดิ์สิทธิ์นับไม่ถ้วน การจะข้ามไปได้ยากเย็นนัก ไหนจะยังมีภัยธรรมชาติและเภทภัยจากมนุษย์อีก
ด้วยเหตุนี้ ทวีปตะวันออกกับทวีปวิญญาณกลางจึงแทบไม่มีการติดต่อกันเลย
แต่ก็มีข่าวลือว่า อาณาเขตของทวีปตะวันออกทั้งทวีป ยังใหญ่ไม่ถึงหนึ่งในสี่ของทวีปวิญญาณกลางด้วยซ้ำ
หยุนเจิงวิ่งไปตามเส้นทางที่คำนวณไว้ด้วยความรวดเร็ว ไม่นานก็ถึงเป้าหมาย ทว่าเมื่อไปถึง กลับพบว่ามีผู้คนมากมายมารวมตัวกันอยู่แล้ว
ทุกคนต่างจับจ้องไปยังปากถ้ำมืดสนิทเบื้องหน้า เตรียมพร้อมรอจังหวะ ทว่ารอบ ๆ ถ้ำกลับมีอสูรวิญญาณชั้นสูงนับไม่ถ้วน และยังมีอสูรศักดิ์สิทธิ์อีกหลายตัวหมอบเฝ้าอยู่
เหล่าอสูรต่างจ้องมนุษย์ด้วยสายตาดุร้าย ราวกับพร้อมจะพุ่งเข้าตะครุบฉีกเนื้อเป็นชิ้น ๆ หากมนุษย์ขยับตัว
แต่ในเวลานี้ ไม่มีใครกล้ากระโตกกระตาก
บรรยากาศประหลาดนี้ยังคงดำเนินต่อไปอย่างเงียบงัน
หยุนเจิงสังเกตเห็นร่างหนึ่งที่คุ้นตาในฝูงชน ดวงตาเธอวาววับด้วยความเย็นชา
เธอรีบหลบไปซ่อนหลังต้นไม้ใหญ่
หัวใจพลันปั่นป่วน ที่แท้ซูหรงก็มาด้วยหรือ? ฝันไปเถอะว่าจะได้ทำพันธะกับเทพอสูร!
หยุนเจิงฉีกชายกระโปรงที่เปื้อนเลือดออกมาชิ้นหนึ่ง ใช้พันศีรษะปิดบังใบหน้าส่วนใหญ่ เหลือเพียงดวงตาเรียวยาวคมกริบคู่หนึ่งที่ยังเผยให้เห็น
เธอจงใจปล่อยกลิ่นอายออกไป
“ใครน่ะ! ออกมาเดี๋ยวนี้!” เสียงตวาดดังลั่นขึ้นทันที
โครม!
ต้นไม้ใหญ่ที่ต้องใช้คนถึง 5 คนโอบถึงจะรอบ ถูกฟันขาดกลาง เผยให้เห็นหญิงสาวในชุดคลุมดำหลวมโคร่งเรือนผมดำขลับถูกรวบเป็นหางม้าสูง
หน้าของเธอถูกผ้าขาวที่เปื้อนเลือดปิดบังไว้ ยืนกอดอกอย่างสงบนิ่ง
“เจ้าเป็นใคร?” ชายวัยกลางคนหน้าตาใจดีแต่แววตาแฝงความเหี้ยมเอ่ยถาม
หยุนเจิงแค่นหัวเราะ “ข้าเป็นใคร ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าจะมาสาระแน!”
น้ำเสียงของเธอแปร่งต่ำสูงฟังไม่ออกว่าเป็นหญิงหรือชาย แต่เปี่ยมไปด้วยอำนาจของผู้เหนือกว่า
หยุนเจิงดีดใบไม้สีเขียวอ่อนในมือไปทางชายวัยกลางคนนั้นอย่างไม่ใส่ใจ
ชายคนนั้นระวังตัวเต็มที่ แต่ใบไม้กลับปลิวตกลงบนมือของเขาอย่างแผ่วเบา ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“เด็กน้อย กล้าเล่นตลกกับข้ารึ?” ชายคนนั้นโกรธจัด ขยี้ใบไม้ในมือโดยไม่รู้ตัว
ทันใดนั้น เสียงระเบิดก็ดังสนั่น
มือของชายวัยกลางคนถูกแรงระเบิดเล่นงาน โชคดีที่เขาใช้พลังป้องกันไว้ทัน ไม่เช่นนั้นคงขาดไปแล้ว
แม้จะไม่ถึงกับขาด แต่ผิวมือก็ถูกแรงระเบิดจนเนื้อถลอกลอก
“ท่านพ่อ!” หญิงสาวหน้าตางดงามรีบเข้าประคองร่างที่สั่นเล็กน้อยของเขา ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ
“ใจเจ้าช่างโหดเหี้ยม!” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองหยุนเจิง “ท่านพ่อข้าแค่ถามเจ้าสองสามคำ เจ้ากลับลงมือรุนแรงถึงเพียงนี้!”