- หน้าแรก
- เจ้าหนูของฉันล้วนเป็นฮันเตอร์แรงค์เอส
- เจอแล้ว! (4)
เจอแล้ว! (4)
เจอแล้ว! (4)
ก่อนจะไปดันเจี้ยน พวกนักข่าวก็ถูกเรียกมาก่อนล่วงหน้าและทำการสัมภาษณ์ แน่นอนว่ามยองอูกับผมถูกเขี่ยไปอยู่ข้าง ๆ ส่วนเยริมกับเจ้ายูฮยอนนั่นก็แสดงละครฉาก ‘เราสนิทกันมาก’
ถ้าคุณไม่รู้ พวกเขาดูเหมือนจะมีความสัมพันธ์แบบรุ่นพี่รุ่นน้องที่ดีต่อกันมาก ๆ พวกน่ารังเกียจ... ถึงผมจะไม่อยู่ในฐานะที่จะพูดแบบนั้นก็เถอะ
ดันเจี้ยนที่เรากำลังจะไปโจมตีอยู่ใกล้ยออีโด
ทางเข้าของดันเจี้ยนที่ยังไม่อิ่มตัวมักจะมีขนาดที่พอดีกับคนหนึ่งหรือสองคน เนื่องจากมันเล็กมาก แม้แต่ในตอนนี้ที่มีการจัดการอย่างดี บางครั้งดันเจี้ยนที่ยังไม่ถูกค้นพบก็ระเบิดออก
เมื่อค้นพบทางเข้าดันเจี้ยน จะมีการติดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวกป้องกันในรัศมีอย่างน้อย 300 เมตรโดยมีทางเข้าเป็นศูนย์กลาง จากนั้นผู้ดูแลจากสมาคมฮันเตอร์จะคอยสังเกตการณ์สถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง
หากทางเข้าดันเจี้ยนปรากฏขึ้นภายในอาคาร โชคไม่ดีที่อาคารเดิมจะต้องถูกรื้อถอน แต่ค่าชดเชยก็เป็นจำนวนที่น่าพอใจ เนื่องจากค่าชดเชยจ่ายจากผลกำไรของดันเจี้ยน หากสมเหตุสมผล ก็จะมีการเสนอราคาที่สูงกว่าราคาขายเฉลี่ยของอาคารหรือที่ดินนั้น ๆ แน่นอนว่า มันก็มีสถานการณ์ที่น่าเจ็บปวดอยู่บ้างที่ที่ดินมีราคาสูงลิ่ว แต่ดันเจี้ยนแรงค์ F ซึ่งมีผลกำไรต่ำเตี้ยเรี่ยดิน มาขัดขวางการพัฒนาอาคารใหม่
‘ฉันรู้สึกเหมือนได้กลับมาทำงานหลังจากวันหยุดยาวเลยแฮะ’
ผมพึมพำขณะมองดูเกตสีฟ้าอมเขียวที่เสถียรแล้วเพราะมีการโจมตีอย่างสม่ำเสมอ ไม่สิ มันไม่ได้นานขนาดนั้น และผมก็ยุ่งอยู่กับเรื่องอื่น ๆ ผมแทบไม่ได้พักเลย
ผมต้องการวันหยุดเพิ่ม ไม่สิ ผมอยากจะยื่นใบลาออกด้วยซ้ำ ขนาดอุตส่าห์ย้อนเวลากลับมาแล้ว ผมยังต้องมาตระเวนโจมตีดันเจี้ยนอีกเหรอ?
ทำไมผมต้องมาทำซ้ำเรื่องที่น่าปวดหัวที่ผมทำจนเบื่อแล้วด้วย ในเมื่อแม้แต่เรื่องดี ๆ ทำแค่ครั้งสองครั้งก็เพียงพอแล้ว? ผมไม่ใช่ฮันเตอร์ระดับสูงที่มั่งคั่งไปด้วยเงินทองและเกียรติยศ และก็ไม่ใช่ว่าดันเจี้ยนจะระเบิดออกทีละแห่งเพียงเพราะผมคนเดียวไม่อยู่
ผมควรจะพักผ่อนให้เต็มที่ ความฝันของผมตั้งแต่เด็กคือการเป็นคนรวยที่ว่างงาน
“เกตดันเจี้ยนจะคงอยู่เป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงหลังจากเปิดใช้งานครับ”
ยูฮยอนยืนอยู่หน้าพวกลูกเจี๊ยบ (มือใหม่) และอธิบายเหมือนฮันเตอร์ผู้มากประสบการณ์
“เมื่อหนึ่งชั่วโมงผ่านไป ไม่ว่าเราจะโจมตีเสร็จสิ้น หรือสถานะไม่ทำงานจะยังคงอยู่ตราบเท่าที่ฮันเตอร์ข้างในยังไม่ทำลายล้างทุกอย่าง มันหมายความว่าเราจะไม่สามารถเข้าออกได้อีกต่อไป แน่นอนว่า มันไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีวิธีหลบหนีฉุกเฉิน แต่ไอเท็มสำหรับหลบหนีนั้นหายากมาก”
จากนั้นเขาก็ดึงเอาหินเกตออกมาโชว์ มันเป็นของหายากแม้ในอีก 5 ปีต่อมา และในตอนนี้ มันเป็นสิ่งที่ยากจะหามาได้ แต่เขากลับมีอันหนึ่ง
“ปัจจุบัน ในประเทศมีเพียงยี่สิบสองชิ้นเท่านั้น และเป็นแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ดังนั้น พวกคุณต้องไม่ท้าทายดันเจี้ยนที่เกินความสามารถของตัวเองเด็ดขาด แม้ว่าพวกคุณจะค้นพบดันเจี้ยนที่ใกล้ถึงสถานะอิ่มตัว ก็ได้โปรดอย่าคิดที่จะประหยัดเวลาด้วยชีวิตของพวกคุณถ้าเป็นไปได้”
ยูฮยอนพูดพลางจ้องมาที่ผมตรง ๆ อะไรกัน เจ้าเด็กนี่ ผมไม่มีความตั้งใจจะทำเรื่องบ้า ๆ แบบนั้นสักหน่อย
ถ้าคุณวิ่งเข้าไปในดันเจี้ยนที่อิ่มตัว คุณสามารถยืดเวลาการระเบิดออกไปได้จนกว่าฮันเตอร์ที่เข้าไปจะตาย แต่ผมเป็นแรงค์ F บางทีผมอาจจะยื้อได้ประมาณหนึ่งนาที มันคงไม่แตกต่างกันไม่ว่าผมจะวิ่งเข้าไปหรือไม่ ดังนั้นผมก็จะแค่แจ้งสมาคมแล้วหนีไป ผมจะบ้าเข้าไปทำไมกัน?
หลังจากพูดถึงข้อควรระวังต่าง ๆ ข้างนอก ยูฮยอนก็เข้าไปในเกตก่อน คุณไม่สามารถรู้สถานการณ์ภายในเกตได้จากข้างนอก ดังนั้นโดยปกติแล้วคนที่แข็งแกร่งที่สุดหรือคนที่มีความสามารถในการป้องกันสูงสุดจะเข้าไปเป็นผู้นำ
แน่นอนว่า การเข้าไปทีละคนนั้นเป็นสิ่งต้องห้ามอย่างเด็ดขาด และเป็นมาตรฐานที่จะจัดตั้งกลุ่มแล้วทยอยกันเข้าไป แต่ตอนนี้มันเป็นการฝึก เหล่ามือใหม่สามารถรอให้ครูฝึกเข้าไปเคลียร์พื้นที่ให้ปลอดภัยก่อนแล้วค่อยตามเข้าไปได้
“เริ่มเข้าไปกันเถอะ”
เนื่องจากเวลาผ่านไปประมาณ 5 นาทีแล้ว ก็น่าจะจัดการเรียบร้อยเพียงพอแล้ว
เมื่อได้ยินคำพูดของผม เยริมก็ก้าวเข้าไปในเกตอย่างรวดเร็วโดยไม่เกรงกลัว จากนั้น ผมก็ผลักมยองอูที่กำลังลังเลเข้าไปแล้วผมก็ตามเข้าไป
ทันทีที่ผมผ่านเกตเข้าไป สิ่งแรกที่ผมรู้สึกได้คือกลิ่นฉุนที่แทงจมูก
จากนั้นผมก็เห็นท้องฟ้าที่เปิดกว้างและหน้าผาหิน พร้อมกับซากปรักหักพังของซากมอนสเตอร์ที่ถูกเผาไหม้
ผมคิดว่ามันจะเป็นสถานที่ที่น่ารังเกียจ แต่หัวใจของผมกลับเต้นแรง
มันคือโลกที่แตกต่างซึ่งคุณสามารถเข้าถึงได้เพียงแค่ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว อากาศที่ไม่คุ้นเคย ทิวทัศน์ที่ไม่คุ้นเคย ความรู้สึกแปลกแยกจากที่ไม่มีใครสามารถเข้ามาได้เมื่อประตูปิดลง
มันอาจเป็นการหลบหนี หรืออาจเป็นการปลดปล่อย
ไม่ว่ามันจะเป็นอะไรก็ตาม สำหรับผมที่กำลังถูกกดดันจากสารพัดเรื่อง ช่วงเวลาที่ผ่านประตูนั้นเป็นช่วงเวลาที่หอมหวาน
‘แน่นอนว่า หลังจากนั้นมันก็มีแต่เรื่องนองเลือดทั้งนั้น’
ความรู้สึกซาบซึ้งใจมีไว้แค่ตรงนี้พอ
ตอนนี้ ผมไม่มีหนี้สิน ไม่ได้ถูกเรียกว่าขยะ และความสัมพันธ์ของผมกับน้องชายก็ดี ไชโย! การย้อนเวลา คนที่สร้างระบบที่ส่งต่อศิลาอธิษฐาน ขอบคุณนะ ใครจะสนล่ะถ้าคุณจะพิมพ์ผิดไปบ้าง แต่ได้โปรด อธิบายสกิลให้ละเอียดกว่านี้หน่อย ได้โปรดเถอะ
“บริเวณโดยรอบปลอดภัยครับ”
ฮันยูฮยอนซึ่งไม่ได้ถืออาวุธอะไรเลยกล่าว แต่ก็นั่นแหละ มันเป็นดันเจี้ยนแรงค์ D ระดับต่ำ ต่อให้เขาใช้แค่สกิลของเขาสั้น ๆ ทุกอย่างก็คงถูกกวาดล้างไปหมดแล้ว แต่มันไม่ใช่สำหรับผมและยูมยองอู
“มาเก็บเลเวลกันเถอะ ไม่ต้องเยอะหรอก เอาแค่เลเวล 10 ก็พอ”
มาลองเกาะรถบัสแรงค์ S ดูหน่อยแล้วกัน เมื่อผมดึงหอกออกมาจากช่องเก็บของ มยองอูที่กำลังมองไปรอบ ๆ ก็ยกอาวุธของเขาขึ้นมาเหมือนกัน เราทั้งคู่เลือกหอกยาว ด้วยออปชันอุปกรณ์ที่เน้นการป้องกันและความแข็งแกร่ง ความตั้งใจคือการทำกำไรจากสิ่งที่โยนมาทางเราล้วน ๆ
“หนูด้วย หนูช่วยได้ด้วยนะคะ!”
เยริมพูดพลางเหวี่ยงดาบเรเปียร์ไปรอบ ๆ ไม่สิ เธอควรจะอัปเลเวลของตัวเองนะ
“ช่วยอะไรกัน ต่อให้เธอออกแรงล่าอย่างหนัก เธอก็ไม่สามารถอัปเลเวลได้ถึง 10 หรอก เธอได้ยินมาแล้วนี่ว่าค่าประสบการณ์ที่ต้องใช้ในแต่ละเลเวลมันต่างกันมากตามระดับแรงค์สถานะ”
“อย่างนั้นเหรอคะ?”
“นี่เธอแอบหลับในห้องเรียนจริง ๆ ด้วยสินะ หืม”
“...หนูไม่ได้หลับค่ะ แต่แค่คิดเรื่องอื่นนิดหน่อย”
อืม เธอก็อยู่ในวัยที่ไม่อยากเรียนหนังสือมากที่สุดนี่นะ แน่นอนว่า ไม่มีใครอยากเรียนหรอกแม้ว่าจะอายุสามสิบแล้วก็ตาม
“ความแตกต่างของค่าประสบการณ์ที่ต้องใช้ในแต่ละเลเวลสำหรับแรงค์สถานะ F กับ S อยู่ที่ประมาณห้าเท่า ในทางกลับกัน ค่าสถานะที่เติบโตในแต่ละเลเวลของแรงค์ S นั้นสูงกว่ามาก ถ้าวัดกันที่ประสิทธิภาพ พวกแรงค์ F นี่น่าสมเพชจนน้ำตาไหลเลยล่ะ”
ดังนั้น เยริมต้องทำผลงานให้ดีที่นี่เพื่อที่จะอัปเลเวลให้ได้ประมาณ 5 เลเวล มันมีความแตกต่างกันเล็กน้อยระหว่างดันเจี้ยน แต่ถ้าเป็นแรงค์ D ระดับต่ำ คุณต้องผูกขาดมันเพื่อที่จะได้ประมาณ 7 เลเวล
เมื่อคุณเลเวลสูงขึ้น ค่าประสบการณ์ที่ต้องใช้ก็จะเพิ่มขึ้นด้วย ดังนั้นเธอคงต้องเคลียร์ดันเจี้ยนแรงค์ D อีกสักสองแห่งเพื่อไปให้ถึงเลเวล 10
“ออกเดินทางกันเถอะครับ”
ยูฮยอนพูดพลางเดินไปตามเส้นทางระหว่างหน้าผา เดี๋ยวสิ ไอ้สิ่งที่อยู่ระหว่างกองขี้เถ้าที่สุมกันนั่น มันหินเวทไม่ใช่เหรอ?
“นายไม่เก็บหินเวทเหรอ?”
“อา... ผมไม่เคยเก็บมันด้วยตัวเองเลยลืมไปครับ”
ใช่ มันก็คงเป็นแบบนั้นแหละ สำหรับน้องชายที่น่าทึ่งของผม หินเวทแรงค์ D คงมีค่าประมาณหมากฝรั่ง แต่สำหรับผมมันไม่ใช่
อย่างไรก็ตาม ผมกำลังสงสัยอยู่ว่าจะไปหามีดหนึ่งหมื่นเล่มมาจากไหน แต่ผมควรจะเก็บพวกนี้ไปขายเพื่อซื้อมาสักหน่อย
“เยริม เธอช่วยปรับลมหายใจเยือกแข็งให้ต่ำสุด ปริมาณลมสูงสุด แล้วพัดแค่กองขี้เถ้านั่นออกไปได้ไหม?”
“หนูจะลองดูค่ะ”
ในไม่ช้า ลมที่เย็นจัดก็พัดมา สมชื่อของมัน มันอยู่ในรูปของหมอกที่กระจายออกมาจากลมหายใจ มันจึงไม่ใช่ลมที่แรงอะไร แต่เนื่องจากมันเน้นที่ปริมาณลม มันก็เพียงพอที่จะพัดขี้เถ้าออกไปได้ หินเวทแรงค์ D สามก้อน ผมจะใช้มันอย่างดีเลย
“ฉันเอาพวกนี้ไปได้ใช่ไหม?”
“แน่นอนครับ”
ฉันรักนายจริง ๆ น้องชายที่เคารพ
“แสดงว่าหนูใช้ลมหายใจแบบนี้ก็ได้สินะคะ”
“มันคงจะไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่หรอกมั้ง? ถึงอย่างนั้น มันก็ดีที่จะเพิ่มความสามารถในการใช้งานจริง เธอกำลังจะต้องเข้าไปในดันเจี้ยนเรื่อย ๆ ดังนั้นพยายามใช้สกิลของเธอในวิธีที่หลากหลายและไม่ธรรมดาที่สุดเท่าที่จะทำได้ มันมีหลายกรณีที่การใช้งานที่เป็นประโยชน์ถูกค้นพบในขณะที่กำลังลองเล่นไปเรื่อย”
“ค่ะ!”
พูดถึงเรื่องนี้แล้ว เจ้ายูฮยอนนั่นใช้สกิลทั้งหมดของเขาได้ดีหรือเปล่านะ? ตอนที่ผมใช้ต้นกล้าแห่งความหวังก่อนที่เราจะเข้าไปในดันเจี้ยน ผมเห็นว่าเขาได้รับสกิลที่เหมาะสมที่สุดทั้งหมดของเขาแล้ว ดังนั้นจึงไม่มีอะไรที่ผมต้องทำ
ในเมื่อเขามีประสบการณ์ทำงานมา 3 ปี ผมก็คิดว่ามันคงเป็นอย่างนั้น แต่ผมก็รู้สึกเสียดายนิดหน่อย เมื่อคูลดาวน์ไทม์หมดลง ผมควรจะลองดูพวกสกิลสุ่มไหมนะ? มันอาจจะบังเอิญมีสกิลดี ๆ โผล่ออกมาก็ได้