- หน้าแรก
- เจ้าหนูของฉันล้วนเป็นฮันเตอร์แรงค์เอส
- เจอแล้ว! (5)
เจอแล้ว! (5)
เจอแล้ว! (5)
ดันเจี้ยนพื้นที่หินแรงค์ D ระดับต่ำ
มอนสเตอร์ที่มักจะปรากฏตัวที่นี่คือแพะภูเขาที่เคลื่อนที่ไปตามหน้าผา พวกมันถูกเรียกว่าแพะหิน และสกิลเริ่มต้นที่เหมาะสมที่สุดของพวกมันคือพุ่งโขก และกระทืบ
สกิลต้นกล้าแห่งความหวัง นั้นยอดเยี่ยมจริง ๆ ถึงแม้ระดับของมันจะต่ำที่สุดในบรรดาสกิลฉายาของผม แต่ความถี่ในการใช้งานกลับสูงที่สุด
แน่นอนว่ามีสกิลที่ช่วยให้คุณเห็นข้อมูลของคนอื่นได้ แต่คุณสามารถตรวจสอบได้เฉพาะผู้ที่มีค่าสถานะต่ำกว่าของคุณหนึ่งระดับ หรือระดับของสกิลเท่านั้น เมื่อเทียบกันแล้ว ต้นกล้าแห่งความหวัง เป็นสกิลที่ให้คุณตรวจสอบค่าสถานะหรือระดับสกิลใดก็ได้
แม้จุดประสงค์หลักจะไม่ใช่การตรวจสอบหน้าต่างสถานะ และมีข้อจำกัดอยู่บ้าง แต่มันก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะใช้งานมันอย่างไร
“คุณลุง ทางนี้ค่ะ!”
เยริม ตะโกนอย่างภูมิใจพลางผลักแพะตัวหนึ่งที่แข็งเป็นน้ำแข็งมาให้ ไม่สิ ฉันบอกให้เธอไปอัปเลเวลไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงเอามันมาล่ะ?
“หนูแช่แข็งมันอย่างดีแล้ว คุณลุง แค่ฟันมันก็พอ ปลอดภัยค่ะ!”
“บอกว่าแค่ฟันมัน เธอคิดว่าหอกจะแทงทะลุก้อนน้ำแข็งนั่นได้งั้นเหรอ?”
ยูฮยอนพูดแทรกขึ้นขณะจับเขาแพะตัวหนึ่งที่ถูกเผาจนไหม้เกรียม จากนั้นเขาก็ยิ้มให้ผม
“มันยังหายใจอยู่ครับ หนังเหนียว ๆ ส่วนใหญ่ถูกเผาไปหมดแล้ว ใบหอกน่าจะแทงเข้าไปได้ง่าย ๆ”
“น-หนูก็แช่แข็งพวกมันนิดหน่อยได้เหมือนกันนะ! ให้หนูลอกหนังให้ไหมคะ?”
เจ้าแพะผู้น่าสงสาร ทั้งถูกแช่แข็งทั้งถูกย่าง มันช่างวุ่นวายจากทั้งสองทาง ผมหันกลับไปมองยูมยองอู ที่สีหน้าหดหู่จนแทบจะมุดดินหายไป
“นายก็ต้องอัปเลเวลเหมือนกัน รีบมาเร็วเข้า”
“ผ-ผมด้วยเหรอครับ?”
มยองอูมองไปข้างหลังผม จากนั้นเขาก็กลายเป็นเหมือนเต่าที่หวาดกลัวและหดหัว มันเป็นแพะที่ใกล้ตายแล้ว แต่เขายังกลัวอยู่อีกเหรอ?
เผื่อไว้ ผมหันกลับไปมองทางยูฮยอน กับเยริม แล้วพวกเขาก็ยิ้มพร้อมกัน บรรยากาศดูดี แพะที่ถูกเผาจนดำสนิทอาจจะดูไม่น่ามองไปหน่อย แต่เขาก็แค่คิดว่ามันเป็นเนื้อย่างทั้งตัวที่ปรับความร้อนผิดพลาดก็ได้
“แทนที่จะเป็นฉัน นายควรจะเก็บเลเวล 10 ให้ได้ก่อนนะ”
ผมไม่ได้รีบร้อนอะไร แต่มยองอูต้องเก็บเลเวล 10 ให้ได้ในดันเจี้ยนนี้ แล้วจากนั้นก็ขังตัวเองลับมีด ผมคว้าแขนของคนที่ไม่ยอมขยับเลยแม้แต่น้อยแล้วดึงเขามา มันไม่น่ากลัวหรอก ไม่เป็นไร
“คิดซะว่าเป็นการแทงอะไรบางอย่างเหมือนสเต็กไหม้ ๆ หรือไม่ก็อันที่แช่แข็งเป็นไง? ดูเหมือนน้ำแข็งกัดไม่ใช่เหรอ?”
“หนูจับมันมาให้คุณลุงนะคะ”
เยริมบ่น ทำไมเธอถึงจู้จี้กับเรื่องแบบนั้นล่ะ?
“เยริม”
เมื่อถูกเรียกด้วยน้ำเสียงดุ เยริมก็ยื่นปากออกมา
“แต่ว่า”
“ไม่มีแต่ ในเมื่ออยู่กันพร้อมหน้า ฉันจะบอกเลยแล้วกัน พวกเธอทั้งสามคนต้องเข้ากันให้ได้ หรืออย่างน้อยที่สุด ก็อย่าทะเลาะกัน แล้วก็เป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีต่อกันซะ”
ตั้งแต่คุณสมบัติไฟไปจนถึงคุณสมบัติน้ำแข็ง กระทั่งการผลิตอุปกรณ์ มันผสมผสานกันได้ดีแค่ไหนกันนะ?
แล้วถ้าคิมซองฮันกลายเป็นแรงค์ S ด้วย พวกเขาก็พร้อมรบเต็มที่แล้ว ต่อไปจะมีดันเจี้ยน เพี้ยน ๆ ทุกประเภทโผล่ขึ้นมา ดังนั้นถ้าพวกเขาแค่ร่วมมือและช่วยเหลือกัน พวกเขาก็จะไปได้สวยจริง ๆ
หากจะมีสิ่งเดียวที่พวกเขาขาดไป ก็คือฮีลเลอร์ แม้แต่ในอีก 5 ปีต่อมา ไม่ต้องพูดถึงระดับ SS ทางด้านค่าสถานะ-สกิลเลย แม้แต่ AS ก็ยังไม่มี ดังนั้นมันคงยากที่จะหาแรงค์ ที่เท่าเทียมกับพวกเขาได้
ไม่รู้ทำไม สำหรับฮีลเลอร์ แล้ว ระดับค่าสถานะกับระดับสกิลมักจะแปรผกผันกัน เป็นเพราะอายุเฉลี่ยอยู่ที่ราว ๆ 50 ปีหรือเปล่านะ?
ระดับค่าสถานะมักจะดีกว่าเมื่อคุณอายุน้อยและสุขภาพดีกว่า มันก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีข้อยกเว้น แต่แรงค์ S ทางด้านค่าสถานะส่วนใหญ่มักจะอายุสามสิบกลาง ๆ หรือน้อยกว่านั้น
“โดยเฉพาะนาย ยูฮยอน อย่าพยายามทะเลาะกับเด็กที่อายุน้อยกว่านายตั้งห้าปีสิ ส่วนเธอ เยริม หลังจากทำสัญญาเป็นฮันเตอร์อย่างเป็นทางการแล้ว ก็อย่าลืมว่าเขาเป็นหัวหน้ากิลด์ และเป็นรุ่นพี่ของเธอ 3 ปีนะ”
เมื่อผมบ่น เจ้าสองคนนั้นก็ถอนหายใจออกมาพร้อมกัน
“ผมไม่ได้พยายามจะทะเลาะสักหน่อยครับ แค่มันไม่น่าพอใจเวลาที่เธอยุ่งเกี่ยวกับพี่อยู่เรื่อย”
“คุณลุงเป็นผู้ปกครองของหนู มันก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้วนี่คะ ทำไมถึงไม่น่าพอใจล่ะ?”
“คนอาจจะบอกว่าเธอยังเด็ก แต่ได้โปรดตระหนักถึงตำแหน่งของตัวเองด้วย ทีมประชาสัมพันธ์ไม่ได้สอนเธอเหรอ? ฉันไม่ได้รักษาระยะห่างจากพี่ เพราะฉันชอบหรอกนะ”
“หนูก็ระวังในแบบของหนูอยู่นะคะ”
“ถ้าระวังแล้ว เธอจะพยายามลากพี่ไปด้วยตอนที่จะไปสมาคมเหรอ?”
“ก-ก็สุดท้ายเราก็ไม่ได้ไปด้วยกันนี่คะ หนูแค่ยังไม่ชินเท่านั้นเอง กำลังพยายามอยู่ โอเคไหมคะ?”
เอาอีกแล้ว เหมือนไฟกับน้ำแข็ง ความเข้ากันไม่ได้มันชัดเจนสุด ๆ ภาพลักษณ์ที่ประชาสัมพันธ์ออกไปควรจะตรงกันข้ามไม่ใช่เหรอ? อะไรทำนองคู่แข่งน่ะ
“ฉันบอกให้หยุดไง ทั้งคู่เลย”
“...ก็ได้ครับ”
“...ค่ะ”
ไม่ว่าจะมองอย่างไร ปัญหามันดูจะอยู่ที่ฝั่งยูฮยอนมากกว่าเยริม เจ้านั่นกังวลเรื่องผมมากเกินไป ผมต้องรีบเลี้ยงพีซให้โต แล้วก็รับมอนสเตอร์มาเพิ่มสักตัวสองตัว เจ้านั่นจะได้กังวลน้อยลงด้วย
“คนหนึ่งคือน้องชายของฉัน อีกคนคือผู้อยู่ในความคุ้มครองของฉัน แต่ถ้าพวกนายยังทะเลาะกันอยู่เรื่อย ๆ ฉันจะรู้สึกยังไง? อย่างน้อยที่สุด ก็แกล้งทำเป็นเข้ากันได้ดีต่อหน้าฉันหน่อยสิ เหมือนที่พวกนายทำต่อหน้านักข่าวนั่นแหละ”
ถ้าพวกเขาแกล้งทำไปเรื่อย ๆ มันอาจจะกลายเป็นเรื่องจริงขึ้นมาก็ได้
“ถ้าเป็นสิ่งที่ลุงต้องการ หนูก็จะทำค่ะ อย่างน้อยการแกล้งทำมันก็ง่ายนิดเดียว”
เยริมยิ้มอย่างงดงามแล้วเงยหน้ามองยูฮยอน
“ถ้าเป็นน้องชายของคุณลุง ก็เรียกคนแปลกหน้าไม่ได้แล้วนี่คะ งั้นเรามาเข้ากันให้ดีต่อจากนี้นะคะ หนูเรียกโอปป้า ได้ใช่ไหมคะ?”
…นี่เธอกระโดดไปถึงขั้น ‘โอปป้า’ เลยเหรอ? เจ้ายูฮยอน นั่นก็หันหน้าไปหาเธอด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ทั้งคู่หน้าตาดี ดังนั้นมันจึงดูดี ...แค่ภายนอกเท่านั้นแหละที่ดี
“แน่นอน งั้นต่อไปฉันก็จะพูดกันเองแล้วนะ”
“ค่ะ เชิญเลยค่ะ ต่อไปนี้ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ ยูฮยอนโอปป้า”
“ฝากเนื้อฝากตัวด้วยเช่นกัน เยริม”
มันเป็นฉากที่พวกเขากำลังยิ้มให้กันอย่างน่าพอใจ แต่มันชัดเจนว่าพวกเขากำลังลับมีดอยู่ข้างหลัง ให้ตายสิ เจ้าพวกนี้ แค่ดูพวกเขาสิ ดื้อดึงไม่ยอมหลบสายตากันแล้วก็สู้กันด้วยสายตา
โล่งอกไปทีที่มีแค่ไม่กี่คน... ถ้าฉันดึงเข้ามาหลายคนโดยไม่รู้อะไรเลย ฉันอาจจะต้องจัดแคมเปญ ‘เข้ากันให้ดี’ ก็ได้
ส่วนมยองอูผู้น่าสงสารของเราก็ยังคงห่อตัวอยู่ แต่ก็นั่นแหละ ในเมื่อแรงค์ S ทั้งคู่กำลังทำสงครามประสาทกันอยู่ แล้วแรงค์ F ธรรมดาจะสบายใจได้อย่างไร? แค่ทนอีกหน่อยนะ ความสุขจะมาเมื่อความทุกข์ผ่านไป
“นายจะไม่ต้องเจอเจ้าพวกนั้นอีกนานหลังจากนี้ ดังนั้นแค่อดทนวันนี้ไปก่อน นายแค่ต้องอัปเลเวล 10 ให้ได้”
หลังจากนั้น เขาจะต้องใช้เวลาพอสมควร ...ประมาณครึ่งปี เพื่อลับมีดอย่างเดียว ดังนั้นต่อให้เขาอยากจะเจอพวกเขา เขาก็ทำไม่ได้ เมื่อผมตบไหล่เขา มยองอูก็พยักหน้า บางทีการที่เจ้านั่นได้ทำงานใช้แรงงานในห้องเล็ก ๆ อาจจะทำให้เขาสบายใจกว่าก็ได้
แม้หลังจากนั้น การโจมตีดันเจี้ยนก็ราบรื่น ยูฮยอนไม่มีอะไรจะพูด และเยริมก็กระฉับกระตือรือร้นเช่นกัน