- หน้าแรก
- เจ้าหนูของฉันล้วนเป็นฮันเตอร์แรงค์เอส
- ดุจกุ้งตัวน้อย (1)
ดุจกุ้งตัวน้อย (1)
ดุจกุ้งตัวน้อย (1)
เฮ้อ ในที่สุดผมก็จัดการไปได้อีกเรื่อง ตอนนี้เหลือแค่ทำสัญญาให้เสร็จแล้วก็ปลุกพลังให้เธอ
“พูดอะไรไม่เข้ากับตัวเองเลย น่าอายชะมัด รีบเซ็นเข้าสิ ฉันจะปลุกพลังให้”
“ค่ะ อ๊ะ ตลกจังเลย”
“อย่าหัวเราะสิ”
“คอของคุณลุงแดงหมดแล้ว!”
“เธอนี่ก็รับมือยากเหมือนกันนะ รู้ไหม?”
พัคเยริมหัวเราะคิกคักพลางจรดปากกาเซ็นสัญญา ทันทีที่ช่องลายเซ็นทั้งสองถูกเติมเต็ม สัญญาก็ส่องแสงเรืองรองจางๆ จากนั้นพื้นผิวก็ลื่นราวกับถูกเคลือบไว้ พัคเยริมสัมผัสสัญญาด้วยความทึ่ง
“ดูเหมือนว่าจะแก้ไขไม่ได้แล้วนะคะ”
“ถ้าแก้ไขได้ก็แย่สิ”
ผมรับสัญญาคืนแล้วเก็บมันกลับเข้าช่องเก็บของ เมื่อทำแบบนี้ การเตรียมการก็เสร็จสมบูรณ์
“ถ้างั้น ฉันจะใช้สกิลปลุกพลังแล้วนะ?”
“อ๊ะ เดี๋ยวค่ะ”
เธอโบกมือแล้วนั่งตัวตรงราวกับกำลังจะเข้าฌาน จากนั้นก็สูดหายใจเข้าลึกๆ
“ฉันจะปลุกพลังทันทีเลยเหรอคะ?”
“ถ้าโชคดีน่ะนะ อย่างช้าที่สุดก็หนึ่งสัปดาห์”
สกิลต้นกล้าแห่งความหวังจะแสดงผลทันที แต่ผมจงใจบอกว่าใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์ เพราะผมไม่รู้ว่าจะสามารถใช้คีย์เวิร์ดได้ทันทีเหมือนครั้งนี้หรือเปล่าเมื่อต้องปลุกพลังให้คนอื่นในอนาคต
“โอเคค่ะ เริ่มเลย!”
ไม่จำเป็นต้องประหม่าขนาดนั้นก็ได้ ผมใช้สกิลปลุกพลังที่ปรับให้เหมาะสมที่สุดกับพัคเยริม และจากนั้นไม่นาน
“หน้าต่างข้อความขึ้นมาจริงๆ ด้วย! คุณลุง! แรงค์ ฉันจะตรวจสอบแรงค์ของฉันได้ยังไงคะ?”
“คิดถึงการเปิดหน้าต่างสถานะสิ จะพูดออกมาดังๆ ก็ได้”
“หน้าต่างสถานะ! หือ? ว้าว!”
พัคเยริมอ้าปากค้าง ทั้งใบหน้าของเธอดูราวกับมีคำว่า ‘ตกตะลึง’ สลักเอาไว้
ใช่แล้ว มันน่าตกใจมากพอสมควร ค่าสถานะแรงค์ S พร้อมสกิลที่เทียบเท่าแรงค์ SS เยริมที่ตื่นเต้นอย่างเหลือเชื่อกรีดร้องแล้วคว้าโต๊ะด้วยมื-
“คุณลุง! ฉันเป็นแรงค์ S...!”
เป๊าะ!
หือ? โต๊ะหักเหรอ? หมายถึง เธอจิกมือลงไปเลยเหรอ? พื้นโต๊ะหนาเตอะยุบลงเป็นรูปมือ โอ้พระเจ้า
“เอ่อ…”
“อ-อย่าขยับ!”
บ้าเอ๊ย! ยูฮยอนบอกผมชัดเจนแล้วว่าฮันเตอร์แรงค์ C ขึ้นไปจะไม่สามารถปรับตัวเข้ากับความสามารถทางกายภาพที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างกะทันหันได้ในทันที ในเมื่อเยริมเป็นแรงค์ S… ผมพลาดแล้ว
“ตอนนี้พละกำลังของเธอแข็งแกร่งกว่าเมื่อก่อนมาก เพราะฉะนั้นอย่าแตะต้องอะไรทั้งนั้น โอเคไหม?”
“ค่ะ ค่ะ”
“โอเค ค่อยๆ ออกไปข้างนอกกันนะ เคลื่อนไหวช้าๆ มากๆ คิดว่าจะเดินช้าๆ โดยไม่ให้มีเสียงเลย”
เยริมลุกจากที่นั่งอย่างช้าๆ และระมัดระวัง เป็นการเคลื่อนไหวที่ดูหมิ่นเหม่ราวกับกำลังเดินบนเส้นลวด เมื่อมองดูแล้ว ผมก็รู้สึกกังวลราวกับอยู่ต่อหน้าเด็กเล็กที่พร้อมจะพลัดตกลงมาได้ทุกเมื่อ
นี่คือชั้น 1 และไม่มีชั้นใต้ดิน อย่างน้อยนั่นก็เป็นเรื่องที่น่าโล่งใจ ถึงพื้นจะพังก็ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ
“ช้าๆ ทีละก้าว ใช่ แบบนั้นแหละ”
“ฉันคิดว่าฉันเริ่มชินขึ้นมาหน่อยแล้วค่ะ”
“ถึงอย่างนั้นก็รีบไม่ได้นะ เห็นเขาว่ากันว่าต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งวัน”
ผมเปิดประตูเลื่อนโดยไม่ละสายตาไปจากเธอ หลังจากสวมรองเท้า ผมก็หยิบรองเท้าผ้าใบของเยริมมาดูแล รองเท้าผ้าใบของเธอเก่ามาก และดูใหญ่เมื่อเทียบกับเท้าของเยริม อย่างน้อยก็น่าจะซื้อรองเท้าใหม่ให้เธอแทนที่จะส่งต่อของมือสองนะ
“เดี๋ยวฉันใส่ให้ ยื่นเท้ามาสิ”
“ค่ะ เอ่อ… ฉันไม่ค่อยมั่นใจกับการยืนขาเดียวเท่าไหร่”
“ถ้างั้นก็นั่งลงอย่างระมัดระวัง ช้าๆ—”
อั่ก! รอยมือจางๆ ถูกทิ้งไว้บนพื้น แต่ต่างจากโต๊ะ มีเพียงรอยแตกเล็กๆ เท่านั้น ขณะที่ผมสวมรองเท้าผ้าใบให้เท้าที่ยื่นออกมา เธอก็คงจะเจอเรื่องตลกอะไรบางอย่าง เพราะเธอระเบิดหัวเราะออกมา
“นี่มันน่าตื่นเต้นนิดหน่อยไม่ใช่เหรอคะ?”
“แทนที่จะตื่นเต้น ฉันว่ามันน่าหวาดเสียวมากกว่า”
ทำไมถึงมาตื่นเต้นอะไรตอนนี้ หลังจากบอกเธอว่าอย่าแตะต้องอะไร ผมก็มองไปรอบๆ อีกครั้งแล้วเดินไปที่เคาน์เตอร์ชำระเงิน ผมคงต้องจ่ายค่าโต๊ะ
“นี่ครับ จ่ายเงิน แล้วก็โต๊ะมันหักไปนิดหน่อ-”
“อ๊ะ แมลงวัน!”
“อย่า!”
เป๊าะ!
มุมโต๊ะแตกกรอบเหมือนขนมปังกรอบ เยริมหัวเราะพลางพูดว่า ‘ตายจริง’
“ฉันจับแมลงในร้านอาหารหมดเลยค่ะ คงจะติดเป็นนิสัยไปแล้ว อะฮ่าฮ่า”
อย่าหัวเราะสิ พนักงานที่อยู่หลังเคาน์เตอร์จ้องมองสลับไปมาระหว่างโต๊ะกับเยริมด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง ผมขอโทษแทนเด็กน้อยของผมจริงๆ ครับ ผมยื่นทั้งคำขอโทษและบัตรเครดิตให้
“ช่วยรวมค่าโต๊ะที่เรานั่งกับโต๊ะตัวนั้นไปด้วยเลยนะครับ”
คิดเงินไปเยอะๆ เลยก็ได้
ทางกลับไปยังกิลด์แฮยอนค่อนข้างราบรื่น พนักพิงศีรษะเบาะหน้ารถถูกบดขยี้ และเมื่อเราลงจากรถ ขอบทางเท้าก็แตกออก แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บก็เลยไม่เป็นไร
ว่าแล้วก็อย่าเข้ามาใกล้นะเยริม เธอยังคงพยายามจะเกาะแกะ การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันคงทำให้เธอไม่สบายใจ แต่ถ้าเธอลองจับผมดูสักครั้ง แขนผมได้แหลกละเอียดแน่ ผมค่าสถานะ F นะ
ผมบอกเรื่องพัคเยริมกับฮันยูฮยอนหัวหน้ากิลด์แฮยอนเท่านั้น นั่นเป็นเพราะถ้าข่าวรั่วไหลออกไปเมื่อไหร่ มันจะกลายเป็นเรื่องยุ่งยาก ผมวางแผนจะให้ข่าวเรื่องฮันเตอร์แรงค์ S คนใหม่เป็นที่รู้จักตอนประเมินแรงค์ที่สมาคมฮันเตอร์
เพื่อไม่ให้มีเหยื่อผู้โชคร้าย ขณะที่คิมซองฮันคอยระวังสภาพแวดล้อมอยู่ เราก็ขึ้นลิฟต์ไป มีคนไม่มากนักในล็อบบี้เนื่องจากเป็นช่วงเย็นของวันหยุดสุดสัปดาห์ ซึ่งนับว่าโชคดีมาก ยกเว้นชั้น 1 ถึง 3 การจะเข้าไปในพื้นที่ได้ต้องผ่านการตรวจสอบความปลอดภัย แต่ยูฮยอนได้แจ้งพวกเขาล่วงหน้าแล้ว ขอบคุณสำหรับเรื่องนั้น เราเลยข้ามขั้นตอนนี้ไปได้