เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 176 เริ่มการบรรยายของเจ้าซะ

บทที่ 176 เริ่มการบรรยายของเจ้าซะ

บทที่ 176 เริ่มการบรรยายของเจ้าซะ


บทที่ 176 เริ่มการบรรยายของเจ้าซะ

เมื่อสายตาของเด็กหนุ่มจับจ้องไปยังแสงสีแดงนั้น ดวงตาก็เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เขาพยายามหลบเลี่ยงมันทันที ทว่าเพียงคิดจะขยับร่างกาย ร่างทั้งร่างก็พลันถูกตรึงไว้ด้วยพลังลึกลับจากแสงสีแดงนั้น แม้จิตใจจะขัดขืนดิ้นรนเพียงใด แต่ร่างกายกลับไม่สามารถขยับได้แม้แต่น้อย

‘ถึงคราวสิ้นสุดแล้วหรือ?’ เด็กหนุ่มคิดในใจ กระนั้นเขาก็ไม่ยอมแพ้แม้ในวินาทีสุดท้าย

“เพราะเหตุใดกัน?” เด็กหนุ่มมิได้หลับตายอมรับชะตากรรม หากแต่เพ่งมองไปยังแสงสีแดงนั้นแน่วแน่ ใจยังคงตั้งคำถามถึงความอยุติธรรมของเจตจำนงสวรรค์

ท้ายที่สุด แสงสีแดงนั้นก็พุ่งเข้าใส่ตรงหว่างคิ้วของเด็กหนุ่ม

“ตึง” เสียงกระแทกดังขึ้น ไม่ใช่เสียงอันน่าสะพรึงกลัว แต่กลับตามมาด้วยเสียง “แปะ” ของวัตถุชิ้นหนึ่งร่วงตกพื้น

เด็กหนุ่มหลุดจากภวังค์ ลองขยับร่างกายอย่างแผ่วเบาและพบว่าตนหลุดพ้นจากพันธนาการแล้ว เขารีบยกมือคลำศีรษะ ทว่าไม่พบร่องรอยบาดเจ็บใด

“ฮู่ ฮู่ ฮู่” เด็กหนุ่มทรุดตัวนั่งลงกับพื้น ถอนหายใจแรง ๆ เหงื่อไหลชุ่มร่างที่เปรอะเปื้อนและขาดวิ่น

เมื่อครู่เขาเชื่อแน่ว่าตนต้องตายแน่แล้ว แต่ไม่คาดคิดเลยว่าจะปลอดภัยดีทุกประการ

“ดูท่าว่าสวรรค์ยังไม่ประสงค์ให้ข้าตาย นั่นหมายความว่าข้ายังมีโอกาสล้างแค้น” เด็กหนุ่มคิดในใจ

ฉับพลัน เขานึกบางอย่างขึ้นได้ ‘เมื่อครู่ที่กระแทกข้าดูเหมือนจะเป็นคัมภีร์’

เขารีบลุกขึ้น กวาดตามองไปรอบจุดที่ยืนอยู่เดิม

แล้วเขาก็เห็นมัน ม้วนคัมภีร์กลม ๆ วางอยู่บนพื้นลักษณะเด่นชัดจนเห็นได้ทันที

คัมภีร์นั้นมีรูปทรงกระบอกอย่างมาตรฐาน ตัวคัมภีร์เป็นสีแดงเข้ม ด้านหัวและท้ายประดับด้วยอักขระสีดำลึกลับที่ปลดปล่อยกลิ่นอายแห่งความมืดออกมาอย่างไม่หยุดยั้ง

กลิ่นอายนี้ช่างรุนแรงจนเกินเทียบ เคล็ดวิชามารทั้งปวงที่เขาเคยสัมผัสมาล้วนไม่อาจเปรียบเทียบกับแม้แต่เสี้ยวหนึ่งของพลังอันมืดมิดจากคัมภีร์นี้ ทั้งหัวและท้ายต่างมีอักขระเช่นเดียวกัน

ใจกลางของคัมภีร์นั้นมีอักษรห้าตัวปรากฏเด่นชัดราวทะลวงท้องนภา “เคล็ดกลืนหลอมหกฝัง”

“เป็นเคล็ดวิชา” เด็กหนุ่มเบิกบานใจ ลำพังแค่กลิ่นอายและวัสดุก็สัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของมัน วันนี้เขาโชคดีถึงเพียงนี้เชียวหรือถึงได้เก็บเคล็ดวิชาเช่นนี้ได้โดยบังเอิญ

ไม่รีรอแม้ชั่วอึดใจ เด็กหนุ่มเปิดเคล็ดกลืนหลอมหกฝังทันที แม้เคล็ดวิชานี้จะให้ความรู้สึกอันตรายยิ่งนัก แต่เขากลับรู้สึกอบอุ่นจากอันตรายนั้น

ที่สำคัญตอนนี้เขามิอาจลังเลได้อีกเพราะบัดนี้เขาคือคนธรรมดาโดยแท้ ไร้ซึ่งพลังบำเพ็ญสิ้นเชิง ต่อให้ยังมีทักษะการต่อสู้พอเอาชนะสัตว์ป่าได้บ้าง แต่ต่อหน้าอสูรร้ายก็มิอาจต่อต้านได้เลย

จึงมีแต่ต้องวัดดวงหวังว่าเคล็ดวิชานี้จะสามารถพลิกชะตาให้เขาบำเพ็ญได้อีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับครานี้

และในขณะที่เขาเปิดเคล็ดกลืนหลอมหกฝังขึ้น เสี่ยวไป๋ที่กำลังล่องลอยอยู่ในอากาศเพื่อหาโรงเตี๊ยมก็กำลังเตรียมกินข้าวมื้อเย็นเช่นกัน ทว่า

“ติง ระบบแจ้งเตือน

เคล็ดกลืนหลอมหกฝังได้จับคู่เป้าหมายที่เหมาะสมโดยอัตโนมัติกำลังดำเนินการจับคู่

หมายเหตุ: ขณะนี้อีกฝ่ายยังไม่ถือเป็นศิษย์สืบทอดโดยตรงเพราะการเป็นศิษย์สืบทอดต้องได้รับการยอมรับจากเจ้าของเคล็ดวิชาโดยตรง

ระบบได้จัดทำรายงานจากระบบเกี่ยวกับศิษย์ในอนาคตของเจ้าเรียบร้อยแล้ว คลิกเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม

สวัสดีเจ้าของระบบ ลาก่อนเจ้าของระบบ”

เสียงแจ้งเตือนกะทันหันของระบบทำให้เสี่ยวไป๋ชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็กลับมาเป็นปกติทันที

“ศิษย์สายกลืนกินงั้นรึ? ไม่เลวเลย” เสี่ยวไป๋ลูบคางครุ่นคิดดีใจไม่น้อยเพราะเขารู้ดีว่าตัวเอกสายกลืนกินนั้นแข็งแกร่งขนาดไหน กลืนฟ้ากลืนดิน กลืนได้แม้กระทั่งอากาศ ขอเพียงใช้ประโยชน์ได้ก็กลืนได้หมด

“เล่นหาตัวศิษย์สายกลืนกินอยู่นานนับเดือนเพิ่งจะมาเจอวันนี้เอง ระบบเจ้านี่ทำงานได้ห่วยชะมัด” เสี่ยวไป๋เหน็บระบบทันที เขาเคยนึกว่าเคล็ดกลืนหลอมหกฝังหนีหายไปเองเสียอีก

“เดี๋ยว ๆ ๆ เรื่องนี้ข้าไม่เกี่ยว เคล็ดวิชานี่มันบินหนีเองต่างหาก ข้าไม่ได้บังคับอะไรเลยนะ” ระบบรีบแก้ตัวสุดฤทธิ์

เสี่ยวไป๋จึงเลิกต่อล้อต่อเถียง หันไปเปิดดูข้อมูลของว่าที่ศิษย์ในอนาคตแทน

“รายงานจากระบบเกี่ยวกับเจ้าของเคล็ดกลืนหลอมหกฝังมีดังนี้:

ชื่อ: ต้วนอู๋ลั่ว

เพศ: ชาย

พลังบำเพ็ญ: ไม่มี (ร่างไร้คุณสมบัติธาตุ ไม่อาจฝึกปรือ)

พรสวรรค์: พรสวรรค์ชั้นเทพขั้นสูง (ระดับสูงสุดของโลกนี้)

ร่างกาย: ร่างไร้คุณสมบัติธาตุ (เงื่อนไขของเคล็ดวิชาคือต้องมีพรสวรรค์ชั้นเทพ + ไม่อาจฝึกปรือ + ร่างไร้คุณสมบัติธาตุซึ่งทั้งทวีปมีเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่ตรงตามเงื่อนไข)

เคล็ดวิชา: ไม่มี (กำลังฝึกเคล็ดกลืนหลอมหกฝัง)

วิชายุทธ์: ไม่มี

อาวุธ: ไม่มี

อาชีพ: ไม่มี

อิทธิพล: ไม่มี (เคยเป็นทายาทตระกูลต้วน ปัจจุบันถูกขับไล่)”

“เฮ้อ ศิษย์ข้านี่ชะตาช่างรันทดเสียจริง” เสี่ยวไป๋บ่นออกมาด้วยความหงุดหงิด อยากจะเคลื่อนย้ายฉับพลันไปตบพวกตระกูลต้วนนั่นให้เรียบ แต่ติดตรงที่ยังไม่รู้ตำแหน่ง

“ก็เพราะเป็นตัวเอกไงล่ะ” ระบบตอบสั้น ๆ

“ว่าแต่เจ้าไม่คิดจะไปพบศิษย์ในอนาคตของเจ้าหน่อยหรือ?” ระบบถามขึ้นอีกครั้ง

“ข้าไม่ไปหรอก ยังไงเขาก็ต้องกลายเป็นศิษย์ข้าแน่เพราะเขาเป็นตัวเอกสายกลืนกินจำเป็นต้องกลืนกลายร่างกายและสายเลือดบางอย่างก่อน ข้าจะปล่อยให้เขาเติบโตเอง เจ้าแค่ส่งตำแหน่งมาให้ หากมีอันตรายถึงชีวิตเมื่อใด ข้าค่อยเคลื่อนย้ายฉับพลันไปช่วยก็พอ” เสี่ยวไป๋ครุ่นคิดอย่างรอบคอบและตัดสินใจเด็ดขาด แม้จะไม่รับเขามาอยู่ข้างกาย แต่เสี่ยวไป๋ก็จะจับตามองอยู่เสมอ

“รับทราบ” ระบบตอบกลับเรียบ ๆ

“ติง ภารกิจค้นหาศิษย์สายกลืนกินสำเร็จ

กำลังสรุปรางวัล โปรดรอสักครู่

ติง สรุปรางวัลเสร็จสิ้น รางวัล: สติ๊กเกอร์ติดอัปเกรดกระปุกออมสิน 1 แผ่น”

เสี่ยวไป๋ที่กำลังคิดเรื่องอาหารเย็นชะงักไปทันทีเมื่อได้ยินเสียงระบบ

“ว้าก ข้าลืมไปเลยว่ายังมีภารกิจนี้อยู่” เขานิ่งไปชั่วครู่ก่อนนึกขึ้นได้ว่าภารกิจนี้มาพร้อมกับตอนที่เขาได้เคล็ดกลืนหลอมหกฝังเมื่อครึ่งปีก่อน แล้ววันนี้ถึงจะเสร็จแถมรางวัลยังน้อยจนอดสาปส่งไม่ได้

เขาหยิบสติ๊กเกอร์ติดอัปเกรดกระปุกออมสินออกมาจากแหวนมิติ แล้วจ้องกระปุกออมสินที่ถูกเก็บไว้ตั้งแต่แรกจนถึงบัดนี้

“ลองสิ เจ้าจะได้รู้ว่ามันมีประโยชน์อะไร” ระบบเองก็ดูอยากรู้อยู่ไม่น้อย

“ลองก็ลอง แล้วข้าจะได้รู้ว่าลองแล้วจะวายชีวาหรือไม่” เสี่ยวไป๋ประชดอย่างเคยจากนั้นก็ใช้พลังวิญญาณติดสติ๊กเกอร์ไปบนกระปุกออมสิน

ทันใดนั้น สติ๊กเกอร์ก็หายวับไปอย่างน่าอัศจรรย์ ทว่ากระปุกออมสินกลับไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดแม้แต่น้อย

“เฮ้อ แบบนี้มันต่างอะไรกับไม่ได้ใช้เลย?” เสี่ยวไป๋ถอนหายใจเงียบ ๆ

“มาเลยระบบ ขอเชิญเริ่มการบรรยายของเจ้าได้” เสี่ยวไป๋กล่าวเสียงเรียบ เขารู้ว่าเวลานี้คือเวลาที่ผู้ผลิตควรออกมาชี้แจง

“ไม่ใช่นะโฮส เจ้าฟังข้าแถ เอ๊ย ฟังข้าอธิบายก่อน”

จบบทที่ บทที่ 176 เริ่มการบรรยายของเจ้าซะ

คัดลอกลิงก์แล้ว