เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 175 จะคุยอะไรต่ออีก?

บทที่ 175 จะคุยอะไรต่ออีก?

บทที่ 175 จะคุยอะไรต่ออีก?


บทที่ 175 จะคุยอะไรต่ออีก?

“มีอยู่สองวิธี” เอ๋อร์โก่วตอบทันที

“วิธีแรกคือใช้พลังวิญญาณปราบพลังวิญญาณ แวมไพร์พวกนี้ชอบวาดภาพ เจ้าก็แค่วาดภาพที่แย่กว่าพวกมันให้ได้ แย่กว่าจนมันรับไม่ไหว เท่านั้นกลไกก็จะหยุดทำงานเอง”

“ผ่าน ๆ ๆ วิธีบ้าอะไรกันเนี่ย?” เสี่ยวไป๋รีบโบกมือรัว “ข้าทำไม่ได้หรอกวาดแย่กว่าพวกมันน่ะ”

ระดับความนามธรรมของภาพที่แวมไพร์วาดนั้นทะลุจักรวาล เสี่ยวไป๋ขอสารภาพตามตรงว่าเขายังไม่ถึงขั้นนั้น

“อีกวิธีคือเจ้ารื้อซากโบราณนี้ทิ้งทั้งหมดซะ” เอ๋อร์โก่วเพิ่งพูดจบ

“โครมมม” เสียงระเบิดกึกก้องก็ดังขึ้นทันที เสี่ยวไป๋ลงมือแล้ว

เขาย่ำเท้าลงกับพื้นเบา ๆ แค่ครั้งเดียวพื้นดินก็ปรากฏรอยร้าวขนาดมหึมา แผ่กระจายออกไปไม่หยุดยั้งจนถึงจุดหนึ่งก็บึ้ม ระเบิดลงอย่างรุนแรง แผ่นดินเดิมกลายเป็นหลุมลึกหลายร้อยจั้ง ทุกอย่างเกิดขึ้นภายในพริบตา

ศิษย์เอกไป๋กับพวกถูกเสี่ยวไป๋ใช้พลังวิญญาณพยุงไว้กลางอากาศจึงไม่ถูกลูกหลงและได้รับการปกป้องอย่างสมบูรณ์

เสี่ยวไป๋เหยียบอยู่กลางอากาศ แล้วก็ย่ำเท้าอีกครั้งเหนือฟ้า พลังวิญญาณสีเขียวอันเป็นเอกลักษณ์ของเทพเจ้าผู้สร้างโลกก็รวมตัวกัน ณ ใจกลางหลุมกลายเป็นวังน้ำวนเล็ก ๆ สีเขียว

“สร้างสรรค์” เสี่ยวไป๋พึมพำในใจ แล้วเลือกสภาพภูมิประเทศขึ้นมาหนึ่งแบบ หลุมยักษ์ก็กลายสภาพเป็นป่าดงดิบเขียวชอุ่มในทันทีเหมือนกับว่าป่านี้มีอยู่เดิมแล้วเป็นแสนปี

ท่าไม้ตายนี้ทำเอาศิษย์เอกไป๋พวกนั้นแทบหงายหลัง ไม่ใช่เพราะหลุมที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่นั้น แต่มหัศจรรย์อยู่ที่ตอนเสี่ยวไป๋สร้าง ทุกคนเกิดมาจนโตยังไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน แม้แต่ในตำราก็ยังไม่มีจารึกไว้เลย

สร้างชีวิตขึ้นมาด้วยมือเปล่านี่มันยังเป็นมนุษย์อยู่หรือ?

ระดับความลึกลับของเสี่ยวไป๋ในสายตาของทุกคนตอนนี้แตะขอบฟ้า

“เรียบร้อย ออกเดินทางกันเถอะ” เสี่ยวไป๋วางทุกคนลงบนพื้น แล้วโบกมือพาเอ๋อร์โก่วกับพวกบินจากไปทันที ภารกิจยังมีอยู่มาก เวลารอใครไม่ไหว

หลังเสี่ยวไป๋จากไป ฝูงชนก็เริ่มถกเถียงกันว่าเขาเป็นใคร เรียกได้ว่ากลายเป็นหัวข้อฮอตอันดับหนึ่งในกลุ่มไปแล้ว

“เฮ้อ น่าเสียดายนัก ทำไมท่านผู้นั้นถึงเลือกเจ้าชายชุดดำ? แถมไอ้หมอนั่นยังกล้าปฏิเสธอีก โอกาสงามแบบนี้กลับไม่คว้าไว้ เสียดาย เสียดายจริง ๆ” ชายคนหนึ่งถึงกับทุบอก

“นั่นสิ นั่นสิ” หลายคนพยักหน้าอย่างเห็นด้วย คนระดับนั้นจะรับเป็นศิษย์ทั้งทียังกล้าปฏิเสธ ต้องมีมาตรฐานสูงแค่ไหนกันแน่?

“ท่านผู้นั้นเป็นใครกันแน่?”

“ไม่รู้”

“แล้วเขาชื่ออะไร?”

“ไม่รู้”

“แล้วเขาจะไปที่ไหนต่อ? ดูเหมือนจะเร่งรีบมาก”

“ไม่รู้”

ฝูงชนพากันสลายตัวอย่างห่อเหี่ยว ถามอะไรไม่มีใครตอบได้สักอย่าง แล้วจะนั่งคุยอะไรต่ออีก?

ณ ป่าแห่งหนึ่งในแผ่นดินจงโจว

ป่าแห่งนี้ดูคล้ายกับป่าไท่ซ่างที่เสี่ยวไป๋เคยมาเมื่อตอนแรก เข้ามายังจงโจว ต้นไม้สูงเสียดฟ้าขึ้นเรียงราย หนาแน่นเขียวขจี งดงามประหนึ่งแดนสวรรค์ ที่สำคัญคือสงบเงียบจนผิดปกติ ไม่มีแม้แต่เสียงสัตว์ร้ายหรือสัตว์ป่าธรรมดา

กระทั่งมีเด็กหนุ่มผู้หนึ่งก้าวเข้ามาความเงียบนั้นจึงถูกทำลาย

“ฮ่าก…ฮ่าก…” เสียงหอบหายใจดังลั่นไปทั่วผืนป่า

เด็กหนุ่มวัยราวสิบห้าหรือสิบหกปี บาดเจ็บสาหัส ทุกย่างก้าวที่ก้าวไปล้วนทิ้งคราบเลือดสดไว้เบื้องหลัง น่าขนลุกยิ่งนัก

วัยนี้ควรเป็นวัยแห่งความสุข สดใสและเริ่มต้นชีวิต แต่ในตัวเขาไม่มีสิ่งนั้นหลงเหลือแม้แต่น้อย

“ซักวันข้าจะฆ่าพวกเจ้าให้หมด” เด็กหนุ่มพึมพำอย่างยากเย็น น้ำเสียงแผ่วเบาเพราะร่างกายอ่อนแรง แต่ในแววตานั้นกลับเต็มไปด้วยความแน่วแน่และความอาฆาตที่ล้นทะลัก

“แกร๊ก” เสียงบางอย่างแตกหักคล้ายแก้ว เด็กหนุ่มยกมือขวาขึ้นดู เห็นแต่เศษคริสตัลละเอียด

คริสตัลนี้ทำจากวัสดุเดียวกับที่ชายชุดดำใช้ก่อนหน้านี้

“สุดท้ายก็เป็นเจ้าที่ช่วยข้าไว้อีกจนได้” เขายิ้มเศร้า ความรู้สึกโดดเดี่ยวฉายชัด

“ไม่อยากเชื่อเลยว่าในชีวิตนี้จะมีเจ้าสิ่งเดียวที่เป็นมิตรกับข้า ช่างน่าขันนัก” เขาบรรจงเก็บเศษคริสตัลลงในถุงผ้าพิเศษ นี่คือสิ่งเดียวที่เขาไว้ใจได้ต้องเก็บรักษาไว้ให้ดี

“โชคดีที่ก่อนหน้านี้ข้าตั้งจุดเคลื่อนย้ายของคริสตัลไว้ในป่าอันร่มเย็นแห่งนี้ ไม่เช่นนั้น ต่อให้ข้ามีชีวิตอีกพันครั้งก็คงไม่พอใช้” เขาพึมพำในใจ

ป่าอันร่มเย็นนี้ถือเป็นสถานที่ปลอดภัยที่สุดที่เขารู้จัก ไม่มีอสูรร้าย ไม่มีสัตว์ดุร้ายเพราะธรรมชาติในที่นี้มีพลังคุ้มครองอยู่จึงเหมาะกับคนธรรมดาอย่างเขาอย่างยิ่ง

“เป้าหมายต่อไปคือมีชีวิตรอด” เด็กหนุ่มกำหนดเป้าหมายในใจอย่างแน่วแน่อีกครั้ง หากอยู่ในสถานการณ์เช่นเขา ไม่มีเป้าหมาย ไม่มีแรงผลักก็ยากจะก้าวไปข้างหน้าและสำหรับเขาเป้าหมายนั้นคือการล้างแค้น

เขาหาที่โล่งบริเวณพื้นดินแห้ง ๆ แล้วเริ่มก่อไฟจากนั้นก็ออกไปหาใบไม้และสมุนไพรที่ใช้ห้ามเลือดมาบดผสม

“ช่างน่าขันนัก ข้ามีพรสวรรค์ล้นฟ้ากลับไม่มีวาสนาได้ฝึกบำเพ็ญ เจ้าประทานให้ข้าทั้งสถานะคุณชายแห่งตระกูลใหญ่ ประทานพรสวรรค์อันหาที่เปรียบมิได้ แต่สุดท้ายกลับให้ร่างที่ไม่อาจฝึกปรือ ฟ้าดินเอ๋ย ไยจึงทำกับข้าเช่นนี้?” เขาคิดในใจพลางทายาบนแผลของตนเอง

ทันทีที่ยาแตะลงบนผิว เด็กหนุ่มก็ส่งเสียงครางต่ำนั่นเพราะยานี้แม้จะมีฤทธิ์ดีแต่ก็แสบยิ่งนักโดยทั่วไปคนธรรมดาโดนเข้าไปถึงขั้นสลบ แต่เขากลับทนได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเพราะความเจ็บปวดนั้นเขาชินแล้ว

เขาค่อย ๆ ทายาครบทุกแผลก็เพิ่งรู้ตอนนี้เองว่าร่างกายตนเองแทบไม่เหลือส่วนไหนที่ไม่ถูกทำร้าย

“ออกเดินทาง” เขาพึมพำหลังจากจัดการตัวเองเสร็จ นี่คือก้าวแรกสู่หนทางแห่งการล้างแค้น แม้ไร้พลังบำเพ็ญ แต่เขาจะไม่มีวันยอมแพ้ เขาไม่กลัวตาย เขากลัวเพียงสิ่งเดียวคือกลัวตัวเองยอมแพ้

แต่พอเขาพลันยืนขึ้น

“ฟิ้วววว” แสงสีแดงสายหนึ่งก็พุ่งตรงมาจากฟากฟ้ามุ่งตรงเข้าหาเขาอย่างรวดเร็ว

จบบทที่ บทที่ 175 จะคุยอะไรต่ออีก?

คัดลอกลิงก์แล้ว