- หน้าแรก
- ไร้เทียมทานตั้งแต่เริ่ม
- บทที่ 174 เลิกอะไรของเจ้า
บทที่ 174 เลิกอะไรของเจ้า
บทที่ 174 เลิกอะไรของเจ้า
บทที่ 174 เลิกอะไรของเจ้า
“ข้าจะหนีทำไมกัน?” เสี่ยวไป๋หันไปมองศิษย์เอกไป๋กับพวกอย่างงงงัน เจ้า ‘เจ้านี่’ พวกนั้นน่ะคือโอกาสอันดีที่จะได้โชว์ฝีมือให้ว่าที่ศิษย์สืบทอดโดยตรงของเขาเห็นกับตา จะปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไปง่าย ๆ ได้ยังไงกัน?
พูดกันตามตรงก็อย่างที่สุภาษิตว่าไว้พลาดแล้วพลาดเลยโอกาสดีแบบนี้จะมีกี่ครั้งในชีวิต?
“ท่าน” ศิษย์เอกไป๋กับพวกพยายามจะเอ่ยปากเตือนให้เสี่ยวไป๋รีบหนี แต่ว่าคำพูดยังไม่ทันหลุดออกจากปากแม้แต่ครึ่งคำ เสี่ยวไป๋ก็ลงมือไปแล้ว
เขารวบรวมพลังวิญญาณแห่งการทำลายลงปลายนิ้ว แล้วดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว พลังนั้นก็พุ่งเข้าชนเจ้านี่ตัวหนึ่งทันที จากจุดสัมผัส พลังแห่งการทำลายเริ่มแผ่ขยายออกไปอย่างรวดเร็ว ทุกตัวที่สัมผัสล้วนแตกดับ ไม่มีใครรอดแม้แต่ตัวเดียว
เพียงพริบตาเดียว ‘เจ้านี่’ หลายหมื่นตัวก็กลายเป็นธุลีโดยไม่มีข้อยกเว้นที่น่าอัศจรรย์คือสภาพแวดล้อมรอบข้างไม่เสียหายแม้แต่นิด ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ท…ท่านผู้อาวุโส…” ศิษย์เอกไป๋ถึงกับพูดติดอ่างไปชั่วขณะ เขารู้แล้วว่าตัวเองประเมินพลังของเสี่ยวไป๋ต่ำเกินไป นี่มันระดับไหนกันแค่ดีดนิ้วครั้งเดียว สัตว์ประหลาดนับหมื่นตายเรียบ
“ยังมีอะไรอีกไหม?” เสี่ยวไป๋มองเหล่าผู้บาดเจ็บทั้งหลายพลางคิดในใจว่าพวกเจ้าสภาพยับเยินขนาดนี้แล้วยังไม่รีบไปรักษาตัวอีก? จะมัวเอ้อระเหยอยู่ทำไมกัน? อย่ามารบกวนข้ารับศิษย์ได้ไหม?
“ไม่มีแล้ว ๆ” พวกศิษย์เอกไป๋รีบตอบกันเป็นแถบ แค่ตกใจเลยร้องออกมานิดเดียวเอง
เสี่ยวไป๋ไม่พูดมากความ เดินตรงไปยืนขวางหน้าชายชุดดำ มองใบหน้าที่ถูกปกคลุมมิดชิดด้วยผ้าคลุม แล้วเอ่ยอย่างเคร่งขรึมว่า
“ข้าจะถามอีกครั้ง เจ้าประสงค์จะเป็นศิษย์สืบทอดโดยตรงของข้าหรือไม่?”
เสี่ยวไป๋ไม่เชื่อว่าขนาดนี้แล้วชายชุดดำยังจะใจแข็งอยู่ได้ เขาเพิ่งโชว์พลังเหนือฟ้าดินไปหมาด ๆ ใครเห็นใครก็ต้องหวั่นไหว
ผู้คนรอบข้างถึงกับเบิกตาโพลงกับสิ่งที่ได้ยิน
พวกเขาฟังผิดไปหรือไม่? ท่านผู้อาวุโสผู้ลึกลับถึงกับจะรับชายชุดดำที่เพิ่งเจอกันไม่กี่ครั้งเป็นศิษย์สืบทอดโดยตรง
หลายคนเริ่มมองชายชุดดำด้วยสายตาไม่พอใจ หมอนี่มันมีอะไรดี? ไม่เห็นจะโดดเด่นตรงไหน ทั้งยังคลุมหน้ามิดชิดไม่เห็นแม้แต่ดวงตา จะต้องน่าอับอายแค่ไหนถึงปิดตัวเองขนาดนั้น?
แถมยังไม่เห็นว่าจะมีพลังหรือพรสวรรค์อะไรวิเศษออกมาสักนิด แล้วไฉนถึงได้โอกาสล้ำค่าแบบนี้?
บรรยากาศรอบตัวพลันเต็มไปด้วยกลิ่นอายอิจฉา
แล้วชายชุดดำก็ส่ายหัวอีกครั้งก่อนจะหมุนตัวเตรียมจากไป
คราวนี้ไม่ใช่แค่เสี่ยวไป๋ที่ช็อก คนอื่น ๆ ถึงกับอยากเอาหัวโขกเสา นี่มันโอกาสสู่ฟากฟ้าชัด ๆ แล้วเจ้ากลับเฉยเมยราวกับไม่เห็นค่า เจ้าบ้าไปแล้วหรือ?
“เวรเอ๊ย” เสี่ยวไป๋เริ่มปะทุในใจแล้ว นี่เป็นครั้งที่สองที่เขาถูกปฏิเสธในการรับศิษย์แถมยังเป็นคนเดิมอีก เขาที่มีพลังไร้เทียมทานกลับยังหาศิษย์ไม่ได้ มันไม่ควรจะเป็นแบบนี้
“เลิกเถอะ เจ้าไม่คู่ควรจะเป็นอาจารย์เขา” เอ๋อร์โก่วกระหยิ่มยิ้มย่องเต็มที่ ข้าอยากร้องเพลงวันนี้มันช่างสุขใจให้เจ้าฟังเสียจริง ๆ
“เจ้าจะยอมแพ้ภารกิจนี้ไหม?” ระบบถามขึ้นมา ถึงแม้ภารกิจนี้จะไม่มีรางวัลหรือบทลงโทษ แต่มาถามให้แน่ใจไว้ก่อน
“ยอมบิดาเจ้าเถอะ ข้าจะดันทุรังกับเขาให้สุดทาง ข้าไม่เชื่อว่าข้าไม่คู่ควร” เสี่ยวไป๋กัดฟันตอบ สีหน้าจริงจังอย่างยิ่ง ถูกปฏิเสธซ้ำซ้อนเช่นนี้ทำให้ศักดิ์ศรีเขาถูกกระทืบจนแหลก ต้องเอาคืนให้ได้
เขาพุ่งตัวไปดักหน้าชายชุดดำ คว้าหัวไหล่ของเขาไว้แน่น ชายชุดดำตกใจสะดุ้ง ก่อนจะเตะใส่เสี่ยวไป๋โดยสัญชาตญาณ
แต่เสี่ยวไป๋หลบได้โดยอัตโนมัติและถึงจะหลบก็ยังไม่ปล่อยมือจากแขนของอีกฝ่ายเพราะชายชุดดำคือเป้าหมายศิษย์ในฝัน เป็นคนเดียวที่กล้าขัดเขาแบบนี้ หากปล่อยไปแล้วหาไม่เจออีกคงเสียใจตลอดชาติ
ชายชุดดำขมวดคิ้ว เขาชักจะทนไม่ไหวกับความตื๊อของคนผู้นี้แล้วจึงพยายามดิ้นให้หลุดจากการจับกุม
แต่น่าเสียดายความต่างด้านพลังมันห่างกันเกินไป ต่อให้เขาพยายามมากแค่ไหน เสี่ยวไป๋ก็ยังยืนเฉย ๆ ไม่ขยับแม้แต่ก้าวเดียว
“ข้าถามหน่อยเจ้าออกมาตามหาซากโบราณตัวจริงใช่หรือไม่?” เสี่ยวไป๋มองหน้าเขาแล้วถาม สิ่งนี้เขาเดาได้จากตอนอยู่ในตำหนักหลัก เมื่อเห็นชายชุดดำเปิดโลงดำแล้วสีหน้าผิดหวัง
เสี่ยวไป๋มองไม่เห็นใบหน้าเขา แต่รับรู้ได้จากการเคลื่อนไหวซึ่งเป็นสิ่งที่แกล้งทำไม่ได้ต่างจากสีหน้า
ยิ่งไปกว่านั้น ชายชุดดำไม่แม้แต่จะมองเคล็ดวิชา อาวุธหรือสมบัติเกรดสูงเลยสักนิด เขามัวแต่ค้นหาโลงศพแล้วเปิดทีละใบ นั่นแหละจึงทำให้เสี่ยวไป๋รู้ว่าเขาตามหาบางสิ่งอยู่
ชายชุดดำได้ยินดังนั้นก็หยุดดิ้นทันที เสี่ยวไป๋สัมผัสได้ถึงความตกตะลึงของอีกฝ่ายแม้จะผ่านชุดคลุม
เสี่ยวไป๋ยิ่งได้ใจ มือที่จับอยู่ก็เผลอคลายออกโดยไม่รู้ตัว
และทันใดนั้นเอง ชายชุดดำก็ตวัดแขนสะบัดตัวหลุดออก แล้วพุ่งขึ้นฟ้าหายลับไปในทันที
เสี่ยวไป๋: “ห๊ะ?” เดี๋ยวนะ ไม่ใช่ว่ากำลังตกตะลึงอยู่หรือ?
แม้จะตกใจ แต่สำหรับชายชุดดำแล้วการหลุดพ้นจากความวุ่นวายของเสี่ยวไป๋สำคัญกว่า เขาไม่อยากเจออะไรประหลาด ๆ อีกเพราะตอนนี้ในสายตาเขา เสี่ยวไป๋คือมนุษย์โรคจิต
คิดดูสิ อยู่ดี ๆ ก็จะมารับข้าเป็นศิษย์ทั้งที่เพิ่งพบกันไม่กี่ครั้ง แบบนี้ไม่วิกลจริตแล้วจะเรียกว่าอะไร?
“โห ดูนั่นสิ ศิษย์ของเจ้าบินหนีไปแล้ว” เอ๋อร์โก่วมองเงาของชายชุดดำที่ลอยอยู่ไกลลิบในอากาศแล้วพูดขึ้นมาอย่างเยาะเย้ย
“….” เสี่ยวไป๋เงยหน้ามองท้องฟ้าเงียบ ๆ พลางครุ่นคิด บังคับฝืนใจมันไม่ได้หรือว่านี่คือชะตาฟ้าลิขิต?
“ตึง ตึง ตึง” เสียงฝีเท้าอันคุ้นเคยดังขึ้นอีกครั้ง เสี่ยวไป๋ขมวดคิ้วมอง ‘เจ้านี่’ กลุ่มใหม่ที่กำลังกรูกันเข้ามา
ถึงความแข็งแกร่งโดยรวมจะไม่ได้เหนือกว่ากลุ่มก่อนนัก แต่จำนวนกลับมากกว่าหลายเท่า
ศิษย์เอกไป๋กับพวกกอดกันแน่น ตัวสั่นระริก ดูท่าเหตุการณ์ที่ผ่านมาได้ฝังรอยแผลไว้ในใจพวกเขาอย่างลึกซึ้ง คงไม่มีวันกลับมาเยือนซากโบราณอีกแล้ว
“เฮ้อ พวกเจ้าช่างน่าสงสารเสียจริง” เสี่ยวไป๋ส่ายหน้าถอนใจแล้วหันไปถามเอ๋อร์โก่ว
“เจ้ารู้ไหมว่าไอ้พวกนี้มันทำไมถึงยิ่งมากันเยอะขึ้นเรื่อย ๆ แบบนี้? แล้วมีทางหยุดมันบ้างไหม?”