- หน้าแรก
- ไร้เทียมทานตั้งแต่เริ่ม
- บทที่ 177 ระบบจัดส่งด่วน
บทที่ 177 ระบบจัดส่งด่วน
บทที่ 177 ระบบจัดส่งด่วน
บทที่ 177 ระบบจัดส่งด่วน
“โฮสต์ เจ้าอาจเห็นว่ามันไม่มีอะไรเปลี่ยนไป แต่ความจริงแล้วมันเปลี่ยนไปแล้ว” ระบบรีบกล่าวอธิบาย มันเองก็รู้สึกปวดตับเหมือนกัน เพราะไม่คิดเลยว่าสติ๊กเกอร์อัปเกรดนี่จะไร้ประโยชน์ถึงเพียงนี้
“เปลี่ยนตรงไหน ไหนลองว่ามา” เสี่ยวไป๋จ้องมันเขม็ง รอฟังนิทานน้ำเน่า
“หลังจากถูกอัปเกรดโดยสติ๊กเกอร์นี้กระปุกออมสินนี้ได้เปลี่ยนชื่อเป็นกระปุกออมสินไร้เทียมทานแล้ว แม้ทุกอย่างจะเหมือนเดิมหมด แต่แค่ชื่อก็ดูเท่ขึ้นตั้งเยอะแล้วไม่ใช่รึ?” ระบบตอบด้วยความจริงใจ
“ไสหัวไป” เสี่ยวไป๋สบถด่าทันที
“ว่าแต่เมื่อกี้เจ้าใช้การระบุตำแหน่งไปแล้ว งั้นส่งวิชายุทธ์สองสามเล่มกับโอสถให้ศิษย์ข้าในอนาคตด้วยล่ะ ข้านึกขึ้นได้ว่าให้แต่เคล็ดวิชาไป แต่ยังไม่ได้ให้ของฝึกติดตัวเลย”
“รับทราบ ระบบจัดส่งด่วนพร้อมเสิร์ฟทันที” ระบบขานรับทันที
ในป่าลึก ต้วนอู๋ลั่วยืนอยู่กับที่ มือถือคัมภีร์ไว้แน่น
เมื่อเขาเปิดเคล็ดกลืนหลอมหกฝังออก แสงเจิดจ้าก็พลันสาดส่องออกมา เขาหลับตาโดยสัญชาตญาณ พอลืมตาขึ้นอีกครั้ง เบื้องหน้าก็มีทั้งวิชายุทธ์และขวดยามากมายปรากฏขึ้น
บนคัมภีร์เองก็มีตัวอักษรเพิ่มขึ้น ด้านบนสุดคือคำอธิบายผลลัพธ์และคุณสมบัติของเคล็ดกลืนหลอมหกฝังส่วนด้านล่างมีข้อความเขียนว่า
“ข้าคือเสี่ยวไป๋ หากเจ้าคิดจะฝึกเคล็ดวิชานี้ เจ้าต้องเป็นศิษย์สืบทอดโดยตรงของข้า หากฝึกโดยไม่ยอมรับเงื่อนไข เจ้าจะตายอย่างไร้เหตุผลทันที
ถ้าเจ้ายอมรับเป็นศิษย์ ข้าวางโอสถและวิชายุทธ์ไว้เป็นของต้อนรับแล้วและข้าก็ยังไม่ตาย ไม่ต้องคิดว่าเป็นเรื่องน้ำเน่าว่าอาจารย์ตายแล้วต้องล้างแค้นแทนอะไรทำนองนั้น”
ต้วนอู๋ลั่วอ่านจนจบ ใบหน้าแสดงความปิติยินดีจนปิดไม่อยู่ เขาเงยหน้าหัวเราะเสียงดัง “ฮ่าฮ่า สวรรค์มิได้ทอดทิ้งข้า สวรรค์มิได้ทอดทิ้งข้า”
จากนั้นเขาวางคัมภีร์ลงกับพื้นอย่างเคารพ แล้วคุกเข่าลงตรงหน้าก่อนจะเริ่มโขกศีรษะอย่างแรง “ศิษย์ขอคารวะอาจารย์ ขอคารวะอาจารย์”
จนหน้าผากเลือดไหล เขาจึงลุกขึ้นเตรียมฝึกเคล็ดวิชาทันที
เขากอดทั้งเคล็ดวิชา วิชายุทธ์และโอสถไว้ แล้วไปหามุมลับในป่านั่งลงขัดสมาธิ
ต้วนอู๋ลั่วท่องจำเคล็ดวิชาและคาถาทุกบรรทัดไว้ในใจก่อนจะเริ่มดูดซับพลังวิญญาณรอบตัวเพื่อฝึกฝน
เมื่อพลังวิญญาณไหลเข้าสู่ร่างของเขา กลิ่นอายแห่งความมืดก็เข้มข้นขึ้นทันใด ความมืดห่อหุ้มทั่วร่าง ดินรอบตัวแห้งแล้งจนไร้หญ้าไร้ชีวิต แม้แต่พื้นดินก็กลายเป็นสีดำคล้ำ
ตัวต้วนอู๋ลั่วเองก็ไม่ต่างกัน เขารู้สึกราวกับอยู่ในห้วงความมืดที่ไร้จุดสิ้นสุด มองไม่เห็นทางออกราวกับเหยียบที่เดิมไม่รู้จบ
ทันใดนั้น แสงรำไรจุดหนึ่งก็ปรากฏขึ้นและบุรุษผู้หนึ่งก็ปรากฏตัวตรงหน้า ด้วยแสงเลือนราง เขามองเห็นใบหน้าอีกฝ่ายและความโกรธแค้นพลันถาโถมจนสติแทบหลุด
มันคือศัตรูของเขา คนที่เขาเกลียดที่สุดในชีวิต
เขาพุ่งหมัดใส่อีกฝ่ายอย่างเต็มแรง แต่หมัดนั้นทะลุผ่านร่างศัตรูไป
ศัตรูยิ้มเยาะจากนั้นซัดหมัดเข้าท้องต้วนอู๋ลั่วอย่างจัง แรงกระแทกทำให้เขากระเด็นถอยหลังหลายก้าว
เขาทรงตัวได้แล้วก็จับท้องด้วยความเจ็บปวด รู้สึกเจ็บจริง
เขาลองโจมตีหลายครั้ง แต่ไม่มีสักครั้งที่ได้ผลและยิ่งเขาโกรธมากเท่าไรศัตรูก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น
“บททดสอบของปีศาจในใจสินะ? ใช้ความแค้นของข้าเป็นเครื่องสังหารงั้นรึ” ต้วนอู๋ลั่วยิ้มเย็น เขาไม่คิดจะละทิ้งความแค้นและก็ไม่ใช่คนประเภทตอบแทนความชั่วด้วยความดี เขาเพียงอยากฉีกศัตรูเป็นชิ้น ๆ เท่านั้น
ทันใดนั้น เขาหยิบวิชายุทธ์เล่มหนึ่งที่ระบบเพิ่งจัดส่งมาออกจากอก แล้วฟาดใส่หน้าศัตรู
ศัตรูยืนหัวเราะเยาะอย่างดูแคลนพยายามยั่วให้เขาโกรธเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของตนเอง
ทว่าเมื่อวิชายุทธ์ฟาดใส่หน้าโดยไม่ทันตั้งตัว ศัตรูก็หายวับไปทันใด แม้ไม่มีเสียงใดเกิดขึ้น แต่ผลกลับชัดเจนราวฟ้าฟาด
“ไม่ผิดแน่ ของที่อาจารย์ข้าให้มาย่อมแข็งแกร่งยิ่งนัก” ต้วนอู๋ลั่วยิ้มพลางเก็บวิชายุทธ์นั้นไว้ในอกอย่างทะนุถนอม
ณ อีกมุมหนึ่ง เสี่ยวไป๋ที่กำลังกินข้าวอยู่นั้นถึงกับตะลึงในความคิดของอีกฝ่าย
‘ใช้ของที่ข้าให้ไปฟาดใส่ศัตรูในบททดสอบที่ข้าให้ เจ้าหนูนี่เล่นแสบจริง’
เสียงกรีดร้อง “อ๊า อ๊า อ๊า” ดังลั่นออกมาจากป่าอีกครั้ง หลังจากหลุดพ้นจากเงามืด ต้วนอู๋ลั่วก็เข้าสู่กระบวนการเปลี่ยนแปลงร่าง
ผิวกายเขากลายเป็นสีแดงฉานเหมือนถูกน้ำเดือดลวก ร่างทั้งร่างปล่อยไอร้อนออกมา พื้นดินรอบตัวแผดเผาราวกับกระทะเหล็ก บรรยากาศร้อนอบอ้าวจนหายใจไม่ออก
เขารู้สึกราวกับเลือดในกายถูกสูบออก กระดูกแตกสลายและฟื้นฟูใหม่ ความเจ็บปวดรุนแรงหลายครั้งจนเกือบสลบ แต่เขาขบกรามฝืนทน เพราะรู้ว่าถ้าหยุดคือความตาย
“ข้ายังไม่ได้ล้างแค้น ข้ายังไม่ได้พบอาจารย์ในอนาคต ข้าตายไม่ได้ ข้าจะตายไม่ได้” เสียงภายในใจเขากู่ก้อง
หลังผ่านความเจ็บปวดไปครึ่งชั่วยาม ร่างของเขาก็ค่อย ๆ ฟื้นฟูและเขารู้สึกเหมือนกลายเป็นคนใหม่ เบาสบายอย่างบอกไม่ถูก
แต่ทันใดนั้น เงามืดก็หวนกลับมาอีกครั้งทว่าครั้งนี้มันไม่มืดสนิท
เขายังสามารถมองเห็นสิ่งรอบกายอย่างชัดเจน
ขณะที่เขาครุ่นคิดว่าบททดสอบนี้จะเป็นอะไรเสียงแผ่วหวานก็ดังขึ้น
“พี่หลัว” เสียงออดอ้อนนุ่มนวลชวนให้ชายใดต้องใจสั่น
แต่สีหน้าของเขากลับเย็นชาและเต็มไปด้วยความแค้น
“ที่แท้เป็นนาง” เขารำลึกถึงอดีต ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับนางล้วนไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากจดจำ
หากเป็นเมื่อก่อนเขาอาจถูกนางล่อลวงเพราะเขาเคยรักนางอย่างสุดใจ แต่วันนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไป เขาไม่มีสหาย ไม่มีหัวใจจะมอบให้นางอีก
หญิงสาวผู้นั้นงดงามนัก รูปร่างได้สัดส่วน ดวงตาเย้ายวนสมเป็นยอดหญิงโดยแท้
“พี่หลัวยกโทษให้ข้านะ ได้ไหมเจ้าคะ?” เสียงสั่นระริกพร้อมแววตาน้ำตาคลออ้อนวอน หากเป็นชายทั่วไปคงทนไม่ไหวแล้ว
“ได้สิ” ต้วนอู๋ลั่วเปลี่ยนสีหน้าทันใด ยิ้มอ่อนก่อนอ้าแขนออก สีหน้านั้นอบอุ่นราวแสงแดดยามเช้า