เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 171 อะไรนะ ลานขยะ?

บทที่ 171 อะไรนะ ลานขยะ?

บทที่ 171 อะไรนะ ลานขยะ?


บทที่ 171 อะไรนะ ลานขยะ?

“[ติง ระบบตรวจพบบุคคลที่สามารถรับเป็นศิษย์สืบทอดโดยตรงได้จึงกระตุ้นภารกิจหลักแบบแตกแขนง]

[ชื่อภารกิจ: รับบุคคลแปลกหน้าที่อยู่ในห้องนี้เป็นศิษย์สืบทอดโดยตรง]

[รางวัลภารกิจ: ไม่มี]

[บทลงโทษเมื่อภารกิจล้มเหลว: ไม่มี]”

“ติง” เสียงดังสนั่นเกิดขึ้นในทันทีเพราะคำแจ้งเตือนจากระบบโผล่ขึ้นมาโดยไม่ให้ซุ่มให้เสียง ทำเอาเสี่ยวไป๋ตกใจจนสะดุ้งและชักมือกลับโดยอัตโนมัติ ฝาบนและล่างของหีบจึงกระแทกกันอย่างจัง เกิดเสียงกึกก้องสะท้อนทั่วห้อง

ชายชุดดำเงยหน้ามามองโดยสัญชาตญาณ เสี่ยวไป๋รีบอธิบายว่า “แค่...แค่เผลอมือไปหน่อย”

ชายชุดดำไม่ได้กล่าวอันใดเพิ่มเติม ยังคงก้มหน้าค้นหาสิ่งที่ตนต้องการต่อไป

“ให้ตายสิ ระบบเจ้าจงใจแน่ ๆ เลยใช่ไหม?” เสี่ยวไป๋เห็นว่าชายชุดดำไม่ใส่ใจก็รีบหันไปซัดระบบทันที

“ข้าจงใจอะไรล่ะ? มันเป็นฟังก์ชันอัตโนมัติของซอฟต์แวร์ เมื่อพบเป้าหมายที่สามารถรับเป็นศิษย์ได้ มันก็จะส่งภารกิจออกมาโดยตรง ข้าไม่ได้ควบคุมอะไรเลยนะ” ระบบปัดความรับผิดชอบโดยสิ้นเชิง ทำเสียงงัวเงียราวกับแค่อยากนอนอย่างสงบ

“เวรเอ๊ย” เสี่ยวไป๋แทบจะกุมขมับ เอาใครไม่เอา ดันให้เขาไปรับน้ำแข็งก้อนหนึ่งมาเป็นศิษย์

ถึงชายชุดดำผู้นี้จะเย็นชาราวกับน้ำแข็ง แต่ด้วยความที่สำนักของเขากำลังขาดแคลนคนอย่างหนักถึงอยากจะบ่นก็ต้องกลืนคำลงท้องไปก่อน ในเมื่อน้ำแข็งก็มีวันละลายได้เช่นกัน

“ไอ้หนุ่ม เจ้าคงไตไม่ดีนักล่ะสิ แค่เปิดหีบยังทำของหลุดมือ” เอ๋อร์โก่วมองเสี่ยวไป๋เงอะงะด้วยสีหน้าเพลิดเพลิน

“ฮ่า ๆ ๆ ใช่เลย ข้าไตไม่ดีจริง ๆ เดี๋ยวจะจับเจ้าต้มซุปสุนัขกินเสียเลย” เสี่ยวไป๋ยิ้มอบอุ่นให้เขาอย่างดุดัน “สหายรัก ข้าเลี้ยงเจ้ามาตั้งนาน ถึงคราวเจ้าต้องตอบแทนข้าแล้วล่ะ”

“อาจารย์ ข้าพบหยกวิญญาณแล้ว” เสียงเรียกของหนานกงอวิ๋นม่อและจางชื่อเกอดังมาจากอีกฟากของห้อง พวกเขากำลังค้นหาหยกวิญญาณกันอย่างขะมักเขม้นทั่วตำหนักใหญ่ ในที่สุดก็พบคลังที่ซ่อนอยู่

“มาแล้ว ๆ” เสี่ยวไป๋กับเอ๋อร์โก่วหยุดทะเลาะกันทันที รีบพุ่งไปสมทบกับสองคนนั้น

ที่ที่พวกเขาพบว่ามีหยกวิญญาณมากมายคือคลังลับแห่งหนึ่ง แต่พอเสี่ยวไป๋เห็นกลับรู้สึกว่ามันเหมือนลานขยะมากกว่า

ถึงจะรู้สึกแปลกประหลาด แต่เสี่ยวไป๋กับเอ๋อร์โก่วก็ยังกระโดดลงไปจนได้เพราะโลกแฟนตาซีย่อมเต็มไปด้วยสิ่งเหลือเชื่อ อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น

ตัวอย่างเช่น หลุมเบ้อเริ่มเบื้องหน้าที่ดูคล้ายหลุมขยะนั้นแท้จริงอาจเป็นห้องลับก็ได้

เสี่ยวไป๋เหยียบย่ำบนหยกวิญญาณที่เรียงแน่นหนาใต้เท้าแล้วถอนใจเบา ๆ “มีเงินมันดีจริง ๆ หยกวิญญาณพวกนี้คงพอให้อีกสองสามเดือนกินหรูอยู่ดีได้สบาย”

ค่าอาหารของกลุ่มพวกเขานั้นสูงเสียจนน่าตกใจ เอาแค่เครื่องคั้นน้ำผลไม้ก็พอ จะเสี่ยวไป๋คนเดียวก็ดื่มไปเป็นสิบ ๆ แก้ว แก้วละ 1,000 หยกวิญญาณชั้นกลาง ใครบ้างจะจ่ายไหว?

“แต่ที่นี่มันเหมือนลานขยะชัด ๆ” เอ๋อร์โก่วขมวดคิ้ว กล่าวเสียงต่ำ สุนัขเทพอย่างเขามีประสาทรับกลิ่นไวกว่าใครในกลุ่มมากนัก กลิ่นบางอย่างที่คนอื่นไม่รู้สึก เขากลับจับได้ทันที

“ไร้สาระ เห็นไม่ออกหรือว่านี่คือห้องลับ?” เสี่ยวไป๋เตะตูดมันเบา ๆ “ข้าเพิ่งพูดไปเอง เจ้ายังจะขัดอีกหรือ?”

“แล้วพวกเสื้อผ้าขาด ๆ นั่นล่ะ?” เอ๋อร์โก่วเหล่ตามองพร้อมยกอุ้งเท้าชี้ไปทางกองเสื้อผ้าขาดวิ่นตรงมุมห้อง

“อาจจะตอนขนย้ายหยกเผลอไปเกี่ยวจนขาด แล้วก็ลืมทิ้งไว้มั้ง” เสี่ยวไป๋ตอบหน้าตาย

เอ๋อร์โก่วมองเสี่ยวไป๋อย่างสมเพชในใจ นี่มันโม้แบบไม่อายฟ้าดินเลยนะ ขนย้ายหยกด้วยมือหรือไง? แล้วรอยขาดตรงหลังต้นขานั่นจะอธิบายยังไง?

มันชี้ไปอีกมุมหนึ่งแล้วถามต่อ “แล้วเจ้าจะว่าอย่างไรกับกองเปลือกผลไม้กับเมล็ดผลไม้นั่น?”

เปลือกกับเมล็ดนั้นกระจัดกระจายไปทั่ว ไม่มีระเบียบแบบแผนแม้แต่น้อย ใครเห็นก็รู้ว่าโยนทิ้งแบบส่งเดช

“ให้ตายสิ เปลือกผลไม้พวกนี้อยู่มาหลายแสนปีแล้วยังไม่เน่า? มันลบล้างกฎธรรมชาติเลยนะเว้ย” เสี่ยวไป๋คำรามในใจ ถึงจะไม่พอใจ แต่ภายนอกยังคงรักษาภาพลักษณ์เอาไว้ “แล้วไงล่ะ? ขนหยกเหนื่อย ๆ จะกินผลไม้ดับกระหายไม่ได้เลยหรือไง?”

เอ๋อร์โก่วแทบยอมแพ้ในความเพ้อเจ้อของเสี่ยวไป๋ คนผู้นี้แต่งเรื่องเก่งกว่านักเล่านิทานเสียอีก

ยังไม่ทันจะถามต่อ แผ่นดินเหนือหัวก็สั่นสะเทือนรุนแรง

“เหวอ อะไรฟะเนี่ย” เสี่ยวไป๋รีบเก็บหยกวิญญาณทั้งหมดใส่แหวนมิติทันที “นั่นเงินค่าข้าวนะโว้ย ต้องเก็บให้ดี”

“ใครจะไปรู้ ออกไปดูก่อน” เอ๋อร์โก่วตอบพลางพุ่งทะยานออกไป เสี่ยวไป๋และคนอื่น ๆ ก็บินตามมาติด ๆ

ณ ตำหนักหลัก ชายชุดดำเปิดฝาโลงสุดท้ายแล้วก็ยังไม่เจอสิ่งที่ต้องการ

“ดูท่าคงต้องไปยังตำแหน่งแท้จริงของซากแล้วกระมัง แต่ตอนนี้ก็ไม่มีเวลารวบรวมข้อมูลอีกแล้ว” เขาพึมพำในใจ ‘หรือว่าข้าจะไร้บุญวาสนากับสายเลือดนั้นจริง ๆ?’

ทันใดนั้น แผ่นดินก็สะเทือนอย่างรุนแรง

จากนั้นในชั่วพริบตาเดียว ทุกสิ่งภายในซากโบราณก็อันตรธานหายไปไม่เหลือแม้แต่เถ้าถ่านรวมถึงโลงดำทั้งหลายด้วย

มันราวกับความฝันเพียงเสี้ยววินาทีก่อนหน้ายังเห็นทุกสิ่งอยู่ดี ๆ พริบตาต่อมากลับเหลือเพียงที่ว่างเปล่า

เมื่อเสี่ยวไป๋พวกเขากระโดดขึ้นจากหลุมก็ต้องตะลึงงันกับภาพตรงหน้า

“มารดามันเถอะ ซากโบราณยังแสดงมายากลได้ด้วยเรอะ?” เสี่ยวไป๋แทบไม่เชื่อสายตาตนเอง เมื่อครู่ยังมีผนังโบราณเต็มไปหมด ตอนนี้กลับกลายเป็นลานโล่ง

หนานกงอวิ๋นม่อกับจางชื่อเกอถึงกับพูดไม่ออก ใบหน้าเต็มไปด้วยความงุนงงอย่างยิ่งเพราะพวกเขาไม่เคยพบเจอเรื่องแบบนี้มาก่อน แม้แต่ในตำราโบราณก็ไม่มีบันทึกไว้

ในขณะที่คนอื่นตะลึงตาค้าง เอ๋อร์โก่วกลับยืนสงบนิ่งเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา

“เรื่องแบบนี้ปกติมาก ที่พวกเจ้าไม่เคยเจอเพราะอยู่แค่ในโลกชั้นต่ำเท่านั้น แต่ในโลกชั้นสูง พวกซากโบราณแบบนี้จะมีโครงสร้างแบ่งส่วน

เมื่อซากโบราณส่วนนอกเปิดใช้งานจนถึงจุดหนึ่ง ซากแท้จริงก็จะเริ่มเผยตัวและพอถึงเวลานั้นซากส่วนนอกก็จะหายวับไป”

“งั้นเจ้ารู้ไหมว่าตำแหน่งแท้จริงของซากอยู่ไหน?” เสี่ยวไป๋ถามอย่างสนอกสนใจ พักนี้เขารู้สึกว่าหลังจากกินอิ่มแล้วไปเที่ยวเรื่อยเปื่อยก็สนุกดีเหมือนกัน ดีกว่าหลงไปหลงมาแบบไร้จุดหมาย

หากนักยุทธ์คนอื่นได้ยินประโยคนี้คงพร้อมใจกันสาปแช่งว่า “เที่ยวบ้านเจ้าเถอะ”

“ไม่รู้” เอ๋อร์โก่วตอบเสียงเรียบ “ข้าไม่ใช่ยันต์แผนที่ จะไปรู้ได้ยังไงกันเล่า?”

จบบทที่ บทที่ 171 อะไรนะ ลานขยะ?

คัดลอกลิงก์แล้ว