เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 147 แล้วเจ้าขอบคุณเขาหรือยัง?

บทที่ 147 แล้วเจ้าขอบคุณเขาหรือยัง?

บทที่ 147 แล้วเจ้าขอบคุณเขาหรือยัง?


บทที่ 147 แล้วเจ้าขอบคุณเขาหรือยัง?

“ดูสิ เจ้าของร้านเขาก็ไม่ได้ว่าอะไรสักคำ” เอ๋อร์โก่วกอดแอปเปิลเคี้ยวตุ้ยอย่างเพลิดเพลินกล่าวด้วยสีหน้าเบิกบาน

“แล้วเจ้าขอบคุณหรือยัง?” เสี่ยวไป๋เตะเข้าให้ทีหนึ่ง

“แย่งของเขามากินฟรี ไม่แม้แต่จะพูดคำว่าขอบคุณสักคำ?”

“เจ้าของ ร้านเจ้านี่ให้ลองชิมฟรีใช่ไหม?” จู่ ๆ เสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมา เสียงที่แฝงด้วยแววประชดประชันและน้ำเสียงเพี้ยนพิกล

เสี่ยวไป๋ขมวดคิ้วแน่น “ให้ตายเถอะ อีกแล้วหรือ? ข้าแค่จะซื้อผลไม้ ยังต้องมีคนหาเรื่องอีกงั้นรึ? จะตามกวนกันไปถึงไหน?”

“เป็นคุณชายเหมย” พ่อค้าแม่ค้าและผู้คนโดยรอบเมื่อเห็นบุคคลนั้นก็พากันยืดตัวตรง ไม่กล้าหายใจดังแม้แต่น้อย

คุณชายเหมยนั้นแม้เป็นบุรุษ แต่กลับแต่งหน้าจัดจ้านเด่นชัด เดิมทีอาจหล่อเหลาอยู่บ้าง ทว่ากลับแต่งแต้มเกินงามจนดูคล้ายสตรีนัก ยิ่งเสื้อผ้าที่สวมออกแนวกลาง ๆ ไม่ชายไม่หญิงกับท่าทางชูนิ้วก้อยยามยกมือ ยิ่งทำให้เขาดูเหมือนหญิงแท้ ๆ หากไม่ฟังเสียง พอเห็นท่าทางแล้วไม่มีใครคิดว่าเขาเป็นชายเลยแม้แต่น้อย

“คุณชายเหมย? ใครกัน?” เจ้าของร้านพูดขึ้นอย่างงุนงง ชัดเจนว่าเขาไม่รู้จักเลยจริง ๆ

“ข้าเองก็ไม่รู้” เสี่ยวไป๋ส่ายหน้า ข้าเพิ่งมาเมืองนี้จะไปรู้จักได้อย่างไร? แต่ดูหน้าตาแล้วชัด ๆ ว่าไม่ใช่คนดีแน่นอน

“คนพวกนี้ไม่อยากมีชีวิตแล้วหรือ? นั่นมันคุณชายเหมยเชียวนะ กล้าทำตัวเฉยเมยกันได้อย่างไร?” ผู้คนที่มุงดูอยู่ต่างรู้สึกอึ้งจนพูดไม่ออก

ในความคิดของพวกเขา มีอยู่แค่สองความเป็นไปได้

หนึ่งคือ เสี่ยวไป๋และพรรคพวกเป็นพวกกล้าบ้าบิ่นแถมยังมีพลังพอจะต่อกรกับขุมอำนาจเบื้องหลังของคุณชายเหมย

สองคือ พวกเขาโง่เขลาอย่างที่สุด ไม่รู้เรื่องอะไรเลยทั้งนั้น

แต่ความเป็นไปได้ข้อแรกดูไม่น่าจะใช่ ถึงยังไงพวกเขาก็ไม่เคยเห็นหน้าเสี่ยวไป๋มาก่อน ดูแล้วก็เป็นเพียงคนหนุ่มทั่วไป ต่อให้เก่งก็ไม่น่าจะเก่งถึงขั้นนั้นส่วนเจ้าของร้านผลไม้ยิ่งไม่น่าใช่ ดูท่าทางซื่อ ๆ ไม่เหมือนคนมีพลัง

เมื่อตัดความเป็นไปได้ข้อแรกออกเหลือเพียงข้อเดียว พวกเขาเป็นพวกบื้อทั้งกลุ่ม ขอให้โชคดีเถอะ

“คุณชาย แน่นอนว่าให้ลองชิมฟรี ท่านชิมได้ตามใจ ถ้าไม่ถูกปากก็ไม่ต้องซื้อ” เจ้าของร้านตอบด้วยรอยยิ้ม ไม่แสดงอาการหวาดกลัวหรือเกรงใจแม้แต่น้อย แตกต่างจากผู้คนรอบข้างลิบลับ

“อ้อ?” คุณชายเหมยหยิบแอปเปิลขึ้นมาหนึ่งลูก กัดเข้าไปคำหนึ่ง ขณะกัดยังจ้องเสี่ยวไป๋อย่างแนบแนม สายตานั้นทำเอาเสี่ยวไป๋รู้สึกขนลุก

เขาเคี้ยวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกลืนลงไป เจ้าของร้านเตรียมจะยิ้มเพราะคิดว่าอีกฝ่ายจะเอ่ยชม

ใครจะรู้ว่า

“เจ้าขายอะไร? ขยะชัด ๆ แย่สุด ๆ” ว่าแล้วก็ออกแรงบีบแอปเปิลในมือจนแตกละเอียด น้ำผลไม้กระเด็นเต็มหน้าของเจ้าของร้าน

“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?” เจ้าของร้านขมวดคิ้ว แม้จะดูซื่อ ๆ แต่ใช่ว่าจะยอมให้ใครรังแก

“โอ๊ย ๆ เจ้านี่กล้าพูดกับข้าแบบนี้หรือ? มาเถิด” คุณชายเหมยหัวเราะเย้ย ก่อนจะโบกมือเรียกบรรดาองครักษ์

องครักษ์เจ็ดแปดนายก้าวออกมาช้า ๆ จ้องเจ้าของร้านด้วยสายตาเย็นชา

“ฆ่ามันซะ” คุณชายเหมยสั่งเสียงเรียบ

องครักษ์เหล่านั้นเตรียมจะลงมือทันที ทว่าเขาก็ไม่ลืมสั่งต่อ “แล้วก็...ฆ่าไอ้หน้าหวานนั่นด้วย”

เสี่ยวไป๋: “อะไรอีกแล้ว?”

คุณชายเหมยเห็นเสี่ยวไป๋มองมาก็กล่าวยิ้ม ๆ “ขอโทษทีนะ ข้าน่ะเกลียดที่สุดเลย คนที่หล่อกว่าข้า ข้าเห็นเจ้าตั้งแต่เดินเข้ามาในเมืองแล้ว ข้าเลยต้องขอให้เจ้าตายช้าหน่อย”

“เฮ้อ ดูท่าคงต้องลงมืออีกแล้ว” เสี่ยวไป๋ถอนหายใจ ทำไมกันนะ ทำไมถึงมีแต่คนอิจฉาความหล่อของข้า? หล่อมันเป็นบาปด้วยหรือไร?

“ตูม” ยังไม่ทันที่เสี่ยวไป๋จะลงมือ คลื่นพลังวิญญาณสายหนึ่งก็ปะทุขึ้น หมัดยักษ์พุ่งเข้าใส่กลุ่มของคุณชายเหมย

เหล่าองครักษ์รับรู้ถึงคลื่นพลังนี้ก็ถึงกับหน้าเปลี่ยน รีบปลุกพลังวิญญาณขึ้นตั้งรับ แต่โชคร้ายความต่างของพลังห่างกันเกินไป ดั่งเอามดไปขวางล้อรถ พวกเขาตายก่อนพลังจะรวมตัวทันเสียอีก

ตอนที่ตาย ทุกคนต่างคิดเพียงว่า “นี่มันตัวตนระดับไหนกันแน่ถึงได้อยู่ที่นี่?”

แต่คุณชายเหมยกลับไม่ตายเพราะผู้ที่ออกหมัดตั้งใจจะปล่อยเขาไว้

เขานั่งตัวแข็งอยู่ตรงนั้น ไม่ใช่ไม่กลัวแต่ขากลับอ่อนหมดแล้ว หนีไปก็ไม่ได้

เสี่ยวไป๋ที่เห็นทุกอย่างด้วยตาก็อึ้งไม่น้อย ไม่คาดคิดเลยว่าในเมืองนี้จะมียอดฝีมือซ่อนอยู่เช่นนี้ คนขายผลไม้แท้ ๆ ยังแข็งแกร่งถึงเพียงนี้?

แต่ที่คาดไม่ถึงยิ่งกว่าคือบทมันผิด

ปกติในสถานการณ์เช่นนี้ คนที่จะออกมือช่วยควรเป็นเขาเองไม่ใช่หรือ? ไฉนครั้งนี้กลับมีคนลงมือก่อน แล้วยังเป็นเจ้าของร้านผลไม้นั่นอีก?

ตามบททั่วไป พ่อค้าควรเป็นคนถูกช่วยส่วนเสี่ยวไป๋ควรเป็นพระเอกช่วยเหลือ นี่กลับกลายเป็นสลับบทกันเสียเฉย ๆ

เสี่ยวไป๋รีบใช้เนตรเทวะสอดส่องข้อมูลของเจ้าของร้านอย่างรวดเร็วเพราะเขาแน่ใจว่าชายผู้นี้ต้องไม่ธรรมดาแน่:

ชื่อ: หงเวยซวี่

เพศ: ชาย

อายุ: 86 ปี

พลัง: ระดับ 127

ขุมอำนาจ: โจรทะเลทรายอันดับหนึ่ง

ตำแหน่ง: หัวหน้าพ่อครัวประจำกลุ่มโจรทะเลทรายอันดับหนึ่ง

สถานะ: มีฐานะเทียบเท่าหัวหน้ากลุ่ม สนิทสนมดั่งพี่น้องกับอู๋ม่อหย่งและผู้นำตระกูลมู่แห่งซีโจว

“เหวอ” ตอนอ่านบรรทัดต้น ๆ เสี่ยวไป๋ยังรู้สึกเฉย ๆ แต่พออ่านถึงบรรทัดท้ายก็แทบหลุดเสียงออกมา โชคชะตาช่างแปลกเหลือเกิน โลกนี้มันช่างคับแคบเสียจริง

“เกิดอะไรขึ้น?” เอ๋อร์โก่วกับคนอื่น ๆ รีบเข้ามาเพราะมีไม่กี่เรื่องเท่านั้นที่จะทำให้เสี่ยวไป๋ตกใจขนาดนี้

“เจ้าของร้านคนนี้ มีสายสัมพันธ์กับอู๋ม่อหย่งและสนิทกันมากเสียด้วย” เสี่ยวไป๋ตอบ เห็นทีไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ยังเจอพรรคพวกของตนอยู่ร่ำไป

“หา? เกี่ยวข้องกับอู๋ม่อหย่งนั่นรึ?” สีหน้าของเอ๋อร์โก่วเต็มไปด้วยความไม่เชื่อเพราะบุคลิกของเจ้าของร้านต่างจากอู๋ม่อหย่งสุดขั้ว ดูแล้วไม่น่าจะเข้ากันได้เลยสักนิด

“รอดูต่อไปก็แล้วกัน ข้าจะไปถามให้แน่ใจ” วิธีพิสูจน์ดีที่สุดก็คือถามด้วยตัวเอง

ระหว่างที่เสี่ยวไป๋กำลังหารือกัน หงเวยซวี่ก็กำลังจัดการคุณชายเหมย เขาผนึกพลังอีกฝ่าย แล้วมัดด้วยเชือกแน่นหนา

“ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ พ่อข้าน่ะเป็นผู้ฝึกบำเพ็ญเพียรระดับ 129 เลยนะ ถ้าเขารู้ว่าเจ้าทำแบบนี้กับข้า เขาไม่ปล่อยเจ้าแน่” คุณชายเหมยเมื่อไร้พลังก็เหลือเพียงสภาพคนไร้ค่า ดิ้นรนไปเท่าไรก็ไร้ประโยชน์

“เชอะ ระดับ 129 แล้วอย่างไร? ทำเหมือนข้าจะกลัวนัก ข้าทำแบบนี้ก็เพราะเจ้ามันหาเรื่องก่อนต่างหาก ข้ากำลังสั่งสอนเจ้าแทนพ่อเจ้าน่ะ ถ้าเขามา เขาคงต้องขอบคุณข้าเสียด้วยซ้ำ” หงเวยซวี่พูดจาอย่างไม่ใยดีก่อนจะหยิบผลไม้ลูกโตขึ้นมากัดอย่างสบายใจ

เสี่ยวไป๋กับพวกดูแล้วก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ผู้คนรอบข้างนี่สิพากันดูเหตุการณ์ด้วยใจเต้นรัวจนจะหลุดออกจากอกอยู่แล้ว

จบบทที่ บทที่ 147 แล้วเจ้าขอบคุณเขาหรือยัง?

คัดลอกลิงก์แล้ว