เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 141 มันต่างกันตรงไหน?

บทที่ 141 มันต่างกันตรงไหน?

บทที่ 141 มันต่างกันตรงไหน?


บทที่ 141 มันต่างกันตรงไหน?

“เอาล่ะ ต่อไปถึงคิวของไฮไลต์ประจำค่ำคืนนี้แล้ว” เสี่ยวไป๋เช็ดมือกับปากด้วยกระดาษอย่างใจเย็น จากนั้นก็ลุกขึ้นยืนพลางตบฝ่ามือเบา ๆ นี่แหละถึงเวลาจุดไฟเผาหยกวิญญาณแล้ว

“ไฮไลต์อะไรหรือ?” เอ๋อร์โก่วกับพรรคพวกเงยหน้าขึ้นมามองเสี่ยวไป๋ด้วยแววตาสงสัย

เสี่ยวไป๋หาได้ตอบคำถามไม่หากแต่ควักเครื่องเผาหยกวิญญาณออกมาจากแหวนมิติ

ใช่แล้วมันคือเครื่องคั้นน้ำผลไม้จากนั้นก็วางมันไว้กลางโต๊ะอย่างภูมิใจ

“เจ้าสิ่งนี้มันอันใดกัน?” เอ๋อร์โก่วกระโดดขึ้นมาทันที ใช้อุ้งเท้าตบเครื่องหนึ่งสองที

“ก๊อง ก๊อง ก๊อง” เสียงดังตามแรงเคาะ จากนั้นเอ๋อร์โก่วก็หดเท้ากลับแล้วหันมามองเสี่ยวไป๋ “ดู ๆ ไปก็แค่เหล็กก้อนหนึ่ง ไม่มีอะไรพิเศษเลยนี่นา”

“เดี๋ยวเจ้าก็รู้เอง” เสี่ยวไป๋ยิ้มลึกลับก่อนจะล้วงแหวนมิติหยิบแตงโมไร้เมล็ดลูกโตออกมาจากนั้นก็นำมีดผลไม้มาปอกเปลือกหั่นเป็นชิ้น

“เพิ่งกินไปไม่เท่าไหร่ก็จะกินผลไม้แล้วเรอะ?” เอ๋อร์โก่วโดดขึ้นไปข้างโต๊ะเตรียมจะหยิบแตงโมเข้าปากเพราะโดยปกติแล้ว พวกเขาจะกินผลไม้เมื่ออิ่มกันพอสมควรแล้ว ทว่าคราวนี้พึ่งเริ่มไม่เท่าไหร่ เสี่ยวไป๋กลับหั่นผลไม้ออกมาก่อน ทำเอาเอ๋อร์โก่วแปลกใจนัก

“ไสหัวไป เจ้านี่ไม่ใช่ของเจ้า” เสี่ยวไป๋ดีดเอ๋อร์โก่วกระเด็นไปข้างหนึ่ง ไม่เห็นหรือว่าข้ากำลังจะประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์ เจ้านี่ช่างชอบก่อกวนเสียจริง

“???” เอ๋อร์โก่วเต็มไปด้วยคำถาม ไม่ให้ข้ากิน แล้วเจ้าจะให้ใครเล่า?

ไม่ช้า เสี่ยวไป๋ก็หั่นแตงโมทั้งลูกเสร็จจากนั้นจึงเททั้งหมดลงไปในเครื่องคั้นน้ำผลไม้ทันที ของที่ระบบให้มานี่มันยอดจริง ความจุใหญ่โตเกินใคร

“เฮ้ย ๆ ๆเจ้าจะทำอะไรน่ะ?” เอ๋อร์โก่วตบไหล่เสี่ยวไป๋ด้วยความตกใจ นี่เจ้ากำลังเอาแตงโมที่เพิ่งหั่นเสร็จให้เหล็กนี่กินเรอะ? เปลืองของขนาดนี้ ไม่มีใครทำกันแบบนี้หรอก

“เปลืองบ้านเจ้าเถอะ” เสี่ยวไป๋กลอกตาใส่

“ดูให้ดี ถึงเวลาประจักษ์ต่อปาฏิหาริย์แล้ว”

ว่าแล้ว เสี่ยวไป๋ก็หยิบหยกวิญญาณจำนวนหนึ่งออกมาจากแหวนมิติพร้อมแก้วสี่ใบ วางเรียงไว้ใต้ช่องปล่อยน้ำผลไม้ของเครื่องจากนั้นก็โยนหยกวิญญาณใส่ช่องคล้ายช่องหยอดเหรียญ

“นี่มันกินไม่เลือกเลยเรอะ?” เอ๋อร์โก่วตกตะลึงทันทีที่เห็นเสี่ยวไป๋โยนหยกวิญญาณใส่เข้าไป จะกินผลไม้ก็ว่าไปอย่าง แต่นี่มันเล่นกินหยกวิญญาณด้วยเนี่ยนะ แค่กินอย่างใดอย่างหนึ่งยังพอทำใจได้ แต่ดันกินทั้งสองอย่าง

หากเป็นสิ่งมีชีวิตกินผลไม้ถือเป็นเรื่องธรรมดา หากเป็นเครื่องจักรใช้หยกวิญญาณเป็นพลังงานก็สมเหตุสมผล แต่นี่อะไรทั้งกินผลไม้ทั้งกินหยกวิญญาณ มันคือสิ่งใดกันแน่?

ขณะที่หยกวิญญาณถูกใส่เข้าไป เครื่องคั้นน้ำก็ส่งเสียงหวืดดังขึ้น

มันเริ่มทำงานแล้ว

ในพริบตา น้ำแตงโมสด ๆ สีแดงสดก็ไหลออกจากช่อง เสี่ยวไป๋รีบใช้แก้วรองไว้จนได้ครบสี่แก้ว จากนั้นเครื่องก็หยุดทำงานโดยอัตโนมัติ

เสี่ยวไป๋ส่งน้ำแตงโมให้พวกเขาคนละแก้ว แล้วยิ้มบาง “ดื่มเถิด”

เอ๋อร์โก่วรับแก้วน้ำผลไม้มา แต่ยังไม่ดื่ม มันจ้องแก้วใสที่เต็มไปด้วยของเหลวสีแดงสดนิ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “เสี่ยวไป๋ เจ้าคงไม่คิดจะฆ่าพวกข้าใช่ไหม?”

เสี่ยวไป๋เด้งเท้าเตะกลับไปหนึ่งทีพลางด่าว่า “เจ้ามีอาการหวาดระแวงรึไง มันก็แค่น้ำผลไม้ธรรมดา ข้าคิดจะฆ่าเจ้า ข้าจำเป็นต้องลอบฆ่าด้วยรึ?”

หนานกงอวิ๋นม่อกับจางชื่อเกอไม่พูดพล่าม หลังจากรับแก้วน้ำผลไม้ก็ยกซดจนหมดในอึกเดียว

“อร่อยมาก” ทั้งสองกล่าวพร้อมกันพลางแลบลิ้นเลียริมฝีปาก รสชาติมันยอดเยี่ยมเสียจริง

“ข้าก็อยากดื่ม” ระบบอิจฉาจนร้องในใจเพราะไม่มีร่างจริง เสี่ยวไป๋จึงไม่มีเหตุผลจะเตรียมแก้วให้ มันไม่อาจดื่มเองได้เพราะหากดื่มก็จะโดนจับได้แน่

“ดื่มสิ เจ้าดื่มครึ่ง ข้าดื่มครึ่ง” เสี่ยวไป๋นึกเห็นใจระบบขึ้นมาเล็กน้อย เครื่องนี้ระบบหามาแท้ ๆ แต่ตัวเองกลับไม่ได้กินแม้แต่น้อย ดีที่ยังมีข้าคนนี้ ผู้เสียสละอย่างถึงที่สุด มอบทุกอย่างให้เพื่อนพ้อง มิยึดติดสิ่งใด

ระบบก็ไม่เกรงใจ รีบซดครึ่งแก้วในพริบตาก่อนจะเอ่ยชมว่า “หวานมาก”

เสี่ยวไป๋เห็นดังนั้นก็เริ่มอยากลองบ้าง คนอื่นดื่มกันหมดแล้วยังชมไม่หยุดปาก ถ้าไม่ดีจริงก็คงไม่มีทางเป็นแบบนี้

เขาจึงยกแก้วขึ้นดื่มจนหมดในคำเดียว

“ไม่เลว ๆ อร่อยจริง แต่เสียดายไม่ค่อยหวานเท่าไหร่” เสี่ยวไป๋วางแก้วเปล่าลงด้วยความเสียดาย อร่อยจริงแท้แน่นอน แต่ต้นทุนสูงเกินไป เจ้านี่มันเผาหยกวิญญาณแท้ ๆ

“ก็แน่ละสิ ไม่ได้ใส่น้ำตาลนี่นา” ระบบกล่าว

เสี่ยวไป๋พยักหน้าอย่างเห็นด้วย ตัดสินใจว่าเมื่อกลับไปจะต้องซื้อน้ำตาลทรายสักกระสอบ

พลันเขาก็นึกขึ้นได้ว่าเอ๋อร์โก่วยังไม่ได้พูดอะไรเลยจึงหันไปมองว่ามันทำอะไรอยู่

ไม่หันยังดี หันไปปุ๊บเสี่ยวไป๋แทบหัวใจวายตายตรงนั้น

เจ้าเอ๋อร์โก่วกำลังพยายามมุดเข้าไปในเครื่องคั้นน้ำ

แก้วของมันยังวางอยู่บนโต๊ะแถมถูกเลียจนสะอาดเอี่ยมอ่อง ไม่มีหยดน้ำหลงเหลือแม้แต่น้อย สะอาดยิ่งกว่าล้างด้วยน้ำเสียอีก

แก้วเสียหายไม่เป็นไรเพราะสามารถเปลี่ยนได้ แต่เครื่องคั้นน้ำไม่เหมือนกัน

อย่าลืมว่าเอ๋อร์โก่วนั้นมีรูปลักษณ์เหมือนสุนัขฮัสกี้เป๊ะทุกประการ ซึ่งสิ่งเดียวที่ฮัสกี้เก่งที่สุดคืออะไร?

การทำลายล้าง การรื้อบ้าน

ตำแหน่งหัวหน้าหน่วยรื้อบ้านน่ะไม่ได้ได้มาฟรี ๆ

เสี่ยวไป๋จึงรีบใช้วิชาเคลื่อนย้ายฉับพลันมาคว้าคอเอ๋อร์โก่วทันที

“เอ๋อร์โก่ว เจ้าคิดจะทำอะไร?” ดีที่ข้ารู้ตัวเร็วไม่งั้นเจ้าก้อนเหล็กนี่คงไม่รอดจากเงื้อมเท้าเจ้าแน่

แต่เสี่ยวไป๋จับได้ไม่แน่น เอ๋อร์โก่วสะบัดทีเดียวก็หลุดจากมือทันที

“เจ้าจะตกใจไปใย? ข้าแค่อยากดูโครงสร้างของมันเท่านั้นเอง” เอ๋อร์โก่วพูดอย่างไม่สะทกสะท้าน ก็แค่จะดูเครื่องนิดหน่อย เจ้าโวยวายไปทำไมกัน ข้าไม่ได้จะรื้อมันเสียหน่อย

ข้าก็กลัวนั่นแหละว่าเจ้าจะรื้อมันจริง ๆ

“เครื่องนี่คือเครื่องคั้นน้ำผลไม้ที่ข้าเคยเล่าให้เจ้าฟังนั่นแหละ เป็นก้อนเหล็กที่เมื่อใส่ผลไม้กับหยกวิญญาณเข้าไปมันก็จะทำงานเอง ไม่มีอะไรซับซ้อนเลย” เสี่ยวไป๋รีบบอกวิธีทำงานของมันกับเอ๋อร์โก่วโดยละเอียด เขากลัวจริง ๆ ว่าถ้าปล่อยให้สงสัยไว้นานกว่านี้เครื่องนี้ได้กลายเป็นซากแน่นอน

“หยกวิญญาณ? ที่แท้มันก็ใช้หยกวิญญาณจุดพลังเองหรือ ข้านึกว่ามันกินหยกวิญญาณเสียอีก” เอ๋อร์โก่วพยักหน้าเข้าใจในทันที ที่แท้มันไม่ได้กินแต่ใช้พลังนี่เอง

“มันต่างกันตรงไหน?” เสี่ยวไป๋ย้อนกลับด้วยแววตาไร้แวว สำหรับเขาแล้วใช้หรือกินมันก็เหมือนกันนั่นแหละเพราะทุกครั้งก็ต้องใส่หยกวิญญาณชั้นกลาง 1,000 ก้อน ไม่มาก ไม่น้อย ไม่มีคลาดเคลื่อนแม้แต่ก้อนเดียว เป๊ะยิ่งกว่านาฬิกาทรายเทพเจ้า

“มีผลไม้อื่นอีกไหม? ข้าขอดื่มอีกสักแก้วเถิด อยากลองรสชาติอื่นดูบ้าง” เอ๋อร์โก่วคลั่งไคล้รสน้ำผลไม้เข้าเสียแล้ว เมื่อครั้งยังอยู่แดนเทพ เขาไม่เคยรู้เลยว่าผลไม้ยังสามารถนำมาทำเช่นนี้ได้

วันนี้ได้เปิดโลกทัศน์ครั้งใหญ่ รสชาติเช่นนี้ช่างตราตรึงใจไม่รู้ลืม ไม่รู้ใครกันเป็นผู้คิดค้นเจ้าเครื่องนี้ออกมา ขอคารวะ

จบบทที่ บทที่ 141 มันต่างกันตรงไหน?

คัดลอกลิงก์แล้ว