- หน้าแรก
- ไร้เทียมทานตั้งแต่เริ่ม
- บทที่ 136 เจ้าคิดจะเอาชีวิตข้าหรือไร
บทที่ 136 เจ้าคิดจะเอาชีวิตข้าหรือไร
บทที่ 136 เจ้าคิดจะเอาชีวิตข้าหรือไร
บทที่ 136 เจ้าคิดจะเอาชีวิตข้าหรือไร
เสี่ยวไป๋พาเอ๋อร์โก่วและพวกพ้องเดินทางต่อ มุ่งหน้าไปยังร้านค้าที่พวกเขากำลังตามหา
หลังจากที่พวกเขาจากไป บรรดาผู้ชมที่รายล้อมก็ต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องราวเมื่อครู่ บางคนถึงกับกล้าตามพวกเขาไปอย่างเงียบเชียบ
“นึกไม่ถึงเลยว่าบรรพชนแห่งตระกูลหานผู้มีพลังถึงขีดสุดของระดับราชาศักดิ์สิทธิ์จะถูกท่านผู้นั้นปัดมือเพียงคราเดียวก็ดับดิ้นสิ้นชีพ” ผู้คนต่างพากันถอนหายใจ เดิมทีพวกเขาเห็นเสี่ยวไป๋ยังเยาว์วัย หน้าตาก็หล่อเหลาก็เลยนึกว่าเป็นแค่คุณชายรูปงามไร้ฝีมือหรือไม่ก็ลูกคุณหนูจากขุมอำนาจใหญ่มาเที่ยวหาประสบการณ์ ช่างไม่น่าเชื่อว่าที่แท้เขาจะเป็นยอดผู้บำเพ็ญเพียรผู้เร้นกาย
“ศาสตร์ชะลอวัยเช่นนี้หาชมได้ยากนัก มีแต่เพียงสำนักใหญ่หรือขุมอำนาจชั้นสูงเท่านั้นที่จะครอบครองไว้ ภายนอกแทบไม่เคยแพร่ออกมาเลย” ครานี้ทุกคนต่างเข้าใจว่าเสี่ยวไป๋คงใช้ศาสตร์ชะลอวัย ไม่เช่นนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะดูหนุ่มแน่นเช่นนี้
หากเสี่ยวไป๋ล่วงรู้คงตบหน้าตัวเองพลางพูดว่า “ดูนี่ ดูนี่ หน้าตาหล่อแบบนี้ธรรมชาติล้วน ๆ ข้าไม่เห็นจะต้องพึ่งศาสตร์ชะลอวัยเลยสักนิด”
ภายในร้านค้าแห่งหนึ่ง เอ๋อร์โก่วเบิกตากว้างจ้องมองเสี่ยวไป๋ขณะกำลังเลือกซื้อของ
“พ่อค้า ที่นี่มีมีดผลไม้ไหม?” เสี่ยวไป๋เงยหน้าถามพนักงาน
“ท่าน...ท่านผู้อาวุโส...พวกเราไม่ได้ขายมีดผลไม้ขอรับ” พนักงานมีท่าทางตระหนกไม่น้อย เมื่อเห็นฝูงชนที่ตามเสี่ยวไป๋มา เขาก็เข้าใจได้ทันทีว่าอีกฝ่ายมิใช่บุคคลที่เขาจะล่วงเกินได้
เขารู้สึกว่าท่านผู้อาวุโสท่านนี้คงตั้งใจมาหาเรื่องเสียมากกว่าเพราะเขาไม่เคยเจอใครในเมืองชายแดนทะเลทรายที่มาถามหามีดผลไม้ หากเป็นคนธรรมดาเขาคงขับไล่ไปแล้ว แต่กับบุคคลตรงหน้ากลับไม่อาจทำเช่นนั้นได้เลย
“เจ้าอยากได้มีดผลไม้ไปทำอะไร?” เอ๋อร์โก่วไม่มีความเกรงใจแม้แต่น้อยดึงตัวเสี่ยวไป๋ไว้แล้วซักถามทันที ตอนนี้เขาเริ่มสงสัยในสติของเสี่ยวไป๋แล้ว นี่เรากำลังจะไปทะเลทรายนะ ไม่ใช่ป่าอเมซอน เจ้าจะซื้อมีดอะไรก็ได้ แต่เลือกมีดผลไม้มันไม่สมเหตุสมผลเลย
“เจ้าบื้อหรืออย่างไร? ก็เอาไว้หั่นผลไม้กินน่ะสิ” เสี่ยวไป๋จ้องเขากลับด้วยสายตาเหมือนมองคนโง่จากนั้นก็หันไปถามพนักงานต่อ “ว่าแต่ที่นี่มีเครื่องคั้นน้ำผลไม้ไหม?”
“???” ครานี้พนักงานถึงกับอึ้งสนิท
“ขอ...ขออภัยท่านผู้อาวุโส เครื่องคั้นน้ำผลไม้คือสิ่งใดหรือ? ข้ามิเคยได้ยินมาก่อนเลย”
“เฮ้อ อันนี้ก็ไม่มีอีกหรือ? ช่างเถอะ ๆ” เสี่ยวไป๋ถอนหายใจ ใจอยากดื่มน้ำผลไม้สักแก้วทำไมมันถึงได้ยากเย็นเช่นนี้นะ
“ของพรรค์นี้แน่นอนว่าไม่มีอยู่แล้ว เจ้ามาหวังอะไรกับร้านค้าในโลกแฟนตาซี?” ระบบกล่าวประชด
“เจ้าว่าก็มีเหตุผลดี” เสี่ยวไป๋พยักหน้าเห็นด้วยจากนั้นก็ถามกลับไปว่า “ระบบ เจ้าล่ะ มีเครื่องคั้นน้ำผลไม้ไหม?”
“ไม่มี” ระบบตอบอย่างเฉียบขาด ไร้ความลังเลแม้แต่น้อย
“เจ้ามิใช่ระบบไร้เทียมทานหรือ? เครื่องคั้นน้ำผลไม้แค่นี้ยังไม่มีอีก?” เสี่ยวไป๋มองอย่างดูแคลน เขารู้สึกว่าสมญานามระบบไร้เทียมทานนี่เกินจริงไปหน่อยแล้ว
“ใครมันจะคิดว่าเจ้าจะมาโลกแฟนตาซีเพื่อใช้ชีวิตหรูหรา เจ้าชอบร้องขอของแปลกประหลาดอยู่เรื่อย ลองไปหาให้ดีเถิดว่ามีระบบไหนมันมีเครื่องคั้นน้ำผลไม้กันบ้าง ของข้ามีแต่รถขุด ไม่มีเครื่องคั้น” ระบบรู้สึกว่าตัวเองคงจะถูกเจ้าของระบบทำให้พังในเร็ววัน แต่ละคนมีแต่ระบบทำให้เจ้าของปวดหัว แต่คราวนี้กลับกัน ข้าแทบจะโดนเจ้าเจ้าของระบบเล่นจนบ้า
“เสี่ยวไป๋ แล้วเครื่องคั้นน้ำผลไม้นั่นมันคืออะไร?” เอ๋อร์โก่วผู้เกิดมาเพื่อกินย่อมไวต่อสิ่งของเกี่ยวกับอาหารอย่างยิ่ง เขาจึงเชื่อว่าเจ้านี่ต้องเป็นของวิเศษแน่
“มันเป็นของสำหรับทำน้ำผลไม้ ดื่มแล้วอร่อยมาก แต่น่าเสียดายที่นี่ไม่มี” เสี่ยวไป๋ตอบ นึกเสียใจอยู่ในใจหากรู้ล่วงหน้าว่าจะข้ามภพได้ เขาคงเอาเครื่องคั้นจากบ้านติดตัวมาด้วย ไม่เช่นนั้นคงไม่ลำบากเช่นนี้ แต่แบบนั้นก็คงต้องนอนกอดเครื่องคั้นน้ำทุกคืน
“แล้วที่ไหนมีล่ะ? ไปหาเร็วเข้า” เอ๋อร์โก่วเริ่มจินตนาการถึงรสชาติของน้ำผลไม้จนเผลอกลืนน้ำลายออกมาโดยไม่รู้ตัว
“มันหายากน่ะสิ ไม่อย่างนั้นข้าคงไม่กลุ้มใจขนาดนี้หรอก” เสี่ยวไป๋ถอนใจอีกครา
“ไปเถอะ ๆ ไปร้านต่อไป เราไปซื้ออย่างอื่นกันก่อน” เสี่ยวไป๋กล่าวด้วยความผิดหวัง
“ว่าแต่เจ้าของระบบ ข้ามีวิธีหาเครื่องคั้นน้ำผลไม้มาให้เจ้าได้” จู่ ๆ ระบบก็เอ่ยขึ้นก่อนจะเว้นจังหวะเล็กน้อยแล้วกล่าวต่อ “แต่...มันมีค่าตอบแทนอยู่นะ”
“ค่าตอบแทน? ไม่เป็นไร เจ้าแค่ไปหามาเถิด ข้าไม่เชื่อหรอกว่าจะมีค่าตอบแทนใดที่ข้ารับไม่ได้” เสี่ยวไป๋ที่เมื่อครู่ยังห่อเหี่ยวกลับสดชื่นขึ้นมาทันที ได้ยินว่าจะหาเครื่องคั้นน้ำได้ก็แทบจะดีใจจนกระโดดโลดเต้น ยังไงเขาก็เป็นผู้ไร้เทียมทาน ไม่เชื่อว่าจะมีสิ่งใดที่เขารับไม่ไหว
“หนึ่งครั้ง 1,000 หยกวิญญาณชั้นกลาง” ระบบเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเพราะมันรู้ดีว่าคำพูดถัดไปของเสี่ยวไป๋จะเป็นเช่นไร
“อะไรนะ?” เสี่ยวไป๋แทบสิ้นสติในทันทีเมื่อได้ยินตัวเลขนั้น
“ครั้งละหนึ่งพันหยกวิญญาณชั้นกลาง? เจ้านี่มันคิดจะเอาชีวิตข้าเลยหรือไง”
“ไม่ใช่เจ้าหรือที่บอกว่าไม่กลัวแถมยังบอกให้ข้าจัดการตามสะดวกอีกด้วย” ระบบหัวเราะเยาะพลางรู้สึกว่ามองเห็นเสี่ยวไป๋หน้าเสียเช่นนี้ มันก็รู้สึกสดชื่นดี
“พี่ชาย ข้าบอกให้เจ้าจัดการตามสะดวก แต่ไม่ใช่หมายความว่าจะให้เจ้าถล่มกระเป๋าข้าแบบนี้ หนึ่งพันหยกวิญญาณชั้นกลางต่อหนึ่งแก้วแบบนี้ ข้าดื่มไปก็เหมือนกลืนโลงเข้าไป” เสี่ยวไป๋กุมอกแน่น รู้สึกว่าอีกเดี๋ยวตนคงจะหัวใจวายตายจริง ๆ
“ว่าแต่ หนึ่งครั้งได้กี่ตัน?” เสี่ยวไป๋ยังไม่ยอมแพ้ ถึงจะแพง แต่ใช้แล้วก็ควรจะได้เยอะหน่อย
“กี่ตัน? เจ้ากำลังฝันกลางวันอยู่ละสิ หนึ่งครั้งได้หนึ่งแก้ว แก้วละห้าร้อยห้าสิบมิลลิลิตร ไม่มากไม่น้อย แม่นยำเป๊ะ” ระบบพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
“ผั่ก” เสี่ยวไป๋แทบจะกระอักเลือดออกมา หนึ่งแก้วห้าร้อยห้าสิบมิลลิลิตรนี่มันจะดื่มอะไรได้ แค่พวกเขาสองสามคนก็ดื่มหมดแล้วยังไม่นับเอ๋อร์โก่วจอมกินอีก
“เจ้ารู้สึกถึงความเจ็บปวดของความจนหรือยัง?” ระบบหัวเราะอย่างชั่วร้าย พี่เอ๋ย ไม่ใช่แค่ในอดีตหรอก ตอนนี้ก็ยังลำบากอยู่ดี
“พอที ข้าแทบบ้าแล้ว” เสี่ยวไป๋ร้องห้ามระบบไม่ให้พูดต่อเพราะไม่เช่นนั้นเขาคงนอนไม่หลับไปหลายคืน ไม่สิ ต่อไปนี้คงไม่มีคืนไหนได้นอนเลยด้วยซ้ำเพราะทุกครั้งที่หลับตาในหัวจะมีแต่คำว่าจน
จบแล้ว เสี่ยวไป๋ตอนนี้ตกอยู่ในห้วงแห่งความหวาดผวาที่ถูกครอบงำด้วยความจนโดยสิ้นเชิง
“เอาล่ะ สรุปว่าเจ้าจะเอาเครื่องคั้นน้ำไหม?” ระบบถามย้ำอีกครั้งหากเสี่ยวไป๋ไม่เอามันก็จะเก็บเครื่องคั้นคืน
“เอา แน่นอนว่าเอา เงินน่ะเป็นของที่หามาได้ง่ายที่สุดในโลกนี้ ข้าไม่สนใจเรื่องเงิน” เสี่ยวไป๋ตอบไปพลางรู้สึกเจ็บปวดในใจอย่างยิ่งยวด นี่มันช่างยากเย็นยิ่งนัก การไร้เงินนี่มันช่างทรมานจริง ๆ