เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 135 เข้าใจไหม?

บทที่ 135 เข้าใจไหม?

บทที่ 135 เข้าใจไหม?


บทที่ 135 เข้าใจไหม?

“สรุปก็คือตอนพวกข้าไม่อยู่เจ้าห้ามใช้วิชานี้เด็ดขาดเข้าใจไหม?” เอ๋อร์โก่วหันไปมองหนานกงอวิ๋นม่อด้วยสีหน้าจริงจัง

“เข้าใจแล้ว เข้าใจแล้วขอรับ” หนานกงอวิ๋นม่อพยักหน้าหนัก ๆ หลายครั้ง

“เอ๋อร์โก่ว แล้วทำไมวิชานี้ถึงทำให้เจตจำนงสวรรค์โกรธล่ะ? ข้าไปทำอะไรมันหรือไง?” เสี่ยวไป๋เริ่มหงุดหงิด ใครจะโกรธเขา เขาไม่สนใจหรอก แต่นี่ขนาดเจตจำนงสวรรค์ยังตามรังควานเขาอีก มันไม่มากไปหน่อยเรอะ?

“เพราะเจ้าดันถ่ายทอดวิชาที่มันแรงเกินไปให้กับอวิ๋นม่อน่ะสิ วิชาที่เขาใช้ไปเมื่อครู่มันทะลุขีดจำกัดของวิชาทั้งหมดที่โลกนี้รับได้ เจตจำนงสวรรค์ในฐานะผู้รักษาสมดุลของโลก แน่นอนว่ามันต้องกำหนดขอบเขตของสิ่งต่าง ๆ เอาไว้โดยเฉพาะวิชาต่อสู้ พอมีใครฝืนทะลุขอบเขตนั้น มันก็จะลงมือสังหารเพื่อรักษาสมดุลนั่นแหละหน้าที่ของมัน” เอ๋อร์โก่วอธิบาย

“แปลว่าแต่ละโลกก็มีเจตจำนงสวรรค์เป็นของตัวเองสินะ?” เสี่ยวไป๋ยังคงเลือกผักอยู่พลางถาม

“ไม่ใช่ทุกโลก เจตจำนงสวรรค์จะมีเฉพาะในโลกชั้นต่ำเท่านั้น โลกชั้นสูงมันควบคุมไม่ไหวแต่ในโลกชั้นต่ำเนี่ยมีแน่นอน ไม่ว่าที่นั่นจะมีสิ่งมีชีวิตอยู่หรือไม่ แม้กระทั่งดาวที่ตายแล้วก็ยังมีเจตจำนงสวรรค์ แล้วไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็กแค่ไหน ถ้ามันยังเป็นโลกชั้นต่ำก็ต้องมี” เอ๋อร์โก่วสาธยายยาวเหยียด

“งั้นโลกชั้นสูงคงมีพวกเทพเป็นคนดูแลสินะ?” เสี่ยวไป๋พอเข้าใจภาพรวมเกี่ยวกับเจตจำนงสวรรค์แล้ว ตอนนี้ก็อยากรู้ต่อว่าเทพในโลกชั้นสูงมีบทบาทยังไง

“ใช่ โลกชั้นสูงจะมีเทพดูแล แต่เทพที่แข็งแกร่งจริง ๆ มันไม่อยากมายุ่งหรอก มันก็เลยผลักงานให้พวกเทพขั้นล่างมาดูแลแทน แล้วพวกเทพก็มีหลายประเภท เรื่องนี้ข้ายังไม่อยากเล่าเพราะถ้าจะอธิบายมันจะวกวนเกินไป เอาไว้ก่อนดีกว่า” จากนั้นเอ๋อร์โก่วก็เริ่มสาธยายเรื่องเจตจำนงสวรรค์ต่อ

หลังจากได้ฟังคำอธิบายแบบหมดเปลือก เสี่ยวไป๋ก็เข้าใจในที่สุดว่าเจตจำนงสวรรค์ก็ไม่ต่างอะไรกับแอปจัดการที่เทพโหลดมาติดตั้งไว้ไว้คอยดูแลโลกชั้นต่ำให้โดยอัตโนมัติเพราะพวกเทพขี้เกียจมานั่งจัดการเอง แต่บางครั้งแอปนี้ก็น่ารำคาญเหมือนกัน

“เดี๋ยวนะ ถ้าเป็นแบบนี้งั้นที่ข้าถ่ายทอดวิชาระดับโหดให้พวกเขาไปมันจะมีประโยชน์อะไรล่ะ? ถึงใช้ได้ แต่ก็โดนเจตจำนงสวรรค์เล่นงานอยู่ดี แล้วทีนี้พอข้าไม่อยู่ด้วย อวิ๋นม่อก็จะไม่มีทางใช้ได้เลยน่ะสิ? แบบนี้ไม่เจ็บใจแย่หรือ?” เสี่ยวไป๋นึกได้ถึงปัญหาใหญ่เข้าให้

“ก็ไม่ได้ห้ามใช้ซะทีเดียว แค่ห้ามใช้ให้มันตูมตามแบบนั้นต่างหาก อย่างเช่นกระบวนท่าที่อวิ๋นม่อเพิ่งใช้ไปเมื่อกี้ เขาน่าจะปล่อยพลังขั้นสูงสุดของมันออกมาเลยใช่ไหมล่ะ วิชาแบบนั้นมันโคตรโหดต้องใช้ร่างกายระดับเทพถึงจะทนได้ ถ้าไม่ใช่เจ้าที่ช่วยรักษาไว้ทันเวลา ป่านนี้เส้นลมปราณของอวิ๋นม่อคงขาดสะบั้นหมดแล้ว” เอ๋อร์โก่วเองก็เหนื่อยใจกับหนานกงอวิ๋นม่อ อาจารย์อย่างเสี่ยวไป๋บ้าพลังได้เพราะมีพลังพอจะรองรับ แต่เจ้าเลียนแบบความบ้าไปด้วยแบบนั้นมันไม่ไหวหรอก แค่นี้ยังจะถอนหญ้าในแดนเทพยังไม่ได้เลย

“ขอรับ” หนานกงอวิ๋นม่อลูบจมูกอย่างละอาย

“งั้นเราจะรู้ได้ยังไงล่ะว่าแบบไหนใช้ได้ แบบไหนใช้แล้วจะโดนเจตจำนงสวรรค์ตามฆ่า?” เสี่ยวไป๋ถามต่อเพราะประเด็นนี้สำคัญมาก

“ไม่มีตัวเลขตายตัวหรอก แต่ถ้าพลังที่ใช้ไม่เกินขีดจำกัดของร่างกายโดยรวม ร้อยเท่าก็ยังปลอดภัยอยู่นะ ข้าย้ำนะว่าร่างกายโดยรวมที่รวมถึงอุปกรณ์ เคล็ดวิชา โอสถและอื่น ๆ ไม่ใช่แค่ร่างกายดิบ ๆ ของเจ้า” เอ๋อร์โก่วตอบหลังจากครุ่นคิดส่วนใหญ่คนธรรมดาแค่สิบเท่าก็ไม่รอดแล้ว ร้อยเท่านี่คือเกินมนุษย์ต้องเตรียมฝังทั้งเป็นเลย

“ยังไงก็เถอะ พยายามใช้ให้น้อยเข้าไว้จะดีที่สุด แต่ถ้าข้ากับเจ้าอยู่ด้วยจะใช้ยังไงก็เชิญเลย” เอ๋อร์โก่วแอบยืดอก อย่างน้อยวันนี้ก็ได้โชว์เท่เสียที

“รับทราบ ท่านเอ๋อร์โก่ว” หนานกงอวิ๋นม่อกล่าวด้วยน้ำเสียงเคารพ

“เจ้าด้วยจางชื่อเกอ เจ้าก็น่าจะได้รับวิชาระดับสูงจากเสี่ยวไป๋แล้วเหมือนกัน เจ้าเองก็ห้ามใช้ตอนเราไม่อยู่” เอ๋อร์โก่วหันไปทางจางชื่อเกอ

“รับทราบ ท่านเอ๋อร์โก่ว” จางชื่อเกอก็รับคำอย่างนอบน้อม

“เอาล่ะ รีบซื้อของให้เสร็จ พอซื้อเสร็จออกมาพอดีพวกตระกูลหานก็คงมาตามล้างแค้นแล้ว” เสี่ยวไป๋คำนวณเวลาแล้วกล่าวเตือน

จากนั้นทั้งสี่ก็แยกกันไปซื้อของเพื่อความรวดเร็วและได้ของถูกใจแต่ละคน

ไม่นานหลังจากนั้น

“ขอให้กลับมาอีกครั้งนะขอรับ” พนักงานร้านยิ้มแย้มกล่าวอำลาเสี่ยวไป๋ด้วยความเคารพ คนที่เป็นอาจารย์ของยอดฝีมือระดับนั้นตัวตนย่อมไม่ธรรมดาแน่

“อื้ม ขอบใจนะ” เสี่ยวไป๋ตอบกลับ แล้วก็เตรียมจะออกไปซื้อของต่อ

“หยุดก่อน ใครฆ่าลูกข้า” เสียงคำรามดังกึกก้องจากฟากฟ้า ขบวนผู้คนกลุ่มใหญ่บินตรงมาด้วยโทสะลุกโชน

เมื่อครู่ยังนั่งกินข้าวอยู่ดี ๆ ก็มีองครักษ์มารายงานว่าคุณชายตายแล้ว พวกเขาตกใจจนแทบคายข้าว รีบมาดูศพให้เห็นกับตาสุดท้ายก็พบว่าตายจริงไม่เหลือแม้แต่กระดูก

“เจ้าบ้านั่นมาแล้ว หัวหน้าตระกูลหาน” เหล่าชาวบ้านที่ติดตามดูเหตุการณ์ต่างตะโกนรายงานสถานการณ์

“หัวหน้าตระกูลรุ่นก่อนก็มาด้วย”

“ไม่ใช่แค่นั้นนะ เหล่าผู้อาวุโสกับแขกรับเชิญของตระกูลหานก็มาครบเลย” เสียงซุบซิบดังทั่วท้องถนน

“หนวกหู” เสี่ยวไป๋สะบัดมือเบา ๆ ฝ่ายที่มาตามล้างแค้นก็หายวับไปราวกับไม่เคยมีตัวตน เสียชีวิตทันที ทุกอย่างรวดเร็วจนไม่มีใครตั้งตัวทัน แม้แต่บทพูดยังไม่ทันพูดจบก็ไปเกิดใหม่แล้ว

“ไปกันเถอะ” เสี่ยวไป๋หันกลับไปเรียกเอ๋อร์โก่วกับพวก แล้วก็เดินหาของต่อ ทิ้งไว้เพียงฝูงผู้ชมที่อ้าปากค้างกันเป็นแถว

“เฮ้ เฮ้ เฮ้ เจ้าจะไปไหนอีกล่ะ?” เอ๋อร์โก่วมองเสี่ยวไป๋แล้วร้องเรียก “ของก็ซื้อครบแล้วยังไม่บินหนีอีก จะอยู่ต่อทำไม? หรือว่าจะอยู่ต่อไปนวดฝ่าเท้า?”

“ซื้อของไง เดี๋ยวเราจะต้องเข้าไปในทะเลทราย ยังไงก็ต้องเตรียมของจำเป็นให้พร้อมก่อน” เสี่ยวไป๋ตอบอย่างสบาย ๆ ข้าจะข้ามทะเลทรายแบบคนอื่นไม่ได้หรอก ข้าต้องเป็นคนพิเศษ

“ของจำเป็น?” เอ๋อร์โก่วกับพวกเริ่มงง ของจำเป็นมันก็อาหารกับน้ำไม่ใช่เรอะ? จะมีอะไรอีก?

“ไปเถอะ เดี๋ยวก็รู้เอง” เสี่ยวไป๋ยิ้มลึกลับ ในใจนั้นวางแผนเรียบร้อยแล้ว รู้แล้วล่ะว่าจะข้ามทะเลทรายยังไงแบบเนียน ๆ

จบบทที่ บทที่ 135 เข้าใจไหม?

คัดลอกลิงก์แล้ว