- หน้าแรก
- ไร้เทียมทานตั้งแต่เริ่ม
- บทที่ 134 เขาจะโกรธก็ให้เขาโกรธไป
บทที่ 134 เขาจะโกรธก็ให้เขาโกรธไป
บทที่ 134 เขาจะโกรธก็ให้เขาโกรธไป
บทที่ 134 เขาจะโกรธก็ให้เขาโกรธไป
ในดินแดนอันห่างไกล สองผู้อาวุโสที่ติดสอยห้อยตามออกมาทำภารกิจกับสตรีศักดิ์สิทธิ์ ยังมัวตะลอนเที่ยวชมทิวทัศน์กันอย่างสนุกสนาน ราวกับลืมสิ้นว่าตนเองมีภารกิจติดตัวมาด้วย
“ปรากฏการณ์ฟ้าดิน เคล็ดวิชาเทพปรากฏ เจ้าแน่ใจหรือว่าเราจะไม่ไปดูซักหน่อย?” ผู้อาวุโสคนหนึ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น เขาแทบจำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่เห็นเคล็ดวิชาเทพมันนานแค่ไหน
“แน่นอนว่าไม่ไป ข้าถามเจ้าหน่อยเถอะ ถ้าไปเราจะแย่งมาได้ไหมล่ะ?” อีกคนหันมาถาม
ผู้อาวุโสที่พูดก่อนหน้าได้แต่ส่ายหน้า เคล็ดวิชาเทพไม่ใช่ของที่มีแต่พวกเขาเห็น ขุมอำนาจอื่นก็ต้องเห็นด้วยแน่นอน พวกเขาแค่สองคน ต่อให้เก่งแค่ไหนก็สู้พวกนั้นไม่ได้ ยิ่งถ้ามีจักรพรรดิเทพเข้ามายุ่งล่ะก็ยิ่งหมดหวัง
“แล้วต่อให้เราแย่งมาได้ เจ้าคิดว่าท่านผู้นั้นจะยกให้เรารึ?” เขาถามต่อ
ผู้อาวุโสอีกคนส่ายหน้ารัว ๆ เรื่องเพ้อเจ้อแบบนั้นไม่มีทางเกิดขึ้นแน่ ท่านผู้นั้นจะยกเคล็ดวิชาเทพให้พวกเขา? ถ้ามันแจกง่ายขนาดนั้น เคล็ดวิชาเทพคงกลายเป็นผักกาดไปแล้ว
“นั่นแหละถูกแล้ว ตอนนี้ที่เราควรทำคือเที่ยวให้คุ้ม สนุกให้เต็มที่ ช่วงเวลาทำภารกิจแบบอยู่สวรรค์นี้อาจจะไม่ได้มีอีกแล้วนะ” เขาพยักหน้าอย่างภาคภูมิใจ ปลื้มที่อีกฝ่ายเริ่มเข้าใจ
พูดจบ ทั้งคู่ก็กลับไปชมวิวต่อ ทิ้งภารกิจไว้เบื้องหลังอย่างไม่ไยดี
อีกด้านหนึ่ง ที่หน้าซากโบราณสถาน
สตรีศักดิ์สิทธิ์เงยหน้ามองท้องฟ้าที่เพิ่งสิ้นสุดปรากฏการณ์ฟ้าดินไป เอ่ยพึมพำว่า “ฟ้าดินจะสลายเร็วขนาดนี้ได้อย่างไร? ต้องมีคนจงใจแน่” ทว่าทั้งหมดนี้ก็หาได้เกี่ยวข้องกับนางเพราะนางมีหน้าที่ของตนเองอยู่แล้ว
อีกด้านหนึ่ง อู๋ม่อหย่งและชายชุดดำยังคงบินเต็มสปีด
เมื่อปรากฏการณ์ฟ้าดินโผล่ขึ้น ทั้งคู่ก็หยุดกลางอากาศอย่างรวดเร็ว
“ศิษย์พี่ เคล็ดวิชาเทพปรากฏแล้ว” ชายชุดดำชี้ขึ้นฟ้าตะโกน
“นั่นไม่ใช่เคล็ดวิชาเทพ” อู๋ม่อหย่งขมวดคิ้วตอบทันทีเพราะอาจารย์ของเขาเคยสอนวิธีแยกแยะปรากฏการณ์ของเคล็ดวิชาเทพไว้ชัดเจน เขาดูแป๊บเดียวก็จับพิรุธได้ทันที
“ไม่ใช่เคล็ดวิชาเทพ? แล้วมันคืออะไร?” ชายชุดดำสงสัย แล้วจู่ ๆ ก็เกิดปิ๊งขึ้นมาอย่างฉับพลัน
“หรือว่า?”
“ใช่แล้ว” อู๋ม่อหย่งชมเบา ๆ ศิษย์น้องคนนี้หัวดีจริง พูดไม่กี่คำก็เข้าใจได้ทันที ไม่เสียแรงที่อาจารย์ยอมรับ
“หรือว่าเป็นองค์เหนือหัวของข้าจุติ?” คำพูดต่อมาของชายชุดดำทำเอาอู๋ม่อหย่งเกือบหลุดร่วงจากฟ้า
“ไม่ใช่เจ้าเทพบ้าอะไรนั่น มันคือกับดัก” อู๋ม่อหย่งพูดเสียงขุ่น ศิษย์น้องคนนี้วัน ๆ เอาแต่เพ้อเรื่องไร้สาระจนเขาแทบปวดกะโหลก
แต่กระนั้นชายชุดดำคนนี้ก็เป็นศิษย์น้องเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่หลังอาจารย์จากไป ใครจะไม่ดูแลก็แล้วแต่ เขานี่แหละที่ต้องดูแลเอง ต่อให้พูดเรื่องเพ้อเจ้อแค่ไหน เขาก็ไม่เคยโกรธ ถ้าเป็นคนอื่นป่านนี้คงโดนเตะตกฟ้าไปแล้ว
“กับดัก? หมายถึงอะไร?” ชายชุดดำยังไม่เข้าใจ
เห็นท่าศิษย์น้องยังงง อู๋ม่อหย่งเลยตัดสินใจสอนเสียเลย เขาดึงแขนอีกฝ่ายแล้วชี้ขึ้นฟ้า “เห็นไหม? ถ้ามันคือเคล็ดวิชาเทพจริงวังวนสายฟ้าจะหมุนตามเข็มนาฬิกาและหมุนเร็ว แต่ตอนนี้มันหมุนทวนเข็มแถมยังช้า นี่คือการก่อตัวของหายนะสวรรค์ต่างหาก อีกทั้ง…”
ยังไม่ทันอธิบายจบ ปรากฏการณ์ฟ้าดินก็หายวับไป
“ศิษย์พี่แล้วจะสอนต่อไหม?” ชายชุดดำถามด้วยดวงตางุนงง
“ไว้สอนทีหลังแล้วกัน” อู๋ม่อหย่งตอบอย่างกระอักกระอ่วน โธ่เว้ย เล่นหายไวแบบนี้จะหลอกใครได้? ขนาดข้าจะอธิบายยังไม่ทันจบเลย
จากนั้นพวกเขาก็บินต่อ
ในขณะเดียวกัน
ที่ฝั่งของเสี่ยวไป๋
เสี่ยวไป๋มองไปยังคุณชายหานที่ยังนอนสลบอยู่ พูดว่า “ไปฆ่ามันซะ อวิ๋นม่อ”
“รับทราบ อาจารย์” หนานกงอวิ๋นม่อตอบรับแล้วเดินเข้าไปหาเป้าหมาย
คุณชายหานที่สลบอยู่ถึงกับลืมตาตื่นทันที
“เดี๋ยวก่อน เดี๋ยว” เวรเอ๊ย นี่ไม่เห็นหรือว่าข้าสลบอยู่? ยังจะฆ่าข้าอีกเรอะ?
“เจ้ามีอะไรจะพูด?” เสี่ยวไป๋ถาม
“ท่านผู้อาวุโสโปรดไว้ชีวิต ข้าคิดว่าเรายังมีทางคลี่คลายความขัดแย้งได้อาจกลายเป็นสหายกันก็ได้” คุณชายหานพยายามพูดทั้งที่ขยับตัวไม่ได้ ถ้าทำได้คงคลานมากราบไปแล้ว
“อวิ๋นม่อ จัดการ” เสี่ยวไป๋ตอบเรียบ ๆ แล้วก็เดินกลับไปเลือกซื้อผักต่อ
หนานกงอวิ๋นม่อพยักหน้าแล้วซัดหมัดใส่จนคุณชายหานดับอนาถ
“ฮึ่ย โหดแท้” ผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ให้คำจำกัดความเดียวกับเสี่ยวไป๋ว่าโหด
แต่ถ้าเสี่ยวไป๋รู้ว่าถูกพูดถึงแบบนี้คงเยาะเย้ยกลับว่า
“ตอนที่มันจะฆ่าพวกเรามันเคยคิดจะเป็นเพื่อนเราบ้างไหม? ข้ายังปล่อยให้มันตายง่าย ๆ ถือว่าเมตตามากแล้ว อย่าทำตัวเป็นนางฟ้าสายขาวให้เคยตัว ถ้าชอบนักล่ะก็ ขอให้เจ้าเป็นคนโดนแบบนี้บ้างแล้วกัน”
หลังจากสังหารเสร็จ หนานกงอวิ๋นม่อก็กลับไปอยู่ข้างเสี่ยวไป๋ทันที
เมื่อกลุ่มของเสี่ยวไป๋จากไป ผู้ชมรอบข้างก็สลายตัวอย่างรวดเร็วพร้อมกับเตรียมเอาเรื่องสุดช็อกนี้ไปกระจายข่าว คุณชายหานถูกฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม
ภายในร้านค้าตอนนี้เหลือเพียงพวกเสี่ยวไป๋ ไม่มีคนนอก
“เสี่ยวไป๋ เจ้าบ้าไปแล้วรึ? เจ้าปล่อยให้อวิ๋นม่อใช้กระบวนท่าแบบนั้นได้ยังไง?” เอ๋อร์โก่วเริ่มเปิดปากบ่นเมื่อรอบข้างไม่มีคน
“ทำไมล่ะ?” เสี่ยวไป๋ทำหน้างง เป็นแค่กระบวนท่าจะไปเป็นไร?
“เวรเอ๊ย เจ้าไม่รู้อะไรเลยยังจะใช้กระบวนท่าแบบนั้นอีก?” เอ๋อร์โก่วแทบจะยกมือกุมขมับ เสี่ยวไป๋นี่มันบ้าไปแล้วจริง ๆ
“แล้วมันผิดยังไง?” เสี่ยวไป๋เริ่มงงเข้าไปอีก เขาแค่รู้ว่ามันแรงเท่านั้น
“เจ้ารู้ไหมว่าเมื่อครู่นั้นไม่ใช่ปรากฏการณ์ฟ้าดิน แต่มันคือความโกรธของเจตจำนงสวรรค์” เอ๋อร์โก่วตอบ
“มันจะโกรธก็ให้มันโกรธไปสิ แล้วเกี่ยวอะไรกับข้าฟะ?” เสี่ยวไป๋ทำหน้าไม่แยแส ข้าปกป้องพวกเจ้าได้นี่ ข้าก็ไม่ได้ไปทำชั่วอะไรเสียหน่อย
“เจ้าไม่เป็นไรหรอก แต่เจ้าไม่คิดถึงอวิ๋นม่อบ้างรึ? ครั้งนี้ยังดีที่ข้ากับเจ้าอยู่ข้างเขา ข้ารับรู้ได้เร็วแล้วรีบลงมือกดพลังเอาไว้ทัน ไม่งั้นถ้าเขาใช้เองโดยไม่มีใครช่วย ป่านนี้คงเหลือแค่เศษฝุ่นแล้ว” เอ๋อร์โก่วพูดอย่างหัวเสีย รู้สึกว่าเสี่ยวไป๋นี่ช่างไร้ความรู้เรื่องเจตจำนงสวรรค์เสียจริงทั้งที่พลังขนาดนั้นน่าจะเข้าใจมากกว่านี้