เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 130 จัดมัน

บทที่ 130 จัดมัน

บทที่ 130 จัดมัน


บทที่ 130 จัดมัน

“ขอรับ ๆ คุณชาย” พนักงานรีบรับคำแล้วหันไปตะโกนเรียก “เสี่ยวข่ง เสี่ยวข่ง มานี่หน่อย มานำทางให้คุณชายท่านนี้” เสี่ยวข่งคือศิษย์ฝึกงานของเขา ลูกค้าหน้าแบบเสี่ยวไป๋ที่เปย์แบบไม่มีลิมิตแบบนี้ถือเป็นโอกาสทำยอดอย่างแท้จริง น้ำขึ้นให้รีบตัก เขาเองต้องไปแพ็กเนื้อหลงเอี๋ยนจึงส่งลูกศิษย์มารับงานแทน

“มาแล้วขอรับอาจารย์” จากด้านในมีชายหนุ่มวิ่งออกมารับเสียงเรียกก่อนจะมุ่งตรงมาทางเสี่ยวไป๋

“ไม่ต้อง ๆ ข้าขอดูเองเถอะ” เสี่ยวไป๋กำลังจะปฏิเสธการดูแลพิเศษ แต่ก่อนจะพูดจบก็มีเรื่องเกิดขึ้นเสียก่อน

“เดี๋ยวก่อน” ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลังเสี่ยวข่ง เป็นเสียงของชายหนุ่มสวมอาภรณ์หรูหรา ขนาบด้วยบรรดาผู้ติดตามในชุดองครักษ์

เสี่ยวไป๋ขมวดคิ้วมองชายตรงหน้าพลางถอนใจในใจ ซื้อของยังจะเจอเรื่องอีกหรือ?

“คุณชายหาน มีอะไรหรือขอรับ?” พนักงานถึงกับปวดหัวทันทีที่เห็นหน้าเจ้าคนนี้ คนเจ้าปัญหาประจำเมืองมาอีกแล้ว

“ข้าอยากรู้ว่าทำไมคนอื่นถึงได้คนดูแลแค่คนเดียว แม้แต่ข้ายังได้แค่สอง แล้วทำไมไอ้นี่ถึงได้เหมือนข้า เจ้าอยากเหยียดหยามข้าหรือไง?” ชายที่ถูกเรียกว่าคุณชายหานพูดโผงผาง ชัดเจนว่ามาหาเรื่องเต็มตัว

“ข้าว่าเราก็ไม่เคยมีความแค้นต่อกันนี่นา?” เสี่ยวไป๋ยิ้มบาง ๆ แต่เป็นยิ้มแบบรอยยิ้มมรณะ

จางชื่อเกอยังไม่รู้ความหมายของรอยยิ้มแบบนั้น แต่เอ๋อร์โก่วกับหนานกงอวิ๋นม่อถึงกับยืนสงบนิ่งพร้อมไว้อาลัยสามนาทีให้คุณชายหานเพราะพวกเขารู้ดีว่าเมื่อเสี่ยวไป๋ยิ้มแบบนี้เมื่อไร ไม่มีเรื่องไหนจบดี

“ถุย เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครกันถึงจะมาเรียกข้าว่าสหาย? อย่าลดเกียรติของข้าจะได้ไหม?” คุณชายหานไม่ให้หน้าใครเลยสักนิด ดูก็รู้ว่าเป็นพวกที่ถูกเอาใจจนเสียคน

“คุณชาย ๆ ใจเย็น ๆ กันก่อนนะขอรับ อยู่เย็นเป็นสุข ค้าขายถึงรุ่งเรือง” พนักงานจนปัญญาเพราะทั้งสองฝ่ายล้วนแต่ยุ่งยาก ฝั่งคุณชายหานนั้นเป็นคนมีอำนาจในเมือง ฝั่งเสี่ยวไป๋ก็ดูแล้วไม่ใช่ธรรมดาจากพฤติกรรมตอนซื้อของก็รู้ว่าอาจไม่ควรหาเรื่องด้วย

ไม่นานนัก เสียงโต้เถียงก็เรียกดูดฝูงชนมุงดูอย่างรวดเร็ว

“นั่นคุณชายหานไม่ใช่หรือ? ปกติไม่ออกนอกจวน แล้วนี่มาเดินตลาดเอง?” ใครบางคนจำได้ทันทีเพราะชื่อเสียงของคุณชายหานเลื่องลือ

“ได้ข่าวว่าทางตระกูลเขาจัดกิจกรรมอะไรสักอย่างเกี่ยวกับชีวิตสามัญชนก็เลยออกมาลองใช้ชีวิตแบบเรา ๆ ดูบ้าง” มีคนรู้ข่าววงในจึงรีบอธิบาย

“อีกคนก็ดูแต่งตัวดีนะ แต่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน สงสัยจะเป็นคนจากตระกูลอื่น” ทุกคนหันไปมองเสี่ยวไป๋ ที่แท้ไม่ใช่เพราะแต่งตัวดี แต่เพราะหน้าตาดีต่อให้ใส่ถุงขยะก็ยังดูดี

“แค่หน้าหล่อแต่ไม่มีฝีมือจะมีค่าอะไร?” บางคนที่อิจฉาเริ่มแขวะ

“อย่างน้อยก็หล่อกว่าหน้าเจ้าล่ะ” แน่นอนว่ามีหญิงสาวในฝูงชนตอบโต้แทนเพราะความหล่อมักได้เปรียบ

“หึ พวกเจ้ารอดูเถอะ อีกเดี๋ยวไอ้หล่อนี่ได้หน้าพังแน่ แล้วค่อยดูว่าพวกเจ้าจะยังหลงมันอยู่ไหม” มีชายคนหนึ่งหมั่นไส้จัดถึงขั้นพูดประชด

ฝั่งเสี่ยวไป๋ยังคงยืนเผชิญหน้าอยู่

“อวิ๋นม่อจัดการมัน จะฟาดยังไงก็เชิญ” เสี่ยวไป๋สั่งศิษย์คนโตโดยไม่ลังเล ถ้าเจอคนโง่แบบคุณชายหานไม่ต้องพูดมากให้เสียเวลา ลงมือก่อนเลยดีที่สุด

“รับทราบอาจารย์” หนานกงอวิ๋นม่อเปล่งพลังออกทันที แววตาเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เขาอยู่กับอาจารย์มานานแต่ไม่เคยได้โชว์ฝีมือเลยเพราะทุกครั้งเสี่ยวไป๋แค่พูดคำเดียวศัตรูก็ตายเรียบ ไม่มีโอกาสให้เขาได้ลองของเลย

จางชื่อเกอมองพลังสายฟ้าที่ล้อมรอบร่างของศิษย์พี่เปรี๊ยะเปรี๊ยะราวกับเทพอัสนีลงประทับพลันเกิดความคิดเดียวขึ้นในใจ ‘ศิษย์พี่ข้าแข็งแกร่งมาก’

ฝูงชนก็ตกตะลึงกับพลังสายฟ้าเช่นกัน “โอ้โห พลังวิญญาณธาตุสายฟ้าอันแกร่งกล้า”

“แค่ขั้นสี่ของนักรบเท่านั้นเอง เดี๋ยวข้าจะจัดการเจ้าให้ดู” คุณชายหานไม่สะทกสะท้านเพราะต่อให้ศัตรูเก่งแค่ไหนก็ควรดูแคลนไว้ก่อน ถ้าชมฝ่ายตรงข้ามก็คงมีปัญหาแน่ เขาหันไปบอกองครักษ์ “พวกเจ้าอย่าเพิ่งยุ่ง ข้าจะจัดการเอง”

คุณชายหานปล่อยพลังขั้นสูงสุดออกมา ระดับสูงสุดของนักรบ

“ถึงจะเป็นคุณชายเจ้าปัญหา แต่พรสวรรค์ของเขาก็ปฏิเสธไม่ได้เลย อายุน้อยแค่นี้ก็บรรลุระดับสูงสุดของนักรบแล้ว” ฝูงชนเริ่มวิจารณ์

แม้จะไม่ชอบคุณชายหาน แต่พรสวรรค์ของเขาก็ยอมรับกันถ้วนหน้า

“ศิษย์พี่เราจะไหวหรือเปล่านะ? แค่ระดับสี่เจอกับระดับสูงสุดเลยนะ ต่อให้เป็นสายฟ้าก็ไม่น่ารอด...” หลายคนส่ายหน้า ความต่างระดับมันห่างกันเกินไป

“จบแล้ว ไม่ต้องสู้ด้วยซ้ำ” เสี่ยวไป๋เอ่ยเสียงเรียบ เขาเชื่อมั่นในตัวศิษย์เอกอย่างที่สุด ในเมื่อเป็นพระเอกสายเทพยังไงก็ไม่มีวันแพ้

“ใช่ ๆ แม้พรสวรรค์จะแรงแค่ไหน แต่จะไปสู้คนที่เปิดโกงได้ยังไงล่ะ” ระบบพูดเสริม หน้านิ่งแต่ปากแซะ

“อวิ๋นม่อชนะแน่นอน ไม่ต้องลุ้น” เอ๋อร์โก่วกล่าวเสียงหนักแน่น เขาเป็นเทพ แม้ไม่รู้วิชาที่ใช้ แต่ก็สัมผัสได้จากแรงกดดันว่าใครเหนือกว่า

“ทำไมข้ารู้สึกเหมือนพวกเรากำลังเล่นล่ามนุษย์หมาป่าอยู่เลย?” เสี่ยวไป๋อดพึมพำไม่ได้ เหมือนกับการเล่นเกมมากกว่าจะสู้กันจริง

“แล้วบ้านเจ้าเคยเล่นล่ามนุษย์หมาป่าแล้วมีผู้ทำนายสามคนเรอะ?” ระบบสวนกลับทันควัน

“ยังไงศิษย์พี่ก็ต้องชนะอยู่แล้ว” จางชื่อเกอยังไม่เข้าใจมากนัก แต่ก็เชื่อในตัวศิษย์พี่เต็มเปี่ยม

เรียบร้อย ชาวบ้านกระโดดขึ้นแท่นผู้ทำนายคนที่สี่แล้ว

“เจ้าหนุ่ม ยังไม่ถอยอีกเรอะ? หมัดนี้ของข้าอาจถึงตายก็ได้นะ” คุณชายหานแสยะยิ้มแถมถึงถอยเขาก็ไม่คิดจะไว้ชีวิต

“ฝีปากเจ้านี่ฝึกมาจนช่ำชองเสียจริง” หนานกงอวิ๋นม่อไม่ได้อยากตอบโต้ด้วยซ้ำ แต่ด้วยจิตสำนึกของผู้ฝึกยุทธแถมอีกฝ่ายเป็นฝ่ายหาเรื่องก่อน ถ้าเขาไม่ลุยก็ไม่สมเป็นลูกผู้ชายโดยเฉพาะคำสอนจากลุงหลิวอวิ๋นที่ว่าอย่าให้คนยั่วลอยนวล

ณ ที่ห่างไกล

ในเรือนตระกูลหนานกง หนานกงหลิวอวิ๋นที่กำลังเอนหลังอยู่ดี ๆ พลันจามขึ้นมาเสียงดัง เขาขยี้จมูกงุนงง “ใครกัน ใครคิดถึงข้าอยู่?”

จบบทที่ บทที่ 130 จัดมัน

คัดลอกลิงก์แล้ว