- หน้าแรก
- ไร้เทียมทานตั้งแต่เริ่ม
- บทที่ 129 แค่อย่าพูดลางร้ายก็พอแล้ว
บทที่ 129 แค่อย่าพูดลางร้ายก็พอแล้ว
บทที่ 129 แค่อย่าพูดลางร้ายก็พอแล้ว
บทที่ 129 แค่อย่าพูดลางร้ายก็พอแล้ว
เสี่ยวไป๋เองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าแค่ปลูกชาสักนิดจะกินน้ำเยอะขนาดนี้ จริง ๆ แล้วเขาเพาะไว้แค่ไม่กี่ต้นเท่านั้น แต่ไม่รู้ทำไมถึงซัดน้ำเป็นถัง ๆ แบบนี้
“จริง ๆ แล้วมันไม่ควรใช้น้ำเยอะขนาดนั้นหรอก ถ้าพัฒนาไปตามทิศทางเดิมก็ใช้น้ำนิดเดียวก็พอ แต่มันดันกลายพันธุ์น่ะสิก็เลยต้องใช้น้ำมากขึ้น” ระบบซึ่งเป็นคนเดียวที่รู้ความจริงออกมาอธิบาย
“กลายพันธุ์? ชานี่มันกลายพันธุ์ได้ด้วยเรอะ?” เสี่ยวไป๋ตกใจ ชาช่วยฝึกยุทธหรือ? ถ้าใช่ก็เปล่าประโยชน์กับเขาเลย
“แน่นอนว่าได้สิ แหวนมิติของเจ้าระดับสูงขนาดนี้แถมยังมีแค่เจ้าที่ใช้ได้ การกลายพันธุ์อะไรพวกนี้มันเรื่องเล็กมาก” ระบบตอบอย่างมั่นใจ
“แล้วตอนนี้มันกลายพันธุ์กลายเป็นอะไรไปแล้วล่ะ?” เซียวไป๋สนใจมากเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาปลูกอะไรแบบจริงจัง
“รอสักครู่ ข้าขอจัดรายการก่อน ของมันเยอะ ข้าจะส่งเป็นรายงานให้เลยแล้วกัน” ระบบตอบก่อนจะเงียบไป คงไปจัดทำรายงานอยู่
ครู่หนึ่งต่อมา รายงานจากระบบก็ถูกส่งออกมา
ชาหิมะเหลียงที่กลายพันธุ์ไปแล้วให้ผลลัพธ์ดังนี้:
ชื่อ: มะเขือเทศ
ประเภท: อาหาร
ปรุงอาหาร: เยอะมาก ไปคิดเอง
ระยะปลูก: ภายนอกใช้เวลาครึ่งปีจึงเก็บเกี่ยวได้ แต่ในแหวนมิติสเปซเทพของเจ้าใช้แค่หนึ่งปีก็เสร็จ
วัสดุเพาะปลูก: น้ำเท่านั้น ไม่ต้องใช้ปุ๋ย
ชื่อ: มันฝรั่ง
ประเภท: อาหาร
ปรุงอาหาร: ก็เยอะอีกนั่นแหละ ขี้เกียจเขียน
ระยะปลูก: เหมือนมะเขือเทศ
วัสดุเพาะปลูก: ก็ดูของด้านบน
ชื่อ: แตงกวา
ประเภท: อาหาร
ปรุงอาหาร: กินก็ได้ ใช้ก็ได้ (เจ้าเข้าใจเองละกัน)
ระยะปลูก: ช่องว่างที่เว้นไว้คือการประท้วงสุดท้าย ข้าไม่อยากเขียนแล้ว
วัสดุเพาะปลูก: ก็ยังเหมือนเดิม
หมายเหตุสำคัญ: แม้จะไม่ต้องใช้ปุ๋ย แต่ความต้องการน้ำสูงมากรวมกับชาหิมะเหลียงแล้วมีพืชทั้งหมด 4 ชนิด ชนิดละ 20 ต้น เมื่อเติบโตจะให้เมล็ดเป็นสองเท่า รอบถัดไปยังมีโอกาสกลายพันธุ์และให้ผลแบบสุ่มได้อีก
“เดี๋ยว ๆ ๆ ทำไมในโลกภายนอกใช้เวลาครึ่งปี แต่ในแหวนมิติของข้าต้องใช้ตั้งหนึ่งปี? นี่แหวนมิติของข้าไม่เทพไปแล้วหรอกหรือ?” เสี่ยวไป๋รู้สึกเหมือนโดนแหกตา
“เพราะพืชของเราผลผลิตมันสูงมากก็เลยต้องใช้เวลาในการเติบโตนานขึ้นนิดหน่อย” ระบบตอบหน้าตาเฉย
“อ้อ อย่างนั้นเอง” เสี่ยวไป๋พยักหน้า โล่งใจที่ไม่ใช่เพราะระบบทำงานผิดพลาด
“แค่คิดว่าอีกไม่นานจะได้กินผักที่ปลูกเองก็สุขใจแล้ว” เสี่ยวไป๋เริ่มฝันถึงมื้ออาหารของตนในอนาคต นานแล้วที่ไม่ได้กินของบ้าน ๆ
“อ้อ จริงสิ ตอนนี้ยังไม่ต้องใช้น้ำอีก แต่ต่อไปแน่นอนว่าต้องใช้แถมยังต้องใช้น้ำที่มีคุณภาพดี จำไว้ว่าต้องกักตุนไว้เยอะ ๆ” ระบบเตือนอย่างจริงจังเพราะรอบนี้โชคดีที่ซื้อทัน ไม่อย่างนั้นจะเดือดร้อน
“เอาจริงข้ายังไม่เข้าใจอยู่ดี แหวนมิติก็มีพื้นที่ไม่จำกัด เก็บของได้ทุกชนิด ทำไมเจ้าไม่สร้างทะเลสาบน้ำจืดขึ้นในนั้นไปเลยจะได้ไม่ต้องให้ข้าซื้อน้ำให้ตลอด?” เสี่ยวไป๋ถามตรง ๆ ถ้ามีทะเลสาบอยู่ในนั้นจะสะดวกกว่ามาก
“ข้าก็อยากทำ แต่ปัญหาคือระดับของแหวนมิติสูงเกินไป พืชที่เราปลูกยังรับมือกับพลังของแหวนไม่ไหว หากใช้น้ำจากแหล่งในแหวนรดเข้าไป พืชจะเฉาตายหมด” ระบบตอบพลางถอนใจ “ดังนั้นตอนนี้ทำได้แค่ให้เจ้าหาน้ำจากโลกภายนอกมาใช้เอง เจ้าต้องใส่ใจเรื่องนี้แล้ว”
“เข้าใจแล้ว สบายมาก” เสี่ยวไป๋โบกมือให้วางใจด้วยความมั่นใจว่าเขานั้นทำอะไรไม่มีพลาดอยู่แล้ว
“แค่เจ้าหยุดพูดลางร้ายก็พอแล้ว” ระบบเริ่มหวั่น ๆ ทุกทีที่เสี่ยวไป๋พูดอะไรแนวมั่นใจมักจะเป็นต้นเหตุของหายนะทุกที
“ไป ๆ รีบไปซื้อเสบียงกัน เสร็จแล้วยังมีของที่ต้องซื้ออีกหลายอย่าง” เสี่ยวไป๋รีบออกเดินนำทันที ตามแผนแล้วของที่เขาจะซื้อยังมีอีกเยอะ
“ยังต้องซื้ออีก?” เอ๋อร์โก่วกับพรรคพวกสงสัย แต่ก็รีบเดินตามไป
ร้านค้าแถวเขตใกล้ทะเลทรายดูแตกต่างจากที่อื่นชัดเจน ร้านขายน้ำกับร้านขายอาหารมีอยู่แทบทุกมุม เดินไปทางไหนก็เจอ
เสี่ยวไป๋เลือกสุ่มร้านหนึ่งแล้วเดินเข้าไป
แม้ลูกค้าจะเยอะ แต่พนักงานก็เพียบ ทันทีที่เขาเดินเข้าไปก็มีคนต้อนรับ “ยินดีต้อนรับคุณชาย ท่านต้องการอาหารประเภทใดหรือขอรับ?”
“ขอดูของก่อน” เสี่ยวไป๋ตอบเสียงนิ่ง แล้วเดินดูอาหารในตู้โชว์ เห็นแล้วต้องยอมรับว่ามีให้เลือกเยอะมาก น่ากินทั้งนั้น
“เนื้อชนิดนี้คืออะไร?” เสี่ยวไป๋ชี้ไปที่เนื้อชิ้นหนึ่งตรงหน้า
“คุณชายสายตาเฉียบมาก เนื้อนี้คือของดีที่สุดของร้านเรามีนามว่าหลงเอี๋ยน มาจากร่างของอสูรร้ายที่มีสายเลือดมังกร ถือเป็นส่วนที่อร่อยที่สุด” พนักงานหลังเขาตอบด้วยน้ำเสียงภาคภูมิ
“ดี ๆ ดูแล้วก็น่ากิน เอามาให้ข้าหนึ่งพันชิ้นก่อน” เสี่ยวไป๋ลูบมือพลางนึกภาพในหัว รสชาติคงสุดยอดแน่ ๆ นี่แค่เนื้อสดยังดูขนาดนี้ ถ้าเอาไปปรุงล่ะก็
“อื้ม ไม่เลว ไม่เลว ดูแล้วก็อยากกินจริง ๆ” เอ๋อร์โก่วน้ำลายไหลแทบเช็ดไม่ทัน เขาอยากจะกระโจนงับซะตรงนั้นเลย แต่ทำไม่ได้
“ได้ขอร…อ๊ะ” พนักงานถึงกับพูดไม่ออก หันมามองเสี่ยวไป๋เหมือนคนบ้า หนึ่งพันชิ้น? ใครกันแน่ที่บ้า?
“เป็นอะไรไป? เร็วหน่อยสิ ข้ากำลังรีบ” เสี่ยวไป๋ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคนอื่นถึงตกใจ สำหรับพวกเขาปริมาณเท่านี้ก็แค่พอประทังชีวิต
“คุณชาย เนื้อชิ้นนี้ราคาสูงมากนะขอรับ” พนักงานต้องรีบเตือน อย่างไรเสีย ของอร่อยก็คือของอร่อย แต่ของแพงก็คือของแพง ปกติแค่เห็นก็แทบไม่มีใครกล้าเข้าใกล้แล้ว
“ไม่เป็นไร ๆ เตรียมให้ข้าเถอะ ข้าขอไปดูอย่างอื่นต่อ” สำหรับเรื่องอาหารเสี่ยวไป๋ไม่เคยงก เขามีความเชื่อว่าเงินมีไว้ใช้เพื่อให้ชีวิตดีขึ้น ถ้ากินยังไม่ได้แล้วจะมีชีวิตดีไปเพื่ออะไร?