เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 131 ศัตรูพ่ายเพราะพูดมาก

บทที่ 131 ศัตรูพ่ายเพราะพูดมาก

บทที่ 131 ศัตรูพ่ายเพราะพูดมาก


บทที่ 131 ศัตรูพ่ายเพราะพูดมาก

“อยากตายนักหรือ” คนอย่างคุณชายหานที่เติบโตมากับการตามใจย่อมไม่เคยมีใครกล้าต่อว่าแม้แต่ครึ่งคำ แม้จะนินทาก็ไม่กล้าพูดให้ได้ยิน ต่อให้เพียงถ้อยคำเดียวจากหนานกงอวิ๋นม่อก็เพียงพอจะจุดชนวนโทสะของเขา เห็นได้ชัดว่าเขาสมควรถูกตีเพียงใด

คุณชายหานเร่งเร้าพลังวิญญาณในกายแล้วพุ่งเข้าใส่หนานกงอวิ๋นม่อ

ทว่าเนื่องด้วยวิชาตัวเบาของหนานกงอวิ๋นม่ออยู่คนละชั้นกับอีกฝ่ายจึงสามารถหลบหลีกและอ้อมไปด้านหลังของคุณชายหานได้อย่างง่ายดาย จากนั้นก็ซัดหมัดตรงเข้ากลางแผ่นหลังจนคุณชายหานร่วงไปกองกับพื้น พ่ายแพ้อย่างหมดรูป

“จบ จบแล้วรึ?” แต่เดิมผู้คนยังคาดว่าจะได้เห็นการต่อสู้ที่ยาวนานหลายกระบวนท่า แต่ในยามนี้กลับต้องตกตะลึงกับความเร็วของการปิดฉาก แม้รู้ว่าไม่น่าจะนานนัก แต่ก็มิได้คาดคิดว่าจะสั้นถึงเพียงนี้

“แปะ แปะ แปะ” เสียงปรบมือดังมาจากไม่ไกล เมื่อหันไปก็เห็นว่าเป็นเสี่ยวไป๋นั่นเอง

“เก่งแท้ ๆ จัดการได้ในหมัดเดียวจริง ๆ ด้วย” เอ๋อร์โก่วพูดประชดด้วยน้ำเสียงเจือเย้ย ก่อนหน้านี้คุณชายหานเพิ่งโอ้อวดว่าจะจัดการในกระบวนท่าเดียว สุดท้ายกลับเป็นฝ่ายถูกจัดการเสียเอง

เสี่ยวไป๋ปรบมือ เอ๋อร์โก่วประชด ทั้งคู่ร่วมมือกันได้อย่างไร้เทียมทาน

“คุณชายหานพ่ายแพ้ไปแล้วจริง ๆ หรือ?” แม้ผู้คนจะเห็นกับตา แต่ใจก็ยังยากจะยอมรับ นักรบขั้นปลายถูกศิษย์ระดับนักรบขั้นสี่ล้มในหมัดเดียว นี่มันข้ามขั้นถึงห้าขั้นเชียวนะ

องครักษ์ของตระกูลหานรีบรุดเข้าไปตรวจอาการของเจ้านายทันทีที่เห็นคุณชายหานบาดเจ็บ

“คุณชาย คุณชาย ท่านไม่เป็นไรใช่หรือไม่?” องครักษ์รีบประคองคุณชายหานที่นอนแน่นิ่งอยู่กับพื้น

“ดูสภาพข้า เจ้ายังคิดว่าข้าไม่เป็นอะไรอีกหรือ?” คุณชายหานพูดด้วยน้ำเสียงขาดเป็นห้วง แสดงให้เห็นถึงสภาพที่ย่ำแย่เพียงใด

“คุณชาย” องครักษ์ยังพูดไม่ทันจบ คุณชายหานก็ชิงเอ่ยก่อน เขาชี้นิ้วไปยังหนานกงอวิ๋นม่อ พูดด้วยเสียงขาดห้วงว่า “ฆ่า ฆ่ามันซะ”

“โอ้ ๆ ได้เลย ได้เลย” องครักษ์รับคำแล้วก็โยนคุณชายหานลงกับพื้นทันที

เสียงร่างกระแทกพื้นชัดแจ๋ว ไม่รู้ว่าพวกเขาทำตกโดยตั้งใจหรือเปล่า

“ข้า…ไอ้เวร…” คุณชายหานเพิ่งหลุดคำด่าก็สลบเหมือดไปทันที

หนานกงอวิ๋นม่อมองดูองครักษ์กลุ่มหนึ่งที่กำลังมุ่งหน้ามาหาตน ใบหน้าเริ่มขมวดคิ้ว

“อวิ๋นม่อ เป็นอย่างไรบ้าง? ห้าคนนี้ล้วนเป็นจอมยุทธ์ขั้นปลาย เจ้ายังกล้าสู้หรือไม่?” เสี่ยวไป๋พูดอย่างให้ข้อมูลล่วงหน้าเพื่อให้ศิษย์ของตนตระหนักถึงระดับพลังที่ต้องเผชิญส่วนจะสู้หรือไม่ก็แล้วแต่ อย่างไรก็รู้ดีอยู่แล้วว่าหนานกงอวิ๋นม่อไม่มีทางถอยเพราะนี่มันพระเอกเปิดบัฟ ยังไงก็ใจกล้าแน่นอน

“อาจารย์ ข้ากล้า” หนานกงอวิ๋นม่อตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นไร้ความหวั่นไหว

“ดี ดีมาก พยายามเข้านะ” แม้จะเดาได้อยู่แล้ว แต่พอได้ยินคำตอบจากปากศิษย์จริง ๆ เสี่ยวไป๋ก็ยังอดยิ้มด้วยความภาคภูมิใจไม่ได้

“ดี ดีมาก มีเค้าโครงแบบข้าสมัยหนุ่ม ๆ เลย” เอ๋อร์โก่วใช้ตีนสุนัขลูบคางตัวเองแสร้งทำเป็นผู้เฒ่าผู้แก่ผู้อาวุโสในยุทธภพ

“ศิษย์พี่ สู้เขานะ” จางชื่อเกออยากจะร่วมรบเคียงข้างศิษย์พี่ตนเอง แต่ด้วยพลังที่ยังด้อยจึงได้แต่ส่งแรงใจสนับสนุน

ฝ่ายองครักษ์ตระกูลหานเดินเข้าหาส่วนหนานกงอวิ๋นม่อก็ก้าวเดินเข้าหาเช่นกัน คนดูเห็นท่าแล้วก็รู้ได้ทันทีว่าการประลองจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

“หมอนี่บ้าไปแล้วรึ? กล้าสู้กับองครักษ์ตระกูลหานได้ไง?” ผู้คนต่างต้องยอมรับในความกล้าบ้าบิ่นของเสี่ยวไป๋ ศิษย์ที่เขาสอนนี่โคตรแกร่งจริง ๆ

“ข้ามห้าขั้นยังนับว่าชวนให้สั่นคลอนความเชื่อในโลกนี้ แต่นี่ดันจะข้ามขั้นไปสู้กับจอมยุทธ์ระดับปลายอีก แบบนี้มันโง่หรือหัวแข็งกันแน่?” บางคนเริ่มสงสัยในสติของหนานกงอวิ๋นม่อที่เหมือนจะกล้าสู้ทุกอย่าง

“ข้าสงสัยว่าอาจารย์เขาก็คงมีปัญหาทางสมองเช่นกัน ศิษย์คลั่งขนาดนี้แทนที่จะห้ามดันไปเชียร์อีก แบบนี้ก็ไม่ต่างจากอยู่บ้านเดียวกันจริง ๆ นั่นแหละ” มีผู้คนพากย์เสียงใส่เสี่ยวไป๋ที่ยืนเชียร์ศิษย์อยู่ห่าง ๆ

เสี่ยวไป๋: “เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับข้า ข้าไม่ได้ทำอะไรผิดนะ”

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า พวกเขาว่าก็ไม่ผิดนะ เจ้าเพี้ยนจริง ๆ” เอ๋อร์โก่วหัวเราะร่าเพราะระดับพลังสูง แม้อยู่ไกลแต่ก็ได้ยินเสียงทุกคำราวกับเสียบหูฟังอยู่

เสี่ยวไป๋กำลังจะเถียงกลับ ทว่าคนดูฝั่งนั้นกลับพูดอีก

“ดูนั่น ๆ เจ้าหมาตัวนั้นยังหัวเราะอยู่เลย เจ้านายเพี้ยน สุนัขก็คงไม่ต่างกันนัก” คนหนึ่งชี้ไปยังเอ๋อร์โก่วที่หัวเราะคิกอยู่บนพื้น ความเห็นนี้เรียกเสียงเห็นด้วยจากอีกหลายคน

เอ๋อร์โก่ว: “แล้วข้าไปทำอะไรผิดล่ะ? ทุกวันนี้หัวเราะยังผิดอีกหรือ? แล้วอีกอย่าง ข้าไม่ใช่สัตว์เลี้ยงนะ ข้าเป็นเทพ”

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ได้ยินไหม เจ้านี่ก็เพี้ยนเหมือนกัน” คราวนี้เสี่ยวไป๋ได้หัวเราะกลับ

ระบบ: “คนเขาว่าเจ้าเพี้ยน เจ้าดันหัวเราะตอบ เจ้านี่เพี้ยนจริง ๆ แล้วมั้ง”

องครักษ์ตระกูลหานเห็นหนานกงอวิ๋นม่อเดินมา ก็หัวเราะเยาะ “เจ้าหนุ่ม เจ้าชนะคุณชายเราได้ก็เพียงเพราะปาฏิหาริย์ หากต้องสู้กับพวกเราที่เป็นจอมยุทธ์ขั้นปลาย ปาฏิหาริย์จะยังเกิดอีกหรือ?”

ในสายตาพวกเขา หนานกงอวิ๋นม่อไม่ต่างจากมดตัวหนึ่งสามารถบี้ตายได้ง่ายดาย

“ปาฏิหาริย์จะเกิดหรือไม่ข้าไม่รู้ แต่สิ่งที่ข้ารู้คือคนที่ล้มก่อนต้องเป็นพวกเจ้าแน่” หนานกงอวิ๋นม่อเอ่ยอย่างสงบ

“ช่างโอหังจริง ๆ ข้าชอบ แต่เจ้า...ไม่มีวันรอดจากวันนี้ไปได้” หนึ่งในองครักษ์กล่าวด้วยใบหน้าเหี้ยมเกรียม เสียงหัวเราะเย็นยะเยือก

“ศัตรูมักตายเพราะพูดมาก” ประโยคนี้หนานกงอวิ๋นม่อเรียนมาจากเสี่ยวไป๋ ยังมีอีกหลายวลีที่เขาไม่เข้าใจว่าทำไมอาจารย์ถึงพูดได้เยอะนักแถมแปลกใหม่เสียจนบางคำไม่เคยได้ยิน

“อยากตายนัก” องครักษ์เหล่านี้ล้วนไร้ซึ่งน้ำใจนักกีฬา ไม่คิดจะต่อกรทีละคน แต่กลับประสานกันรุมล้อม ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่ยอมรั้งหลัง

“ข้าละอายแทนพวกมันจริง ๆ คนมากมายขนาดนั้นกลับรุมตีเด็กหนุ่มเพียงคนเดียวที่ยังเป็นแค่นักรบ” เสียงก่นด่าดังขึ้นจากผู้ชม การกระทำของพวกองครักษ์ช่างน่ารังเกียจ

หนานกงอวิ๋นม่อสูดลมหายใจลึก ในใจตื่นเต้นที่จะได้ใช้ท่าไม้ตายที่เก็บไว้นานแล้ว แต่เพราะพลังสะท้อนกลับของมันสูงเกินไป อีกทั้งไม่มีโอกาสได้ใช้จึงยังไม่เคยนำออกมาใช้จริง

ครานี้เมื่อแรงกดจากพลังวิญญาณทั้งสี่ทิศโถมเข้ามาใกล้ หนานกงอวิ๋นม่อก็สะบัดแขนขวาขึ้น ทันใดนั้นเสียงสายฟ้ารอบกายพลันกึกก้องกว่าครั้งไหน ๆ ดินใต้เท้าแตกระแหงเป็นหลุมเป็นบ่อจากอำนาจสายฟ้าที่ปกคลุมกายเขา

จบบทที่ บทที่ 131 ศัตรูพ่ายเพราะพูดมาก

คัดลอกลิงก์แล้ว