เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 124 เจ้าจงใจใช่หรือไม่?

บทที่ 124 เจ้าจงใจใช่หรือไม่?

บทที่ 124 เจ้าจงใจใช่หรือไม่?


บทที่ 124 เจ้าจงใจใช่หรือไม่?

“แน่นอนว่าพวกเจ้าตีน่ะสิ ยังมีหน้ามาถามข้าว่าเกิดอะไรขึ้นอีกเรอะ?” ถึงแม้ผู้อาวุโสซ่าจะพูดด้วยเสียงอ่อนแรง แต่โทสะในน้ำเสียงกลับปิดไม่มิด

“พวกเราตี?” เหล่าผู้อาวุโสมึนงงขึ้นมาทันที พวกเราก็มัวแต่แย่งไม้จับฉลากอยู่ทั้งนั้น ใครจะมีเวลาว่างไปตีเจ้าล่ะ?

เพราะพวกเขาอินกับการแย่งไม้ฉลากมากเกินไปทั้งอารมณ์และความโกลาหลทำให้ลืมไปหมดว่าเมื่อครู่พวกเขาตะลุมบอนผู้อาวุโสซ่ากันอย่างเมามัน

“ถ้าไม่ใช่พวกเจ้า แล้วจะเป็นใคร? ณ ที่แห่งนี้มีใครอยู่อีกล่ะ?” ผู้อาวุโสซ่าพยายามจะยันตัวลุกขึ้นแต่กลับร้องด้วยความเจ็บปวด ล้มลงไปอีกครั้งเพราะอาการบาดเจ็บสาหัสเกินเยียวยา

“ผู้อาวุโสใหญ่ อย่ามาใส่ร้ายกันสิ” ผู้อาวุโสบางคนเริ่มรู้สึกไม่พอใจ เราก็บอกแล้วว่าไม่ได้ทำ แล้วเจ้ายังจะกล่าวหาว่าเป็นพวกเราอีก แบบนี้มันเท่ากับตบหน้ากันชัด ๆ

“ข้าใส่ร้าย...ใส่ร้ายเรอะ” ผู้อาวุโสซ่าเดือดปุดจนกระเด้งตัวลุกขึ้น ท่าทางดูเท่ แต่ผลลัพธ์กลับโคตรน่าสงสาร

“โอ๊ยยยย” เขาร้องลั่นล้มกลิ้งลงไปนอนกับพื้นอีกครั้ง

“ผู้อาวุโสใหญ่ วิธีจับฉลากของเจ้ามันไม่ยุติธรรม พวกเราขอเรียกร้องให้จับใหม่” มีผู้อาวุโสรีบเปลี่ยนเรื่องเพราะใจร้อนอยากออกไปข้างนอกเต็มที

ส่วนสภาพของผู้อาวุโสซ่าจะอย่างไรก็ช่างเถอะ ยังไงก็ตายไม่ลงแล้วนิ นั่งฟังไปก็แล้วกัน จะนั่งหรือนอนก็เหมือนกันนั่นแหละ

“ไม่ยุติธรรม?” ผู้อาวุโสซ่าเอียงคออย่างไม่เข้าใจ ข้าได้ไม้ฉลากแล้วนี่ มันจะไม่ยุติธรรมยังไง? ส่วนพวกเจ้าจะได้หรือไม่ ข้าไม่สน

“ยุติธรรมสิ ข้าว่ามันยุติธรรมที่สุดแล้ว ไม่มีวิธีไหนจะเท่านี้อีกแล้ว” ยังไม่ทันให้คนอื่นตอบ ผู้อาวุโสสองคนที่ได้ไม้ฉลากก็รีบออกมาสนับสนุนทันที

ล้อเล่นรึ? พวกข้าเป็นคนจับได้ แล้วจะออกมาบอกว่าไม่ยุติธรรมให้โง่รึไง? คนที่พูดว่ามันไม่ยุติธรรมก็เพราะพวกเขาแพ้เองต่างหาก อย่ามาหาข้ออ้างกลบเกลื่อนเลย

“ใช่ ๆ ข้าว่าก็ยุติธรรมนี่นา” ผู้อาวุโสซ่าพยักหน้าเห็นด้วย เขาอยู่ฝ่ายเดียวกันจะค้านได้ยังไง?

“ยุติธรรมบิดาเจ้าสิ” เหล่าผู้อาวุโสสบถในใจ พวกเจ้าสามคนรวมหัวกันนี่หว่าจะให้พูดว่ายังไงอีก?

“ยังตกลงกันไม่ได้อีกหรือ?” เสียงเย็นชาของสตรีศักดิ์สิทธิ์ดังขึ้นขัดจังหวะ ขณะเดินเข้ามาในวิหารซึ่งแทบจะไม่มีประตูเหลืออยู่แล้วเพราะเพิ่งโดนพังยับ

“ตกลงแล้วสตรีศักดิ์สิทธิ์ ข้าเอ่อ...เราจะออกเดินทางเดี๋ยวนี้เลยหรือ?” ผู้อาวุโสซ่าพยายามจะลุกไปยืนข้างนาง แต่ไม่ไหวจริง ๆ ลุกไม่ขึ้น

โชคดีที่เพื่อนร่วมทีมทั้งสองคนของเขามีน้ำใจช่วยกันหิ้วเขาไปวางไว้ต่อหน้าสตรีศักดิ์สิทธิ์

“เป็นพวกเจ้าสามคนหรือ?” นางมองดูภาพตรงหน้าอย่างมึนงง สองคนปางตาย หิ้วอีกคนที่นอนหายใจรวยริน แบบนี้จะออกไปทำภารกิจกันยังไง?

“ใช่ ๆ สตรีศักดิ์สิทธิ์ พวกเราได้ไม้ฉลากจากการจับสลากเมื่อครู่นี้แหละ” ผู้อาวุโสซ่าตอบอย่างดีใจ ในที่สุดก็จะได้ออกไปแล้ว แต่ข้าขยับไม่ได้เลย แล้วจะออกไปยังไงล่ะเนี่ย?

“ก็ได้ ไปกันเถอะ” สตรีศักดิ์สิทธิ์ไม่ถามอะไรต่อ หันหลังเดินออกไปทันทีเพราะหน้าที่ของนางคือคุมงานไม่ใช่ลงแรง

“เดี๋ยวก่อนสตรีศักดิ์สิทธิ์ ด้วยสภาพของข้าในตอนนี้เกรงว่าจะไม่สามารถเดินทางไปกับพวกท่านได้แล้ว...” ผู้อาวุโสซ่ารีบเอ่ย เขารู้สภาพตนเองดี ไม่พักเป็นเดือนก็ลุกไม่ขึ้น

เพราะพื้นที่แห่งนี้คือมิติที่จักรพรรดิเทพสร้างขึ้น เต็มไปด้วยพลังแห่งมิติทั่วบริเวณ จะเข้าออกแต่ละครั้งต้องฝ่าความกดดันจากมิติก่อน ความกดดันยิ่งแรงเมื่อพลังฝีมือยิ่งสูง

พูดง่าย ๆ ก็คือ ไม่ว่าจะอ่อนแอหรือแข็งแกร่งแค่ไหนก็เข้ามาได้ แต่ถ้าร่างกายใกล้ตายแบบเขาบอกเลยว่าออกไม่รอดแน่นอน

“ตกลง” คำตอบแรกจากสตรีศักดิ์สิทธิ์ทำเอาเขาโล่งอก โอ้พระเจ้า นางยอมง่ายผิดปกติ เกิดอะไรขึ้นกับนิสัยเย็นชาคนนั้น?

“งั้นเปลี่ยนคนก็แล้วกัน” คำพูดต่อมาแทบทำให้ผู้อาวุโสซ่าช็อกตาย

“ไม่ได้ ไม่ได้เด็ดขาด จะเปลี่ยนกันง่าย ๆ แบบนี้ได้ยังไง? พวกเราจับฉลากกันอย่างยุติธรรมแล้ว แล้วอีกอย่างความจริงข้าก็ไม่ได้เจ็บอะไรมากนักหรอก ที่ผ่านมาข้าแค่แกล้งทำเป็นเจ็บ จริง ๆ แล้วแข็งแรงดี” ผู้อาวุโสซ่าพยายามจะยืดตัวขึ้น แต่ร่างกายดื้อด้านไม่ยอมเชื่อฟัง

“สตรีศักดิ์สิทธิ์ ข้าเรียนแพทย์มา ข้าขอตรวจอาการของผู้อาวุโสใหญ่ให้เอง” อยู่ ๆ ก็มีผู้อาวุโสคนหนึ่งเดินออกมาจากกลุ่ม เขาสวมชุดขาว ผมขาวโพลน ดูไปแล้วคล้ายหมอจริง ๆ

เฮ้อ ถึงเวลาที่ข้าต้องออกโรงเสียที เขาพึมพำในใจ ผู้อาวุโสซ่าข้าไม่อยากเป็นศัตรูกับเจ้า แต่สิ่งที่เจ้าทำวันนี้มันเกินไปจริง ๆ ถึงเวลาที่ข้าจะเสียสละเพื่อน้องพี่ทั้งหลายแล้ว

สตรีศักดิ์สิทธิ์พยักหน้าเล็กน้อยไม่ใส่ใจมากเพราะไม่ว่าจะไปกับใครก็เหมือนกัน ยังไงงานก็ไม่ได้ตกที่นาง

เหล่าผู้อาวุโสที่เหลือล้วนมองเขาด้วยสายตาเคารพดุจวีรบุรุษ พี่ชายเอ๋ย ไม่ว่าจะสำเร็จหรือล้มเหลว พวกเราจะจดจำเจ้าตลอดไป

ผู้อาวุโสแพทย์เดินไปใกล้ผู้อาวุโสซ่า ค่อย ๆ นั่งยองแล้วจับแขนเขาขึ้นเตรียมจะจับชีพจร

“อ๊ากกก เจ็บ” ผู้อาวุโสซ่าร้องลั่นทันทีพร้อมสะบัดแขนหนีเพราะแขนข้างนั้น หักอยู่

“ไม่เป็นไร ๆ เรื่องเล็กน้อย ทุกท่านอย่าได้ใส่ใจ” เขาหยิบแขนอีกข้างของผู้อาวุโสซ่าขึ้นแทน คราวนี้จับตรงข้อมือแทนกลัวว่าแขนข้างนี้จะหักเหมือนกัน

“อ๊ากกกก เจ็บอีกแล้ว” ผู้อาวุโสซ่าสะบัดมืออีกครั้ง ครั้งนี้ไม่ได้หักแขน แต่ข้อมือหักแทน

“เจ้า...เจ้าจงใจใช่ไหม?” ผู้อาวุโสซ่าตาเหลือกถามออกไปตรง ๆ จับชีพจรสองทีโดนจุดเจ็บทั้งสองทีเป๊ะ ๆ แบบนี้ เจ้าอย่าคิดว่าข้าไม่รู้เทคนิคเจ้าเลยนะ

“เจ้าพูดบ้าอะไร? ถึงเจ้าจะเป็นผู้อาวุโสใหญ่ก็ไม่ควรกล่าวหากันมั่ว ๆ แพทย์ย่อมมีใจเมตตาดั่งพ่อแม่ ตอนที่ข้ารักษาเจ้า ข้าอ่อนโยนดั่งดูแลลูกแท้ ๆ ของตน แล้วเจ้ากลับมาใส่ร้ายข้า เจ้าช่างอกตัญญูยิ่งนัก” ผู้อาวุโสหมอตอบอย่างสะเทือนใจ น้ำเสียงชวนเชื่อให้ทุกคนประทับใจ

เพียงแต่ว่ามีบางประโยคฟังดูแปลก ๆ ยังไงก็ไม่รู้

“ขะ...ขอโทษ ข้าผิดไปแล้ว...” ผู้อาวุโสซ่าก้มหน้ากล่าวอย่างจริงใจโดยไม่รู้สึกเลยว่าประโยคเมื่อครู่นั้นโครตแปลก

จบบทที่ บทที่ 124 เจ้าจงใจใช่หรือไม่?

คัดลอกลิงก์แล้ว