- หน้าแรก
- ไร้เทียมทานตั้งแต่เริ่ม
- บทที่ 117 เขาไม่เคยทำให้ผิดหวัง
บทที่ 117 เขาไม่เคยทำให้ผิดหวัง
บทที่ 117 เขาไม่เคยทำให้ผิดหวัง
บทที่ 117 เขาไม่เคยทำให้ผิดหวัง
“ผะ ผู้อาวุโสใหญ่ เช่นนี้เห็นจะไม่งามกระมัง พวกเราจะตายก็แล้วไปเถิด แต่สตรีศักดิ์สิทธิ์จะพลาดพลั้งแม้เพียงนิดก็มิอาจให้อภัยได้ หากเป็นเช่นนั้น ต่อให้พวกเราตายตกก็ยังยากจะหลับตาได้สนิท”
ผู้อาวุโสผู้หนึ่งลุกขึ้นคัดค้าน สีหน้าหวาดหวั่นกล่าวประโยคยืดยาดออกมา เขาลอบคิดในใจว่า “ข้าไม่อยากตาย ใครกันเล่าจะอยากสังเวยชีวิตก่อนวัยอันควร? ใครไม่อยากมีชีวิตอยู่ดูโลกต่ออีกสักหน่อยกันเล่า?”
ผู้อาวุโสทั้งหลายต่างก็พยักหน้าหงึกหงัก สีหน้าจริงจัง ท่าทางของพวกเขาบ่งบอกว่า “ข้าเองก็คิดเห็นเช่นเดียวกัน พวกเราล้วนกังวลเรื่องความปลอดภัยของสตรีศักดิ์สิทธิ์ยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด อย่าให้เกิดอันใดกับนางเป็นอันขาด”
ผู้อาวุโสใหญ่จ้องมองใบหน้าที่ยังกล้าพูดเช่นนั้นโดยไร้ซึ่งความละอายของพวกผู้อาวุโสทั้งหลายแล้วก็รู้สึกสมเพชเวทนาอยู่ลึก ๆ
“เฮอะ ไร้ยางอายกันเสียจริง คำพูดแบบนี้ยังกล้าเอ่ยออกมา ชีวิตที่มีมาทั้งหมดนี่เจ้าใช้มันเป็นหมาของใครงั้นรึ?”
เอ๋อร์โก่ว “ข้าหาใช่หมาไม่ ข้าเป็นอมตะชีวิตไร้ขีดจำกัด ไม่เห็นต้องมาขอชีวิตจากพวกเจ้าสักหน่อย”
“แค่ก แค่ก” ท่ามกลางความเงียบอันอึดอัด ทันใดนั้นเสียงกระแอมไออันแฝงแวววางอำนาจก็ดังขึ้นในหมู่ผู้อาวุโส มันไม่ใช่เสียงไอเพราะป่วยไข้ แต่เป็นการแสร้งไออย่างจงใจ
บรรดาผู้อาวุโสต่างหันขวับไปตามหาเจ้าของเสียง พวกเขาอยากรู้ว่าเจ้าคนบ้าไหนกันที่กล้าเสแสร้งทำตัวโดดเด่นในสถานการณ์แบบนี้ คิดว่าตนแน่หรือไร? ไม่กลัวว่าผู้อาวุโสใหญ่จะไล่เตะออกจากห้องประชุมหรืออย่างไร?
ทว่าพวกเขากลับคาดไม่ถึงแม้แต่น้อยว่าผู้ที่กล้าเสแสร้งเช่นนั้นกลับเป็นผู้อาวุโสซ่าอัจฉริยะเจ้าปัญญาผู้เป็นที่โจษจันเรื่องสติไม่ค่อยดี
“ผู้อาวุโสซ่ามีอันใดหรือ? หากรู้สึกไม่สบายก็กลับไปพักผ่อนได้เลย ข้าจะให้ผู้คนแจ้งผลการประชุมแก่เจ้าภายหลัง”
ผู้อาวุโสใหญ่ยังคงพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพเพราะถึงแม้ใครต่อใครจะคิดว่าผู้อาวุโสซ่าชอบทำตัวเป็นคนโง่ แต่ในด้านพลังยุทธ์แล้ว เขาแข็งแกร่งเป็นอันดับต้น ๆ
อย่าดูถูกหน้าตาและท่าทีใสซื่อของเขาเชียว หากถึงคราวสู้รบล่ะก็คนผู้นี้สามารถโค่นศัตรูระดับเดียวกันได้ทีละหกเจ็ดคนโดยลำพัง
หากไม่เพราะเขาหัวช้าป่านนี้คงได้เป็นรองผู้อาวุโสที่หนึ่งหรือไม่ก็ที่สองไปนานแล้ว น่าเสียดาย น่าเสียดายยิ่งนัก
ผู้อาวุโสซ่ามักกล่าวกับตนเองว่าสวรรค์ริษยาผู้เปี่ยมพรสวรรค์เพราะเขานั้นเพียบพร้อมทุกอย่าง ทั้งรูปงาม นิสัยดี ทรัพย์สินมั่งคั่ง พรสวรรค์สูงส่ง ฉากหลังหนุนหลังมั่นคง พลังยุทธ์ก็ไม่เป็นรองใคร นับเป็นบุรุษต้นแบบในอุดมคติของยุคสมัย
เขาเชื่อว่าสวรรค์ไม่พอใจที่มีมนุษย์เพียบพร้อมเช่นเขาอยู่บนโลกเพราะนั่นจะทำให้บรรดาอัจฉริยะผู้หลงตนทั้งหลายหมดแรงใจต่อสู้จึงแกล้งให้เขาดูเหมือนโง่งม
“ผู้อาวุโสใหญ่ ข้ามีแผน แผนนี้จะช่วยให้พวกเรารอดปลอดภัยทุกผู้คน”
ผู้อาวุโสซ่ากล่าวเสียงดัง ใบหน้าเปื้อนยิ้มภูมิใจในความคิดของตนเอง
‘เฮอะ พวกเจ้าว่าข้าโง่หรือไร? ไหนเล่าความฉลาดของพวกเจ้าหายไปไหนกันหมดถึงต้องให้ข้าออกหน้าเสียเอง? โอกาสโชว์มันสมองมาแล้ว’
เหล่าผู้อาวุโสต่างตะลึง
“เจ้าบ้าคิดจะทำอะไรอีกแล้ว?”
พวกเขาไม่คาดคิดว่าผู้อาวุโสซ่าที่ปกติไม่เคยเอ่ยอันใดจะกลายเป็นผู้เสนอแผนการเสียเอง
“เชิญว่ามา” ผู้อาวุโสใหญ่กัดฟันกล่าว เขาได้แต่หวังว่าแผนของผู้อาวุโสซ่าจะมีประโยชน์ ไม่เช่นนั้นเขาคงได้คลุ้มคลั่งจริง ๆ
มีคำกล่าวว่า “คนโง่ย่อมมีโชคของคนโง่” ผู้อาวุโสซ่าช่างโง่เกินกว่าจะหาใครเปรียบได้ฉะนั้นเขาจึงคิดจะลองเสี่ยงดูสักตั้ง
บางทีเจ้านี่อาจแสร้งโง่ก็เป็นได้ บางทีเขาอาจจะฉลาดยิ่งกว่ามนุษย์ใด ๆ เพียงแค่แสร้งโง่เพราะเหงาเกินไปเหมือนกับเหล่ายอดฝีมือผู้ไร้ศัตรู ไร้คู่มือ ความเหงาของผู้เก่งกาจนั้นใครเล่าจะเข้าใจ?
“ศิษย์พี่ทำอย่างไรดี?” ว่าที่สตรีศักดิ์สิทธิ์ดึงชายเสื้อศิษย์พี่อย่างร้อนใจ นางกังวลเรื่องอนาคตของเสี่ยวไป๋
เพราะในสายตาของกลุ่มตนตอนนี้ เสี่ยวไป๋คือศัตรูหมายเลขหนึ่งที่ต้องกำจัดโดยพลัน
แม้นางจะไม่เคยพบหน้าเสี่ยวไป๋ แต่แค่การที่เขาช่วยเหลือพี่ชายของตนก็บ่งบอกแล้วว่าเขาเป็นคนดี
เสี่ยวไป๋ “เหตุใดข้าอยู่ดี ๆ ถึงได้ถูกแจกบัตรคนดีไปเสียแล้ว?”
“ไม่ต้องกังวลจงเชื่อในตัวผู้อาวุโสซ่าเถอะ เขาไม่เคยทำให้ใครผิดหวัง” สตรีศักดิ์สิทธิ์ตอบเรียบ ๆ
“ผู้อาวุโสใหญ่ พวกเราทำเช่นนี้สิ เหตุใดต้องให้สตรีศักดิ์สิทธิ์ยื่นเรื่องขอออกนอกสำนักเสียก่อนจึงค่อยลงมือด้วย? เช่นนี้นอกจากต้องใช้คนของเรา ยังมีโอกาสสูงที่จะถูกท่านผู้นั้นจับได้อีก”
“เราควรให้สตรีศักดิ์สิทธิ์ยื่นคำร้องขอกำจัดศัตรูโดยอ้างว่าอีกฝ่ายล่วงเกินนางก็พอ ด้วยนิสัยของท่านผู้นั้นที่แคร์หน้าตายิ่งชีพย่อมต้องลงมือด้วยตัวเองหรือไม่ก็ส่งคนไปจัดการให้แน่นอน เช่นนี้เราไม่ต้องออกแรงเองแถมยังไม่มีทางโดนจับได้ด้วย แผนข้าไร้ที่ติจริง ๆ”
ผู้อาวุโสซ่าพูดจบก็แย้มรอยยิ้มภูมิใจราวกับเพิ่งค้นพบเคล็ดวิชาอันดับหนึ่ง
ผู้อาวุโสทั้งหลายถึงกับนิ่งงัน
แผนนี้ดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบเสียจน
‘นี่แหละ ข้าคิดได้แล้ว คราวนี้พวกเจ้าจะต้องยอมรับว่าข้าคืออัจฉริยะด้านสติปัญญา’
“ผู้อาวุโสซ่ากลับไปพักเถอะ การประชุมนี้ไม่มีสิ่งใดให้ต้องใส่ใจแล้ว” ผู้อาวุโสใหญ่โบกมือไล่ สีหน้าหมดอาลัยตายอยาก ‘ไยข้าต้องเจอกับเจ้าหมูในทีมเช่นนี้ด้วย นี่มันโง่ถึงขีดสุดแล้ว’
แผนไร้ที่ติบัดซบอะไรของเจ้ากัน เจ้าให้สตรีศักดิ์สิทธิ์บอกว่าอีกฝ่ายล่วงเกินนางงั้นหรือ แต่นางไม่เคยออกจากสำนักแม้แต่ก้าวเดียว ศัตรูมาจากไหนกันเล่า หรือเจ้าคิดว่าท่านผู้นั้นคือคนโง่?
อีกอย่างให้ท่านผู้นั้นลงมือด้วยตนเองเนี่ยนะ สตรีศักดิ์สิทธิ์ก็แค่หมากตัวหนึ่งจะมีคุณค่ามากพอให้ท่านผู้นั้นลดเกียรติลงมาหรือไร
“ผู้อาวุโสใหญ่ ท่านหมายความว่าอย่างไร? แผนของข้าไม่ดีหรือ?” ผู้อาวุโสซ่าผงะ สีหน้าสับสนเพราะตามปกติทุกคนควรจะต้องประทับใจในไหวพริบของเขาไม่ใช่หรือ?
“ดี ดีมาก ดีเกินไปเสียจนข้าไม่คู่ควรจะใช้มัน”
ผู้อาวุโสใหญ่ตอบด้วยเสียงอ่อนใจเต็มกลืน ‘เจ้ารู้ตัวบ้างหรือไม่ว่าแผนเจ้ามันโง่จนข้าอายแทน’