- หน้าแรก
- ไร้เทียมทานตั้งแต่เริ่ม
- บทที่ 110 ละครใหญ่กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว
บทที่ 110 ละครใหญ่กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว
บทที่ 110 ละครใหญ่กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว
บทที่ 110 ละครใหญ่กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว
ขณะที่เสียงเชียร์โห่ร้องของเหล่าคนในตระกูลดังกระหึ่มถึงจุดสูงสุด บิดาของหลิวจื่อซีพลันกระแอมขึ้นมาเบา ๆ พร้อมส่งสายตาดุดันไปยังเบื้องล่างเพื่อส่งสัญญาณให้ทุกคนเงียบเสียง
เมื่อเหล่าคนในตระกูลเห็นแววตาโกรธเกรี้ยวของเจ้าตระกูลก็พากันสงบลงในทันที เสียงอื้ออึงหายไปในพริบตา ไม่มีใครกล้าพูดแม้แต่คำเดียวหรือแม้แต่ขยับตัว ทุกคนยืนนิ่งเป็นรูปปั้นแล้วลอบมองสีหน้าของบิดาหลิวจื่อซีด้วยความหวาดหวั่น
“จบแล้ว ๆ ๆ ท่านเจ้าตระกูลโกรธเข้าแล้ว” แต่ละคนได้แต่พร่ำบ่นในใจ บัดซบ ใครกันแน่ที่เริ่มโห่ก่อนลากพวกข้าลงนรกไปด้วยเลย
“พวกเจ้า” บิดาของหลิวจื่อซีเพิ่งจะอ้าปากจะต่อว่าคนในตระกูล แต่หลิวจื่อซีก็ขัดขึ้นเสียก่อน
“พวกเจ้าอยากให้ท่านผู้อาวุโสเสี่ยวมาขอโทษอย่างนั้นหรือ?” หลิวจื่อซียิ้มอบอุ่น สีหน้ายิ้มแย้ม หากไม่ได้ยินเนื้อหาของคำพูด คงคิดว่านางรู้สึกดีใจอย่างแท้จริง
“คะ คุณหนู ผู้อาวุโสเสี่ยวมาขอโทษนั้นเป็นเรื่องจำเป็นอยู่แล้ว เรื่องนี้เกี่ยวกับศักดิ์ศรีของตระกูลหลิว พวกเราเห็นแก่หน้าคุณหนู ไม่คิดจะทำร้ายเขาหรอก” ผู้อาวุโสห้าฝืนยิ้มตอบอย่างยากลำบาก วันนี้เขาเหมือนจะทำให้คุณหนูไม่พอใจมากไปแล้ว ถ้าไม่รีบกู้สถานการณ์เกรงว่าจะโดนเล่นงานภายหลัง
ฝ่ายเฒ่าหลี่กับคนอื่น ๆ อยากจะพูดอะไรบ้าง แต่ด้วยฐานะที่ต่ำกว่าบรรดาผู้อาวุโสชั้นสูงก็ได้แต่เงียบปากรับชะตา ไม่กล้าแทรกการประลองอำนาจที่กำลังดำเนินอยู่ ได้แต่ภาวนาในใจว่าขออย่าให้ท่านผู้อาวุโสเสี่ยวมาเลย หากเขามาจริง แม้ไม่ฆ่าพวกเรา แต่ชีวิตหลังจากนี้คงไม่มีวันสงบสุขแน่
“ดี งั้นข้าจะเชิญท่านผู้อาวุโสเสี่ยวมาที่นี่เดี๋ยวนี้” หลิวจื่อซียิ้มเจ้าเล่ห์ ดวงตาเปล่งประกายซุกซนเพียงนางเท่านั้นที่รู้ว่าละครใหญ่นี้กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว
ผู้อาวุโสห้าถอนหายใจโล่งอก มาได้ก็ดีแล้ว ข้าแค่กลัวเจ้าจะไม่ให้เขามา ถ้าเขามา ต่อให้ไม่ขอโทษก็ต้องรู้จักเกรงกลัวบ้างแหละ ไหนเลยจะกล้าลงมือท่ามกลางบรรยากาศกดดันขนาดนี้?
“จื่อซี เจ้าแน่ใจหรือ...” บิดาของหลิวจื่อซีเพิ่งจะอ้าปากเตือน ทว่าก็ช้าไปก้าวหนึ่ง
หลิวจื่อซีหยิบยันต์หยกปกป้องชีวิตที่เสี่ยวไป๋เคยมอบให้ตอนพบกันครั้งแรกขึ้นมา แล้วบีบมันจนแตกละเอียดในมือต่อหน้าทุกคน
“เฮ้อ” ทันทีที่เสียงแตกของหยกดังขึ้น บิดาของหลิวจื่อซีก็ได้แต่ทอดถอนใจอย่างเหนื่อยหน่าย “เจ้าหนูนี่เรียกก็เรียกไปสิ เหตุใดถึงต้องใช้ยันต์หยกด้วยเล่า? เสี่ยวไป๋ได้รับสัญญาณแตกของยันต์แบบนี้จะต้องรีบรุดมาอย่างเร่งด่วนแน่นอน หากเขามาถึงแล้วพบว่าเจ้าปลอดภัยดี ไม่มีอันตรายอะไร กลับเรียกเขามาเพราะเรื่องเล็กน้อยไร้สาระ เช่นนี้จะไม่ลดคุณค่าของเจ้าลงในสายตาเขาหรือ? เจ้ากำลังขุดหลุมฝังตัวเองนะลูกเอ๋ย แบบนี้มันอันดับหนึ่งของคนพังภาพลักษณ์ตัวเองในประวัติศาสตร์เลยไม่ใช่หรือ? ไม่ได้การละ เดี๋ยวต้องหาทางกลบเกลื่อนให้ดีและต้องไม่ปล่อยให้เสี่ยวไป๋โดนกดขี่เด็ดขาด”
ณ ฟากฟ้าไกลโพ้น เสี่ยวไป๋รับรู้ถึงการแตกสลายของยันต์ทันที
‘ฉิบหายแล้ว’ เขารีบเบรกกะทันหันกลางอากาศจนแทบเสียหลัก
“เหวอ เสี่ยวไป๋ ไอ้บ้าเอ๊ย เจ้าเบรกทำไมไม่บอกก่อน?” เอ๋อร์โก้ที่บินแบบนอนตะแคงกลางอากาศสุดแสนขี้เกียจ ถูกแรงเบรกพัดจนร่างทั้งตัวหมุนคว้างออกไป ปกติเขาบินด้วยท่าหลับตาอยู่แล้ว แรงเฉื่อยเลยพาเขาปลิวเหมือนหนูดำโดนเหวี่ยง
“จื่อซีมีเรื่อง” เสี่ยวไป๋ร้องเสียงหลง สีหน้าร้อนรนหรือว่าจะมีศัตรูดักซุ่มโจมตี?
ยังไม่ทันให้เอ๋อร์โก้กับคนอื่น ๆ ตั้งตัว เสี่ยวไป๋ก็หายวับไปทันทีด้วยวิชาเคลื่อนย้าย
ขณะที่คนในตระกูลหลิวกำลังรอเสี่ยวไป๋ด้วยความอดทน ในใจต่างก็คิดว่าแม้จอมเทพจะสามารถเคลื่อนที่ได้ไกลและเร็ว แต่ก็คงต้องใช้เวลาสักเล็กน้อย
ทว่าในจังหวะต่อมา เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นราวกับกระซิบอยู่ข้างหู
“จื่อซี อย่ากลัวนะ ข้ามาช่วยเจ้าแล้ว”
ก่อนเสียงจะจางลง เงาสีดำหนึ่งก็ปรากฏตัวเบื้องหน้าผู้อาวุโสห้าในพริบตาพร้อมยื่นมือคว้าคอเขาไว้แน่น พูดไม่ได้แม้แต่คำเดียว ทั้งหมดดำเนินไปอย่างลื่นไหลจนคนรอบข้างยังไม่ทันได้ตั้งตัว
เมื่อทุกคนรู้สึกตัวอีกครั้ง ผู้อาวุโสห้าก็ถูกเสี่ยวไป๋บีบคอแทบขาดใจตายแล้ว
หนานกงอวิ๋นม่อกับจางชื่อเกอเบิกตากว้าง ไหนว่าเจออันตราย? ตัวคนยังยืนอยู่ตรงนี้แข็งแรงดี ไม่มีรอยแผลสักนิด? แบบนี้มันตรงไหนเรียกว่ามีภัย?
ทันใดนั้น พวกเขาก็พลันปิ๊งไอเดีย เข้าใจแล้วมันคือนักฆ่าซ่อนตัว ทั้งสองเข้าสู่โหมดระวังภัยเต็มพิกัดทันที
“ตายละ ๆ ๆ เจ้าสองคนนี้โดนเจ้าบ้านั่นลากออกนอกเส้นทางอีกแล้ว เราเนี่ยสายไร้เทียมทาน ไม่ใช่นิยายลึกลับสืบสวน นี่พวกเจ้าเล่นเป็นนักสืบกันทำไมเนี่ย?” ระบบพึมพำอย่างสิ้นหวัง ตั้งแต่ใครก็ตามเข้าใกล้เสี่ยวไป๋ความปกติก็จะหายไปหมด
ส่วนเอ๋อร์โก้นั้นก็ยังคงนอนตีพุงกลางฟ้าไม่แม้แต่จะลืมตา ต่อให้มีภัยจริงเสี่ยวไป๋อยู่ทั้งคน เขาไม่เคยกังวลต่อให้มีอะไรโผล่มาจริง ถ้าเสี่ยวไป๋ยังรับมือไม่ได้ก็ไม่มีใครหนีรอดอยู่ดี เขาจะได้พักผ่อนอยู่ในโลงอย่างสบายใจ
ระบบหันไปมองเอ๋อร์โก้แล้วพยักหน้าอย่างพอใจ “แบบนี้สิถึงจะเรียกว่าอยู่ข้างผู้แข็งแกร่งสายไร้เทียมทานอย่างแท้จริง ไอ้พวกสองคนนั่น หน้าตาระแวงกันไปเพื่อ?”
“มาแล้ว ๆ ละครใหญ่กำลังจะเริ่มแล้ว” เหล่าเฒ่าหลี่และคนอื่น ๆ ใจสะดุ้ง นี่มันเร็วเกินไปไหม? คุณหนูเพิ่งพูดจบท่านผู้อาวุโสเสี่ยวก็โผล่มาแล้ว?
ทุกคนเริ่มรู้สึกว่าการกระทำของคุณหนูในครั้งนี้ดูจะบุ่มบ่ามเกินไป ท่านผู้อาวุโสเสี่ยวรีบมาด้วยความห่วงใยเต็มเปี่ยม แต่พอมาถึงกลับพบว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ถูกเรียกมาล้อเล่น ท่านจะรู้สึกอย่างไรเล่า?
บิดาของหลิวจื่อซีมองเสี่ยวไป๋ด้วยสายตาเต็มไปด้วยความยำเกรงพลางคิดในใจ “มองไม่ออกเลยจริง ๆ ว่าคนผู้นี้อยู่ระดับใด ในบรรดาจักรพรรดิเทพทั้งหลายก็ไม่เคยมีคนนี้ปรากฏอยู่ เขาเป็นใครกันแน่?”
เมื่อครู่ตอนเสี่ยวไป๋ปรากฏตัวนั้นไวเกินไปจนเขาไม่ทันได้สังเกต พอตั้งสติได้อีกที ผู้อาวุโสห้าก็โดนคว้าคอไปแล้ว
“จื่อซี เจ้าเด็กนี่เป็นคนคิดจะฆ่าเจ้ารึ?” เสี่ยวไป๋เสียงเย็นจัด มือที่บีบคอผู้อาวุโสห้าแน่นขึ้น บังอาจมาดักสังหารว่าที่ภรรยาศิษย์ของข้า เจ้าคิดว่าตนเองเบื่อมีชีวิตแล้วหรืออย่างไร?
ผู้อาวุโสห้าตอนนี้ทั้งตัวอ่อนระทวย แรงจะขัดขืนยังไม่มีเหลือแม้แต่นิดเดียว