- หน้าแรก
- ไร้เทียมทานตั้งแต่เริ่ม
- บทที่ 109 เชียร์เข้าไป ดีแล้วล่ะ
บทที่ 109 เชียร์เข้าไป ดีแล้วล่ะ
บทที่ 109 เชียร์เข้าไป ดีแล้วล่ะ
บทที่ 109 เชียร์เข้าไป ดีแล้วล่ะ
“ผู้อาวุโสใหญ่เอ๋ย เจ้าไม่รู้จักดูสีหน้าคนหน่อยหรือ?” บิดาของหลิวจื่อซีแทบจะกุมขมับ ข้าไม่ได้ขมวดคิ้วให้ดูเล่น ๆ นะ ข้าขมวดคิ้วหมายความว่าตอนนี้ไม่อยากยุ่งเรื่องนี้ เหตุใดเจ้าต้องเลือกเวลานี้มาขัดจังหวะข้ากับลูกสาวที่พึ่งได้เจอกันอีกด้วยเล่า?
แม้จะด่าในใจยกใหญ่ แต่เนื่องด้วยอีกฝ่ายคือผู้อาวุโสใหญ่ ต่อหน้าคนในตระกูลย่อมต้องรักษาหน้ากันไว้
“อ้อ? มีเรื่องอะไรหรือ?”
“เรียนท่านเจ้าตระกูล ข้าพบว่าผู้อาวุโสบางท่านที่ถูกส่งไปคุ้มกันคุณหนูกลับมา ไม่ได้กลับมาด้วย” ผู้อาวุโสใหญ่ตอบเรียบ ๆ สำหรับเขาแล้ว เรื่องของตระกูลคือสิ่งสูงสุด ยามใดที่เป็นผลประโยชน์ของตระกูลต่อให้ต้องลงมือฆ่าฟันเขาก็พร้อมทำโดยไม่ลังเล
“หืม? เฒ่าหลี่ พวกเขาหายไปไหนกัน?” สีหน้าของบิดาหลิวจื่อซีเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมทันที ไม่ใช่เพราะพวกนั้นหายตัวไป แต่เป็นเพราะพวกนั้นไม่สามารถพาลูกสาวของเขากลับมาอย่างปลอดภัย หากหลิวจื่อซีแม้แต่เพียงเส้นผมหลุดร่วงไปเส้นหนึ่ง เขาก็พร้อมฆ่าล้างบางพวกนั้นให้สิ้น
หากเหล่าผู้อาวุโสที่ถูกเสี่ยวไป๋ฆ่าตายยังมีชีวิตอยู่ พวกเขาคงตะโกนว่า “ไม่ใช่ว่าพวกเราไม่อยากคุ้มกันคุณหนูนะ แต่พวกเราตายไปแล้วต่างหาก คนตายจะคุ้มกันคนเป็นได้อย่างไรกัน?”
“เรียนท่านเจ้าตระกูล” เฒ่าหลี่สีหน้าสลด หัวใจกระตุกวาบ เขาเองก็รู้อยู่แล้วว่าเรื่องนี้ปิดไม่มิดเพียงแต่ไม่คิดว่าจะถูกเปิดโปงเร็วขนาดนี้
“พวกเขาตายหมดแล้ว” หลิวจื่อซีไม่รอให้เฒ่าหลี่กล่าวจบก็ตัดบทเสียเอง อย่างไรเสี่ยวไป๋ก็เป็นถึงจักรพรรดิเทพ แม้บิดาจะไม่พอใจแค่ไหนก็ต้องไตร่ตรองให้ดีหากคิดจะลุกขึ้นสู้และพวกผู้อาวุโสที่ตายไปนั้นก็ขี้ขลาดนัก หากรู้ว่าเป็นจักรพรรดิเทพลงมือ พวกนั้นย่อมไม่กล้าแม้แต่จะพูดคำว่าแก้แค้น
“อะไรนะ?” เสียงอุทานด้วยความตกตะลึงดังขึ้นระลอกใหญ่ พวกเขาตายได้อย่างไร? หรือว่ามีใครเปิดศึกกับพวกเราอีกแล้ว? แต่เจ้าตระกูลยังนั่งบัญชาการอยู่ที่นี่ ศัตรูหน้าไหนกล้าบุกฆ่าคนของตระกูลหลิว?
“คุณหนู นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” ผู้อาวุโสใหญ่โกรธจนแทบระเบิดสมองมีแต่ความคิดว่าอุกอาจนักยังมีคนกล้าแตะต้องพวกเราอีกหรือ?
“จื่อซี บอกพ่อมา ใครเป็นคนลงมือ? เขาตายกันอย่างไร?” บิดาของหลิวจื่อซีกอดอกถาม แม้ภายนอกจะดูดุดัน ทว่าในใจกลับไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์เพราะเขารู้ดีว่าผู้อาวุโสที่ถูกส่งไปล้วนแต่เป็นเศษสวะ หากพวกมันไม่ตายระหว่างทาง เขาเองก็เตรียมจะลงโทษอยู่แล้ว พูดง่าย ๆ คือตายเร็วตายช้าไม่ต่างกัน
แต่ถึงจะคิดเช่นนั้นภาพลักษณ์ของตระกูลต้องรักษาไว้ คนในตระกูลถูกฆ่าหากไม่แสดงท่าทีใด ๆ ตระกูลหลิวจะถูกหัวเราะเยาะเอาได้
“เป็นฝีมือของท่านผู้อาวุโสเสี่ยว” หลิวจื่อซีตอบเสียงเรียบ
“ท่านผู้อาวุโสเสี่ยว? หรือว่าอาจารย์ของหนานกงอวิ๋นม่อ?” บิดาของนางขมวดคิ้วก่อนจะนึกออก เขาเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน ตอนร่วมดื่มกับสหายในแคว้นหิมะอวิ๋น เหล่าสหายได้เอ่ยชื่อเสี่ยวไป๋ขึ้นมาเล่า
ตอนนั้นเขาจำได้ว่าเสี่ยวไป๋เป็นแค่ราชาวิญญาณ แล้วทำไมถึงสามารถฆ่าจอมเทพได้หลายคนอย่างง่ายดายเล่า? หรือว่าสหายหลอกข้า? หรือว่าลูกสาวข้าหลอกข้า? หรือข้าจำผิดไปเอง?
“ใช่แล้วเจ้าค่ะ” หลิวจื่อซีตอบยืนยัน
“หึ ข้าล่ะไม่สบอารมณ์กับหนานกงอวิ๋นม่อมานานแล้ว เขาไม่รู้หรือว่าต่อไปอาจจะได้เป็นบุตรเขยของตระกูลหลิว? แล้วทำไมถึงปล่อยให้อาจารย์ของเขาฆ่าคนในตระกูลเรา? เขาคิดว่าแค่มีคุณหนูอยู่เบื้องหลังก็สามารถย่ำยีตระกูลหลิวได้อย่างนั้นหรือ?” ผู้อาวุโสห้าก้าวออกมาจากด้านหลังผู้อาวุโสใหญ่ สีหน้าเต็มไปด้วยความโกรธแค้น เป็นหนึ่งในกลุ่มที่ต่อต้านความสัมพันธ์ของหลิวจื่อซีกับหนานกงอวิ๋นม่อมาโดยตลอด
“เสี่ยวไป๋คือใครกันแน่?” เสียงสงสัยของเหล่าคนในตระกูลดังขึ้น ชื่อเสี่ยวไป๋นี่ไม่คุ้นหูเลย
“เขาคืออาจารย์ของหนานกงอวิ๋นม่อ คนที่สังหารผู้อาวุโสของเราก็คือเขานั่นแหละ” มีคนที่รู้ข้อมูลกระซิบบอก
ทันใดนั้น เสียงฮือฮาก็ตามมา ทุกคนเข้าใจในบัดดล อ้อ คนที่เลี้ยงหมูในดินแดนกันดารจนได้เมียดีนั่นเอง
เรื่องของหลิวจื่อซีกับหนานกงอวิ๋นม่อคือแผลใจของชายหนุ่มในตระกูลหลิว เทพธิดาในดวงใจของพวกเขากลับตกเป็นของหมูตัวหนึ่งจากชายขอบซีโจวแถมยังเป็นหมูที่พลังอ่อนแอไร้ทางสู้อีกต่างหาก คิดทีไรก็อยากซุกผ้าห่มร้องไห้ทุกที
เพราะเหตุนี้ บรรดาชายหนุ่มในตระกูลจึงเกลียดชังหนานกงอวิ๋นม่อเป็นพิเศษ
“ท่านผู้อาวุโสห้า ท่านตั้งใจจะลากตัวท่านผู้อาวุโสเสี่ยวมาแล้วประหารกลางลานเลยหรือ?” เสียงของหลิวจื่อซีเย็นเยียบพร้อมแรงกดดันแผ่กระจายทั่วลาน คำพูดเช่นนี้อย่าได้พูดพร่ำเพรื่อเพราะเขาคือว่าที่อาจารย์ของนาง ผู้อาวุโสอย่างเจ้ามีสิทธิ์อะไรไปดูหมิ่นเขา?
“จื่อซี เจ้าอย่าเพิ่งโกรธ พ่ออยู่ตรงนี้แล้ว” บิดาของหลิวจื่อซีรู้ว่าถึงคราวแสดงบทบาทแล้ว ในใจพลันเต้นรัว นี่แหละโอกาสอันดีที่จะได้โชว์เก๋าต่อหน้าลูกสาว
“ใช่แล้ว ๆ มีพ่อเจ้าอยู่ ไม่มีใครรังแกเจ้าได้หรอก” มารดาก็รีบกล่าวเสริม ลูกสาวข้าอารมณ์ยังร้อนแรงเหมือนสมัยข้าเป็นสาวไม่มีผิดเลย
“……” หลิวจื่อซีไม่กล่าวอะไรเพราะในใจของนางมีแผนบางอย่าง แม้จะเสี่ยงเกิดปัญหา แต่หากได้ผลขึ้นมาก็จะได้ผลเร็วมากด้วย
“คุณหนูวางใจได้ พวกเราเห็นแก่หน้าคุณหนู ฆ่าเขาคงไม่ได้ แต่เขาต้องมากล่าวคำขอโทษต่อหน้าทุกคน ไม่เช่นนั้นเรื่องนี้จบไม่ลงแน่นอน” ผู้อาวุโสห้ากล่าวด้วยน้ำเสียงกร้าวกราด
“ใช่ ๆ แบบนี้ปล่อยไปง่าย ๆ ไม่ได้หรอก” ทันใดนั้นคนในตระกูลหลิวที่ถูกผู้อาวุโสห้าปลุกปั่นก็พากันโห่ร้อง เชียร์อย่างพร้อมเพรียง
บิดาของหลิวจื่อซีมองดูคนทั้งลานที่กำลังตะโกนโห่ร้อง เส้นเลือดปูดที่ขมับเหมือนจะระเบิด ใครเห็นก็นึกว่าเขากำลังโมโหสุดขีด ทว่าในใจกลับยิ้มจนแก้มแทบปริ ดีแล้ว ๆ เชียร์เข้าไป ยิ่งเสียงดังเท่าไร ยิ่งวุ่นวายเท่าไร ลูกสาวข้ายิ่งรู้สึกว่าปัญหาใหญ่มากเท่านั้น
และเมื่อถึงตอนนั้น ข้าคนนี้ก็จะได้เป็นวีรบุรุษที่จัดการปัญหาใหญ่ให้ลูกสาวได้อย่างสมบูรณ์แบบ ตำแหน่งในใจของลูกย่อมพุ่งพรวดขึ้นแน่นอน
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เขาก็ตื่นเต้นจนอยากจะกระโดดโลดเต้น เวลาของข้ามาถึงแล้ว