- หน้าแรก
- ไร้เทียมทานตั้งแต่เริ่ม
- บทที่ 102 รับทราบ โอเวอร์
บทที่ 102 รับทราบ โอเวอร์
บทที่ 102 รับทราบ โอเวอร์
บทที่ 102 รับทราบ โอเวอร์
“ผู้นี้คือศิษย์พี่ของเจ้า อีกทั้งยังเป็นศิษย์สืบทอดคนแรกของข้า จากนี้ไปพวกเจ้าสองคนจงร่วมมือช่วยเหลือกันให้ดี” เสี่ยวไป๋ชี้ไปยังหนานกงอวิ๋นม่อพลางแนะนำ ในฐานะศิษย์เอกย่อมมีคุณธรรมประเสริฐล้ำเป็นแน่ถึงอย่างไรก็ไม่มีทางเกิดความบาดหมางในหมู่ศิษย์ด้วยกันหรอกมั้ง
“จางชื่อเกอ คารวะศิษย์พี่” เด็กหนุ่มซึ่งแนะนำตัวว่าชื่อจางชื่อเกอโค้งคำนับอย่างนอบน้อม
“ศิษย์น้องจางยินดีที่ได้รู้จัก ต่อไปหากมีสิ่งใดก็ไม่ต้องเกรงใจ” หนานกงอวิ๋นม่อรับไหว้พลางยิ้มบาง ๆ ตบไหล่อีกฝ่ายอย่างเป็นกันเอง
“และนี่คือหมาตัวหนึ่ง เอ๋อร์โก่วชื่อตรงตามสภาพ เจ้านี่มัน...โง่สมชื่อ ถึงหน้าตาจะดูดี แต่นั่นล้วนภาพลวงตา ความจริงคือสุนัขเขลาสุด ๆ เจ้าเพียงมองมันเป็นหมาธรรมดาก็พอ ไม่ต้องสุภาพมากนัก” เสี่ยวไป๋ชี้หน้าเอ๋อร์โก่วพลางหัวเราะ พูดสิ่งที่อยู่ในใจอย่างซื่อสัตย์
“เสี่ยวไป๋ ข้าจะเตะปากเจ้า เจ้าไม่มีคำพูดดี ๆ ให้เพื่อนบ้างเลยหรือไง?” เอ๋อร์โก่วพุ่งเข้าใส่เสี่ยวไป๋ ทั้งสองเริ่มซัดกันนัว
“เอ่อ…” จางชื่อเกอเริ่มลังเลไม่รู้จะทำอย่างไร สรุปว่าเขาควรเรียกเอ๋อร์โก่วว่าอะไรดี? เรียกตรงๆ ว่าเอ๋อร์โก่วตามคำของอาจารย์ก็เกรงว่าจะไม่เคารพ แต่พอมันกล้าต่อกรกับอาจารย์ตรง ๆ เช่นนี้ ตำแหน่งในสำนักก็คงไม่ธรรมดาเสียแล้ว...
“ศิษย์น้อง นี่คือท่านลุงเอ๋อร์โก่วของเจ้า เรียกเช่นนั้นก็พอ อีกอย่างการต่อสู้ระหว่างอาจารย์กับท่านลุงเอ๋อร์โก่วนั้นถือเป็นเรื่องปกติ วันหนึ่งสิบครั้งก็ยังไม่แปลก เจ้าอย่าได้พยายามห้ามเพราะห้ามยังไงก็ห้ามไม่ได้” หนานกงอวิ๋นม่อตบไหล่จางชื่อเกอพลางพูดอย่างปลงตก ในอดีตเขาก็เคยพยายามจะห้าม แต่มันไร้ผลสิ้นดี
“อ๋อ” จางชื่อเกอรับคำอย่างงงๆ
“เสี่ยวไป๋ ปล่อยข้านะ หยุดดึงหางข้าเสียที เจ้าใช่คนหรือไม่?” ระหว่างที่อีกฝั่งพูดคุยกันอย่างเป็นมิตร ฝั่งของเสี่ยวไป๋กับเอ๋อร์โก่วก็ยังซัดกันไม่เลิก
“เจ้าก็ใช่ว่าจะดีกว่าข้า ตีนหมาของเจ้าคิดจะยัดปากข้าอยู่ได้” เสี่ยวไป๋สวนกลับ เขากำลังดึงหางเอ๋อร์โก่วไว้แน่นแล้วเหวี่ยงไปมา
ฝูงชนที่แอบดูอยู่ด้านข้างถึงกับตาค้าง เดิมทีคิดว่าการต่อสู้ระหว่างสองผู้ไร้เทียมทานนี้จะสะท้านฟ้าสะเทือนดิน ทุกคนถึงขั้นย้ายตำแหน่งมาดี ๆ เผื่อจะได้เรียนรู้ท่าหมัดวิชา ปรากฏว่าที่เห็นคือสุนัขกับคนกำลังตบตีกันเหมือนเด็กแย่งลูกชิ้นในตลาด
“ศิษย์พี่ ท่านลุงเอ๋อร์โก่วไม่ใช่สุนัขหรือ?” จางชื่อเกอกระซิบถาม
“ไม่ใช่ เอ๋อร์โก่วบอกว่าเขาเป็นหมาป่า” หนานกงอวิ๋นม่อส่ายหน้า เขาเองก็ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกัน
หากเสี่ยวไป๋ได้ยินคำนี้คงถึงกับร้องอุทาน “เจ้าก็ไม่รู้แน่ชัด แล้วยังไปบอกคนอื่นเนี่ยนะ?”
“ระบบ ช่วยหาเคล็ดวิชาและวิชายุทธ์ที่เหมาะกับชื่อเกอหน่อย ระหว่างนี้ข้าขอจัดการเจ้าเอ๋อร์โก่วก่อน” เสี่ยวไป๋ที่ดูเหมือนกำลังได้เปรียบ ยังคงมีเวลาว่างสั่งระบบได้อยู่
[รับทราบ...โอเวอร์] ระบบตอบกลับอย่างเป็นพิธี
“โอเวอร์? เจ้าเล่นบทสายลับอยู่เรอะ?” เสี่ยวไป๋อึ้ง ระบบวันนี้ดูจะกร่างแปลก ๆ
ไม่ทันที่เขาจะบ่นจบ ตีนหมาของเอ๋อร์โก่วก็พุ่งมาหาอีกระลอก เสี่ยวไป๋ไม่สามารถเสียสมาธิได้จึงงัดไม้ตายดึงหางของมันแล้วเหวี่ยงเต็มแรง
“อ๊าก เสี่ยวไป๋ เจ้าเป็นคนต่ำช้ายิ่งนัก” เอ๋อร์โก่วร้องด้วยความเจ็บเพราะหางที่ถูกจับไว้อย่างแน่นหนานั้นคือจุดอ่อน เขาตอนนี้เสียเปรียบเต็มประดา ไม่มีทางสู้ได้เลย
“ศึกตบตีนั้นไม่มีคำว่า ‘ต่ำช้า’ ชัยชนะเท่านั้นที่สำคัญ” เสี่ยวไป๋ตอบอย่างภูมิใจ แสดงให้เห็นถึงปรัชญา ‘จะสู้ก็ต้องสู้ให้ชนะ แบบไหนชนะได้ก็ใช้แบบนั้น’
สุดท้ายการต่อสู้ก็จบลงด้วยความพ่ายแพ้ของเอ๋อร์โก่ว
“ไปเถอะ ไปกินข้าวก่อน” เสี่ยวไป๋โบกมือเรียกหนานกงอวิ๋นม่อกับจางชื่อเกอให้รวมกลุ่มกัน
ทั้งสองไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ เดินตามไปอย่างสงบ
“ข้าขอดูข้อมูลพื้นฐานของศิษย์สืบทอดคนที่สองของข้าก่อนเถอะ” เสี่ยวไป๋คิดในใจ ถึงจะเป็นพระเอกสายร่างสิ้นทางฝึกปรือ แต่ยังไงก็ต้องเก่งเวอร์แน่นอน
《เนตรเทวะ》แสดงผล:
ชื่อ: จางชื่อเกอ
เพศ: ชาย
ระดับพลัง: ไม่มี
พรสวรรค์: ร่างสิ้นทางฝึกปรือ ไม่มีพรสวรรค์
สังกัด: สังกัดสำนักของเจ้าของระบบ เป็นศิษย์สืบทอดโดยตรงคนที่สอง
ร่างกาย: ร่างสิ้นทางฝึกปรือโดยด้านร่างกายจัดว่าแข็งแกร่งเป็นอันดับหนึ่งในระดับเดียวกัน
สถานะปัจจุบัน: ร่างกายได้รับการฟื้นฟูโดยเคล็ดเทพเจ้าผู้สร้างโลกเหลือเพียงถ่ายทอดเคล็ดวิชาก็จะสามารถฝึกฝนได้ด้วยความเร็วระดับทะลุฟ้า
เคล็ดวิชา: ไม่มี
วิชายุทธ์: ไม่มี
ภูมิหลัง: เด็กชายผู้เติบโตมากับน้องสาวในหมู่บ้านรกร้างแห่งหนึ่งทางฝั่งตะวันตกของแผ่นดินตะวันออกหลี่
“เฮอะ ไม่ดูยังจะดีกว่าอีกมั้ง” เสี่ยวไป๋รู้สึกเซ็ง นึกว่าจะได้ข้อมูลใหม่ ปรากฏว่าสิ่งเดียวที่รู้ก็ยังเป็นเรื่องน้องสาวเหมือนเดิม เสียเวลาเปล่าชะมัด
ระหว่างที่เขากำลังตรวจข้อมูล ทั้งกลุ่มก็มาถึงหน้าโรงเตี๊ยม
และในจังหวะนั้นเอง เอ๋อร์โก่วที่เงียบมาตลอดกลับพุ่งตัวเข้าไปในร้านทันที
“ท่านลุงเอ๋อร์โก่ว ท่านจะทำอะไร?” หนานกงอวิ๋นม่อรีบร้องถามเพราะท่าทางของเอ๋อร์โก่วดูเร่งรีบผิดปกติ
จางชื่อเกอเองก็เข้าสู่โหมดระวังภัยทันที แม้จะไม่มีพลังฝึกปรือเลยก็ตาม แต่ท่วงท่าของเขาเปี่ยมไปด้วยจิตใจกล้าหาญ
ใครจะรู้ว่าสิ่งที่เอ๋อร์โก่วทำคือ
“เถ้าแก่ ขอขาหมูตุ๋นร้อยชิ้น อาหารชุดที่แพงที่สุดขอทั้งหมดอย่างละร้อย”
“อา...” หนานกงอวิ๋นม่อกับจางชื่อเกอถึงกับชะงัก ขยับมุมปากเล็กน้อยที่แท้วิ่งเข้าไปเพราะจะสั่งอาหาร?
“เฮ้ย เจ้าไม่คิดจะหยุดบ้างรึ? เจ้ากะจะกินมื้อนี้ให้ข้าล้มละลายเลยหรือยังไง?” เสี่ยวไป๋ที่รักความประหยัดเป็นชีวิตจิตใจทนไม่ได้ทันที
“แหวะ ประหยัดอะไร? ข้าเรียกว่าขี้งกมากกว่า” ระบบสะบัดเสียงใส่ เห็นชัดว่ามันรู้จักนิสัยของเสี่ยวไป๋ดียิ่งกว่าผู้อื่น
“ขี้งกอะไรกัน นี่ข้าเตรียมตัวเพื่ออนาคตของสำนักนะ เจ้าเองก็รู้ว่าการบริหารสำนักมันกินทรัพย์แค่ไหน” เสี่ยวไป๋แย้งด้วยความไม่ยอมแพ้
“พอเหอะ ต่อหน้าคนอื่นอาจหลอกได้ แต่ต่อหน้าข้ามันไม่ได้ผลหรอก” ระบบประชด “รู้ไหมว่าเจ้าแตกต่างจากไก่ขี้เหนียวทั่วไปยังไง?”
“ยังไง?” เสี่ยวไป๋เผลอตอบกลับโดยไม่คิด
“ไก่ขี้เหนียวยังมีขนให้ถอน เจ้าน่ะแม้แต่ขนสักเส้นยังไม่มีเลย” ระบบสวนกลับอย่างรุนแรง
มันเองก็รู้สึกท้อใจเพราะคิดคำนวณมาทุกทางก็ไม่เคยนึกว่าผู้ไร้เทียมทานเช่นเสี่ยวไป๋จะใช้พลังอันยิ่งใหญ่ของตนไปหาเงินเสียอย่างนั้น ไม่ใช่เงินเป็นสิ่งที่หาได้ง่ายที่สุดในโลกใบนี้หรอกหรือ?