- หน้าแรก
- ไร้เทียมทานตั้งแต่เริ่ม
- บทที่ 101 เจ้าทำอะไรของเจ้า?
บทที่ 101 เจ้าทำอะไรของเจ้า?
บทที่ 101 เจ้าทำอะไรของเจ้า?
บทที่ 101 เจ้าทำอะไรของเจ้า?
แรงกดวิญญาณของชายผู้นั้นกดทับร่างของเด็กหนุ่มจนแทบหายใจไม่ออก
“เป็นอะไรไปเล่า? พูดไม่ออกแล้วหรือ? อึดอัดใช่ไหมล่ะ? อีกเดี๋ยวเจ้าก็จะได้ลิ้มรสชาติของการขาดอากาศหายใจจนตายแล้วล่ะ ฮ่าฮ่า ฮ่า” ชายผู้นั้นหัวเราะเย็นเยียบ
[ติ๊ง ตรวจพบภารกิจแยกของเนื้อเรื่องหลัก]
[พบผู้ที่เหมาะสมเป็นศิษย์สืบทอดโดยตรงจึงกระตุ้นภารกิจนี้]
[ชื่อภารกิจ: รับเด็กหนุ่มตรงหน้าเป็นศิษย์สืบทอดโดยตรง]
[ผลล้มเหลว: ไม่มี]
[รางวัลสำเร็จ: ไม่มี]
[ภารกิจแยกของเนื้อเรื่องหลักจะไม่ได้รับรางวัลใด ๆ]
เสียงของระบบดังขึ้นในห้วงสติของเสี่ยวไป๋
เสี่ยวไป๋ยิ้มบาง ๆ นี่แหละสิ่งที่เขารออยู่
เด็กหนุ่มตรงหน้าเพียงดูจากท่าทางและแววตาก็รู้แล้วว่าเป็นตัวเอกแห่งโชคชะตา แววตาไม่ยอมแพ้แม้ตาย การยืนหยัดแม้บาดเจ็บ ไหนจะเรื่องน้องสาวที่กล่าวถึงอีก แบบนี้ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามีดวงพระเอกเต็มเปา
ไม่ต้องรอช้า เสี่ยวไป๋ที่ได้รับภารกิจก็ลงมือทันที อย่าให้ความโง่งมของผู้อื่นมาทำให้ตนต้องล่าช้ามื้ออาหาร
“ทำลาย” เสี่ยวไป๋พึมพำเบา ๆ
เขาเห็นว่าใช้วิชาอื่นอาจทำให้สิ่งรอบข้างเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นผนังบ้านถล่ม พื้นแตกหรือร่างคนลอยไปชนผู้อื่น ดังนั้นจึงเลือกใช้กระบวนท่า ‘ทำลาย’ ที่เขาถนัดที่สุด ใช้เพียงพลังวิญญาณเบา ๆ ก็ทำให้ศัตรูกลายเป็นผุยผงได้ ไม่เหลือซากแม้แต่ขี้เถ้า เป็นวิธีรักษาสิ่งแวดล้อมที่ดีเยี่ยม ไม่ต้องเปลืองโกศเก็บกระดูกเลยทีเดียว
เมื่อเสียงของเสี่ยวไป๋สิ้นสุดลง บรรดาโจรทั้งสามแห่งเซวียนอวี้ก็สลายหายไปในพริบตา แม้แต่ฝุ่นธุลีมิได้เหลือไว้
ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างตะลึงงัน ยังมิทันประมวลผลด้วยซ้ำว่าเพิ่งเกิดอะไรขึ้น
เสี่ยวไป๋เดินไปหาเด็กหนุ่มท่ามกลางสายตาตกตะลึงของอีกฝ่าย เขาเริ่มหมุนเวียนเคล็ดวิชาเทพเจ้าผู้สร้างโลกแล้วโบกมือเพียงครั้งเดียว บาดแผลของเด็กหนุ่มก็หายสนิท แม้แต่รอยแผลเก่าบนร่างก็พลันเลือนหาย
เด็กหนุ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย เขายกมือสัมผัสใบหน้าตนเองเพื่อตรวจสอบว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่
เมื่อมั่นใจแล้วว่าไม่ได้ฝัน เด็กหนุ่มจึงเอ่ยขึ้นว่า “ขอบ…”
“เจ้ายินดีจะเป็นศิษย์สืบทอดของข้าหรือไม่?” เสี่ยวไป๋ขัดขึ้นพร้อมรอยยิ้มบาง
ผู้คนที่ยืนชมเหตุการณ์อยู่ก็เพิ่งได้สติกลับคืนมา
“เวรเอ๊ย เรื่องจริงหรือเนี่ย? โจรทั้งสามแห่งเซวียนอวี้โดนท่านผู้นี้สังหารหมดเลย? ข้ากำลังฝันอยู่หรือเปล่าเนี่ย?” คนหนึ่งพึมพำอย่างไม่อยากเชื่อ
“เพี๊ยะ” ฝ่ามือฟาดเข้าแก้มของชายคนนั้นเต็มแรง
“โอ๊ย เจ้าทำอะไรของเจ้า?” ชายผู้โดนตบโวยวายพลางลูบแก้มที่ขึ้นสีแดง
“ให้เจ้ารู้ว่านี่ไม่ใช่ความฝัน” ชายที่ตบกล่าวเรียบๆ
“ท่านผู้นี้คือใครกันแน่? เขตเซวียนอวี้ของพวกเรายังมีผู้แข็งแกร่งระดับนี้ซ่อนอยู่อีกงั้นหรือ? ช่างเป็นแผ่นดินที่แฝงพยัคฆ์มังกรจริง ๆ” มีคนเอ่ยอย่างทึ่ง
ทันใดนั้นก็มีคนชี้ไปยังเสี่ยวไป๋พลางตาโต “เดี๋ยวก่อน สองคนหนึ่งสุนัขหรือว่าจะเป็นพวกเขา?”
“ไม่ผิดแน่ นั่นแหละคือสองคนหนึ่งสุนัขในตำนาน” มีคนตื่นเต้นร้องตอบ
“ใช่แล้ว ต้องใช่แน่นอน พวกเขาแข็งแกร่งขนาดนี้ ยังจะมีใครอีกเล่า?”
แม้เสี่ยวไป๋จะเพิ่งมาไม่กี่วัน แต่ในสายตาของชาวบ้าน เขาคือผู้ที่นำความหวัง ความสงบสุขและความยุติธรรมมาให้ แค่ปราบโจรจนเมืองสงบก็นับว่าเป็นบุญคุณใหญ่หลวงแล้ว
“เมื่อครู่ท่านผู้นั้นเหมือนจะกล่าวว่าอยากรับเด็กคนนั้นเป็นศิษย์?” มีคนท้วงขึ้น
แม้หลายคนจะไม่รู้จักเด็กหนุ่มคนนั้นดีนัก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่รู้จักเลย
ทั่วร้อยลี้ไม่มีใครไม่รู้จักเขาเพราะแม้จะเป็นเด็กที่เด็ดเดี่ยว มีความกล้าไม่ยอมแพ้ แต่ก็มีชื่อเสียงเลื่องลือในฐานะคนไร้พรสวรรค์โดยกำเนิดไม่สามารถบำเพ็ญเพียรได้เลย
อีกเหตุผลที่เขาเป็นที่รู้จักก็คือน้องสาวของเขา แม้พี่ชายจะไร้พรสวรรค์ แต่สาวน้อยผู้นั้นกลับมีพรสวรรค์ล้ำเลิศ ความงามประดุจเทพธิดาเคลื่อนลงจากสวรรค์ มีมหาสำนักเคยมาทาบทามให้นางเข้าร่วม แต่นางกลับปฏิเสธและไม่นานก็หายตัวไปอย่างลึกลับ ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“ไม่น่าเป็นไปได้ ท่านผู้นั้นคงพูดผิดแน่จะไปรับคนที่มีร่างสิ้นทางฝึกปรือเป็นศิษย์ได้อย่างไร?”
“ทำไมถึงเงียบไปล่ะ?” เสี่ยวไป๋ยิ้มอ่อน กล่าวถามเด็กหนุ่ม
“จะ จริงหรือ?” เด็กหนุ่มเอ่ยอย่างสั่นไหว ในหัวใจมีทั้งความตื่นเต้นและลังเลปะปนกัน
“ท่านผู้อาวุโส...อย่าเลย ข้าเป็นคนที่มีร่างสิ้นทางฝึกปรือโดยกำเนิด ไม่มีทางบำเพ็ญเพียรได้หรอกขอรับ” น้ำเสียงของเด็กหนุ่มเศร้าหมองลงทันที
“ไอ้เวร ระบบขอยืนยัน นี่แหละพระเอกของจริง” ระบบโวยวายในใจ ชีวิตยิ่งน่าสงสารก็ยิ่งเหนือมนุษย์ น้องสาวหาย ถูกเหยียบย่ำ ดูถูกดูแคลนแถมยังมีร่างสิ้นทางฝึกปรืออีก แบบนี้จะไม่ใช่พระเอกได้อย่างไร?
“เจ้าต้องการแข็งแกร่งขึ้นเพื่อไปตามหาน้องสาวของเจ้าหรือไม่? หากต้องการ...ก็มาเป็นศิษย์ข้าเสียตอนนี้ หากไม่ต้องการ...ก็ไปเสียเถิด อย่ามาเสียเวลาข้ากินข้าว ยังไงเสีย น้องสาวของเจ้าก็รอเจ้า ไม่ได้รอข้า” เสี่ยวไป๋ใช้ไม้ตายสุดท้ายแล้วเพื่อกระตุ้นแรงจูงใจ
“น้องสาว” เด็กหนุ่มทวนคำในใจ ภาพอดีตที่อยู่กับน้องสาวผุดขึ้นมาไม่หยุด
เสี่ยวไป๋มองเขาแล้วกล่าวในใจ “ความทรงจำช่างร้ายกาจนัก เป็นอาวุธลับของพระเอกจริง ๆ ที่สำคัญ...แค่พูดคำว่าน้องสาว เด็กนี่ก็เปลี่ยนสีหน้าแล้ว”
ในหัวของเด็กหนุ่มฉากในอดีตผุดขึ้นรัวราวกับน้ำป่า เขาจำได้ว่าน้องสาวร้องไห้ รอคอยเขาไปช่วย แต่เขากลับอ่อนแอเกินไป ไร้ความสามารถ แม้แต่น้องสาวยังปกป้องไม่ได้
กำปั้นของเขากำแน่นขึ้นทีละน้อย
เสี่ยวไป๋สบจังหวะเร่งเร้า “นี่จะเป็นโอกาสสุดท้ายของเจ้า เจ้าจะยอมเป็นศิษย์ของข้าหรือไม่?”
“ท่านผู้อาวุโสจะรับคนที่ไร้คุณสมบัติฝึกปรืออย่างเขาเป็นศิษย์จริงหรือ?” เสียงอิจฉาดังขึ้น ใครจะไม่อิจฉาในเมื่อตัวเองก็อยากเป็นศิษย์ของยอดคนเช่นนี้แทบตาย
ตอนนี้ทุกคนล้วนคิดในใจ “ทำไมท่านไม่รับข้าเป็นศิษย์แทนเล่า? แล้วไปรับเจ้าพวกไร้ค่าแบบนั้นแทน?”
“เป็น ข้ายินดีเป็น ขอท่านโปรดรับข้าเป็นศิษย์ด้วยเถิด” เด็กหนุ่มตะโกนสุดเสียง คุกเข่าลงทันที แล้วทำพิธีคารวะรับเป็นศิษย์
ทุกครั้งที่เขากระแทกหัวลงพื้นล้วนดังชัดเจน แสดงถึงความตั้งใจอันแรงกล้าในเมื่อเสี่ยวไป๋คือความหวังสุดท้ายของเขาในการตามหาน้องสาวและแม้เพียงวันเดียวได้ฝากตนเป็นศิษย์ก็จักนับเป็นบิดาตลอดชั่วชีวิตเขาย่อมต้องคารวะให้สมเกียรติ
“ดี ดีมาก” เสี่ยวไป๋พยักหน้าอย่างพอใจ “ข้านามเสี่ยวไป๋ วันนี้รับเจ้าเป็นศิษย์สืบทอดโดยตรงคนที่สองของข้า ไม่นานข้าจะถ่ายทอดเคล็ดวิชาและวิชายุทธ์ให้เจ้า...ตอนนี้ ข้าจะแนะนำให้เจ้ารู้จักสหายร่วมสำนักก่อน”
เสี่ยวไป๋ยิ้มอย่างผู้ที่ประสบความสำเร็จ ข้ามาอยู่ที่นี่นานหลายเดือน ในที่สุดก็มีศิษย์สืบทอดเพิ่มขึ้นอีกคน ตอนนี้สำนักมีสมาชิกสี่คนแล้ว อีกไม่นานก็คงเข้าใกล้ตำแหน่งสำนักอันดับหนึ่งของโลกแล้ว