เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 101 เจ้าทำอะไรของเจ้า?

บทที่ 101 เจ้าทำอะไรของเจ้า?

บทที่ 101 เจ้าทำอะไรของเจ้า?


บทที่ 101 เจ้าทำอะไรของเจ้า?

แรงกดวิญญาณของชายผู้นั้นกดทับร่างของเด็กหนุ่มจนแทบหายใจไม่ออก

“เป็นอะไรไปเล่า? พูดไม่ออกแล้วหรือ? อึดอัดใช่ไหมล่ะ? อีกเดี๋ยวเจ้าก็จะได้ลิ้มรสชาติของการขาดอากาศหายใจจนตายแล้วล่ะ ฮ่าฮ่า ฮ่า” ชายผู้นั้นหัวเราะเย็นเยียบ

[ติ๊ง ตรวจพบภารกิจแยกของเนื้อเรื่องหลัก]

[พบผู้ที่เหมาะสมเป็นศิษย์สืบทอดโดยตรงจึงกระตุ้นภารกิจนี้]

[ชื่อภารกิจ: รับเด็กหนุ่มตรงหน้าเป็นศิษย์สืบทอดโดยตรง]

[ผลล้มเหลว: ไม่มี]

[รางวัลสำเร็จ: ไม่มี]

[ภารกิจแยกของเนื้อเรื่องหลักจะไม่ได้รับรางวัลใด ๆ]

เสียงของระบบดังขึ้นในห้วงสติของเสี่ยวไป๋

เสี่ยวไป๋ยิ้มบาง ๆ นี่แหละสิ่งที่เขารออยู่

เด็กหนุ่มตรงหน้าเพียงดูจากท่าทางและแววตาก็รู้แล้วว่าเป็นตัวเอกแห่งโชคชะตา แววตาไม่ยอมแพ้แม้ตาย การยืนหยัดแม้บาดเจ็บ ไหนจะเรื่องน้องสาวที่กล่าวถึงอีก แบบนี้ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามีดวงพระเอกเต็มเปา

ไม่ต้องรอช้า เสี่ยวไป๋ที่ได้รับภารกิจก็ลงมือทันที อย่าให้ความโง่งมของผู้อื่นมาทำให้ตนต้องล่าช้ามื้ออาหาร

“ทำลาย” เสี่ยวไป๋พึมพำเบา ๆ

เขาเห็นว่าใช้วิชาอื่นอาจทำให้สิ่งรอบข้างเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นผนังบ้านถล่ม พื้นแตกหรือร่างคนลอยไปชนผู้อื่น ดังนั้นจึงเลือกใช้กระบวนท่า ‘ทำลาย’ ที่เขาถนัดที่สุด ใช้เพียงพลังวิญญาณเบา ๆ ก็ทำให้ศัตรูกลายเป็นผุยผงได้ ไม่เหลือซากแม้แต่ขี้เถ้า เป็นวิธีรักษาสิ่งแวดล้อมที่ดีเยี่ยม ไม่ต้องเปลืองโกศเก็บกระดูกเลยทีเดียว

เมื่อเสียงของเสี่ยวไป๋สิ้นสุดลง บรรดาโจรทั้งสามแห่งเซวียนอวี้ก็สลายหายไปในพริบตา แม้แต่ฝุ่นธุลีมิได้เหลือไว้

ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างตะลึงงัน ยังมิทันประมวลผลด้วยซ้ำว่าเพิ่งเกิดอะไรขึ้น

เสี่ยวไป๋เดินไปหาเด็กหนุ่มท่ามกลางสายตาตกตะลึงของอีกฝ่าย เขาเริ่มหมุนเวียนเคล็ดวิชาเทพเจ้าผู้สร้างโลกแล้วโบกมือเพียงครั้งเดียว บาดแผลของเด็กหนุ่มก็หายสนิท แม้แต่รอยแผลเก่าบนร่างก็พลันเลือนหาย

เด็กหนุ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย เขายกมือสัมผัสใบหน้าตนเองเพื่อตรวจสอบว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่

เมื่อมั่นใจแล้วว่าไม่ได้ฝัน เด็กหนุ่มจึงเอ่ยขึ้นว่า “ขอบ…”

“เจ้ายินดีจะเป็นศิษย์สืบทอดของข้าหรือไม่?” เสี่ยวไป๋ขัดขึ้นพร้อมรอยยิ้มบาง

ผู้คนที่ยืนชมเหตุการณ์อยู่ก็เพิ่งได้สติกลับคืนมา

“เวรเอ๊ย เรื่องจริงหรือเนี่ย? โจรทั้งสามแห่งเซวียนอวี้โดนท่านผู้นี้สังหารหมดเลย? ข้ากำลังฝันอยู่หรือเปล่าเนี่ย?” คนหนึ่งพึมพำอย่างไม่อยากเชื่อ

“เพี๊ยะ” ฝ่ามือฟาดเข้าแก้มของชายคนนั้นเต็มแรง

“โอ๊ย เจ้าทำอะไรของเจ้า?” ชายผู้โดนตบโวยวายพลางลูบแก้มที่ขึ้นสีแดง

“ให้เจ้ารู้ว่านี่ไม่ใช่ความฝัน” ชายที่ตบกล่าวเรียบๆ

“ท่านผู้นี้คือใครกันแน่? เขตเซวียนอวี้ของพวกเรายังมีผู้แข็งแกร่งระดับนี้ซ่อนอยู่อีกงั้นหรือ? ช่างเป็นแผ่นดินที่แฝงพยัคฆ์มังกรจริง ๆ” มีคนเอ่ยอย่างทึ่ง

ทันใดนั้นก็มีคนชี้ไปยังเสี่ยวไป๋พลางตาโต “เดี๋ยวก่อน สองคนหนึ่งสุนัขหรือว่าจะเป็นพวกเขา?”

“ไม่ผิดแน่ นั่นแหละคือสองคนหนึ่งสุนัขในตำนาน” มีคนตื่นเต้นร้องตอบ

“ใช่แล้ว ต้องใช่แน่นอน พวกเขาแข็งแกร่งขนาดนี้ ยังจะมีใครอีกเล่า?”

แม้เสี่ยวไป๋จะเพิ่งมาไม่กี่วัน แต่ในสายตาของชาวบ้าน เขาคือผู้ที่นำความหวัง ความสงบสุขและความยุติธรรมมาให้ แค่ปราบโจรจนเมืองสงบก็นับว่าเป็นบุญคุณใหญ่หลวงแล้ว

“เมื่อครู่ท่านผู้นั้นเหมือนจะกล่าวว่าอยากรับเด็กคนนั้นเป็นศิษย์?” มีคนท้วงขึ้น

แม้หลายคนจะไม่รู้จักเด็กหนุ่มคนนั้นดีนัก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่รู้จักเลย

ทั่วร้อยลี้ไม่มีใครไม่รู้จักเขาเพราะแม้จะเป็นเด็กที่เด็ดเดี่ยว มีความกล้าไม่ยอมแพ้ แต่ก็มีชื่อเสียงเลื่องลือในฐานะคนไร้พรสวรรค์โดยกำเนิดไม่สามารถบำเพ็ญเพียรได้เลย

อีกเหตุผลที่เขาเป็นที่รู้จักก็คือน้องสาวของเขา แม้พี่ชายจะไร้พรสวรรค์ แต่สาวน้อยผู้นั้นกลับมีพรสวรรค์ล้ำเลิศ ความงามประดุจเทพธิดาเคลื่อนลงจากสวรรค์ มีมหาสำนักเคยมาทาบทามให้นางเข้าร่วม แต่นางกลับปฏิเสธและไม่นานก็หายตัวไปอย่างลึกลับ ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

“ไม่น่าเป็นไปได้ ท่านผู้นั้นคงพูดผิดแน่จะไปรับคนที่มีร่างสิ้นทางฝึกปรือเป็นศิษย์ได้อย่างไร?”

“ทำไมถึงเงียบไปล่ะ?” เสี่ยวไป๋ยิ้มอ่อน กล่าวถามเด็กหนุ่ม

“จะ จริงหรือ?” เด็กหนุ่มเอ่ยอย่างสั่นไหว ในหัวใจมีทั้งความตื่นเต้นและลังเลปะปนกัน

“ท่านผู้อาวุโส...อย่าเลย ข้าเป็นคนที่มีร่างสิ้นทางฝึกปรือโดยกำเนิด ไม่มีทางบำเพ็ญเพียรได้หรอกขอรับ” น้ำเสียงของเด็กหนุ่มเศร้าหมองลงทันที

“ไอ้เวร ระบบขอยืนยัน นี่แหละพระเอกของจริง” ระบบโวยวายในใจ ชีวิตยิ่งน่าสงสารก็ยิ่งเหนือมนุษย์ น้องสาวหาย ถูกเหยียบย่ำ ดูถูกดูแคลนแถมยังมีร่างสิ้นทางฝึกปรืออีก แบบนี้จะไม่ใช่พระเอกได้อย่างไร?

“เจ้าต้องการแข็งแกร่งขึ้นเพื่อไปตามหาน้องสาวของเจ้าหรือไม่? หากต้องการ...ก็มาเป็นศิษย์ข้าเสียตอนนี้ หากไม่ต้องการ...ก็ไปเสียเถิด อย่ามาเสียเวลาข้ากินข้าว ยังไงเสีย น้องสาวของเจ้าก็รอเจ้า ไม่ได้รอข้า” เสี่ยวไป๋ใช้ไม้ตายสุดท้ายแล้วเพื่อกระตุ้นแรงจูงใจ

“น้องสาว” เด็กหนุ่มทวนคำในใจ ภาพอดีตที่อยู่กับน้องสาวผุดขึ้นมาไม่หยุด

เสี่ยวไป๋มองเขาแล้วกล่าวในใจ “ความทรงจำช่างร้ายกาจนัก เป็นอาวุธลับของพระเอกจริง ๆ ที่สำคัญ...แค่พูดคำว่าน้องสาว เด็กนี่ก็เปลี่ยนสีหน้าแล้ว”

ในหัวของเด็กหนุ่มฉากในอดีตผุดขึ้นรัวราวกับน้ำป่า เขาจำได้ว่าน้องสาวร้องไห้ รอคอยเขาไปช่วย แต่เขากลับอ่อนแอเกินไป ไร้ความสามารถ แม้แต่น้องสาวยังปกป้องไม่ได้

กำปั้นของเขากำแน่นขึ้นทีละน้อย

เสี่ยวไป๋สบจังหวะเร่งเร้า “นี่จะเป็นโอกาสสุดท้ายของเจ้า เจ้าจะยอมเป็นศิษย์ของข้าหรือไม่?”

“ท่านผู้อาวุโสจะรับคนที่ไร้คุณสมบัติฝึกปรืออย่างเขาเป็นศิษย์จริงหรือ?” เสียงอิจฉาดังขึ้น ใครจะไม่อิจฉาในเมื่อตัวเองก็อยากเป็นศิษย์ของยอดคนเช่นนี้แทบตาย

ตอนนี้ทุกคนล้วนคิดในใจ “ทำไมท่านไม่รับข้าเป็นศิษย์แทนเล่า? แล้วไปรับเจ้าพวกไร้ค่าแบบนั้นแทน?”

“เป็น ข้ายินดีเป็น ขอท่านโปรดรับข้าเป็นศิษย์ด้วยเถิด” เด็กหนุ่มตะโกนสุดเสียง คุกเข่าลงทันที แล้วทำพิธีคารวะรับเป็นศิษย์

ทุกครั้งที่เขากระแทกหัวลงพื้นล้วนดังชัดเจน แสดงถึงความตั้งใจอันแรงกล้าในเมื่อเสี่ยวไป๋คือความหวังสุดท้ายของเขาในการตามหาน้องสาวและแม้เพียงวันเดียวได้ฝากตนเป็นศิษย์ก็จักนับเป็นบิดาตลอดชั่วชีวิตเขาย่อมต้องคารวะให้สมเกียรติ

“ดี ดีมาก” เสี่ยวไป๋พยักหน้าอย่างพอใจ “ข้านามเสี่ยวไป๋ วันนี้รับเจ้าเป็นศิษย์สืบทอดโดยตรงคนที่สองของข้า ไม่นานข้าจะถ่ายทอดเคล็ดวิชาและวิชายุทธ์ให้เจ้า...ตอนนี้ ข้าจะแนะนำให้เจ้ารู้จักสหายร่วมสำนักก่อน”

เสี่ยวไป๋ยิ้มอย่างผู้ที่ประสบความสำเร็จ ข้ามาอยู่ที่นี่นานหลายเดือน ในที่สุดก็มีศิษย์สืบทอดเพิ่มขึ้นอีกคน ตอนนี้สำนักมีสมาชิกสี่คนแล้ว อีกไม่นานก็คงเข้าใกล้ตำแหน่งสำนักอันดับหนึ่งของโลกแล้ว

จบบทที่ บทที่ 101 เจ้าทำอะไรของเจ้า?

คัดลอกลิงก์แล้ว