- หน้าแรก
- ไร้เทียมทานตั้งแต่เริ่ม
- บทที่ 100 ผู้ใดโดนถีบ ผู้นั้นย่อมเจ็บ
บทที่ 100 ผู้ใดโดนถีบ ผู้นั้นย่อมเจ็บ
บทที่ 100 ผู้ใดโดนถีบ ผู้นั้นย่อมเจ็บ
บทที่ 100 ผู้ใดโดนถีบ ผู้นั้นย่อมเจ็บ
ในช่วงหลายวันต่อมา เขตเซวียนอวี้กลายเป็นแดนแห่งเสียงร่ำไห้ของเหล่าโจรผู้ร้าย เสียงคร่ำครวญดังระงมราวกับญาติพี่น้องสิ้นชีพ
หากผู้คนไม่รู้ว่าพวกมันเป็นโจร ได้ยินเพียงเสียงร้องก็คงอดเวทนาไม่ได้เพราะสภาพพวกมันในยามนี้ช่างน่าสังเวชถึงขีดสุด คำว่าอนาถเกินมนุษย์ยังนับว่าเบาไป
ต้นตอของเรื่องทั้งหมดล้วนมาจากกลุ่มของเสี่ยวไป๋ที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างปุบปับเมื่อไม่กี่วันก่อน พวกเขายึดคติว่าเดินในทางของโจรเพื่อปิดทางโจรแล้วออกตามล่ากวาดล้างโจรทุกหย่อมหญ้าแถมยังลงมือปล้นโจรเสียเองอีกต่างหาก
แม้จะเพิ่งมาถึงไม่นาน แต่ชื่อเสียงของเสี่ยวไป๋และสหายทั้งสอง หนึ่งคนหนึ่งสุนัขก็แผ่ไปทั่วเขตเซวียนอวี้ชนิดที่ว่าไฟลุกโชนไม่มีใครไม่รู้จัก
จนบัดนี้ เหล่าโจรในเขตเซวียนอวี้เพียงแค่เห็นเงาสองคนหนึ่งสุนัขก็พากันเผ่นแน่บ กลัวใจว่าจะเผชิญหน้ากับเสี่ยวไป๋พวกเขาเข้า
ณ ประตูเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่มีผู้คนสัญจรไปมาไม่ขาดสาย เสี่ยวไป๋กำลังตรวจนับสมบัติที่ได้จากหลายวันมานี้
“โอยเวรเอ๊ย นี่มันวิธีหาเงินชั้นยอดชัด ๆ ไป ๆ ข้าขอเลี้ยงมื้อใหญ่ให้พวกเจ้า” เสี่ยวไป๋ยิ้มร่าเมื่อเห็นหยกวิญญาณในแหวนมิติมีมากมายจนตาลายจนตัวแทบสั่นด้วยความตื่นเต้น
“ถึงแม้ข้าจะไม่ควรด่าเจ้าเพราะนี่ก็ถือเป็นเรื่องดีอยู่หรอกนะ...แต่ข้าก็ยังอยากจะพูดอยู่ดี เจ้านี่มันเลวได้โล่” เอ๋อร์โก่วเอ่ยอย่างจนปัญญา คาดว่าเสี่ยวไป๋คงจะถูกวงการโจรขึ้นบัญชีดำแน่นอนในภายภาคหน้า
“เดินในทางของโจรเพื่อปิดทางโจร” คำนี้เพียงฟังก็รู้แล้วว่ากร่างถึงเพียงใด ประหนึ่งท้าทายวงการโจรทั้งระบบอย่างเปิดเผย
แต่เสี่ยวไป๋หาได้ใส่ใจไม่ ในเมื่อเขามิได้ปล้นชิงคนดีบริสุทธิ์ แต่เลือกลงมือกับโจรชั่วที่ชอบทำเรื่องเลวร้ายไม่เว้นแต่ละวัน นี่ถือเป็นการกำจัดภัยร้ายเพื่อชาวบ้านเสียด้วยซ้ำ ผู้คนทั้งหลายควรจะขอบคุณเขาด้วยซ้ำ ขอเพียงจิตใจของเขาสงบดีก็ไม่เห็นมีปัญหาอันใด
เมื่อเข้าเมืองมาได้ พวกเขาก็เริ่มมองหาสถานที่สำหรับรับประทานอาหารจะโรงเตี๊ยมก็ดีหรืออะไรก็ได้ที่มีอาหารให้กิน เรื่องนอนนั้นที่ไหนก็หลับได้ แต่เรื่องกินต้องหาที่ดี
“โครม” เสียงของวัตถุพุ่งชนกำแพงตามด้วยเสียงพังทลาย
กำแพงนั้นอยู่ห่างจากเสี่ยวไป๋กับพวกเขาไม่ไกล หากเขาเดินไปข้างหน้าอีกไม่กี่ก้าว คงได้ถูกกำแพงถล่มใส่เต็มๆ
“แค่ก แค่ก...” เสียงไอจากใต้ซากหินเผยว่ามีชีวิตรอด เด็กหนุ่มผู้หนึ่งค่อย ๆ แหวกกองหินออก ยืนขึ้นพร้อมยกมือข้างหนึ่งประคองแขนที่บาดเจ็บ
“โอ้โห ยังไม่ตายอีกเรอะ เจ้าเด็กเวร” กลุ่มชายแต่งกายแบบโจรสามสี่คนเดินเข้ามาพลางแสยะยิ้มเย้ยหยัน ด้วยพลังของพวกเขา การฆ่าเด็กคนนี้ไม่ใช่เรื่องยาก พวกเขาไม่คิดว่าเจ้าหนุ่มนี้จะทนทานถึงเพียงนี้โดนถีบไกลขนาดนั้นแล้วยังไม่ตาย
“นั่นมันพวกโจรสามแห่งเซวียนอวี้” ชาวเมืองที่ยืนดูอยู่พากันร้องอุทาน พวกเขาจำสามคนนี้ได้ทันที
“พวกมันมาทำไมในเมืองเล็ก ๆ เช่นนี้?” ผู้ชมคนหนึ่งถามด้วยความสงสัย
“เพราะช่วงนี้มีสองคนหนึ่งสุนัขทำกร่างจนเกินไปทำเหมือนไม่เห็นหัวพวกมัน ผิดกฎแห่งยุทธภพอย่างร้ายแรง พวกมันเลยตามมาล้างแค้น” มีคนหนึ่งกระซิบอธิบาย
“แล้วสองคนหนึ่งสุนัขพวกนั้นเก่งแค่ไหนกัน?” อีกคนถาม
“ไม่มีใครรู้พลังของพวกเขาแน่ชัด แต่ที่แน่ ๆ พวกเขาไม่ต่ำกว่าระดับจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เพราะแม้แต่พวกจักรพรรดิวิญญาณยังโดนกระทืบเสียหมอบ” คนก่อนหน้าอธิบายต่อ
“โธ่เอ๊ย แบบนี้ไม่ดีแน่ พวกโจรสามคนนี้สองคนอยู่ขั้นปลายของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ อีกคนหนึ่งถึงขั้นจอมวิญญาณขั้นหนึ่งแล้ว” ผู้คนที่ได้ยินต่างพากันหมดหวังเพราะตั้งแต่เสี่ยวไป๋มา โจรในเขตนี้ลดลงมากมายซึ่งแต่ก่อนเป็นเรื่องที่ไม่มีใครกล้าคิดถึงเลย
แต่หากศัตรูของเสี่ยวไป๋ถึงขั้นจอมวิญญาณเช่นนั้นเรื่องนี้ก็คงไม่จบง่าย
“พวกเจ้าตายข้าจึงอาจตายได้” เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองพวกโจรด้วยสายตาเย็นชา ปราศจากความกลัวใด ๆ
“ปากเจ้าช่างแข็งนัก เช่นนี้แสดงว่ายังถูกทรมานไม่พอ” โจรคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ก่อนจะชกเข้าหน้าเด็กหนุ่มอีกหนึ่งหมัด
“แค่ก” เด็กหนุ่มไร้กำลังต่อต้าน ถูกชกจนไอเป็นเลือด
“เฮ้ย รับหมัดเดียวก็เลือดพุ่งเสียแล้ว? เจ้านี่อ่อนแอยิ่งนัก สงสัยต้องให้พวกเราฝึกซ้อมให้ใหม่เสียแล้ว” โจรจับผมเด็กหนุ่มขึ้นมาแล้วหัวเราะอย่างเหี้ยมโหด
“ปากเจ้าคมกล้านัก แต่ฝีมือกลับไม่คู่ควรเลยสักนิด” อีกคนหัวเราะเยาะ
“ฮ่าฮ่าฮ่า เด็กจากหมู่บ้านขาดแคลนอย่างเจ้าจะมีพลังกล้าแกร่งได้อย่างไร?” อีกคนเสริมเย้ย
“อ้อใช่ เจ้าเด็กหญิงตัวเล็กที่เจ้ามักพาติดตัวเล่า? หายไปไหนแล้ว? หรือจะโดนฆ่าเสียแล้ว?” ชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยเจตนาเยาะเย้ย หวังแทงใจเด็กหนุ่มให้เจ็บยิ่งขึ้น
“ห้ามพูดถึงน้องสาวข้า” เด็กหนุ่มคำรามก่อนจะระเบิดพลังขึ้นอย่างกะทันหัน แล้วเหวี่ยงเท้าใส่เป้าหมายสำคัญอย่างแม่นยำ
“โอ๊ย” เสียงร้องโหยหวนดังขึ้น ทันใดนั้นเด็กหนุ่มก็หลุดจากพันธนาการได้
การโจมตีโดยไม่ทันตั้งตัวนั้นยากจะหลบหลีก หากโดนเตะจุดอื่นคงไม่เท่าไร แต่นี่กลับเตะโดนที่สำคัญที่สุดของบุรุษ ชนิดที่ใครถูกก็ต้องร้องเจ็บปางตาย
“ซี้ด...โชคดีที่ข้าฝึกคัมภีร์ไร้ตนไว้คุ้มกันอัตโนมัติ ไม่งั้นเจ็บตายแน่” เสี่ยวไป๋ที่มองอยู่ถึงกับสะดุ้งในใจ ท่าทีเตะเช่นนี้ ใครโดนเป็นต้องหลอนแน่นอน
“หัวหน้า ท่านเป็นอย่างไรบ้าง เจ็บไหม?” ลูกน้องรีบวิ่งเข้ามาดูอาการโจรหัวหน้า แต่ก็ไม่กล้าตรวจสอบเพราะต้องถอดกางเกงเสียก่อน
“ไอ้เวรเอ๊ย พวกเจ้าลองโดนถีบแบบนี้ดูบ้างสิ แล้วจะรู้ว่าเจ็บไหม” หัวหน้าโจรตะโกนด่าลูกน้องพลางกุมเป้ากางเกง
ลูกน้องสองคนถอยกรูด สีหน้าเต็มไปด้วยความเวทนา “พวกเราก็แค่เป็นห่วงท่านเอง...ดูไม่ได้หรือไง?”
“ไอ้เด็กสารเลว ข้าจะฆ่าเจ้าให้ได้” ชายผู้นั้นกัดฟันทนความเจ็บลุกขึ้น ก่อนจะปลดปล่อยแรงกดวิญญาณถาโถมใส่เด็กหนุ่ม
“พวกเจ้าจะต้องได้รับผลกรรมอย่างแน่นอน ไอ้เดรัจฉานไร้มนุษยธรรม” เด็กหนุ่มแม้จะถูกกดดันด้วยพลังมหาศาลก็ยังไม่หวาดกลัวแม้แต่น้อย
“ฮ่าฮ่าฮ่า ผลกรรม? เจ้าหมายถึงพวกที่กำลังกร่างในตอนนี้งั้นหรือ? วางใจเถอะ ฆ่าเจ้าเสร็จ ข้าจะไปฆ่าพวกมันต่อ” ชายคนนั้นกล่าวอย่างดูแคลน ในสายตาเขา เสี่ยวไป๋พวกนั้นไม่ใช่อะไรเลย สามารถกำจัดได้ง่ายดาย
เด็กหนุ่มยังไม่ทันตอบโต้แรงกดดันจากชายผู้นั้นก็ถาโถมเข้าร่างเขาเสียก่อนราวกับภูเขาถล่ม เด็กหนุ่มมิอาจทานทนได้ ล้มลงกับพื้นในทันที