เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 78 เหตุใดเจ้าไม่ชนข้าเมื่อครู่?

บทที่ 78 เหตุใดเจ้าไม่ชนข้าเมื่อครู่?

บทที่ 78 เหตุใดเจ้าไม่ชนข้าเมื่อครู่?


บทที่ 78 เหตุใดเจ้าไม่ชนข้าเมื่อครู่?

“เวรเอ๊ย ลุยลุยลุย เวลาจะไม่พอแล้ว” เสี่ยวไป๋นำหนานกงอวิ๋นม่อกับเอ๋อร์โก่ววิ่งพรวด ๆ ไปยังป่ามหาหุบเหวท่ามกลางแดดจ้าอย่างไม่หยุดยั้ง

หนานกงอวิ๋นม่อก้าวตามหลังอย่างไม่ลดละ ลมหายใจสม่ำเสมอ ฝีเท้ากลมกลืนกับเสี่ยวไป๋ ไม่มีทีท่าว่าจะกระวนกระวาย

ส่วนเอ๋อร์โก่วนั้นแลบลิ้นหอบเป็นหมา ปากแทบขาดใจช่วงนี้พวกเขาวิ่งกันทั้งวันทั้งคืนมาไม่รู้กี่วันแล้ว จะบ้าเรอะ? จะไม่พักกันหน่อยรึ? จะให้หมาตัวนี้ตายหรือไร?

“เคี๊ยกเคี๊ยกเคี๊ยก” บุรุษชุดคลุมดำผู้หนึ่งซึ่งเมื่อสิบกว่าวันก่อนเคยพูดว่าจะมายึดครองดินแดนรกร้าง ได้ก้าวออกมาจากป่ามหาหุบเหว เขาสวมคลุมทั้งร่างไม่เผยผิวแม้แต่นิดเดียว มองไม่เห็นใบหน้า ดูลึกลับน่าพรั่นพรึง

“เคี๊ยกเคี๊ยกเคี๊ยก พึ่งมาถึงดินแดนรกร้างก็เจอพวกเจ้าเลย ต้องขออภัยด้วย วันนี้ข้าจะใช้พวกเจ้าคลายเหงาสักหน่อย” เขากล่าวอย่างเย็นเยียบพลางมองกลุ่มของเสี่ยวไป๋ที่กำลังวิ่งตรงมาหา

เสี่ยวไป๋แน่นอนว่าเห็นชายคลุมดำนั่น แต่เพราะเวลาของนัดเดือนหกใกล้จะถึง เขายังรับปากกับตู้หยาลินไว้ว่าจะไปหานางก่อนกำหนดเพื่อรักษาบิดาจึงไม่มีเวลามาสนใจคนแปลกหน้า

ฝ่ายชายคลุมดำ เห็นพวกเสี่ยวไป๋วิ่งตรงมาทางตนเองก็ใจเสีย รีบร้องในใจ ‘หยุด หยุดบัดซบเอ๊ย จะชนกันแล้วนะเฟ้ย’

เขารีบหลับตาเตรียมตัวรับแรงชน ทว่าเสี่ยวไป๋พากลุ่มเลี้ยวหลบผ่านไปเฉย ๆ แล้วก็วิ่งต่อ ไม่แม้แต่จะชายตามอง

“ติง ภารกิจเสริมสำเร็จ

ภารกิจนี้ไม่มีรางวัล แต่เนื่องจากเจ้าลำบากเหลือเกิน ระบบจึงมอบรางวัลปลอบใจให้หนึ่งชิ้น” พอวิ่งเข้าสู่ป่ามหาหุบเหว ระบบก็แจ้งผลภารกิจโดยอัตโนมัติ

“ยังดี ยังได้อะไรกลับมาบ้าง ไม่เสียเที่ยวละนะ” เสี่ยวไป๋ถอนหายใจเฮือกใหญ่ รู้สึกว่าตัวเองมันช่างหาเรื่องจริง ๆ ชีวิตสงบสุขมันไม่หอมหวานหรือไงนะ?

“ติง ขอแสดงความยินดี เจ้าได้รับรางวัลปลอบใจ

รางวัลคือ: ผ้าปิดปากผนึกเสียง

รายละเอียดรางวัล:

ชื่อ: ผ้าปิดปากผนึกเสียง

ประเภท: สมบัติวิเศษประเภทผนึก

ระดับ: ไม่มี

ผลลัพธ์: เพียงยัดใส่ปากเป้าหมายที่ต้องการให้เงียบก็จะปิดเสียงได้ทันที ไม่ว่าระดับพลังเท่าใด (ยกเว้นเจ้าของระบบ) เป้าหมายจะไม่สามารถสื่อสารด้วยวาจาได้เป็นเวลา 3 วันเต็ม

หมายเหตุ: สมบัตินี้ใช้ได้เพียงครั้งเดียว เมื่อหมดผลแล้วจะสลายตัวอัตโนมัติ”

ของระบบนี้นี่มันช่างแปลกประหลาดนัก เสี่ยวไป๋รู้สึกว่าระบบของตนเองเหมือนร้านขายของจิปาถะเข้าไปทุกทีแถมยังไม่เอาจริงเอาจังสักนิด

ชายคลุมดำเห็นพวกเสี่ยวไป๋หลบเขาไปดื้อ ๆ ก็โกรธจัด ‘ทำไมไม่ชนข้า? ดูแคลนกันเรอะ?’

อาจารย์เคยสอนว่า ‘ถอยหนึ่งก้าว น้ำทะเลกว้างไกล อดทนชั่วคราว ลมสงบคลื่นเงียบ’ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็น ‘ยิ่งถอย ยิ่งแค้น ยิ่งอด ยิ่งเจ็บใจ’ ข้าจะอดไปไย ต่อยเลยละกัน

“พวกเจ้าหยุดเดี๋ยวนี้” เขารู้สึกว่าหากเขายอมถอยตอนนี้คงถูกคนอื่นดูถูกแน่จึงตะโกนใส่พวกเสี่ยวไป๋เสียงดัง

พอเห็นพวกเสี่ยวไป๋หันมาอย่างงุนงง เขาก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจก่อนจะถามต่อว่า “เมื่อครู่เหตุใดไม่ชนข้า?”

“หา?” พวกเสี่ยวไป๋ใบหน้าเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม ‘เจ้าหมายถึงอะไรนะ?’

“ข้าหมายถึงเมื่อครู่เหตุใดเจ้าถึงหลบข้า ไม่ชนใส่ข้าโดยตรง เจ้าไม่เห็นข้าอยู่ในสายตาเลยใช่หรือไม่?” ชายคลุมดำอธิบายเสียงเคือง

“???” พวกเสี่ยวไป๋ยิ่งงงเข้าไปใหญ่ เจ้าคนนี้มันโง่หรือไง?

“ช่างเถอะ ไม่ว่าอย่างไร วันนี้ข้าก็จะมายึดดินแดนรกร้างอยู่แล้ว ยังไงพวกเจ้าก็ต้องกลายเป็นของเล่นของข้า เคี๊ยกเคี๊ยกเคี๊ยก” ชายคลุมดำหัวเราะคลุ้มคลั่ง

“อ้อ ที่แท้ก็เป็นตัวร้าย เอาเถอะ ออกหมัดมาเลย” เสี่ยวไป๋ถอนหายใจ จะเสียเวลากันทำไม? ถ้าเจ้าจะร้ายก็ร้ายให้สุดไม่ต้องพูดมาก

“เคี๊ยกเคี๊ยกเคี๊ยก จงสั่นสะท้านเสียเถิดมนุษย์ทั้งหลาย แสงแห่งพระองค์สาดส่องมายังข้า เจ้าทั้งหลายจะได้รับการลงทัณฑ์จากพระองค์ ข้าคือร่างอวตารของพระองค์” เขาชูมือชี้ฟ้าอีกข้างเท้าสะเอว ท่องคำประกาศยิ่งใหญ่ แล้วควักดาบเล่มหนึ่งออกมาจากความว่างเปล่า

เสี่ยวไป๋นึกว่าเขาจะเริ่มจู่โจมแล้ว ทว่าเขากลับชูดาบขึ้นเหนือศีรษะแล้วประกาศว่า “มนุษย์ทั้งหลายจงกราบไหว้เถิด นี่คือพลังแห่งความมืดอันศักดิ์สิทธิ์”

“เดี๋ยว…” เสี่ยวไป๋กำลังจะเอ่ยปากพูดก็ถูกขัดเสียก่อน เขาอยากถามเต็มแก่ว่า “ตกลงเจ้าจะสู้หรือจะบรรยายอยู่เรื่อย?”

“ข้ารู้ เจ้าเริ่มหวาดกลัวแล้ว มนุษย์เอ๋ย บัดนี้ยังไม่สาย หากเจ้าคุกเข่าขอขมาตอนนี้ยังทันเพราะหากข้าปลดผนึกดาบนี้ออกแล้ว มิตินี้จะถูกกลืนโดยพลังมืดของพระองค์” ชายคลุมดำยังคงพูดไม่หยุด ไม่มีช่องให้คนอื่นแทรก

“ดาบนั่นมันก็แค่ดาบธรรมด๊าธรรมดา ไม่มีพลังมืดอะไรสักนิด” เอ๋อร์โก่วกล่าวขึ้นมา มันสัมผัสพลังได้ดีมาก เสี่ยวไป๋จึงไม่จำเป็นต้องตรวจสอบเอง

“…” เสี่ยวไป๋เริ่มงงแล้ว หมอนี่มันต้องการอะไรกันแน่?

“พี่ชาย ข้าถามจริงนะ เจ้าตกลงจะ...” เสี่ยวไป๋เห็นเขาหยุดพูดจึงคิดว่าเขาเลิกพร่ำแล้วจึงรีบถามว่าจะสู้หรือไม่

“หยุด มนุษย์เอ๋ย ยังเร็วเกินไปที่จะร้องขอชีวิต พระองค์จะไม่ให้อภัยเจ้า สิ่งที่เจ้าควรทำตอนนี้คือสดับฟังบทเพลงชำระจิตของพวกข้า” ชายคลุมดำทำตาซึ้ง น้ำเสียงเปี่ยมอารมณ์เหมือนได้พบคนเข้าใจตนเองในชีวิตนี้

“บทเพลงชำระจิต?” เสี่ยวไป๋ยิ่งงุนงงหนักเข้าไปอีก มันคืออะไรกันอีกล่ะ?

“ไม่เคยได้ยินเลย” เอ๋อร์โก่วก็สับสนเช่นกัน มันคลุกคลีอยู่ในแดนเทพมาหลายปีก็ยังไม่เคยได้ยินคำนี้

หนานกงอวิ๋นม่อเคร่งขรึมระวังตัว เขาคิดว่ามันอาจเป็นการโจมตีด้วยเสียงจึงเตรียมพร้อมต้านทาน

“โอ้เจ้าอยู่เคียงข้าไปเอาพระไตรปิฎก โอ้เจ้าฆ่าปิศาจและปราบมารได้ โอ้เจ้าคุ้มครองข้าไว้ไม่ให้ปูยักษ์หอยปีศาจมากัดกินข้า เจ้าคือผู้มีวิชาเลิศล้ำ เจ้าเท่านั้นโอ้เจ้าเท่านั้น” ขณะพวกเสี่ยวไป๋ยังคาดเดาว่าบทเพลงชำระจิตคืออะไร ชายคลุมดำก็เริ่มร้องเพลงขึ้นมา

“เวรเอ๊ย ข้า...” เสี่ยวไป๋อยากจะพูดอะไรออกมาสักอย่าง แต่โดนขัดอีกแล้ว ตอนนี้เวลามันเหลือน้อยจริง ๆ วิ่งมาหลายวันแล้วยังไม่ได้กินอะไรเลย

“โอ้เจ้าอย่าว่าซือฝู่นักเลยที่พร่ำบ่น สวมห่วงทองเสียเถิด อย่ากลัวตาย อย่าสั่นไหว” เขายังคงร้องต่อไปอย่างสุดใจ

เสี่ยวไป๋เริ่มกำหมัดแน่นเต็มกลั้น เขาอยากจะกระโดดไปอัดเจ้าหมอนี่สักหมัดเต็มแรง แต่ความเป็นสุภาพบุรุษห้ามไว้

ทว่าอีกฝ่ายก็ไม่สังเกตเลยแม้แต่น้อย ยังร้องเพลงอย่างหลงใหลดั่งได้พบเพื่อนรู้ใจ

“แบกความผิดไว้ข้ารับเอง ให้เจ้ารับหน้าตายแทน ทุ่มสุดกำลังเพื่อเหล่าปวงชน แม้ต้องสังเวยชีวิตก็คุ้มค่า นะโม อมิตาพุทธ”

“ข้าถามเจ้าว่า เจ้าตกลงจะ...” เสี่ยวไป๋ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ในที่สุดก็ร้องจบเสียที

“โอ๊ โอ๊ โอ๊…” ทว่าไม่ทันไร ชายคลุมดำกลับยกอารมณ์ขึ้นอีกครั้งเตรียมจะร้องเพลงต่ออีกรอบ

จบบทที่ บทที่ 78 เหตุใดเจ้าไม่ชนข้าเมื่อครู่?

คัดลอกลิงก์แล้ว