เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 79 ที่แท้ก็เป็นพวกบ้าบทบาท

บทที่ 79 ที่แท้ก็เป็นพวกบ้าบทบาท

บทที่ 79 ที่แท้ก็เป็นพวกบ้าบทบาท


บทที่ 79 ที่แท้ก็เป็นพวกบ้าบทบาท

“โอ๊ย บิดาเจ้าเถอะ ร้อง ‘โอ๊โอ๊โอ๊’ ทั้งวันไม่เลิก เจ้าจะพอได้หรือยัง” เสี่ยวไป๋คว้าผ้าปิดปากผนึกเสียงที่ได้จากภารกิจเสริมแล้วยัดใส่ปากชายคลุมดำจากนั้นก็เตะอีกฝ่ายกระเด็นไปไกล

“ข้าโยนมารดาเจ้าลงคลองที่แท้ทั้งหมดนี่ก็แค่พวกบ้าบทบาทขั้นรุนแรงนี่เอง”

“แถมเป็นขั้นสุดท้ายของโรคบ้าบทบาทอีกต่างหาก” ระบบเห็นพ้องเต็มที่

เอ๋อร์โก่วกับหนานกงอวิ๋นม่อก็พูดไม่ออก ตอนแรกนึกว่าเป็นตัวร้ายที่แข็งแกร่งสุดท้ายกลายเป็นคนเสียสติไม่ได้กินยา

“ไปเถอะ ๆ กลับกันได้แล้ว” ภารกิจเสร็จเรียบร้อย ถ้ายังไม่รีบไปเดี๋ยวไอ้บ้าบทบาทเมื่อกี้คงตามมาอีกแน่

ตั้งแต่เสี่ยวไป๋ข้ามมิติมา เขายังไม่เคยกลัวใคร แต่วันนี้เขายอมรับว่ากลัวแล้ว คนพรรค์นี้มันน่ากลัวเกินไปหากต้องเดินร่วมถนนกับมัน รับรองเป็นจุดเด่นที่สุดในถนนแน่นอน

ชายคลุมดำถูกเตะกระเด็นไกล แต่แรงเตะของเสี่ยวไป๋พอดิบพอดี เจ็บนิดเดียวไม่ถึงขั้นบาดเจ็บ

เขาประคองร่างกายลอยอยู่กลางอากาศ ตั้งใจจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เมื่ออ้าปากกลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาเพราะผ้าปิดปากผนึกเสียงได้เริ่มทำงานแล้ว

แต่แค่ถูกปิดปากก็ไม่อาจสั่นคลอนหัวใจอันแน่วแน่ของชายคลุมดำได้ เขาจึงคิดในใจแทนว่า “โดนเตะไปไกลขนาดนี้แต่กลับไม่รู้สึกเจ็บเลยแม้แต่น้อย นี่แหละคืออิทธิพลของแสงสว่างแห่งพระองค์ ไม่ผิดแน่ ศรัทธาในพระองค์จะนำพาชีวิตนิรันดร์”

“กว่าจะเจอผู้เข้าใจเช่นนี้ได้ ข้าจะไม่ปล่อยโอกาสสร้างมิตรภาพนี้ให้หลุดมือโดยเฉพาะพี่ชายผู้นั้น เขาคือพี่ร่วมสายโลหิตต่างแม่ต่างพ่อของข้า ข้าขอเรียกเขาว่าพี่ใหญ่ล่ะนะ” เขารีบจัดเสื้อผ้าแล้วมุ่งหน้าบินกลับไปยังจุดที่เจอเสี่ยวไป๋

ด้านเสี่ยวไป๋รู้สึกได้ถึงเจ้าโง่เมื่อครู่กำลังพุ่งมาอย่างรวดเร็วจึงรีบวางมือลงบนตัวหนานกงอวิ๋นม่อกับเอ๋อร์โก่ว แล้วพาทั้งคู่เคลื่อนย้ายกลับมาหน้าจวนตระกูลหนานกงทันที

พวกเขาเพิ่งหายตัวมาไม่ทันไร ชายคลุมดำก็ตามมาถึง เขาใช้ลมหายใจวิญญาณกวาดหาตำแหน่งเสี่ยวไป๋ แต่ทุกอย่างไร้ผล

เขาขยายขอบเขตตรวจสอบถึงขีดสุดก็ยังไม่เจอเบาะแสแม้แต่น้อย

คนทั่วไปคงคิดว่าถูกปฏิเสธแล้ว แต่ชายคลุมดำหรือจะคิดเช่นนั้น?

ในใจเขากลับพึมพำว่า “สมกับเป็นผู้ถูกพระองค์เลือก สมกับเป็นพี่ใหญ่ของข้า แค่พริบตาก็หนีไปไกลขนาดนี้แล้วหรือว่านี่จะเป็นบททดสอบแรกจากพระองค์? ข้าจะต้องผ่านมันให้ได้อย่างสมบูรณ์ ไม่ทำให้พระองค์ผิดหวัง”

เขายิ่งคิดยิ่งฮึกเหิม จากนั้นก็เริ่มต้นการเดินทางตามหาเสี่ยวไป๋

“แม้ข้าจะไม่รู้ชื่อ รูปร่าง พลังหรืออายุของเขา แต่สิ่งเหล่านี้ไม่สำคัญ สิ่งสำคัญคือ...นี่คือบททดสอบของพระองค์” เขายกมือขวาแนบอกแล้วให้กำลังใจตัวเอง

ในตอนนั้น เสี่ยวไป๋กับพวกได้มาโผล่หน้าประตูตระกูลหนานกง

พวกเขาคิดว่าอยู่ดี ๆ โผล่มาแบบนี้จะทำให้เหล่าผู้คุ้มกันตกใจแทบตาย เสี่ยวไป๋ถึงกับเตรียมพร้อมช่วยชีวิต แต่กลับไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนั้น

ผู้คุ้มกันเพียงรีบคำนับต้อนรับเท่านั้น ไม่ได้ตกใจใด ๆ

ขณะเสี่ยวไป๋ยังงุนงง หนานกงอวิ๋นม่อก็กระซิบขึ้นว่า

“ท่านอาจารย์ สองคนนี้เป็นพวกที่เคยโดนข้าทำให้ตกใจคราวก่อน ข้าว่าพวกเขาคงชินไปแล้ว”

“ครั้งเดียวก็เข็ดแล้วรึ?” เสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะคิดว่าพวกนี้ก็มีแววฝึกได้เหมือนกัน

ทันใดนั้นเสี่ยวไป๋ขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วหันไปสั่งสองคนนั้นว่า

“พวกเจ้าไปแจ้งข้างในว่าพวกเรากลับมาแล้ว เดี๋ยวข้าจะเข้าไป”

“ขอรับ ท่านผู้อาวุโส” ทั้งสองรับคำแล้วรีบวิ่งเข้าไปทันที

“เกิดอะไรขึ้นหรือ ท่านอาจารย์?” หนานกงอวิ๋นม่อสงสัยว่านี่อาจเกี่ยวกับเรื่องมีคนแอบจับตาดูตระกูล

“เจ้ารู้สึกได้สินะ” เอ๋อร์โก่วที่สัมผัสได้ทันทีตั้งแต่เคลื่อนย้ายมา แต่ยังไม่ได้พูดเพราะมีคนอยู่

“มีคนสอดแนมจริงด้วย เอาเถอะ ทักทายสักหน่อยแล้วกัน” เสี่ยวไป๋โบกมือขึ้นไปบนท้องฟ้าเหมือนกล่าวคำทัก

เอ๋อร์โก่วก็ร่วมทักทายด้วยเช่นกันโดยการโบกขาหน้า

ในมิติกลางอากาศ เฒ่าหลี่กับเฒ่าหลิวถึงกับเหงื่อไหลพราก คนตรงหน้านี่ไม่ใช่ระดับที่พวกเขาต้านทานไหวแม้แต่หมานั่นก็ยังน่ากลัวยิ่ง

“ทำยังไงดี? จะลงไปดีไหม?” เฒ่าหลิวเริ่มลังเล พวกเขาโดนทัก แต่ยังลอยอยู่ด้านบนแบบนี้คงดูเสียมารยาท

เฒ่าหลี่ก็คิดจะพูดว่า “ลงไปเถอะ นั่งอยู่แบบนี้มีแต่ตายเปล่า” แต่ทันใดนั้นเสี่ยวไป๋ก็ส่ายหน้าเบา ๆ จากเบื้องล่าง เขาจึงหยุดพูด

“เขาส่ายหน้าหมายความว่ายังไง?” เฒ่าหลิวถามทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ

“คงหมายความว่าไม่ต้องลงไป” เฒ่าหลี่ตอบ ได้ยินเช่นนั้นก็โล่งอกเพราะหนานกงอวิ๋นม่อก็อยู่ที่นั่น พวกเขาไม่รู้จะลงไปอธิบายอย่างไร

ในเมื่อมีทางเลี่ยงก็รีบเลี่ยงทันที พวกเขาเร่งใช้พลังมิติเพื่อออกจากพื้นที่ แล้วตรงไปหาคุณหนูเพื่อรายงาน

“ให้ตายเถอะ ทำไมยุงมันเยอะอย่างนี้” เสี่ยวไป๋เมื่อครู่ที่ส่ายหน้า จริง ๆ แค่กำลังปัดยุง พอเงยหน้าขึ้นมาอีกที คนบนฟ้าก็หายไปแล้ว

“หนีเร็วยิ่งกว่าผีหลอกอีกแฮะ” เอ๋อร์โก่วยังอดตกใจไม่ได้ นี่มันระดับเทพหนีแล้วล่ะ แค่ทักทายคนก็หนีหายไปหมด

“เข้าไปกันเถอะ” ยังไงคนก็ไปแล้ว เอ๋อร์โก่วเองก็ยืนยันว่าไม่มีเจตนาร้าย จะกลัวไปไย

ในตอนนั้น เหล่าผู้อาวุโสของตระกูลหนานกงกำลังประชุมกันอยู่ภายในมหาวิหารใหญ่ แม้แต่เจ้านครเสวี่ยก็เข้าร่วม แม้เขาจะเป็นแค่แขกรับเชิญแต่ช่วงนี้ว่างมากจึงมานั่งฟังประชุมด้วย

การประชุมเพิ่งเริ่มได้ไม่นาน ทหารยามหน้าประตูก็วิ่งเข้ามา

“มีเรื่องอะไร?” ผู้อาวุโสใหญ่ขมวดคิ้วเล็กน้อยเพราะจำยามคนนี้ได้ดี หากกล้าบุกเข้ากลางที่ประชุมย่อมเป็นเรื่องด่วนแน่นอน

ว่าแต่เรื่องด่วนอะไรล่ะ? พวกก่อเรื่อง? เป็นไปไม่ได้ ชื่อเสียงตระกูลหนานกงตอนนี้สูงลิ่ว ใครจะกล้า? แถมยังมีแม่ทัพวิญญาณนั่งประจำการอยู่ ใครกล้าทำเรื่องบ้า ๆ ก็สมควรตายแล้วล่ะ

จบบทที่ บทที่ 79 ที่แท้ก็เป็นพวกบ้าบทบาท

คัดลอกลิงก์แล้ว