- หน้าแรก
- ไร้เทียมทานตั้งแต่เริ่ม
- บทที่ 64 ข้านี่แหละบิดาเจ้า
บทที่ 64 ข้านี่แหละบิดาเจ้า
บทที่ 64 ข้านี่แหละบิดาเจ้า
บทที่ 64 ข้านี่แหละบิดาเจ้า
ขณะที่เหล่าผู้อาวุโสกำลังสนทนา เจ้ามารเฒ่าหวูก็ได้ก้าวมาถึงหน้าวิหารใหญ่เสียแล้ว
บรรดาผู้อาวุโสเห็นเขาปรากฏตัว ต่างก็ลุกขึ้นต้อนรับทันที
“ท่านเจ้าสำนักลำบากแล้ว” ทุกคนกล่าวต้อนรับตามมารยาท
“หึ เจ้านี่มันพูดน้ำเปล่าชัด ๆ ลองให้เจ้าเพิ่งออกจากการปิดด่าน แล้วโดนลากไปใช้ทำงานทันทีโดยไม่ได้กินข้าวดูบ้างสิ จะรู้เลยว่าลำบากแปลว่าอะไร”
เจ้ามารเฒ่าหวูรับคำแบบห้วน ๆ โดยไม่ถือว่าเป็นคำชม
“ใช่ ๆ ๆ พวกข้าผิดเองทั้งหมด” เหล่าผู้อาวุโสรีบโยนความผิดใส่ตัวเองอย่างรู้หน้าที่
“ไม่ทราบว่าท่านเจ้าสำนักพาธิดาใหญ่ตระกูลมู่กลับมาหรือยัง? หรือพบเบาะแสใดบ้างหรือไม่?”
ผู้อาวุโสใหญ่พูดตรงประเด็นทันที รู้ดีว่าหากมัวอ้อมค้อมอยู่จะมีคนโดนซัดอีกแน่ คนที่เคยโดนตีมักเรียนรู้เร็ว
เจ้ามารเฒ่าหวูหันไปมองผู้อาวุโสใหญ่อย่างชื่นชม ดีมากไม่เหมือนผู้อาวุโสพวกขยะที่เอาแต่พูดไร้สาระ ครั้งก่อนข้าซัดเจ้าไปที วันนี้ถือว่าขอโทษในใจล่ะกัน
“ไม่ได้พามา แต่ได้ข่าวมาแทน หัวหน้าตระกูลมู่บอกว่าผู้อาวุโสสามคนของพวกเรา ตอนตามล่าบุตรสาวเขา อยู่ ๆ ก็มีผู้แข็งแกร่งระดับจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์โผล่มา แล้วตบตายเรียบในฝ่ามือเดียว”
เจ้ามารเฒ่าหวูเล่าเหมือนกำลังเล่าเรื่องสบาย ๆ ไม่มีอารมณ์ร่วมแม้แต่น้อย
เหล่าผู้อาวุโสได้ฟังแล้วต่างขมวดคิ้ว ข่าวแบบนี้จะมีก็เหมือนไม่มี
“มีแค่นั้นหรือ?” ผู้อาวุโสคนหนึ่งถามขึ้น
“แค่นั้นแหละ” เจ้ามารเฒ่าหวูตอบชัดเจน
“จริงหรือ?” ผู้อาวุโสยังไม่ยอมเลิกรา
“จริงสิ” เจ้ามารเฒ่าหวูเริ่มหงุดหงิดเล็กน้อย
“จริงจริงหรือ?”
“จริงจริงสิฟะ” อารมณ์บวกเพิ่มสิบ
“จริงจริงจริงหรือ?”
“จริงจริงจริงโว้ย” อารมณ์บวกเพิ่ม 9,999 ดวงตาเริ่มฉายแววเพลิงโกรธจวนเจียนจะระเบิด
ผู้อาวุโสอื่น ๆ พากันมองเห็นเค้าลางหายนะจึงรีบส่งสายตาเตือนคนถาม แต่เจ้าตัวกลับไม่รู้เรื่องยังคงถามต่อ
“ท่านเจ้าสำนัก จริงจริงจริงจริงหรือเปล่า?”
จังหวะนั้นแหละ
ตูม
เจ้ามารเฒ่าหวูระเบิดความอดกลั้นทันที ฟาดเท้าซัดเข้ากลางท้องผู้อาวุโสคนนั้นเต็มแรง ร่างของอีกฝ่ายปลิวว่อนเหมือนจรวด พุ่งทะลุกำแพงวิหารออกไปทันที
“บัดซบ ข้าพูดไปกี่รอบแล้วว่าไม่มี ไม่มีก็ยังจะถาม ๆ ๆ เจ้าเข้าใจภาษาคนไหมหา พูดด้วยไม่รู้เรื่อง วัน ๆ มีแต่กวนประสาท ข้าสงสัยจริง ๆ ว่าผู้อาวุโสระดับสูงในสำนักข้าจะมีคนโง่ขนาดนี้ได้ยังไง”
เจ้ามารเฒ่าหวูบ่นพลางลูบขา เจ็บจริง วันนี้ลืมอัดพลังเตะไปเต็ม ๆ ด้วยร่างกาย เปรี้ยวจี๊ดไปถึงไขสันหลัง
“ท่านเจ้าสำนักอัดคนอีกแล้ว”
ศิษย์ที่อยู่นอกวิหารแหงนมองร่างผู้อาวุโสที่ลอยละลิ่วออกมา กล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ
ศิษย์อื่น ๆ ก็พากันแหงนมองอย่างสนอกสนใจ
บางคนรีบวิ่งเข้าไปช่วยทันที โอกาสทองผู้อาวุโสบาดเจ็บเท่ากับโอกาสเข้าใกล้ผู้มีอำนาจเผลอ ๆ ได้เป็นศิษย์สายตรง
พอเห็นคนโดนอัดทุกคนกลับไม่ตกใจแถมรู้สึกว่าปกติดีนี่หว่า แปลว่าการที่เจ้าสำนักอัดผู้อาวุโสแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่
“ใครฟะคราวนี้ ซวยจริง ๆ”
เจ้าอ้วนคนหนึ่งยิ้มเยาะ ชอบดูคนโดนซัดเป็นชีวิตจิตใจ ต่อให้เป็นผู้อาวุโสก็ไม่แคร์เพราะบิดาเขาเองก็เป็นผู้อาวุโสระดับสูง
เขารีบเบียดฝูงคนเข้าไปดูให้ได้ แต่ร่างมันดันอ้วนเกินเบียดเท่าไรก็ไม่เข้า
แต่ไม่เป็นไร เขามีไม้ตาย
“ข้าคือจางหงอวี๋ พวกเจ้าหลบไปให้หมด ไม่งั้นข้าโมโหล่ะก็ พวกเจ้าซวยกันยกแผง”
เสียงอันทรงพลังของเจ้าหนุ่มอ้วนตะโกนก้อง
ผลลัพธ์น่าทึ่ง คนทั้งกลุ่มหันขวับมามองก่อนรีบหลีกทาง
“เวรแล้ว ไอ้ตัวซวยมาแล้ว...”
“เจ้าโง่หรือไง เขามันพวกชอบดูคนลำบาก รีบหลีกไปเถอะ ถ้าทำให้ท่านจางโกรธ พ่อเขามาตบพวกเราทุกคนแน่”
ชัดเจนว่าเจ้าอ้วนผู้นี้ปักหลักอยู่ในสำนักได้ดีจริง ๆ
แต่เจ้าตัวกลับไม่รู้สึกรู้สายังภูมิใจเสียอีกอย่างน้อยก็โดดเด่นในฝูงชน
“ใครกันที่ซวยโดนเจ้าสำนักซัดตั้งแต่วันแรกที่ออกด่าน ฟังแล้วสะเทือนใจแท้ ๆ”
พูดด้วยน้ำเสียงเวทนา ทว่าแววตากลับเปี่ยมด้วยความยินดี
“พ่อเจ้าน่ะสิ!”
เสียงหนึ่งดังขึ้นในฝูงชน
“หา?”
เจ้าอ้วนเบิกตากว้าง มีคนกล้าด่าว่าพ่อเขา?
“เจ้ากล้าว่าข้าเรอะ?”
“ข้าไม่ได้ด่า ข้าพูดจริง ๆ พ่อเจ้าถูกซัดจริง ๆ”
คนตอบตัวสั่นไปหมด ไม่เข้าใจว่าพูดความจริงยังผิดหรือ?
“เจ้ามันปากหมา”
จ้าอ้วนยิ่งโมโห
“ท่านจาง เขาไม่ได้ด่าท่านจริง ๆ ท่านพ่อของท่านถูกซัดจริง ๆ”
ศิษย์อีกคนยืนออกมาช่วยไกล่เกลี่ย
“หืม? เจ้ากล้าว่าข้าด้วยเรอะ?”
“ไม่ ไม่ใช่อย่างนั้น พวกข้าหมายถึง...ผู้อาวุโสที่โดนเตะลอยไปเมื่อครู่...คือพ่อท่านจริง ๆ”
เสียงสุดท้ายพูดชัดเจน
“หา”
เจ้าอ้วนชะงักไปครู่หนึ่งก่อนรีบวิ่งหน้าตั้ง พุงกระเพื่อมเป็นคลื่นพุ่งไปยังจุดที่พ่อเขานอนอยู่
พอเห็นหน้าคนนอน เจ้าอ้วนถึงกับทรุดตัวลง
“ท่านพ่อ”
เสียงร้องของเขาดังกึกก้องสะเทือนหัวใจ
เหล่าศิษย์พากันถอนใจ บ้างก็หัวเราะ บ้างก็หันหลังจากไป
ภายในวิหาร ผู้อาวุโสใหญ่มองข้ามทุกความวุ่นวาย ไม่แม้แต่จะชายตาออกไปเพราะรู้ดีว่าผู้อาวุโสจางไม่ตายหรอก พวกเขาสนแค่เรื่องสำคัญเท่านั้น
“ท่านเจ้าสำนัก ท่านทราบหรือไม่ว่าใครกันแน่ที่ฆ่าผู้อาวุโสทั้งสามของพวกเรา?”
ผู้อาวุโสใหญ่ถามต่อ
“ไม่รู้”
เจ้ามารเฒ่าหวูตอบสั้นชัดเจนแค่สองคำจบทุกประเด็น