เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 64 ข้านี่แหละบิดาเจ้า

บทที่ 64 ข้านี่แหละบิดาเจ้า

บทที่ 64 ข้านี่แหละบิดาเจ้า


บทที่ 64 ข้านี่แหละบิดาเจ้า

ขณะที่เหล่าผู้อาวุโสกำลังสนทนา เจ้ามารเฒ่าหวูก็ได้ก้าวมาถึงหน้าวิหารใหญ่เสียแล้ว

บรรดาผู้อาวุโสเห็นเขาปรากฏตัว ต่างก็ลุกขึ้นต้อนรับทันที

“ท่านเจ้าสำนักลำบากแล้ว” ทุกคนกล่าวต้อนรับตามมารยาท

“หึ เจ้านี่มันพูดน้ำเปล่าชัด ๆ ลองให้เจ้าเพิ่งออกจากการปิดด่าน แล้วโดนลากไปใช้ทำงานทันทีโดยไม่ได้กินข้าวดูบ้างสิ จะรู้เลยว่าลำบากแปลว่าอะไร”

เจ้ามารเฒ่าหวูรับคำแบบห้วน ๆ โดยไม่ถือว่าเป็นคำชม

“ใช่ ๆ ๆ พวกข้าผิดเองทั้งหมด” เหล่าผู้อาวุโสรีบโยนความผิดใส่ตัวเองอย่างรู้หน้าที่

“ไม่ทราบว่าท่านเจ้าสำนักพาธิดาใหญ่ตระกูลมู่กลับมาหรือยัง? หรือพบเบาะแสใดบ้างหรือไม่?”

ผู้อาวุโสใหญ่พูดตรงประเด็นทันที รู้ดีว่าหากมัวอ้อมค้อมอยู่จะมีคนโดนซัดอีกแน่ คนที่เคยโดนตีมักเรียนรู้เร็ว

เจ้ามารเฒ่าหวูหันไปมองผู้อาวุโสใหญ่อย่างชื่นชม ดีมากไม่เหมือนผู้อาวุโสพวกขยะที่เอาแต่พูดไร้สาระ ครั้งก่อนข้าซัดเจ้าไปที วันนี้ถือว่าขอโทษในใจล่ะกัน

“ไม่ได้พามา แต่ได้ข่าวมาแทน หัวหน้าตระกูลมู่บอกว่าผู้อาวุโสสามคนของพวกเรา ตอนตามล่าบุตรสาวเขา อยู่ ๆ ก็มีผู้แข็งแกร่งระดับจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์โผล่มา แล้วตบตายเรียบในฝ่ามือเดียว”

เจ้ามารเฒ่าหวูเล่าเหมือนกำลังเล่าเรื่องสบาย ๆ ไม่มีอารมณ์ร่วมแม้แต่น้อย

เหล่าผู้อาวุโสได้ฟังแล้วต่างขมวดคิ้ว ข่าวแบบนี้จะมีก็เหมือนไม่มี

“มีแค่นั้นหรือ?” ผู้อาวุโสคนหนึ่งถามขึ้น

“แค่นั้นแหละ” เจ้ามารเฒ่าหวูตอบชัดเจน

“จริงหรือ?” ผู้อาวุโสยังไม่ยอมเลิกรา

“จริงสิ” เจ้ามารเฒ่าหวูเริ่มหงุดหงิดเล็กน้อย

“จริงจริงหรือ?”

“จริงจริงสิฟะ” อารมณ์บวกเพิ่มสิบ

“จริงจริงจริงหรือ?”

“จริงจริงจริงโว้ย” อารมณ์บวกเพิ่ม 9,999 ดวงตาเริ่มฉายแววเพลิงโกรธจวนเจียนจะระเบิด

ผู้อาวุโสอื่น ๆ พากันมองเห็นเค้าลางหายนะจึงรีบส่งสายตาเตือนคนถาม แต่เจ้าตัวกลับไม่รู้เรื่องยังคงถามต่อ

“ท่านเจ้าสำนัก จริงจริงจริงจริงหรือเปล่า?”

จังหวะนั้นแหละ

ตูม

เจ้ามารเฒ่าหวูระเบิดความอดกลั้นทันที ฟาดเท้าซัดเข้ากลางท้องผู้อาวุโสคนนั้นเต็มแรง ร่างของอีกฝ่ายปลิวว่อนเหมือนจรวด พุ่งทะลุกำแพงวิหารออกไปทันที

“บัดซบ ข้าพูดไปกี่รอบแล้วว่าไม่มี ไม่มีก็ยังจะถาม ๆ ๆ เจ้าเข้าใจภาษาคนไหมหา พูดด้วยไม่รู้เรื่อง วัน ๆ มีแต่กวนประสาท ข้าสงสัยจริง ๆ ว่าผู้อาวุโสระดับสูงในสำนักข้าจะมีคนโง่ขนาดนี้ได้ยังไง”

เจ้ามารเฒ่าหวูบ่นพลางลูบขา เจ็บจริง วันนี้ลืมอัดพลังเตะไปเต็ม ๆ ด้วยร่างกาย เปรี้ยวจี๊ดไปถึงไขสันหลัง

“ท่านเจ้าสำนักอัดคนอีกแล้ว”

ศิษย์ที่อยู่นอกวิหารแหงนมองร่างผู้อาวุโสที่ลอยละลิ่วออกมา กล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ

ศิษย์อื่น ๆ ก็พากันแหงนมองอย่างสนอกสนใจ

บางคนรีบวิ่งเข้าไปช่วยทันที โอกาสทองผู้อาวุโสบาดเจ็บเท่ากับโอกาสเข้าใกล้ผู้มีอำนาจเผลอ ๆ ได้เป็นศิษย์สายตรง

พอเห็นคนโดนอัดทุกคนกลับไม่ตกใจแถมรู้สึกว่าปกติดีนี่หว่า แปลว่าการที่เจ้าสำนักอัดผู้อาวุโสแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่

“ใครฟะคราวนี้ ซวยจริง ๆ”

เจ้าอ้วนคนหนึ่งยิ้มเยาะ ชอบดูคนโดนซัดเป็นชีวิตจิตใจ ต่อให้เป็นผู้อาวุโสก็ไม่แคร์เพราะบิดาเขาเองก็เป็นผู้อาวุโสระดับสูง

เขารีบเบียดฝูงคนเข้าไปดูให้ได้ แต่ร่างมันดันอ้วนเกินเบียดเท่าไรก็ไม่เข้า

แต่ไม่เป็นไร เขามีไม้ตาย

“ข้าคือจางหงอวี๋ พวกเจ้าหลบไปให้หมด ไม่งั้นข้าโมโหล่ะก็ พวกเจ้าซวยกันยกแผง”

เสียงอันทรงพลังของเจ้าหนุ่มอ้วนตะโกนก้อง

ผลลัพธ์น่าทึ่ง คนทั้งกลุ่มหันขวับมามองก่อนรีบหลีกทาง

“เวรแล้ว ไอ้ตัวซวยมาแล้ว...”

“เจ้าโง่หรือไง เขามันพวกชอบดูคนลำบาก รีบหลีกไปเถอะ ถ้าทำให้ท่านจางโกรธ พ่อเขามาตบพวกเราทุกคนแน่”

ชัดเจนว่าเจ้าอ้วนผู้นี้ปักหลักอยู่ในสำนักได้ดีจริง ๆ

แต่เจ้าตัวกลับไม่รู้สึกรู้สายังภูมิใจเสียอีกอย่างน้อยก็โดดเด่นในฝูงชน

“ใครกันที่ซวยโดนเจ้าสำนักซัดตั้งแต่วันแรกที่ออกด่าน ฟังแล้วสะเทือนใจแท้ ๆ”

พูดด้วยน้ำเสียงเวทนา ทว่าแววตากลับเปี่ยมด้วยความยินดี

“พ่อเจ้าน่ะสิ!”

เสียงหนึ่งดังขึ้นในฝูงชน

“หา?”

เจ้าอ้วนเบิกตากว้าง มีคนกล้าด่าว่าพ่อเขา?

“เจ้ากล้าว่าข้าเรอะ?”

“ข้าไม่ได้ด่า ข้าพูดจริง ๆ พ่อเจ้าถูกซัดจริง ๆ”

คนตอบตัวสั่นไปหมด ไม่เข้าใจว่าพูดความจริงยังผิดหรือ?

“เจ้ามันปากหมา”

จ้าอ้วนยิ่งโมโห

“ท่านจาง เขาไม่ได้ด่าท่านจริง ๆ ท่านพ่อของท่านถูกซัดจริง ๆ”

ศิษย์อีกคนยืนออกมาช่วยไกล่เกลี่ย

“หืม? เจ้ากล้าว่าข้าด้วยเรอะ?”

“ไม่ ไม่ใช่อย่างนั้น พวกข้าหมายถึง...ผู้อาวุโสที่โดนเตะลอยไปเมื่อครู่...คือพ่อท่านจริง ๆ”

เสียงสุดท้ายพูดชัดเจน

“หา”

เจ้าอ้วนชะงักไปครู่หนึ่งก่อนรีบวิ่งหน้าตั้ง พุงกระเพื่อมเป็นคลื่นพุ่งไปยังจุดที่พ่อเขานอนอยู่

พอเห็นหน้าคนนอน เจ้าอ้วนถึงกับทรุดตัวลง

“ท่านพ่อ”

เสียงร้องของเขาดังกึกก้องสะเทือนหัวใจ

เหล่าศิษย์พากันถอนใจ บ้างก็หัวเราะ บ้างก็หันหลังจากไป

ภายในวิหาร ผู้อาวุโสใหญ่มองข้ามทุกความวุ่นวาย ไม่แม้แต่จะชายตาออกไปเพราะรู้ดีว่าผู้อาวุโสจางไม่ตายหรอก พวกเขาสนแค่เรื่องสำคัญเท่านั้น

“ท่านเจ้าสำนัก ท่านทราบหรือไม่ว่าใครกันแน่ที่ฆ่าผู้อาวุโสทั้งสามของพวกเรา?”

ผู้อาวุโสใหญ่ถามต่อ

“ไม่รู้”

เจ้ามารเฒ่าหวูตอบสั้นชัดเจนแค่สองคำจบทุกประเด็น

จบบทที่ บทที่ 64 ข้านี่แหละบิดาเจ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว