เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 62 ข้าไม่ได้ดูแคลนเจ้า

บทที่ 62 ข้าไม่ได้ดูแคลนเจ้า

บทที่ 62 ข้าไม่ได้ดูแคลนเจ้า


บทที่ 62 ข้าไม่ได้ดูแคลนเจ้า

“พูดแบบนี้ก็ง่ายสิ ยังไงคนที่ตายก็ไม่ใช่ผู้อาวุโสในตระกูลเจ้า เจ้าก็เลยทำหน้าเฉยเมยได้...ไม่งั้นเอาอย่างนี้ดีไหม เดี๋ยวข้าฆ่าผู้อาวุโสในตระกูลเจ้าให้หมดบ้างจะได้เข้าใจกันมากขึ้น”

เจ้ามารเฒ่าหวูเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุเดือดต่างจากตอนพูดกับหัวหน้าตระกูลมู่ลิบลับกับคนนั้นพูดดีมีหางเสียง แต่กับคนอื่นนี่แค่ลมปะทะก็เหมือนจะซัดคนปลิวแล้ว

“เจ้า” หัวหน้าตระกูลผู้นั้นหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธถึงกับพูดไม่ออก

“เจ้าอะไร? ไปไกล ๆ เลย ข้ากำลังมีเรื่องสำคัญจะจัดการ ไม่มีเวลามาเล่นกับเจ้า”

คำพูดของเจ้ามารเฒ่าหวูแทบไม่มีเยื่อใย ไม่คิดเหลือหน้าให้ใครเลยแม้แต่น้อย

“วันนี้ข้าจะสู้กับเจ้าถึงตาย”

ชายคนนั้นเดือดถึงขีดสุด พลังวิญญาณภายในพลันพลุ่งพล่านปะทุออกมาทันใด ระดับจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูงสุดระเบิดออกมาโดยไม่ปิดบังแม้แต่น้อย หากมีผู้มีพลังต่ำกว่าอยู่ใกล้ ๆ คงได้ตายตกไปเพียงแค่โดนแรงกด

“พอเถอะ ๆ พื้นฐานเจ้ายังไม่แน่นแม้แต่หกคนแบบเจ้า ข้าก็ยังจับโยนได้เหมือนลูกตุ้ม”

เจ้ามารเฒ่าหวูมองอีกฝ่ายด้วยแววตาเหยียดหยันเต็มเปี่ยม สำหรับเขาแล้วพลังของชายผู้นั้นล้วนแต่ยัดด้วยโอสถทั้งสิ้น ดูดีแต่เปลือก ไม่มีอันตรายอะไรสักนิด

“เจ้า...” หัวหน้าตระกูลผู้นั้นถึงกับแน่นหน้าอกด้วยความโกรธ รู้สึกอยากกระอักเลือดออกมา

“อย่ามาเจ้าเลย ข้าไม่ได้ดูแคลนเจ้านะ ข้าขอยกตัวอย่างง่าย ๆ ดูข้างหลังเจ้าสิ พวกนั้นแต่ละคนอย่างน้อยก็อัดเจ้าได้สองคน เจอกับเจ้าครั้งแรก ข้านึกว่าเจ้าทำแกล้งเล่น หวังล่อข้าให้ประมาท ที่ไหนได้ สรุปเจ้ากระจอกจริง ๆ”

เจ้ามารเฒ่าหวูนึกย้อนถึงตอนที่เพิ่งประมือกับชายผู้นั้นขณะที่คนอื่นต่อสู้ได้นับสิบกระบวนท่า แต่เจ้าคนนี้แค่หมัดเดียวก็ล้มทั้งยืน

ตอนนั้นเขาตกใจมาก คิดว่าอีกฝ่ายกำลังซ่อนฝีมือเลยยิ่งคึก พอคิดว่าตนถูกดูแคลนก็ลุกขึ้นสู้สุดตัว กวาดใส่ด้วยชุดท่ารัวไม่ยั้งแทบไม่เปิดช่องให้ตั้งรับ สุดท้ายอีกฝ่ายเกือบเอาชีวิตไม่รอด โชคยังดีที่หัวหน้าตระกูลมู่มาขวางไว้ทัน ไม่งั้นคงตายไปแล้ว

แต่ก็ไม่รู้ว่าหัวหน้าตระกูลมู่คุยอะไรกับเขาบ้าง เจ้าตัวกลับมาพร้อมบาดแผลส่วนเจ้ามารเฒ่าหวูก็ไม่กลับมาอีกเลย

“แค่ก” คราวนี้ชายผู้นั้นถึงกับกระอักเลือดจริง ๆ ไม่ใช่เพราะบาดเจ็บ แต่เพราะความโกรธล้วน ๆ ถูกเอาไปวัดเป็นหน่วยวัดพลังใครจะไม่โมโห

“หัวหน้าตระกูลมู่ว่ากันตามเรื่อง ข้าอยากขอพบธิดาของเจ้า”

ทันทีที่หันกลับมาพูดกับหัวหน้าตระกูลมู่ เจ้ามารเฒ่าหวูก็กลับมาใช้เสียงอ่อนโยนอีกครั้ง น้ำเสียงสุภาพนุ่มนวลจนน่าประหลาด

ในสถานการณ์วุ่นวายเช่นนี้มีเพียงหัวหน้าตระกูลมู่เท่านั้นที่พอจะสู้กับเจ้ามารเฒ่าหวูได้แบบไม่เสียเปรียบส่วนคนอื่นไม่ไหวแน่จะให้ต้านก็ได้แค่ประวิงเวลาเท่านั้น พวกเขาจึงคิดว่าเจ้ามารเฒ่าหวูให้เกียรติเขาเพราะเคารพในพลัง

“ไม่ต้องพบแล้ว เรื่องนั้นข้ารู้ดี”

หัวหน้าตระกูลมู่ย่อมเป็นคนที่รู้อะไรเกี่ยวกับธิดาของตนมากที่สุด มู่ลี่เสวียนกลับมาถึงก็เล่าให้เขาฟังก่อนใคร

“โอ้ เช่นนั้นข้ารบกวนให้เจ้าบอกข้อมูลเกี่ยวกับผู้อาวุโสของสามอสูรให้ข้าทราบด้วย ข้าจะได้กลับไปสืบสวนต่อ”

เจ้ามารเฒ่าหวูถอนใจโล่งอก คุยวกไปวนมาในที่สุดก็เข้าเรื่องเสียที

“เดี๋ยวก่อน ข้าขอถามเจ้าก่อนคำหนึ่ง เรื่องนี้ข้าเก็บไว้ในใจมานาน อยากถามมานานแล้ว...”

หัวหน้าตระกูลมู่กัดฟันจนได้ยินเสียงดังกรอด ๆ เห็นได้ชัดว่าเขากำลังข่มอารมณ์

“เชิญถามได้เลย”

เจ้ามารเฒ่าหวูไม่ได้สังเกตอารมณ์ของอีกฝ่ายเพราะตอนนี้สนใจแต่เรื่องของผู้อาวุโสในสำนัก

“ไม่ทราบว่าพวกเจ้าสามอสูรส่งคนไปจับตัวลูกสาวข้าทำไม?”

คำถามนี้พาให้ความโกรธพุ่งพล่าน สู้กันก็เรื่องหนึ่งแต่ไปจับลูกสาวชาวบ้านมันอีกเรื่อง

“จับลูกสาวเจ้า? ตอนไหนของเรื่องนี่?”

เจ้ามารเฒ่าหวูถึงกับมึนงงไปทันที ข้าไม่ได้ไปไหนเลยในระยะนี้จะไปสั่งใครจับได้อย่างไร?

“ผู้อาวุโสของเจ้าที่ตายไปนั่นแหละ เจอธิดาข้าระหว่างออกฝึกตน พวกเขาบอกว่ามารับตัวกลับตามคำสั่งของเจ้าพอดี”

หัวหน้าตระกูลมู่เองก็แปลกใจไม่น้อยเพราะดูจากสีหน้าของเจ้ามารเฒ่าหวูเหมือนจะไม่รู้เรื่องเลยจริง ๆ

“เจ้ามารเฒ่าหวู ไม่ใช่ว่าพวกเจ้าชอบอ้างตัวเป็นสำนักคุณธรรม เป็นมารในร่างสุภาพบุรุษหรือ? แล้วทำไมทำเรื่องเลวแบบนี้ได้ลงคอ?”

เหล่าหัวหน้าตระกูลคนอื่นที่เพิ่งรู้ว่ามู่ลี่เสวียนเกือบถูกจับ ต่างก็ถอนหายใจโล่งอก ทำไมกันน่ะหรือ?

เพราะความสัมพันธ์ระหว่างเจ้ามารเฒ่าหวูกับหัวหน้าตระกูลมู่มันน่าสงสัยเหลือเกิน ปกติเจ้ามารเฒ่าหวูจะด่าหรืออัดคนจนแทบตาย แต่พอเจอกับหัวหน้าตระกูลมู่กลับไม่ด่าดัง ๆ แถมเวลาตีกันก็เหมือนแกล้งเล่น ทั้งสองกลับบ้านด้วยแผลเล็ก ๆ ทุกที

ความสัมพันธ์แบบนี้มันชวนให้คิดไปไกล แต่พอเกิดเรื่องลักพาตัวขึ้น ไม่ว่าทั้งสองจะสนิทหรือไม่ก็ไม่รอดจากการแตกหักแน่นอน

ทุกคนรู้ดีว่าหัวหน้าตระกูลมู่รักลูกสาวจนแทบจะไม่กล้าแตะต้อง สปอยขั้นสุดแค่ใครไปแตะต้องลูกเขาก็คือเหยียบเส้นตายแล้ว

พอรู้ว่าสามอสูรทำเรื่องนี้ ทุกคนก็เบาใจลงเพราะศัตรูที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่คนตรงหน้าแต่คือศัตรูในทีมเดียวกัน

“ข้าสาบาน ข้าไม่ได้สั่งให้ใครไปจับลูกสาวเจ้า”

เจ้ามารเฒ่าหวูรู้สึกเหมือนโดนเอาหม้อมาครอบหัว เรื่องแบบนี้ไม่รู้ไม่เห็นมาก่อน แบบนี้คงต้องกลับไปกวาดล้างภายในสำนักเสียแล้ว

เพราะหากปล่อยให้มีคนกล้าทำอะไรลับหลังประมุข แบบนี้ยังนับถือข้าเป็นประมุขอยู่หรือ?

จบบทที่ บทที่ 62 ข้าไม่ได้ดูแคลนเจ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว