- หน้าแรก
- ไร้เทียมทานตั้งแต่เริ่ม
- บทที่ 35 เปิดตัวตำแหน่งกลางเวที?
บทที่ 35 เปิดตัวตำแหน่งกลางเวที?
บทที่ 35 เปิดตัวตำแหน่งกลางเวที?
บทที่ 35 เปิดตัวตำแหน่งกลางเวที?
“โธ่ นี่มันภารกิจกดดันให้ข้าดังชัด ๆ เลยนี่นา” เสี่ยวไป๋ลูบใบหน้าอันหล่อเหลาพลางกล่าวด้วยความหลงตนว่า “โชคดีที่ข้าหน้าตาดี อนาคตอาจได้รับตำแหน่งชายหนุ่มหล่อที่สุดแห่งหมื่นยุคก็เป็นได้ เดิมทีข้าใช้ฝีมือในการดำรงชีพ แต่กลับโดนคนรังเกียจนักหนา...ไม่ฝืนแล้ว ข้าหล่อจริง ๆ ข้ายอมรับเสียเถอะ”
“เจ้าจะไร้ยางอายไปถึงไหนกัน?” ระบบรู้สึกอยากจะจับโฮสต์ของมันกดกับพื้นแล้วตีก้นแรง ๆ หนึ่งที โอยไอ้นี่หน้าด้านเกินขนาดแล้ว
ขณะเดียวกัน เหล่าศิษย์สำนักจินหยางก็ตั้งสติกลับมาได้เสียที ทว่าก็ยังงุนงงกันอยู่ดีเพราะไม่เคยได้ยินชื่อเสี่ยวไป๋มาก่อนเลย ศิษย์สำนักจินหยางนั้นมักไปประลองในแคว้นใกล้เคียงอยู่บ่อยครั้งจึงพอรู้จักผู้แข็งแกร่งระดับราชาวิญญาณแถวนั้นมาบ้าง ทว่าไม่เคยมีข่าวของเสี่ยวไป๋เลยแม้แต่น้อย แม้แต่หยางอี้หลุนก็ยังไม่รู้ว่าเขาเป็นใครกันแน่
“ผู้อาวุโส ข้าน้อยคือหยางอี้หลุน ผู้อาวุโสใหญ่แห่งสำนักจินหยาง หากมีสิ่งใดที่ช่วยเหลือท่านได้ พวกเรายินดีอย่างสุดกำลัง” หยางอี้หลุนเอ่ยด้วยความเคารพ เขาเองก็ไม่กล้าถามว่าเสี่ยวไป๋อาศัยอยู่ที่ใดเพราะเกรงว่าจะเสียมารยาท ทั้งหมดก็อยู่ในป่าแห่งนี้ถึงสามเดือนแล้วจึงไม่รู้เลยว่ามีการประลองระหว่างหนานกงอวิ๋นม่อกับเฉินเทียนอวี่เกิดขึ้นข้างนอก
เสี่ยวไป๋ตอบรับเบา ๆ ว่า “อืม” อยู่ในใจกลับคิดว่า “ตอนอวิ๋นม่อประลองยังขาดกองเชียร์อยู่พอดี พวกเขาอาจจะเหมาะ”
เหล่าศิษย์สำนักจินหยางพลันขนลุกซู่ รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างน่ากลัวกำลังจ้องมองอยู่
หลังจากอิ่มหนำสำราญก็ถึงเวลาพักผ่อน ทั้งสองกลุ่มต่างก็แยกย้ายกันนอน เสี่ยวไป๋หลับสบายถึงขีดสุดเพราะเคล็ดคัมภีร์ไร้ตนของเขาจะป้องกันและตอบโต้ศัตรูให้อัตโนมัติหากมีอันตรายใดเข้าใกล้ส่วนหนานกงอวิ๋นม่อก็นอนอย่างสบายใจเพราะมีอาจารย์อยู่ ไม่กลัวอะไรเลย หากเสี่ยวไป๋รู้คงต้องบ่นว่า “เด็กคนนี้มันใจกล้าจริง ๆ”
ทว่าเหล่าศิษย์จินหยางกลับนอนไม่ค่อยหลับเพราะไม่รู้ว่าพลังของเสี่ยวไป๋แท้จริงอยู่ระดับใดจึงต้องผลัดเวรกันเฝ้ายาม
รุ่งเช้าผ่านมาเพียงพริบตา เสี่ยวไป๋ตื่นขึ้นอย่างสดใส
“ไวจังแฮะ ถึงเวลากินอีกแล้วสิ” เสี่ยวไป๋กระโดดลงจากต้นไม้ ยืดเส้นยืดสายไปพลางพึมพำ ตั้งแต่ข้ามายังโลกนี้ รู้สึกว่าชีวิตมีแค่นอนกับกิน สนุกยิ่งกว่าสวรรค์เสียอีกสมแล้วที่มีคำโบราณว่า
“ความสุขของผู้มีพลังนั้นยากจะจินตนาการ” เสี่ยวไป๋ยิ่งเชื่อในคำนี้เข้าไปใหญ่เพราะเขากำลังใช้ชีวิตเช่นนั้นอยู่จริง ๆ
“อาจารย์ ข้าจะไปล่าของป่ามาให้ท่าน” หนานกงอวิ๋นม่อลุกขึ้นขยี้ตา ก่อนจะกล่าวอย่างมุ่งมั่น
“เจ้าไปอะไรล่ะ ข้านี่แหละจะไป เจ้าเชื่องช้าเกิน” เสี่ยวไป๋โบกมือ รีบพับแขนเสื้อเตรียมบุกทันที
คำพูดนี้ทำให้หนานกงอวิ๋นม่ออึ้งไปครู่หนึ่ง ผิดวิสัยนี่นา? ไม่ใช่ว่าเขาเป็นศิษย์แล้วต้องฝึกฝนด้วยการออกล่าสัตว์หรอกหรือ? หรือว่าเขาเข้าใจผิดตั้งแต่ต้น?
ทางด้านสำนักจินหยางก็ทยอยตื่นและทักทายเสี่ยวไป๋กับพวกเขา
“ที่แท้เจ้าหนุ่มนี่ก็คือศิษย์ของผู้อาวุโสนี่เอง” หยางอี้หลุนลูบเคราที่ยาวของตนพลางกล่าว
“ขอรับผู้อาวุโส หากมิใช่เพราะคำชี้แนะของอาจารย์ ข้าคงไม่มีวันก้าวสู่เส้นทางแห่งการบำเพ็ญเพียรได้” หนานกงอวิ๋นม่อออกมากล่าวพร้อมโค้งคำนับอย่างเคารพ
“ฮ่า ๆ สมแล้วที่เป็นอัจฉริยะ ขอยินดีกับผู้อาวุโสด้วยที่ได้ศิษย์ดีเช่นนี้” หยางอี้หลุนกล่าวพร้อมท่าทางแสดงความยินดี
“นี่มันฉากชมกันไปมาที่เห็นกันบ่อยในนิยายไม่ใช่รึไง?” เสี่ยวไป๋จับไต๋ได้ทันที แต่ก็ยังแกล้งทำเป็นดีใจ แล้วกล่าวชมกลับ “ศิษย์ของท่านก็ไม่เลวเช่นกันล้วนเป็นยอดกล้าทั้งสิ้น”
หลังจากแลกเปลี่ยนถ้อยคำชมกันอย่างดุเดือดแล้วก็ถึงหัวข้อสำคัญคือการกิน
“ผู้อาวุโส อาจารย์ พวกเราจะไปล่าอสูรเดี๋ยวนี้” ศิษย์จินหยางขออาสาออกไปหาอาหาร ดวงตาเต็มไปด้วยความฮึกเหิม
“อาจารย์ ผู้อาวุโสใหญ่ ข้าขอไปด้วย” หนานกงอวิ๋นม่อเองก็อดไม่ไหว ขอเข้าร่วมด้วยเช่นกัน
“ไปก็ไป แต่อย่ากวนเวลามื้ออาหารของข้าก็พอ” เสี่ยวไป๋ตอบอย่างไม่ใส่ใจเพราะเขาอยู่ที่นี่ ใครจะกล้าแตะพวกเขาได้
หยางอี้หลุนแน่นอนว่ายินดีเพราะเป้าหมายการเดินทางของเขาก็คือการฝึกฝนศิษย์อยู่แล้วและมีราชาวิญญาณคอยดูอยู่ ไม่มีอะไรต้องกังวล
เมื่อเห็นทั้งอาจารย์และผู้อาวุโสใหญ่ตอบตกลง หนานกงอวิ๋นม่อและพรรคพวกก็ยินดียิ่งนักเพราะถึงเวลาที่จะได้แสดงฝีมือแล้ว
“ศิษย์ของผู้อาวุโส ข้านามว่าเย่หลี นี่หลี่เสี่ยว จ้าวชิงชิงและเย่เหวิน พวกข้าขอฝากเนื้อฝากตัวด้วย” เย่หลีนำพาศิษย์ร่วมรุ่นเข้ามาทักทายหนานกงอวิ๋นม่อ
“ข้านามว่าหนานกงอวิ๋นม่อมาจากตระกูลหนานกง เมืองพั่วหลิน ฝากตัวด้วยเช่นกัน” หนานกงอวิ๋นม่อแนะนำตัวด้วยท่าทีสุภาพ
“หนานกงอวิ๋นม่อ?” เย่เหวินที่ตัวเล็กที่สุดถึงกับเอามือปิดปาก เอ่ยถามอย่างตกใจ
“ใช่ ข้าคือผู้นั้น” หนานกงอวิ๋นม่อพยักหน้า
“หนานกงอวิ๋นม่อจากเมืองพั่วหลิน? อัจฉริยะผู้ไร้เทียมทานคนนั้นน่ะหรือ?” หลี่เสี่ยวเบิกตากล่าวด้วยความตกตะลึง
“ไม่ผิด เป็นข้าเอง” เขายืนยันอีกครั้ง
“ผู้อาวุโส เจ้าหนูนี่คืออัจฉริยะคนนั้นจริงหรือ?” หยางอี้หลุนเองก็ถามขึ้นมาด้วยความรู้สึกทึ่งอย่างแท้จริง
“ก็ใช่น่ะสิ” เสี่ยวไป๋พยักหน้า นี่มันอะไรกัน? เด็กนี่มีชื่อเสียงขนาดนี้เชียว? ถึงขนาดที่สำนักจินหยางยังรู้จัก แบบนี้ไม่ต้องทำอะไรแล้ว แค่ขัดเกลานิดหน่อยก็พร้อมเปิดตัวเป็นดารานำเลยละมั้ง
“ตอนนี้เจ้าบำเพ็ญเพียรได้แล้วหรือ?” เย่หลีถามขึ้นเพราะจากท่าทางของหนานกงอวิ๋นม่อเมื่อครู่นั้น เห็นได้ชัดว่าเขาฟื้นพลังได้แล้ว
คนอื่น ๆ ก็หันมามองด้วยความสงสัยเพราะเมื่อครั้งก่อน หานเสี่ยวกู่ออกปากเองว่าอาการของหนานกงอวิ๋นม่อไร้ทางเยียวยา หากตอนนี้เขาฟื้นพลังได้จริงเท่ากับเป็นการตบหน้าปราชญ์โอสถอย่างไม่ไว้หน้าเลยทีเดียว
“อาจารย์ของข้าได้รักษาข้าเรียบร้อยแล้ว บัดนี้ข้าสามารถบำเพ็ญเพียรได้แล้ว” หนานกงอวิ๋นม่อตอบอย่างหนักแน่น
“หืม” แม้จะคาดเดาไว้บ้าง แต่พอได้ยินจากปากเขา ทุกคนก็ยังอดทึ่งไม่ได้ ภาพลักษณ์ของเสี่ยวไป๋ในใจพวกเขาก็ถูกยกระดับขึ้นอีกขั้น หากรักษาอาการที่ปราชญ์โอสถอย่างหานเสี่ยวกู่ยังรักษาไม่ได้ก็แสดงว่าเขาเองก็เป็นปราชญ์โอสถแถมยังมีระดับสูงกว่าด้วย ความลึกลับของเขาช่างน่าหวาดหวั่นนัก
“พอแล้ว ๆ อย่ามัวแต่พูด รีบไปล่าอสูรกันเถอะ” เสี่ยวไป๋ที่ท้องเริ่มร้องเร่งขึ้นมา เขาหิวจนทนไม่ไหวแล้ว
“ขอรับ พวกข้าจะรีบไปเดี๋ยวนี้” หนานกงอวิ๋นม่อกับสหายรับคำ แล้วรีบออกเดินทางทันที
“ไปเถิด พวกเราตามไปดูกันดีกว่า” เสี่ยวไป๋หันไปกล่าวกับหยางอี้หลุน เขาแม้จะเชื่อมั่นในฝีมือของลูกศิษย์ แต่ก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้
“ย่อมได้ เช่นนั้นเราไปกันเถิด” หยางอี้หลุนยิ้มรับ
ด้านหนานกงอวิ๋นม่อกับพรรคพวกก็กำลังค้นหาอสูรด้วยความตั้งใจส่วนเสี่ยวไป๋กับหยางอี้หลุนเดินตามหลังราวกับชมธรรมชาติ
“เจอแล้ว” เย่หลีเอ่ยเบา ๆ แล้วออกสัญญาณให้เงียบพร้อมชี้ให้ทุกคนหลบหลังต้นไม้ใหญ่ ก่อนเริ่มวางแผน
“อสูรตนนั้นน่าจะอยู่ที่ระดับปลายขั้นศิษย์ยุทธ์ เมื่อมันเข้าใกล้ เราจะโถมใส่พร้อมกันจัดการมันให้เร็วที่สุด” เย่หลีกล่าวแผนอย่างมั่นใจ ทุกคนพยักหน้ารับ
เสี่ยวไป๋กับหยางอี้หลุนก็เห็นเช่นกันจึงกระโดดขึ้นไปยังยอดไม้สูงเพื่อคอยสังเกตการณ์
เสี่ยวไป๋ใช้เนตรเทวะเพื่อตรวจสอบข้อมูลอสูรทันที รายงานระบุว่า
[ชื่อ: อสูรดินขนสั้น (ตัวอ่อน)
ระดับ: ชั้นสองปลาย
ความสามารถพิเศษ: เนื่องจากยังเยาว์วัยจึงยังไม่พัฒนาทักษะพิเศษ
คำเตือน: อสูรดินขนสั้นมักไม่ออกหากินลำพัง โดยทั่วไปจะมีตัวใหญ่คอยเฝ้าอยู่ใกล้ ๆ และมีความสามารถในการซ่อนเร้นสูงมากจนผู้ฝึกยุทธ์หรืออสูรระดับเดียวกันไม่สามารถสังเกตพบ]
เมื่อเห็นผลลัพธ์ เสี่ยวไป๋รีบเตรียมตัวจะหยุดหนานกงอวิ๋นม่อกับพวกไว้ แต่สายไปแล้ว
อสูรดินขนสั้นน้อยถูกฆ่าตายเรียบร้อยและอสูรดินขนสั้นตัวใหญ่ก็รับรู้ทันที
พร้อมเหวี่ยงฝ่ามือพุ่งเข้าใส่พวกเขาทันที