- หน้าแรก
- ไร้เทียมทานตั้งแต่เริ่ม
- บทที่ 18 ระบบลึกลับที่เจ้าพูดถึงนั่นใช่ตัวเจ้าเองหรือไม่?
บทที่ 18 ระบบลึกลับที่เจ้าพูดถึงนั่นใช่ตัวเจ้าเองหรือไม่?
บทที่ 18 ระบบลึกลับที่เจ้าพูดถึงนั่นใช่ตัวเจ้าเองหรือไม่?
บทที่ 18 ระบบลึกลับที่เจ้าพูดถึงนั่นใช่ตัวเจ้าเองหรือไม่?
หลิวชิงเวยรีบรับยันต์หยกป้องกันตัวที่เสี่ยวไป๋มอบให้มาพลางตรวจสอบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะศักดิ์ศรีของเขาถูกท้าทาย เขาต้องแลกด้วยชีวิตจึงจะสร้างได้เพียงสองชิ้น แล้วเสี่ยวไป๋พบหน้าหลิวจื่อซีครั้งแรกกลับมอบให้ชิ้นหนึ่งแล้ว ของเช่นนี้มันไม่ล้ำค่าหรืออย่างไร แล้วเขามีสิทธิ์อะไรมอบให้ง่ายดายนัก
บรรดาผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ก็พากันล้อมเข้ามาเพราะสิ่งของชิ้นนี้ช่างหายากยิ่งนัก
ครู่ใหญ่ หลิวชิงเวยจึงถอนสายตากลับมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ของจริง เป็นยันต์หยกป้องกันตัวแท้” จากนั้นส่งคืนให้หลิวจื่อซี “ในเมื่อเป็นของขวัญที่อาจารย์ของอวิ๋นม่อมอบให้เจ้าก็เก็บไว้ให้ดี ของล้ำค่าเช่นนี้มอบให้ตั้งแต่แรกพบ แสดงว่าเขายอมรับในตัวเจ้าและคงหวังว่าเจ้าจะแต่งเข้าตระกูลของเขาในอนาคต ฮ่าฮ่าฮ่า”
“เจ้าค่ะ ท่านปู่” หลิวจื่อซีรับยันต์พลางหน้าแดงระเรื่ออดคิดไม่ได้ว่า พูดอะไรเช่นนั้นข้ายังเด็กอยู่เลยนะ
“ฮ่าฮ่าฮ่า อายอะไรเล่า โตป่านนี้แล้ว” หลิวชิงมองหลิวจื่อซีด้วยสายตาเปี่ยมรักเพราะนางคือบุตรีสุดที่รักเพียงคนเดียว
“ฮ่าฮ่าฮ่า เฉินเหวินแก่หัวดื้อผู้นั้นใช้ชีวิตมาทั้งชาติยังไม่เคยมอบยันต์หยกให้หลานมันสักชิ้นส่วนหลานข้าพึ่งจะอายุสิบหกก็มีถึงสองชิ้น หากหลานมันล่วงรู้เข้าคงได้ขาดใจตายเพราะความคั่งแค้นเป็นแน่” หลิวชิงเวยหัวเราะเสียงดังสนั่น วันนี้เขาชื่นมื่นยิ่งนักเพราะร่างกายของหนานกงอวิ๋นม่อฟื้นฟูกลับมาแล้ว ความกังวลตลอดหกปีก่อนหน้าได้สลายไปสิ้น
เหล่าผู้อาวุโสก็หัวเราะกันอย่างเริงร่า ราชวงศ์ต้องกล้ำกลืนเช่นนี้ พวกเขาสุขใจนัก
“จริงสิ ท่านปู่ หกเดือนต่อไปพี่อวิ๋นม่อต้องไปประลองกับเฉินกวงอวี่” หลิวจื่อซีราวกับเพิ่งนึกขึ้นได้ รีบเอ่ยขึ้น
“อะไรนะ?” หลิวชิงเวยหยุดหัวเราะฉับพลัน ถามเสียงร้อนรน “เด็กนั่นพึ่งฟื้นพรสวรรค์มิใช่หรือ?”
“เจ้าค่ะ” หลิวจื่อซีตอบเสียงเบา
“แล้วท่านเสี่ยวไป๋ไม่ห้ามหรืออย่างไร?” หลิวชิงเองก็ร้อนใจไม่น้อย เด็กคนนั้นคิดอย่างไรถึงตัดสินใจบ้าระห่ำเช่นนี้?
“เดิมทีพี่อวิ๋นม่อคิดจะรอให้เวลาผ่านไปอีกสักพัก แล้วค่อยประลองอย่างยุติธรรม แต่ยังไม่ทันพูดจบ ท่านเสี่ยวไป๋ก็พูดขึ้นทันทีว่า ‘หกเดือน’ แล้วบอกว่าจะพาไปยังราชวงศ์ด้วยตนเอง” หลิวจื่อซีพูดพลางลังเล ที่จริงแล้วนางเองก็ไม่เห็นด้วยกับการประลองในเวลาสั้นขนาดนี้
“เรื่องนี้…” หลิวชิงเวยขมวดคิ้วแน่น แล้วพูดขึ้นว่า “บางทีอาจารย์ของอวิ๋นม่อมีแผนในใจ”
หลิวชิงกล่าวเสริม “ใช่แล้ว ท่านเสี่ยวไป๋คงมีแผนการ ไม่อาจเป็นภัยต่ออวิ๋นม่อเป็นแน่”
“อืม คงมิได้คิดร้ายแน่นอน” หลิวชิงเวยพยักหน้าครุ่นคิด แล้วหันไปถามบรรดาผู้อาวุโส “พวกเจ้าว่าอย่างไร?”
เหล่าผู้อาวุโสต่างคิดคล้ายกันว่า ‘แม้แต่พวกท่านยังเดาไม่ออก แล้วเราจะเดาออกได้อย่างไรเล่า ท่านชี้ไปทางไหนเราก็ฟาดไปทางนั้นเถอะ’
“ในเมื่อพันธะสัญญาหกเดือนได้กำหนดไว้แล้ว เช่นนั้นเราก็รออย่างสงบเถิด ตระกูลหลิวกับตระกูลหนานกงเป็นดองกันอยู่แล้ว พวกเราย่อมสนับสนุนตระกูลหนานกงจนถึงที่สุด” หลิวชิงเวยกล่าวสรุปด้วยเสียงหนักแน่น
“เอาล่ะ ยังมีใครมีเรื่องอะไรจะถามอีกหรือไม่?”
เหล่าผู้อาวุโสรีบตอบว่า “ไม่มีแล้ว ไม่มีแล้ว” หากยังกล้าเอ่ยความเห็นอีก คงได้เดินตามรอยหลิวม่อกับหลิวสุ่ยเป็นแน่ ยังมีชีวิตอยู่ไม่ดีหรือ ต้องรีบหาทางลัดไปตายด้วยหรือไร?
ในเวลาเดียวกัน เสี่ยวไป๋นั่งเอนหลังอย่างสบายบนเตียงภายในห้องห้องอันดับหนึ่งแห่งฟ้า
“เจ้าเฉินกวงอวี่อายุยี่สิบเพิ่งจะอยู่ระดับนักรบขั้นหนึ่ง ยังกล้าเรียกตัวเองว่าอัจฉริยะอีกหรือ?” เสี่ยวไป๋เอ่ยด้วยความแปลกใจเพราะตนมีพรสวรรค์เหนือชั้นจึงไม่รู้ว่าการเลื่อนระดับของโลกใบนี้ยากเย็นเพียงใด
“แน่นอนสิ พรสวรรค์ต่ำ ชั้นต่ำ ทั้งแคว้นหิมะอวิ๋นมีอยู่แค่คนเดียว ระดับสามัญยังหายากเสียอีก” ระบบตอบ “เจ้าคิดว่าทุกคนเหมือนเจ้ารึไร แค่เห็นคัมภีร์ก็ฝึกได้เลย”
“หาโอสถหน่อย พรุ่งนี้ข้าจะออกไปหาสมุนไพรให้เจ้าอวิ๋นม่อนั่น ร่างมันถูกพิษแทรกซึมมาหลายปี รากฐานแย่เหลือเกิน ระบบ เจ้าพอมีอะไรแนะนำหรือไม่? แล้วก็หาสักหน่อยเถอะ ยาที่ช่วยเพิ่มความเร็วในการบำเพ็ญ” เสี่ยวไป๋เงียบไปครู่หนึ่งก่อนถามขึ้น
“ข้าลองหาดูก่อน เจ้ารอสักครู่” ระบบกล่าว
ไม่นานนัก
“เจอแล้ว 《โอสถชำระสูญญากาศฉบับปรับปรุง》 เดิมคือโอสถสร้างร่างขั้นสูงชั้นหนึ่งของโลกนี้ แต่ถูกระบบลึกลับปรับสูตรใหม่โดยใช้สมุนไพรเดิมทั้งหมด แต่ผลลัพธ์ทรงพลังกว่าหลายเท่า วัตถุดิบที่ต้องใช้: รากไม้ทราย 3 ราก, ผลชางชิง 1 ลูก, กลีบดอกโลหิต 3 กลีบ, คริสตัลไฟระดับสูงสุดชั้นหนึ่ง 1 ก้อน
《น้ำล้างกระดูกพร่าฉบับปรับปรุง》 เดิมคือของเหลวฝึกฝนระดับสูงชั้นหนึ่งของโลกนี้ ถูกระบบลึกลับปรับปรุงใหม่เปี่ยมด้วยพลังฟ้าดิน ผลลัพธ์ยิ่งใหญ่เกินพรรณนา วัตถุดิบ: หญ้าหนาม 5 ต้น, ผลวิญญาณโบราณ 2 ผล, หญ้าชำระกาย 3 ต้น, คริสตัลดินระดับสูงสุดชั้นหนึ่ง 1 ก้อน”
เมื่อเสี่ยวไป๋ได้รับตำราโอสถก็กล่าวขึ้น
“ระบบ เจ้าพูดมาเถอะระบบลึกลับที่เจ้าว่านั่นใช่ตัวเจ้าเองหรือไม่?” เสี่ยวไป๋หรี่ตา มองมันด้วยแววตาเหยียดหยาม
“แน่นอน นอกจากระบบไร้เทียมทานอย่างข้า ยังมีใครทำได้อีกเล่า?” หากระบบมีร่างกาย มันคงตบอกโชว์กล้ามแล้วยืนเท้าสะเอวเชิดหน้าด้วยความภาคภูมิใจและเสี่ยวไป๋ก็จินตนาการภาพนั้นได้ชัดเจน
“ตำราโอสถเหล่านี้เป็นแค่ตำราระดับต่ำเพราะเมืองพั่วหลินแห่งนี้เล็กเกินไป วัตถุดิบของตำราระดับสูงคงหาไม่ได้จึงยังไม่จัดหามาให้เจ้า” ระบบกล่าวเสริม
“ก็ถูกของเจ้า เช่นนั้นพรุ่งนี้ข้าออกไปหาสมุนไพรดีหรือไม่” เสี่ยวไป๋ลูบคางเบา ๆ กล่าวอย่างทอดอารมณ์ ในที่สุดก็มีอะไรให้ทำเสียที แข็งแกร่งเกินไปก็ไม่รู้จะทำอะไรนี่แหละปัญหา
“ท่านผู้อาวุโสเสี่ยว”
เสียงเรียกจากนอกประตูดังขึ้น
เสี่ยวไป๋ลุกพรวดจากเตียง เดินไปเปิดประตูก็พบกับรอยยิ้มกว้างของหนานกงหลิวอวิ๋น
“มีเรื่องอันใด?” เขาถาม
“ท่านผู้อาวุโสเสี่ยว คือว่ายามนี้เป็นเวลาเย็นแล้ว ท่านพี่เสวียนให้ข้ามาเรียนเชิญท่านไปรับประทานอาหารที่โถงใหญ่ขอรับ” หนานกงหลิวอวิ๋นอธิบายอย่างเคารพเพราะเสี่ยวไป๋ไม่เพียงเป็นผู้แข็งแกร่ง แต่ยังเป็นอาจารย์ของหลานตนผู้มีพระคุณยิ่ง
“ได้กินแล้วหรือ?” ระบบตะโกนในหัวเสี่ยวไป๋ “ในที่สุดก็ได้กิน ข้าหิวจะตายอยู่แล้ว”
เสี่ยวไป๋เองก็ยินดี “ในที่สุดข้าก็ได้กินสบาย ๆ สักมื้อ ก่อนหน้านี้พอถึงเวลาอาหารก็มีพวกโง่ ๆ มาก่อกวนทุกที”
“ขอบใจมาก ข้าจะตามเจ้าไปเดี๋ยวนี้” เสี่ยวไป๋พยักหน้าพลางยิ้ม
ตลอดทาง หนานกงหลิวอวิ๋นกล่าวคำขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพราะเรื่องของหนานกงอวิ๋นม่อทำให้เขารู้สึกสำนึกบุญคุณเสี่ยวไป๋จนมิรู้จะตอบแทนอย่างไรดี
ระยะทางจากห้องพักถึงโถงใหญ่เพียงไม่กี่นาทีหากเดินตามจังหวะของเสี่ยวไป๋ ทว่าในช่วงสั้น ๆ นี้หนานกงหลิวอวิ๋นก็พูดไม่หยุด เสี่ยวไป๋รู้สึกชัดเจนว่าบุรุษผู้นี้ช่างน่าหวาดกลัวยิ่ง หนานกงเสวียนเป็นคนพูดน้อยยิ่งก็นิ่งไว้ หนานกงหลิวอวิ๋นแม้ไม่มีอะไรจะพูดก็ยังหาคำมาพูดให้ได้ พูดไม่หยุด พูดจนหมดเวลา
เมื่อมาถึงหน้าประตูโถงใหญ่ เสี่ยวไป๋รู้สึกประหลาดใจอีกครั้งกับความสามารถของโลกนี้ กลางวันยังถล่มที่นี่จนพังเสียหาย มีหลุมตรงนั้นเว้าแหว่งตรงนี้ เฟอร์นิเจอร์ถูกแรงกดวิญญาณทำลายสิ้น แต่ถึงเวลาอาหารเย็นกลับซ่อมแซมจนเหมือนเดิมทุกกระเบียดนิ้ว
‘ยอดเยี่ยมจริง ๆ พวกช่างของโลกนี้ หากไปอยู่โลกมนุษย์คงได้เป็นเบอร์หนึ่งแน่นอน’ เสี่ยวไป๋คิดในใจ
“แน่นอนสิ เจ้าเองก็ถนัดถล่มบ้านไม่มีใครเกิน เมื่อวานถล่มห้องพัก วันนี้ถล่มโถงใหญ่” ระบบอดเหน็บแนมไม่ได้
“หุบปากไปเสียเถอะ เจ้ารู้หรือไม่ว่านี่เรียกว่าเทคโนโลยีปรับเปลี่ยนโครงสร้างบ้านแบบเร่งด่วนต่างหาก” เสี่ยวไป๋ไม่ยอมแพ้ ความผิดเขาหรือไร ผู้อาวุโสฟ่านปากหมาเองต่างหาก
หนานกงเสวียนกับทุกคนต่างรอเสี่ยวไป๋อยู่ในโถงใหญ่ พอเห็นเขามาถึงก็ยิ้มแย้มทักทายกันอย่างมีไมตรี
เสี่ยวไป๋ทักทายทุกคนแล้วไม่เห็นหนานกงอวิ๋นม่อจึงถามขึ้น “เจ้าอวิ๋นม่อนั่นอยู่ที่ใด?”
“ท่านผู้อาวุโสเสี่ยว พวกเราตะโกนเรียกแล้ว แต่เขาบอกว่าจะฝึกฝนพลังจึงไม่ยอมมา” หนานกงหลิวอวิ๋นรีบตอบก่อนใครเพราะเจ้าหมอนี่ชอบพูดเป็นชีวิตจิตใจ
“อย่างนั้นมิได้ แม้จะมีจิตใจมุ่งมั่นย่อมดี แต่การขังตัวอยู่กับที่ฝึกฝนนานเกินไปหาใช่ทางที่ถูก ยังควรออกมาสัมผัสโลกภายนอกเสียบ้าง” เสี่ยวไป๋ขมวดคิ้วกล่าว
“ท่านผู้อาวุโสเสี่ยวพูดถูกยิ่ง” เหล่าผู้อาวุโสรีบยกย่องทันทีเพราะเสี่ยวไป๋คือตัวจริงเสียงจริง ความคิดย่อมล้ำยุค ยิ่งในโลกนี้นิยมปิดด่านฝึกฝน บางคนถึงขั้นเก็บตัวร้อยปี ดังนั้นคำพูดของเขาถือว่าก้าวล้ำอย่างยิ่ง
“ท่านผู้อาวุโสเสี่ยว ข้าจะรีบให้คนไปตามอวิ๋นม่อเดี๋ยวนี้” หนานกงหลิวอวิ๋นรีบสั่งองครักษ์ “ไปเร็ว บอกว่าท่านผู้อาวุโสเสี่ยวไป๋เรียกให้มา”
องครักษ์รีบตอบรับแล้วออกวิ่งไปยังห้องของหนานกงอวิ๋นม่อ ไม่ช้าก็มาถึงหน้าประตู เคาะประตูเบา ๆ แล้วกล่าวอย่างเคารพ
“คุณชายอวิ๋นม่อ ท่านผู้อาวุโสเสี่ยวเรียกท่านไปกินข้าว ขอให้รีบไปโดยไว”