- หน้าแรก
- เกมนี้ฮีลใจจริงดิ
- บทที่ 4 : กำลังมุ่งสู่ทิศทางที่พูดไม่ออก
บทที่ 4 : กำลังมุ่งสู่ทิศทางที่พูดไม่ออก
บทที่ 4 : กำลังมุ่งสู่ทิศทางที่พูดไม่ออก
.
บทที่ 4 กำลังมุ่งสู่ทิศทางที่พูดไม่ออก
.
ก่อนที่จะเข้าสู่เกม ชีวิตที่สมบูรณ์แบบ หานเฟยเคยค้นหาคู่มือจากในอินเทอร์เน็ตมาก่อน เสียงส่วนใหญ่ล้วนเป็นรีวิวเชิงบวก ผู้เล่นช่วงทดสอบหลายคนต่างบอกว่านี่คือ “สวรรค์ที่ถูกสร้างขึ้นโดยมนุษย์” รวมทุกสิ่งที่ผู้คนโหยหาและคาดหวังจากชีวิตที่ดีงาม
.
ตอนนั้นหานเฟยเองก็เคยฝันไว้เหมือนกัน ว่าเข้ามาแล้วจะมีเพื่อนมากมาย ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินทองอีกต่อไป ใช้ชีวิตวนเวียนกับความหรูหราฟุ่มเฟือย เมามายลุ่มหลง เพลิดเพลินไปกับความสำราญที่ “น่าเบื่อ”
ทว่าภาพฝันนั้นกลับห่างไกลจากความจริงมาก… เพราะตอนนี้เขากำลังนอนขดอยู่ใต้ผ้าห่มเก่าขาดกะรุ่งกะริ่ง กำมีดทำครัวไว้แน่น สูดเอากลิ่นอับชื้นที่โชยอยู่ในอากาศ พลางจ้องเขม็งไปยังนาฬิกาแขวนอิเล็กทรอนิกส์บนผนังที่สีหลุดร่อนจนไม่เหลือเค้าเดิม
ตีสองครึ่ง!
ภารกิจมือใหม่ “นอนหลับ” ดำเนินมาได้สักพักแล้ว บ้านทั้งหลังก็ยังเงียบสงัด ไม่มีอะไรผิดปกติเกิดขึ้น
ใจของหานเฟยเริ่มคลาย แม้คำเตือนของหญิงชราจะฟังแล้วน่าขนลุก แต่ยังไงเสีย เกมนี้ถูกประกาศว่าเป็นเกมจำลองชีวิตแนวเยียวยา
ถึงชีวิตจริงจะยากลำบาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกวันจะต้องมาเจอกับฆาตกรโรคจิตหรือเรื่องลี้ลับเหนือธรรมชาติหรอกนะ
ผ่านไปอีกสิบนาที ทุกอย่างก็ยังเรียบร้อยดี หานเฟยจึงเริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อย
พอถูกบังคับให้นอนอยู่เฉย ๆ เขาก็เริ่มเบื่อ เลยเปิดหน้าต่างสถานะขึ้นมาศึกษาอย่างจริงจัง
“เกมที่ฮิตระดับปรากฏการณ์แบบนี้ พอเปิดทดสอบสาธารณะต้องดังเปรี้ยงแน่ ถ้าฉันสั่งสมประสบการณ์ไว้ก่อน เผลอ ๆ อนาคตอาจหาเงินจากมันได้ด้วย”
ชื่อ: หานเฟย
รหัสสิทธิ์: 00000
เลเวล: 1
อาชีพ: ไม่มี
สติปัญญา : 6 ความสามารถที่เกิดจากสมองทั้งหมด ทั้งความจำ ความคิด อารมณ์ จิตใจ รวมถึงประสบการณ์และความรู้
ร่างกาย : 4 ความสามารถด้านร่างกายทั้งหมด
เสน่ห์ : -10 ไม่ใช่ค่าที่ตายตัว ทุกคนมีเสน่ห์เฉพาะตัว แต่ของเขาติดลบ…
โชค : 9 ค่ายิ่งสูง ยิ่งมีโชคมาก
ความชั่วร้าย : 0 ลองทายสิว่าคนเราสามารถเลวได้ถึงขนาดไหน?
ค่าขีดจำกัดทางจิต : 100
หมายถึงความสามารถในการปรับสมดุลจิตใจท่ามกลางสิ่งรบกวนจากภายในและภายนอก แต่ไม่มีใครรักษาสภาพคงที่ได้ตลอด หากถูกกระตุ้นจนเกินขีดจำกัด ผู้เล่นจะถูกบังคับให้ออกจากเกม หรือพูดง่าย ๆ คือ ถ้าโดนช็อกแรง ๆ เกินไป ค่าต่ำเมื่อไร ก็ยิ่ง “สติแตก” ได้ง่าย
พลังชีวิต : 100
หากลดเหลือศูนย์ ตัวละครจะตายทันที ที่สำคัญคือ ชีวิตของแต่ละคนมีเพียงหนึ่งเดียว ตายแล้ว ทุกข้อมูลจะถูกลบสิ้น!
พรสวรรค์ : ฟื้นคืน
ระดับไม่ทราบ ผลลัพธ์ไม่ทราบ ผู้เล่นส่วนน้อยที่โชคดีจะได้พรสวรรค์ตอนสร้างตัวละคร
ช่องทักษะ :
-การแสดงระดับกลาง
-การทำอาหารระดับต้น
คุณธรรม : ไม่มี
คุณสมบัติที่เป็นแสงสว่างในใจมนุษย์ หากมีจะช่วยเหลือชีวิตได้อย่างมหาศาล
หานเฟยอ่านเสร็จแล้วงงไปพักหนึ่ง ตัวละครในเกมถูกสร้างเสร็จเรียบร้อยโดยที่เขาไม่รู้ตัว แถมทุกอย่างยังแทบถอดแบบมาจากตัวจริงของเขา
“อย่าบอกนะว่าเกมนี้ผูกเข้ากับฐานข้อมูลประชาชน? หรือใช้ระบบจดจำใบหน้าอัตโนมัติ? แล้วนี่… ตายครั้งเดียวคือจบเลย? นี่มันโหดไปไหม?”
ทุกวันนี้เกมส่วนใหญ่พยายามลดโทษจากการตายเพื่อให้ผู้เล่นสนุกต่อได้ แต่เกมนี้กลับทำตรงกันข้าม ทำให้มันเหมือนโลกจริงมากขึ้นตายแล้วคือตาย ทุกอย่างหายหมด
“งั้นฉันต้องระวังให้มากขึ้น… อาคารที่⅜ฉันอยู่ตอนนี้มันไม่ปกติแน่ ต้องหาทางย้ายออกโดยเร็วที่สุด”
แต่ยังไม่ทันละสายตาจากหน้าต่างสถานะ เสียงแปลกประหลาดก็ดังขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัวในหูของเขา
หานเฟยหรี่ตาลง นอนหมอบบนเตียงเหมือนแมวที่กำลังเฝ้าระวังภัย “ในห้องนี้มีแค่ฉันคนเดียว… แล้วเสียงเมื่อกี้มันมาจากไหนกัน?”
เสียงนั้นไม่ได้ดังนัก แต่ท่ามกลางความเงียบงันของยามค่ำคืน ทำให้เขาได้ยินชัดเจน
มือกำมีดแน่น ดวงตาที่ชินกับความมืดกวาดมองไปทั่วทั้งห้อง เฟอร์นิเจอร์เก่าโทรมแต่ละชิ้นดำทะมึนเป็นเพียงเงาร่างทึบ ๆ ทั้งที่ยังนิ่ง แต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนมันพร้อมจะขยับได้ทุกเมื่อ
“ที่นี่เคยเป็นบ้านผีสิงมาก่อนหรือเปล่านะ? …หญิงชราถึงบอกว่าอย่าหลงของถูก เช่าบ้านร้างราคาถูกแบบนี้ก็ใช่เรื่องอยู่หรอก”
ก๊อก…ก๊อก…
ขณะที่หานเฟยกำลังคิดฟุ้งซ่าน เสียงประหลาดก็ดังขึ้นอีกครั้ง
เขากลั้นหายใจ หันไปจ้องมองความมืดในห้องนั่งเล่น เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นเป็นเพียงเงาดำทึบ ขยับไม่ได้ แต่กลับดูราวกับกำลังจะเคลื่อนไหว
“เสียง…มาจากตรงไหนกันแน่?”
สายตาไล่ไปเรื่อย ๆ จนหยุดลงที่ประตูห้องน้ำ!
หัวใจของเขาเต้นแรงไม่เป็นส่ำ
แกร๊ก!
หานเฟยเห็นกับตา! ลูกบิดประตูห้องน้ำขยับหมุนไปเล็กน้อย!
“เป็นไปไม่ได้! ก่อนปิดไฟฉันเพิ่งเข้าไปดูมาแล้ว ไม่มีใครอยู่ในนั้นแน่นอน!”
บรรยากาศเหมือนถูกแช่แข็ง หานเฟยไม่กล้ากะพริบตาแม้แต่น้อย
กลอนประตูเก่านั่นเป็นแบบที่ลูกบิดด้านในกับด้านนอกเชื่อมกัน ถ้าใครอยู่ข้างในหมุน ลูกบิดด้านนอกก็จะหมุนตามด้วย
“ที่หญิงชราสั่งให้ฉันล็อกห้องน้ำ… เพราะเธอรู้ว่ามี ‘อะไรบางอย่าง’ ซ่อนอยู่ในนั้นใช่ไหม?”
หานเฟยไม่รู้สึกง่วงแม้แต่น้อย สมาธิที่เคยใช้ตอนสอบเข้ามหาลัยยังไม่เท่ากับในตอนนี้ด้วยซ้ำ
เสียงติ๊กต่อกของนาฬิกาดังไปเรื่อย เวลาเลื่อนไปจนถึง ตีสองสี่สิบสี่ ลูกบิดห้องน้ำก็เริ่มหมุนอีกครั้ง คราวนี้แรงขึ้นเรื่อย ๆ
กึก! กึก! กึก!
เสียงประตูสั่นสะเทือนเสียดแทงประสาท เขาจ้องไม้ถูพื้นที่ค้ำขวางลูกบิดไว้ มันกำลังไถลลงทีละน้อย…จนในที่สุด ประตูห้องน้ำก็เปิดแง้มออกไปเป็นร่อง!
ในความมืดลึกนั้น ไม่รู้ซ่อนอะไรไว้ แต่ห้องทั้งห้องพลันเงียบกริบ
สักพัก… ห้านิ้วซีดขาว ค่อย ๆ โผล่ออกมาจากช่องแคบ จับไม้ถูพื้นที่ค้ำประตูไว้ และดึงมันออกไป!
“อะ…อะไรน่ะ?!”
เหงื่อเย็นชุ่มหลัง หานเฟยรู้ว่าตัวเองกำลังเล่นเกม แต่ร่างกายกลับร้องเตือนให้หนีออกไปทันที
เมื่อไม้ถูพื้นถูกดึงออกไป ประตูห้องน้ำก็เปิดเองช้า ๆ ราวกับถูกลมพัด ทั้งที่ในนั้น…มืดสนิทว่างเปล่า
“ประตูเปิดเข้าไปด้านใน แต่ตู้รองเท้ายังขวางอยู่… งั้น ‘มัน’ คงยังไม่ออกมา…”
หานเฟยกำมีดแน่น ทุกประสาทสัมผัสจับจ้องไปที่ประตูห้องน้ำ
เหงื่อไหลตามข้างแก้ม หัวใจเต้นแรงดังก้อง แต่ในบ้านกลับเงียบสนิทไร้เสียงใด ๆ อีก
“มัน…ยังอยู่ในห้องน้ำนั่นหรือเปล่า?”
สายตากวาดไปรอบ ๆ ตามสัญชาตญาณ เขาจำตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นในห้องได้ดี ทว่าเมื่อหันไปที่โซฟาตรงกลางห้องนั่งเล่น หัวใจเขาก็แทบหลุดออกจากอก
ข้าง ๆ โซฟามีเงาดำกำลังกองอยู่!
“ที่ตรงนั้นไม่มีเฟอร์นิเจอร์แน่นอน ฉันจำได้แม่นยำ!”
เลือดในกายไหลย้อน หานเฟยเล่นเกมเพื่อหาความสุข แต่สิ่งที่เจอตอนนี้มันเกินคาดไปไกลแล้ว เขาจึงตัดสินใจ จะออกจากเกม!
“ไม่ว่าแกเป็นตัวอะไร… ขอแค่ฉันกดออก ก็จบทุกอย่าง!”
เขารีบเปิดหน้าต่างสถานะ กดที่ตัวเลือก “ออกจากเกม” แต่ตัวเลือกนั้นกลับเป็นสีเทา กดซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่งข้อความอันน่าหวาดหวั่นปรากฏ
“โปรดทราบ! ต้องเล่นเกินสามชั่วโมง และอย่างน้อยทำภารกิจหนึ่งอย่างสำเร็จ จึงจะสามารถออกจากเกมได้!”
เสียงสังเคราะห์เย็นเยียบก้องในหัว หานเฟยถึงกับหน้ากระตุก หัวใจแทบร่วงไปที่ตาตุ่ม
“ออก…ไม่ได้?!”
ความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านทั่วร่าง เขาเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง เงาดำที่เมื่อครู่ยังอยู่ข้างโซฟา ตอนนี้กลับย้ายมาอยู่ตรงประตูห้องนอนแล้ว!
ใกล้มากพอจนเขามองออกชัดเจน
มันไม่ใช่แค่เงา… แต่เป็น “คน” ที่กำลังนั่งยอง ๆ อยู่ตรงนั้น!
.
.
.
(จบบท)
.